เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 เสียงกรีดร้อง [2]

บทที่ 28 เสียงกรีดร้อง [2]

บทที่ 28 เสียงกรีดร้อง [2]


“กำลังโหลดแล้ว…”

ลอว์เรนซ์ขยับถอยไปด้านข้าง เปิดทางให้เทอร์แรนซ์นั่งลงบนเก้าอี้ เขายกมือขึ้นถูต้นคอ พลางจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่กะพริบ

ไม่นาน เกมก็เริ่มบูทขึ้นมา พร้อมแท็บสีเทาเรียบง่ายปรากฏตรงหน้า

[กดเพื่อเล่น]

“ดูเหมือนเกมสมัครเล่นเลยนะ” หนึ่งในรุคกี้พึมพำออกมา

“…อาจเพราะมันยังอยู่ในขั้นพัฒนา?”

“ก็คงงั้นแหละ”

เสียงพูดคุยของเหล่ารุคกี้ดังเข้าหู เทอร์แรนซ์เลิกคิ้วเล็กน้อยขณะมองแท็บสีเทานั้น แต่เขาไม่ได้รีบตัดสินอะไร เขาเข้าใจว่านี่เป็นเพียงเกมที่ยังไม่สมบูรณ์

ถึงอย่างนั้น ต่อให้เกมเสร็จสมบูรณ์จริง ๆ เขาก็คงไม่สนใจมากอยู่ดี

‘สมัยนี้ยังมีคนโง่ที่คิดจะทำเกมสยองขวัญอยู่อีกงั้นเรอะ?’

เหตุผลที่เขาอาสาจะเล่นมีอยู่ไม่กี่ข้อ หนึ่งในนั้นคือความสงสัยเกี่ยวกับ “เซธ” ชื่อที่กำลังถูกพูดถึงในกิลด์ ข่าวลือแพร่กระจายรวดเร็วเกี่ยวกับชายคนนี้ ที่ถึงขั้นปฏิเสธข้อเสนอจากหัวหน้าแผนก ข้อเสนอที่แทบไม่มีใครจะกล้าปฏิเสธ

เขาอยากรู้ให้ได้ ว่าคนบ้าที่กล้าปฏิเสธข้อเสนอระดับนั้น เพื่อแลกกับการพัฒนาแค่ “เกม” …มันเป็นคนแบบไหนกันแน่

แต่สิ่งที่มากกว่านั้น…คือ “ไคล์”

ความสัมพันธ์ระหว่างเทอร์แรนซ์กับไคล์ลึกซึ้ง ทั้งคู่เริ่มต้นพร้อมกันในปีเดียวกัน แต่ตอนนี้กลับยืนอยู่คนละโลก ไคล์พุ่งทะยานขึ้นสู่ตำแหน่งราวกับดาวตก ในเวลาเพียงสองปีสามารถไต่ไปถึง ลำดับที่สี่ ขณะที่เขายังติดแหง็กอยู่แค่ ลำดับที่สอง

เขายังนึกไปถึงตอนที่อีกฝ่ายสามารถผ่านการทดสอบแรกได้ง่ายดายและรวดเร็วแค่ไหน

ยิ่งคิด…ความขุ่นเคืองก็ยิ่งก่อตัว

เขาเหมือนไคล์ไม่มีผิด

ชายที่เต็มไปด้วย “โชค”

“ลองมาดูกันสิ ว่าเกมนี้มันดีแค่ไหน”

เทอร์แรนซ์กดปุ่มเพลย์ลงไปโดยไม่ลังเล หน้าจอค่อย ๆ ดับวูบกลายเป็นสีดำสนิท

“เอ๋…?”

“ค้างไปแล้วหรือเปล่า?”

ความมืดมิดยังคงปกคลุมหน้าจอนานกว่าที่ใครคาดคิด จนทุกคนเริ่มหงุดหงิด แต่แล้วตัวอักษรก็เริ่มปรากฏขึ้น

‘นี่เป็นปีที่สามแล้วที่ฉันทำงานอยู่ในบริษัท แต่ละวันเต็มไปด้วยความกดดัน ฉันแทบไม่ได้หลับเลยสักคืน ร่างกายเหนื่อยล้าจนเริ่มรู้สึกเหมือนหูแว่วทุกครั้งที่ออกจากออฟฟิศ สิ่งเดียวที่ทำให้ฉันยังคงมีสติอยู่ได้คือเครื่องเพลย์บ็อกซ์…มีเพียงตอนที่ฉันเล่นมันเท่านั้น ที่ฉันรู้สึกปลอดภัย’

“อินโทรงั้นเหรอ?”

“…ใช่”

เทอร์แรนซ์พยักหน้า มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อยอย่างขบขัน

เขามองทะลุเจตนาของเซธออกทันที นี่คือการสร้างจุดยึดทางจิตวิทยาเป็นเหมือนตะขอเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ ดึงผู้เล่นให้จมลึกลงไปในเกม ปลูกเมล็ดบางอย่างไว้ในใจ แล้วปล่อยให้มันเติบโตไปพร้อมกับการดำเนินเรื่อง

แต่ในสายตาเทอร์แรนซ์ นี่คือ “ลูกเล่นราคาถูก” เท่านั้น

อีกบรรทัดปรากฏขึ้น

‘…ฉันหวังว่านี่จะเป็นเพียงความเหนื่อยล้าเท่านั้น แต่ฉันก็ได้ยินข่าวลือว่า มีคนในแผนกไอทีฆ่าตัวตายเพราะถูกงานโถมเกินไป ฉันไม่อยากลงเอยแบบนั้นเลย’

หน้าจอกระพริบถี่ ๆ คล้ายดวงตาที่กำลังจะปิดเพราะความง่วง ก่อนจะนิ่งสนิท แล้วภาพค่อย ๆ ชัดขึ้น เผยให้เห็นออฟฟิศเก่าโทรม แสงสลัวขับเน้นเฟอร์นิเจอร์ที่ทรุดโทรมและโทนสีหม่น ๆ จนบรรยากาศชวนอึดอัดตั้งแต่แรกเห็น

“นี่คือกราฟิกงั้นเหรอ?”

