- หน้าแรก
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ เกมของฉันไม่น่ากลัวขนาดนั้นจริงๆ นะ
- บทที่ 41 ถ่ายทอดสด [3]
บทที่ 41 ถ่ายทอดสด [3]
บทที่ 41 ถ่ายทอดสด [3]
แกร๊ง!
เสียงประตูเหล็กสีขาวถูกผลักออก ก่อนร่างหลายร่างจะทยอยเดินเข้ามาในห้องสีขาวสะอาดตา ทั้งหมดสิบคนโดยมีไคล์เดินนำอยู่ด้านหน้า
เขาสวมชุดสูทสีดำที่ตัดกับห้องขาวสะอาดได้อย่างเด่นชัด ไม่รอช้า เขาก้าวตรงไปยังโต๊ะใกล้ ๆ ที่มีกล่องวางถุงมือสีขาวอยู่
ไคล์หยิบมันขึ้นมา ก่อนสวมใส่อย่างคล่องแคล่วในพริบตาเดียว
แล้วทันใดนั้นเอง… เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากข้างหลัง
“เกทที่เรากำลังจะเข้าไปครั้งนี้ ระดับอะไร?”
“...หืม?”
ไคล์หันกลับไป และสิ่งที่เห็นคือรอยยิ้มอบอุ่นคู่กับลักยิ้มที่ส่งมาให้เขา
เขาดึงถุงมือให้แน่นขึ้นอีกหน่อย ก่อนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรหรอก เราแค่จะเข้าไปในเกทระดับ A เท่านั้นเอง นายต้องฝึกให้คุ้นกับระบบของเกทก่อน ถึงจะไปโดยไม่มีผู้คุมดูแลได้”
“อ้อ อย่างนั้นเองเหรอ”
ไมลส์ยิ้มกว้าง พยักหน้ารับเบา ๆ
“...ฉันจะฟังนายก็แล้วกัน”
ไคล์ยิ้มตอบพลางหันไปมองไมลส์ ความประทับใจที่มีต่อเขาถือว่าดีไม่น้อย ไมลส์เป็นคนฟังเก่ง แถมซึมซับข้อมูลได้รวดเร็วราวกับฟองน้ำ
เขาดีใจที่มีผู้ฝึกหัดแบบนี้ถูกส่งมาอยู่ในทีมของเขา
“ถ้านายมีอะไรก็…”
“พฟึ่ด…!”
...ถ้าทุกคนดีได้แบบนี้ก็คงจะดี
ไคล์หันหัวไปช้า ๆ แล้วพบกับร่างผมบลอนด์ที่เอนตัวพิงกำแพงอย่างสบาย มือหนึ่งถือโทรศัพท์ อีกมือปิดปากกลั้นหัวเราะ
“คึก!”
แม้แต่น้ำตายังคลออยู่ตรงหางตา
‘เธอเป็นบ้าอะไรของเธอเนี่ย?’
ขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ไคล์เดินเข้าไปหาโซอี้
“มีอะไรน่าขำ? เธอรู้ใช่ไหมว่าเรากำลังจะเข้าเกทนะ?”
“อ๋อ ไคล์..”
โซอี้ทำเมินคำพูดของเขา เงยหน้าขึ้นพร้อมพลิกโทรศัพท์ให้เขาดู
“คึก... ดูนี่สิ... ฮึ่กกก!”
“อะไร..อา...”
คำพูดของไคล์หยุดกึกทันที เมื่อดวงตาของเขาเห็นภาพในจอโทรศัพท์ ร่างที่คุ้นเคยยืนอยู่กลางห้องมืด... พร้อมกับใส่ แว่นกันแดด?
“อะไรกัน...”
“ก๊า่กก!”
โซอี้กุมท้อง หัวเราะลั่น
“นี่มันฮาเกินไปแล้ว! ใส่แว่นกันแดด...!? ก๊า่กกก!”
ริมฝีปากไคล์กระตุกเล็กน้อย
เขาไม่แม้แต่จะขำออกมา เพราะสิ่งนี้... มันช่างเป็นอะไรที่ “เซธ” คิดจะทำมันจริง ๆ
‘หมอนั่นเกลียดเรื่องสยองขวัญจริง ๆ ด้วยสินะ...’
