- หน้าแรก
- ฮ่องเต้หรือ?...ให้หมาเป็นเถอะ...ข้าไม่เป็น!
- 30 - โลกใบนี้ท่าจะป่วยเสียแล้ว
30 - โลกใบนี้ท่าจะป่วยเสียแล้ว
30 - โลกใบนี้ท่าจะป่วยเสียแล้ว
30 - โลกใบนี้ท่าจะป่วยเสียแล้ว
จ้าวมู่โกรธจนหัวเราะออกมา เป็นเช่นนั้นจริงๆ
เมื่อคนเจิ้นพูดไม่ออก ก็มักจะหัวเราะออกมาเช่นนี้
"เจ้าไม่ยอมรับก็ไม่มีประโยชน์!"
"สิ่งที่เจ้าทำลงไปทั้งหมด ข้าเห็นอยู่ในสายตา!"
จ้าวมู่ทำตัวตามสบาย "เจ้าอยากจะคิดอย่างไรก็เชิญ!"
โลกใบนี้ท่าจะป่วยเสียแล้ว เพียงพอนตัวหนึ่ง กลับเริ่มมาอวยพรปีใหม่ให้ไก่เสียอย่างนั้น (หมายถึงมีเจตนาร้ายซ่อนเร้น)
"เจ้ายอมรับก็ดีแล้ว!" บนใบหน้าของเซียวฝูเริ่มมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นเล็กน้อย
"ไปฟ้องเสียสิ อย่ามากวนใจเวลาเจิ้นจะนอน"
"หากเจ้าคิดจะฆ่าเจิ้น ก็รบกวนลงมือให้เร็วหน่อย ให้เจิ้นได้ตายอย่างสบายเสียที"
เมื่อมองเห็นจ้าวมู่ที่มีท่าทางเหมือนคนสิ้นหวัง เซียวฝูก็ขมวดคิ้ว "ข้าบอกเมื่อไรว่าจะไปฟ้อง?"
"แล้วเจ้าดูออกตอนไหนว่าข้าอยากจะฆ่าเจ้า?"
"ที่เจ้าพูดมามากมายขนาดนี้ ไม่ใช่เพื่อใส่ไคล้ข้า หาข้ออ้างฆ่าข้าหรือ?" จ้าวมู่ถอนหายใจ จากนั้นก็เริ่มถอดเสื้อผ้าออก "หากเป็นเช่นนั้น เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองวาจาถึงเพียงนี้"
"เจ้าถอดเสื้อผ้าทำไม?"
"ให้เจ้าฆ่าอย่างไรเล่า!"
จ้าวมู่แก้ผ้าของตนออก เผยให้เห็นตำแหน่งหัวใจ แล้วใช้มือขวาวัดระยะ "พี่สาวหน้าอกโต เล็งตรงตำแหน่งนี้แล้วฆ่าเสีย เจ้าเป็นศิษย์ของเทพกระบี่ วิชาดาบย่อมต้องดีเยี่ยม"
"ขอความกรุณาลงมือให้คล่องแคล่วหน่อย ก่อนตายข้าอยากจะดูว่าหัวใจของข้านั้นยังเป็นสีแดงอยู่หรือไม่!"
เซียวฝูมองดูสีหน้าอันเศร้าโศกของจ้าวมู่ ในใจกลับรู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก
"ข้าบอกแล้ว ข้าจะไม่ฟ้อง และยิ่งไม่ฆ่าเจ้า!"
"แม้ข้าจะเป็นหลานสาวแท้ๆ ของเซียวไทเฮา แต่ข้ากับนางไม่ใช่พวกเดียวกัน!"
"นางทำเพื่อความปรารถนาส่วนตัว แต่ข้าต่างออกไป"
"เหตุผลที่ข้ายอมมาอยู่ข้างกายเจ้า ก็เพื่อปกป้องและคอยสนับสนุนเจ้า!"
"ตลอดสามสิบปีนี้ ต้าชิงเสียฮ่องเต้ไปถึงเก้าพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นราชสำนักหรือราษฎรต่างก็รับความเจ็บปวดนี้ไม่ไหวแล้ว แม้รากเหง้าของต้าชิงจะเน่าเฟะไปหมด แต่ฮ่องเต้ของต้าชิงหาใช่คนขี้ขลาด อย่างน้อยก็ยังขยันหมั่นเพียร รักราษฎร และกล้าที่จะนำทัพออกศึกด้วยตนเองเพื่อปกป้องบ้านเมือง"
"ดังนั้น ต้าชิงย่อมยังพอมีทางรอด"
"เจ้าเป็นฮ่องเต้ของต้าชิง เป็นประมุขแห่งใต้หล้า ยิ่งต้องเข้มแข็งขึ้น"
"หากต้าชิงเกิดกลียุค กองทัพม้าของวาลา แคว้นจิน(แมนจู) และซีเซี่ย(เชื้อสายทิเบตพม่าและชาวเติร์ก) จะบุกเข้ามาในต้าชิง ถึงตอนนั้นราษฎรจะไม่มีที่ซุกหัวนอน แม้แต่ดินแดนจงหยวนก็อาจล่มสลายไปตลอดกาล เจ้าเข้าใจหรือไม่?"
