เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 เส้นทาง

บทที่ 4 เส้นทาง

บทที่ 4 เส้นทาง


บทที่ 4 เส้นทาง

“ร่องรอยจากการทำไร่ทำนาน่ะ” เซลเลียร์ตอบตามความจริง

“หืม? ลูกชาวนาเหรอ?”

เกรย์เริ่มสนใจขึ้นมา มือยังคงทำงานไม่หยุด แต่ปากก็อดชวนคุยไม่ได้

“ข้านึกว่าเจ้าเป็นนายน้อยตระกูลไหนหนีออกจากบ้านมาหาประสบการณ์ชีวิตเสียอีก... ว่าแต่ปกติแล้วคนที่จะเป็นนักเวทได้ต้องเป็นคนรวยไม่ใช่เหรอ? ไหนจะค่าคัมภีร์ ค่าไม้กายสิทธิ์ ค่าเสื้อคลุม แต่ละอย่างราคาแพงหูฉี่ทั้งนั้น”

“มันก็ต้องมีข้อยกเว้นบ้างสิ” เซลเลียร์เบ้ปาก

จากความทรงจำที่เซลเลียร์ได้รับมา ชาติกำเนิดของร่างเดิมไม่ได้สวยหรูอะไร เป็นเพียงลูกชาวนายากจนชายแดนอาณาจักรเท่านั้น

ตั้งแต่ลืมตาดูโลก เซลเลียร์และพ่อแม่ก็ต้องคลุกคลีอยู่กับพืชผลในไร่นา ใช้ชีวิตแบบหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ในแต่ละปีหลังจากหักภาษีแล้ว ก็แทบจะแค่พอประทังชีวิตไปวันๆ

แต่จุดเปลี่ยนของชีวิตเกิดขึ้นตอนเซลเลียร์อายุเจ็ดขวบ

บ่ายวันฤดูร้อนที่แสนธรรมดาวันหนึ่ง

งานในนาไม่ยุ่งมากนัก พ่อจึงใจดีไม่เร่งรัด และอนุญาตให้เซลเลียร์ไปนั่งพักใต้ต้นไม้ใหญ่ริมคันนา

เสียงจั๊กจั่นร้องระงม อากาศไกลๆ บิดเบี้ยวเพราะคลื่นความร้อน แสงแดดลอดผ่านใบไม้ตกกระทบพื้นเป็นดวงๆ

ทุกอย่างเหมือนวันเก่าๆ ธรรมดาจนชวนง่วงนอน

เซลเลียร์นอนหงายบนพื้นหญ้า หรี่ตามองใบไม้ที่พลิ้วไหวตามแรงลมด้วยความเบื่อหน่าย

แต่ในวินาทีนั้นเอง โลกในสายตาของเขาก็เปลี่ยนไป

ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทางการมองเห็น แต่เหมือนเป็นการรับรู้ที่ไม่อาจหาคำมาบรรยายได้

เขามองเห็นสายลม มันไม่ใช่สิ่งที่ไร้รูปร่างอีกต่อไป แต่เป็นเส้นด้ายสีเขียวจางๆ

เขาได้ยินเสียงของผืนดิน เสียงทุ้มต่ำหนักแน่นที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราวกับจังหวะการเต้นของหัวใจ

เขาสัมผัสได้ถึงแสงสว่าง ในแสงแดดเหนือศีรษะมีละอองสีทองนับไม่ถ้วนกำลังเต้นระบำ อบอุ่นและอ่อนโยน

ทันใดนั้น แรงดูดมหาศาลที่ไม่อาจต้านทานได้ก็ระเบิดออก กระชากสติของเซลเลียร์เข้าสู่จักรวาลอันมืดมิดไร้ขอบเขต

ณ ใจกลางของจักรวาลสีดำนั้น มีจุดแสงริบหรี่ลอยเคว้งคว้างอยู่

ความอยากรู้อยากเห็นของเซลเลียร์เอาชนะความกลัว เมื่อจิตของเขาพยายามเคลื่อนเข้าไปใกล้จุดแสงนั้น เมล็ดพันธุ์เวทก็ตอบรับการจ้องมองของเขา และเริ่มเต้นตุบๆ เบาๆ

แสงสว่างเจิดจรัสสาดส่องออกมา ราวกับน้ำพุที่พวยพุ่ง นำพาพลังรูปแบบหนึ่งที่ไม่ธรรมดาออกมาด้วย