ถ้าให้เดา เซธคงใส่แว่นเพื่อบดบังทัศนวิสัย จะได้ไม่ต้องกลัวมากนัก
มันตลกก็จริง และไคล์ก็เห็นแชทในสตรีมแตกตื่นไปหมด
“ฮ่า ๆ ดูสิ! ยอดวิวกำลังพุ่งขึ้นเพราะเรื่องเพื่อนของนายเลยนะ”
มองไปที่จำนวนผู้ชม ไคล์ก็เห็นว่ามันกำลังขยับขึ้นทีละน้อย
ตอนนี้มีผู้ชมสด 991 คนแล้ว
แว่นกันแดดจริงดิ? ฮ่าฮ่าฮ่า!
กูขำท้องแข็ง!
ก่อนหน้านี้จะอ้วก แล้วตอนนี้ใส่แว่นอีก สตรีมนี้แม่งฮาชิบ!
แชทเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะแบบควบคุมไม่อยู่
“นี่มันอะไร?”
ไมลส์เดินเข้ามาในจังหวะนั้น เห็นภาพบนจอเช่นกัน รอยยิ้มพร้อมลักยิ้มบนหน้าเขาก็ค่อย ๆ จางหายไป
“นั่นมัน...”
“อย่าเอ่ยถึงเลย”
ไคล์ถอนหายใจอย่างจนใจ ไม่รู้จะตอบสนองยังไง
‘อย่างน้อยฉันก็ไม่ต้องกังวลว่าเขาจะขายเกมไม่ได้แล้วล่ะ’
ดูเหมือนบางคนจะซื้อเกมเพียงเพราะความบ้าบอของเขาด้วยซ้ำ
ไคล์กำลังจะพูดต่อ แต่ทันใดนั้น….
ประตูห้องสีขาวก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง!
เสียงดังสนั่นทำให้โซอี้สะดุ้งตกใจ มือสั่นจนโทรศัพท์ร่วงกระแทกพื้นแล้วกลิ้งไปมา ใบหน้าเธอบิดเกร็งตามแรงกระแทกทุกครั้งที่โทรศัพท์เด้งกระดอนอยู่บนพื้น
เธอกำลังจะก้มลงไปเก็บโทรศัพท์ แต่ก็ชะงักมือค้างไว้
เสียงทุกอย่างในห้องเงียบลงอย่างกะทันหัน
ภายใต้ดวงตาดำสนิทที่ราวกับเคยมองทะลุหัวใจแห่งความมืดมาแล้ว ผมสีดำยาวประบ่า และไม้จิ้มฟันที่คาบอยู่ตรงมุมปาก หัวหน้าทีมเดลต้า ก้าวเข้ามาในห้อง
สายตาของเธอยังคงตรึงอยู่ที่กองเอกสารในมือ
ไม่กี่วินาทีต่อมา สีหน้าของเธอบิดเบี้ยว
“ชิ”
เธอฟาดกองเอกสารลงบนโต๊ะใกล้ ๆ ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ ขาพาดไขว้กันอย่างผ่อนคลาย เสื้อเบลเซอร์สีขาวที่คลุมบนไหล่เลื่อนหล่น เผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตดำเรียบเนี๊ยบที่ถูกเก็บเข้ากับกางเกงขายาวสีเทาอย่างเข้ารูป เน้นรูปร่างสมส่วนของเธอได้อย่างชัดเจน
นิ้วเรียวเคาะลงบนโต๊ะไม้ สายตาค่อย ๆ เลื่อนมาจับที่ไคล์และโซอี้
“พวกนาย สองคน”
รอยยิ้มบนใบหน้าโซอี้หายวับไปในทันที ร่างกายเธอชะงักตัวตรงทันควัน
ไคล์ก็ยืดตัวตรงเช่นเดียวกัน
บรรยากาศในห้องพลันหนักอึ้ง เมื่อหัวหน้าหน่วยผู้สง่างามเลียริมฝีปากล่างเบา ๆ
แล้วในที่สุด... ท่ามกลางความเงียบอันอึดอัด เธอก็เอ่ยปาก
“ฉันต้องการให้พวกนายสองคนเป็นคนจัดการฝึกผู้มาใหม่ ตอนนี้พวกเราขาดสเกาต์อย่างหนัก ไม่มีพวก.เอิ่ม... หมายถึง ไม่มีคนเลว ๆ ให้ใช้เลย ทุกคนเชื่องกันเกินไป”
ไคล์ได้แต่ยิ้มแห้ง เพราะเขารู้ดีว่าเมื่อเธอพูดว่า คนเลว ก็หมายถึงนักโทษประหารนั่นเอง
โดยปกติ สเกาต์มักจะประกอบไปด้วยนักโทษประหาร เรื่องนี้ถูกตัดสินโดยสำนักใหญ่ ในเมื่อยังไงก็ต้องตายอยู่แล้ว ทำไมไม่เอามาใช้ประโยชน์?