"ไม่สิ เจ้าป่วยหรือเปล่า?"
จ้าวมู่ขมวดคิ้ว "เจ้ากำลังสอนเจิ้นทำงานหรือ?"
"จะฆ่าก็ฆ่าสิ เหตุใดต้องมาล้างสมองเจิ้นด้วย? การฆ่าคนแล้วทำลายจิตใจเขาไม่ใช่ทำกันเช่นนี้!"
"เจ้ายังไม่เชื่อข้าอีก!" เซียวฝูขมวดคิ้ว นางพูดไปตั้งมากมาย แต่เจ้านี่กลับยังไม่เชื่อใจนางอีกหรือ?
จ้าวมู่พูดอย่างรำคาญ "จะฆ่าหรือไม่?"
"ไม่ฆ่า!"
"ไม่ฆ่าก็หุบปากเสีย พูดมากราวกับพระถังซัมจั๋ง"
จ้าวมู่รวบเสื้อเข้าหากันแล้วล้มตัวลงนอนทันที เขาไม่เชื่อหรอกว่าลาภลอยจะตกลงมาจากฟ้า หลานสาวแท้ๆ จะทรยศอาของตนเอง
มันจะมีประโยชน์อันใดต่อนาง?
ดังนั้น นี่ต้องเป็นกับดักแน่นอน!
จ้าวมู่คนนี้จะไม่มีวันติดกับเด็ดขาด!
"เจ้า!"
เซียวฝูโกรธจนทำอะไรไม่ถูก แต่สุดท้าย นางก็ปิดปากเงียบ เหตุผลง่ายๆ ก็คือ จ้าวมู่หาใช่ฮ่องเต้ทรราชไม่
ในทางกลับกัน เขาเป็นคนที่เคร่งครัดในระเบียบ ฉลาดหลักแหลม และรู้จักซ่อนคมไว้ในฝัก
หากเขาไม่มีความระมัดระวังเช่นนี้ และเชื่อคนง่าย คงตายอยู่ในวังลึกแห่งนี้ไปนานแล้ว ความระมัดระวังของเขานี่แหละ คือกุญแจสำคัญที่จะทำทำการใหญ่ได้สำเร็จ
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เซียวฝูนอกจากจะไม่โกรธแล้ว กลับยิ่งชื่นชมจ้าวมู่มากขึ้น
อาจารย์เคยกล่าวไว้ว่า ลูกผู้ชายต้องรู้จักยืดหยุ่น
การกระทำของจ้าวมู่ที่ดูเหมือนคนปล่อยวางตามยถากรรม แท้จริงแล้วแฝงไปด้วยสติปัญญาและหลักการอันยิ่งใหญ่!
"ข้ารู้ว่าเจ้ามีความรู้สึกแรกพบต่อข้าไม่ดีนัก แต่ในตำหนักเหยียนซื่อ หากข้าไม่ทำเช่นนั้น ท่านอาย่อมต้องสงสัย"
"แต่เจ้าวางใจเถิด ไม่ช้าก็เร็วเจ้าจะได้เห็นความจริงใจของข้า!"
ครอก!
ครอก!
เซียวฝูฟังเสียงกรนแล้วถึงกับอึ้งไป หลับเร็วขนาดนี้เชียวหรือ?
เมื่อครู่นางไม่ได้กำลังสีซอให้ควายฟังหรอกหรือ?
ในฐานะยอดฝีมือกระบี่ หลับจริงหรือหลับหลอก นางย่อมแยกแยะได้
"ไม่สิ เขาดูเหมือนไร้การป้องกัน แต่แท้จริงแล้วคือความมั่นใจในตนเองอย่างที่สุด"
"หรือนี่คือสิ่งที่อาจารย์เรียกว่า ในมือไร้กระบี่ แต่ในใจมีกระบี่ ใช้ความไร้กระบี่รับมือหมื่นกระบี่?"
ในลมหายใจนั้น เซียวฝูเกิดความเลื่อมใสขึ้นมาทันที นางรู้สึกว่าจ้าวมู่ที่กำลังหลับสนิทอยู่นั้น ลึกล้ำจนยากจะหยั่งถึง
"อาจารย์ เขาจะเป็นปฐมฮ่องเต้ผู้กอบกู้แผ่นดิน ที่แท้จริงได้หรือไม่?"
เซียวฝูนั่งลง ใช้มือขวาเท้าคาง มองดูจ้าวมู่แล้วตกอยู่ในภวังค์ความคิด...
......
ในขณะเดียวกัน
ณ โรงน้ำชาวั่งหยวน
นี่คือหนึ่งในโรงน้ำชาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง และเป็นหนึ่งในกิจการของตระกูลเฉินควง
เยี่ยเซี่ยงตงกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "มีคนคาบข่าวไปบอกก่อน ไม่อย่างนั้นกู่ว่านลี่ย่อมไม่มีทางไหวตัวทัน พี่เฉิน ต้องตรวจสอบคนข้างล่างได้แล้ว!"