พลังนั้นมีชื่อเรียกว่า พลังเวท

เซลเลียร์ปลุกเมล็ดพันธุ์เวทของตัวเองตื่นขึ้นมาแล้ว

เมื่อสติของเซลเลียร์กลับสู่โลกความจริง หัวใจของเขาเต้นรัวแรง ลมหายใจถี่กระชั้น

สำหรับลูกชาวนา อายุเจ็ดขวบหมายถึงเจ้าไม่ใช่เด็กเล็กที่รู้แค่เรื่องเล่นดินเล่นทรายอีกต่อไป

เจ้าต้องเริ่มเรียนรู้การดูพืชผล เรียนรู้ที่จะแบกจอบขนาดครึ่งหนึ่งของความสูงตัวเองภายใต้เสียงดุว่าของพ่อ

ชีวิตของเซลเลียร์ควรจะถูกเติมเต็มด้วยดินโคลนและหยาดเหงื่อ แล้วเติบโตไปตามครรลองเพื่อกลายเป็นชาวนาที่ผิวคล้ำและเงียบขรึมเหมือนพ่อของเขา

แต่เขาตระหนักได้ว่า ตนเองอาจจะมีโอกาสก้าวเดินไปในเส้นทางอื่นที่แตกต่างออกไป

เส้นทางนั้นมีชื่อเรียกว่า นักเวท

เก้าปีหลังจากนั้น ชีวิตของเซลเลียร์ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน

ส่วนหนึ่งยังคงเป็นลูกชาวนาที่ตรากตรำในท้องทุ่ง แต่อีกส่วนหนึ่ง คือผู้แสวงหาหนทางที่แบกความฝันอันยิ่งใหญ่ไว้

เซลเลียร์ใช้เวลาว่างทั้งหมดพยายามเรียนรู้ด้วยตัวเอง

เขาจะวิ่งเข้าเมืองเพื่อไปเสาะหาข้อมูลเกี่ยวกับเวทมนตร์อย่างยากลำบาก เมื่อมีกวีพเนจรสะพายพิณผ่านมาที่หมู่บ้าน เซลเลียร์ก็จะตามตื๊อให้พวกเขาเล่าเรื่องราวของจอมเวทให้ฟัง

เขายังนำเงินเก็บที่สะสมมาหลายปี ไปซื้อคัมภีร์เก่าขาดรุ่งริ่งที่บันทึกโครงสร้างเวทเอาไว้ หลังจากเพียรพยายามทำสมาธิฝึกฝนอยู่นาน ในที่สุดเขาก็เชี่ยวชาญไฟบอล

ปีนั้น เซลเลียร์อายุสิบหกปี เปลวไฟที่ลุกโชนบนฝ่ามือทำให้เขาตื่นเต้นจนแทบบ้า

แต่ก็เป็นปีเดียวกันนั้นเอง ที่ราชาสั่งขึ้นภาษี ประชาชนเดือดร้อนแสนเข็ญ พ่อแม่ของเซลเลียร์ที่ตรากตรำมาทั้งชีวิต ในที่สุดร่างกายก็แบกรับไม่ไหว และจากไปทั้งคู่

หลังจากฝังศพพ่อแม่ เขานั่งเหม่อลอยอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมคันนาอยู่นาน

เซลเลียร์สามารถเลือกที่จะสืบทอดผืนนาที่พ่อแม่ทุ่มเทแรงกายแรงใจรักษาไว้ และเป็นชาวนาต่อไป

แต่สุดท้าย เขาก็ตัดสินใจนำเงินเก็บก้อนสุดท้าย ก้าวสู่เส้นทางของนักผจญภัยอย่างอิสระเสรีไร้พันธนาการ

คนเราน่ะนะ มันก็ต้องเปลี่ยนวิธีใช้ชีวิตกันบ้าง

เมื่อเห็นท่าทางครุ่นคิดของเซลเลียร์ เกรย์เข้าใจว่าคำพูดของตนไปสะกิดใจอีกฝ่ายเข้า จึงใช้ศอกกระทุ้งเบาๆ

“อย่าไปใส่ใจ ข้าก็แค่พูดไปเรื่อย ไม่มีเงินก็ค่อยๆ เก็บหอมรอมริบเอา เมื่อกี้ข้าเห็นท่าทางตอนเจ้าร่ายเวทแล้วดูมีพรสวรรค์ดีนะ เจ้าต้องประสบความสำเร็จแน่”

“ขอบใจ”

เซลเลียร์ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร และไม่พูดอะไรต่อ เพียงแค่ตั้งใจจับหนังหมาป่าช่วยเกรย์ต่อไป