ถ้าพวกเขาทำผลงานได้ดี ก็อาจได้ลดโทษประหารลง
...ปัญหาคือ อัตราการตายของสเกาต์มันสูงมากเกินไป
สรุปง่าย ๆ คือ ตอนนี้ไม่มีนักโทษ “เลวมากพอ” ให้ใช้งาน จึงเกิดปัญหาขาดแคลนสเกาต์
“...ช่างน่าปวดหัว แบบนี้ฉันต้องไปสำรวจเองหรือไงเนี่ย?”
หัวหน้าทีมคลิกนิ้ว เสียงเคาะบนโต๊ะยิ่งถี่และแรงขึ้น
สุดท้าย เธอคลิกอีกครั้ง ก่อนลุกขึ้นยืนแล้วหันไปมองไคล์กับโซอี้
“คงไม่มีทางเลือกสินะ พวกนายจัดการเรื่องที่นี่ไปก่อน ฉันจะไปสะสางเรื่องบ้า ๆ นี่เอง”
เธอยกมือขึ้นนวดท้ายทอย พลางคลุมเบลเซอร์กลับไปบนไหล่ เตรียมจะก้าวออกจากห้อง แต่แล้วสายตากลับหยุดลงที่โทรศัพท์ที่ตกอยู่บนพื้น
คิ้วเธอกระตุกขึ้นทันทีที่เห็นภาพสตรีมบนหน้าจอ และร่างหนึ่งที่สวม... แว่นกันแดด
มุมปากเธอคลี่ยิ้มบาง เอ่ยเสียงแผ่ว
“...ตลกดีนี่”
จากนั้นเธอก็เดินออกไปทันทีโดยไม่รอฟังคำพูดใครอีก
แกร๊ก!
เพียงหนึ่งนาทีหลังจากที่เธอออกไป เสียงจอแจในห้องก็ค่อย ๆ กลับคืนมา ไคล์กับโซอี้สบตากัน แล้วเหล่าผู้มาใหม่ทั้งหมดก็พากันหันมาจ้องทั้งคู่
“หัวหน้าพูดโกหกใช่ไหม? ที่บอกว่าขาดสเกาต์น่ะ”
“...ใช่”
ทั้งสองพากันครางออกมาอย่างปวดหัว
หัวหน้าทีมบ้าเอ๊ย!
—
ขณะเดียวกัน ที่พิพิธภัณฑ์ศิลป์เวลอร่า
‘ให้ตายสิ! ยอดวิวมันขึ้นจริง ๆ ด้วย!’
เจมี่ยังแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
• ถ่ายทอดสด
ผู้ชม: 1001
ถึงจำนวนผู้ชมจะยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของเขา แต่แค่เห็นว่ามันขยับสูงขึ้นเรื่อย ๆ ก็ถือว่าบ้ามากแล้ว! ทั้ง ๆ ที่เขากำลังสำรวจอาคารร้างที่น่าเบื่อที่สุดบนเกาะ ที่ซ้ำยังถูกคนอื่นสำรวจมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
เขาคิดว่ายอดผู้ชมควรจะค่อย ๆ ลดลงตามเวลา ไม่ใช่พุ่งสูงขึ้นแบบนี้!
และทั้งหมดนี่... ต้องขอบคุณไอ้ตัวประหลาดที่อยู่ข้าง ๆ เขา
ไม่ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรอยู่ มันกลับเวิร์กอย่างไม่น่าเชื่อ
‘ฮ่า ๆ ๆ แบบนี้ถ้าฉันทำให้หมอนั่นกรี๊ดขึ้นมาได้ ยอดผู้ชมจะพุ่งไปขนาดไหนกันนะ?’
แววตาของเจมี่เปล่งประกายกับความคิดนั้น และทันใดที่เขากำลังจะอ้าปากพูดกับเซธ ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นมาในทันที
“เอ๋?”
ก็เพราะเขาเห็นอีกฝ่าย... ขยับตัว
ด้วยสายตาที่จับจ้องไปยังประตูบานไกล เซธก้าวเดินออกไป โดยไม่สนใจเจมี่ที่ยืนอึ้งทำหน้าเหวออยู่ข้างหลัง
แล้วทันใดนั้น…
“เฮ้! เดี๋ยวสิ! นายจะไปไหน!?”
เจมี่รีบพุ่งตัวตามไปติด ๆ
และนี่คือการตัดสินใจ... ที่เขาจะต้องเสียใจอย่างลึกซึ้งในเวลาไม่นานหลังจากนั้น