เฉินควงกล่าวอย่างไม่พอใจนัก "พี่เยี่ย ท่านรู้ได้อย่างไรว่าเป็นคนของข้า ข้ากลับคิดว่าควรตรวจสอบทางฝั่งท่านก่อนจะดีกว่า!"
"ย่อมต้องตรวจสอบอยู่แล้ว" เยี่ยเซี่ยงตงเริ่มรู้ตัวว่าตนพูดผิดไป แต่เขาก็ไม่ได้ติดใจเรื่องนั้น และเปลี่ยนประเด็นไปว่า
"วันนี้ ฮ่องเต้เข้ามาขัดขวางเสียจนแผนการของเราพังทลายไปหมด แต่ยังดีที่เราสามารถแทรกแซงคนเข้าไปในกองทหารรักษาพระองค์ได้มากขึ้น ก็นับว่าไม่ขาดทุน"
"กู่ว่านลี่เสียเปรียบครั้งใหญ่เช่นนี้ ไม่มีทางไม่เอาคืนแน่" เฉินควงขมวดคิ้ว "เราต้องระมัดระวังให้มาก"
"อีกไม่กี่วัน ทูตจากแคว้นจิน ซีเซี่ย และวาลา ก็จะเดินทางมาถึงแล้ว ข้าสืบทราบข่าวมาว่า ปีนี้ทั้งสามแคว้นจะร่วมมือกันกดดัน เรียกร้องให้ต้าชิงเพิ่มเงินบรรณาการรายปี !"
"คลังหลวงว่างเปล่า ไม่มีเงินทองแลกเปลี่ยน ดูซิว่าคนพวกนั้นจะทำอย่างไร!" เยี่ยเซี่ยงตงหัวเราะอย่างต่อเนื่อง "ถึงตอนนั้นไม่ต้องให้พวกเราเหล่านักรบออกหน้าหรือ?"
แววตาของเฉินควงเป็นประกาย "แผนนี้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก แต่ตอนนี้การเปิดศึกอาจไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมกระมัง?"
"สิ่งที่เจิ้นต้องการคืออำนาจ ขอเพียงอำนาจอยู่ในมือ ทุกอย่างก็คุยกันได้ ไทเฮาทั้งสองตำหนักก็แค่สตรี พวกนางจะไปรู้อะไรเรื่องการออกศึก?"
"ถึงตอนนั้นเราก็..."
เยี่ยเซี่ยงตงลดเสียงต่ำลง แล้วกระซิบข้างหูเขาไม่กี่ประโยค
เฉินควงตบมือ "ช่างยอดเยี่ยมจนไร้คำบรรยายจริงๆ!"
"กู่ว่านลี่มีใจคิดคดแต่ไร้ความกล้า หยางฉีมีความกล้าแต่ไร้อำนาจทหาร ส่วนเกาหรงก็แค่สุนัขรับใช้ที่ชอบประจบสอพลอ ไม่ควรค่าแก่การกังวล"
"สิ่งที่ต้องระวังอย่างเดียวคือเว่ยจ้าวหยวน ครั้งนี้เราทำลายลูกชายของเขาจนกลายเป็นคนพิการ ย่อมต้องเป็นสถานการณ์ที่อยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ ต้องระวังการแก้แค้นของเขาให้ดี!"
"อีกอย่าง จางเผิงจวี่ที่เฝ้าชายแดนอยู่ก็ต้องระวังเช่นกัน คนผู้นี้... ประหลาดนัก!"
เมื่อเอ่ยถึงเว่ยจ้าวหยวน ทั้งสองต่างก็มีสีหน้าดูแคลน แต่เมื่อเอ่ยถึงจางเผิงจวี่
ทั้งสองกลับขมวดคิ้วมุ่น
ไม่มีเหตุผลอื่นใด คนผู้นี้เชี่ยวชาญทั้งบุ๋นและบู๊ เฝ้าชายแดนมานานหลายปี ความชอบนั้นใหญ่หลวง บารมีก็สูงยิ่ง เคยใช้ทหารม้าเพียงแปดร้อยนาย เอาชนะกองทัพหกหมื่นของแคว้นจินได้อย่างราบคาบ ดุดันอย่างที่สุด
และคนผู้นี้ยังจงรักภักดีต่อฮ่องเต้และราชสำนัก แม้แต่สตรีสองนางเบื้องบนนั้น ก็ยังให้ความสำคัญกับจางเผิงจวี่อย่างยิ่ง
"พี่เยี่ยอย่าเพิ่งตระหนก ข้ามีแผนการหนึ่ง ที่จะทำให้จางเผิงจวี่ระส่ำระสายได้เอง หรือแม้แต่ยอมส่งมอบอำนาจทหารในมือออกมา!"
"แผนการใด?"
"ท่านเข้ามาใกล้ๆ สิ"
เยี่ยเซี่ยงตงขยับหูเข้าไปใกล้ หลังจากฟังแผนการของเฉินควงจบ เขาก็หัวเราะเสียงดัง "ฮ่าฮ่าฮ่า พี่เฉินแผนสูงยิ่งนัก จางเผิงจวี่เอ๋ย ต่อให้ติดปีกก็หนีไม่พ้น!"
---