การถลกหนังและทำความสะอาดกินเวลาพอสมควร กว่าพวกเขาทั้งหมดจะจัดการเสร็จก็ล่วงเลยไปค่อนคืน

ส่วนซากหมาป่าที่เหลือ ถูกโยนลงในหลุมลึกใกล้ๆ ปล่อยให้เน่าเปื่อยไปตามธรรมชาติ

โชคดีที่หมาป่าฝูงนี้เป็นเจ้าถิ่น สัตว์กินเนื้อชนิดอื่นต่างเกรงกลัวจนหนีหายไปหมด แม้กลิ่นคาวเลือดในค่ายจะรุนแรง แต่ก็ไม่มีนักล่าอื่นโผล่มา

เนื่องจากในการต่อสู้ มาร์คัสและเกรย์ออกแรงมากที่สุด หน้าที่เฝ้ายามหลังจากนั้นจึงตกเป็นของวอลเลซ

ค่ำคืนผ่านไปโดยไร้เหตุร้าย

เมื่อเซลเลียร์ลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วก็ดังระงมอยู่นอกเต็นท์ แสงแดดรำไรสาดส่องผ่านช่องว่างของผ้าม่านเข้ามา

เช้าแล้ว

“ฮ้าว...”

เซลเลียร์ขยี้ตาพลางลุกขึ้นนั่ง

ที่นอนข้างๆ ว่างเปล่า เสียงคุยกันของเกรย์และมาร์คัสดังแว่วมาจากข้างนอก

หลับไม่ค่อยสนิทเลยแฮะ

คงเพราะเป็นวันแรกที่ข้ามมิติมา ความฝันสับสนวุ่นวายมากมายผสมปนเปกัน ทำให้เซลเลียร์จิตใจไม่สงบ

ยังไงก็ต้องใช้เวลาปรับตัวสินะ...

เซลเลียร์เกาผมที่ยุ่งเหยิง แล้วตรวจสอบหน้าต่างสถานะตามความเคยชิน

พละกำลัง: 65 ความว่องไว: 60 ความอึด: 68 จิต: 71 สติปัญญา: 66 การรับรู้: 30 เสน่ห์: 45 โชค: 41

นอกจากค่าจิตสี่แต้มที่เพิ่มขึ้นเมื่อคืน ค่าอื่นๆ ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ใต้ทักษะวิถีมนตราจำลอง ความคืบหน้าในการวิเคราะห์มหาเวทสร้างสรรค์ยังคงอยู่ที่ 0%

เห็นแบบนั้น เซลเลียร์ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้

มหาเวทสร้างสรรค์ มันคือเวทมนตร์อะไรกันแน่?

ช่างเถอะ... เอาไว้ค่อยไปถามที่สมาคมจอมเวท ซึ่งเป็นหน่วยงานทางการของเหล่านักเวททีหลังแล้วกัน

เพราะความรู้เรื่องเวทมนตร์ในความทรงจำร่างเดิมนั้นตื้นเขินมาก ยังมีอีกหลายสิ่งที่รอให้เขาค้นพบด้วยตัวเอง

เซลเลียร์เปิดม่านเต็นท์ สายลมยามเช้าอันเย็นสบายพัดมาปะทะใบหน้า

อากาศในป่าสดชื่นมาก ปนไปด้วยกลิ่นหอมของพืชพรรณ ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า

หลังจากล้างหน้าล้างตาพอเป็นพิธี เซลเลียร์ก็รับขนมปังดำปิ้งที่เกรย์โยนมาให้ แล้วจุ่มกินกับซุปร้อนๆ

เนื้อขนมปังค่อนข้างแข็ง ต้องแช่ซุปให้นิ่มก่อนถึงจะพอกลืนลงคอได้ ถ้ากัดกินเปล่าๆ มีหวังเคี้ยวไม่เข้าแน่

แถมรสชาติก็เทียบไม่ได้เลยกับเบเกอรี่ในความทรงจำจากโลกเดิม แม้แต่รสหวานก็แทบไม่มี

เอาเถอะ ก็แค่กินกันตายไปมื้อหนึ่ง

ตามกำหนดการของมาร์คัส วันนี้ปาร์ตี้จะต้องออกจากป่าเกรย์วู้ด เพื่อกลับไปส่งภารกิจล่าหมาป่าที่สมาคมนักผจญภัยในเมืองแบล็คสโตน

จบบทที่ 4

จบบทที่ บทที่ 4 เส้นทาง

คัดลอกลิงก์แล้ว