“…น่าจะใช่”

ทุกคนหันมามองหน้ากัน

จะบรรยายกราฟิกนี้ยังไงดี

“เขาทำเกมคนเดียวทั้งเกมนะ”

“…งั้นก็ไม่เลวเลย สำหรับงานของคน ๆ เดียว”

กราฟิกนั้นยากจะอธิบาย มันถูกเคลือบด้วยฟิลเตอร์เกรน ๆ คล้ายภาพจากเทปวีเอชเอส ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังมองผ่านเลนส์กล้องแคมคอร์เดอร์เก่า สีสันซีดหม่นกลมกลืนกับบรรยากาศออฟฟิศได้อย่างพอดี ภาพดูเหมือนจริง…แต่ก็แฝงความรู้สึก “ผิดเพี้ยน” ไปพร้อมกัน

รายละเอียดในห้องไม่มากนัก ทุกอย่างเรียบง่ายจนแทบดูน่าเบื่อ

และถึงอย่างนั้น…

บรรยากาศกลับแผ่ความอึดอัดเย็นเยียบออกมา กดทับจิตใจด้วยความรู้สึกขนลุกแปลก ๆ ที่แทรกซึมเข้ามาตั้งแต่วินาทีแรก

ฟลิก…ฟลิก…

ไฟด้านบนกระพริบวูบวาบ พร้อมกับตัวละครที่หาวเสียงดัง ก่อนเหยียดยืดร่างกาย

‘…ถึงเวลาแล้ว ฉันควรกลับบ้านได้สักที’

ตัวหนังสือปรากฏบนจอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนภาพตัดเข้าสู่มุมมองบุคคลที่สาม ร่างหนึ่งในเสื้อสูทสีดำยืนอยู่หน้าประตูไม้เก่า ๆ มือหนึ่งถือถุงสีน้ำตาล อีกมือกำเครื่องเล่น MP3 ขนาดเล็ก

บนจอมีภาพไอคอนเล็ก ๆ พร้อมคำสั่งควบคุม

◆ W — เดินหน้า

◆ D — เคลื่อนที่

◆ คลิกขวา — เปิดเพลง

◆ Shift — วิ่ง

[คลิกซ้ายเพื่อเล่นต่อ]

คำสั่งควบคุมนั้นพื้นฐานจนเกินไป เมื่อเห็นดังนั้น เทอร์แรนซ์ก็เลิกคิ้วขึ้น

“ง่ายแค่นี้เอง?”

ความคาดหวังที่ต่ำอยู่แล้วของเขาตกฮวบลงไปอีก

เขาไม่รอช้า กดคลิกซ้ายทันที

ภาพบนจอเปลี่ยนจากออฟฟิศเข้าสู่โถงทางเดินยาวว่างเปล่าในพริบตา

บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที

“เดี๋ยวนะ…นี่มัน..?”

“…จะบ้าหรือ”

ถึงจะมีรายละเอียดเล็กน้อยต่างไป แต่ทุกคนก็จำได้ทันที นี่คือแบบเดียวกับการทดสอบของรุคกี้ไม่มีผิดเพี้ยน!

เทอร์แรนซ์ระเบิดหัวเราะออกมาในทันที

‘จริงจังเหรอ? นี่น่ะเหรอจะมาทำให้ฉันกลัว?’

เขาจำได้ดีถึงตอนที่ตัวเองเคยเข้าร่วมการทดสอบนั้นและเคลียร์มันได้สบาย ๆ ตอนนั้นยังไม่กลัว แล้วนี่…เขาจะต้องมากลัวอะไรจากเกมแบบนี้งั้นเหรอ?

‘ง่ายชะมัด’

เขากดปุ่ม W บังคับตัวละครเดินไปตามโถง เสียงฝีเท้าดังสะท้อนเบา ๆ จากลำโพง

เมื่อเลี้ยวมุมหนึ่งไปก็พบกับทางเดินยาวอีกเส้น

“เหมือนทดสอบรุคกี้เป๊ะเลย” ใครบางคนกระซิบ

เพราะคุ้นเคยกันดีแล้ว ทั้งเทอร์แรนซ์และเหล่ารุคกี้จึงไม่ได้แสดงสีหน้าประหลาดใจ มีเพียงส่ายหัวน้อย ๆ

นี่แทบจะเป็นการก็อปปี้การทดสอบมาทั้งดุ้น

“คิดว่าไฟจะดับตอนไหน?”

“…เดี๋ยวก็คงดับแหละ”

พวกเขาตั้งตารอ

ขณะที่รุคกี้คุยกันเสียงแผ่วอยู่ด้านหลัง เทอร์แรนซ์ก็กดเดินลึกเข้าไปในทางเดินเรื่อย ๆ เขาแทบจะคาดเดาได้เลยว่า อีกไม่นานไฟคงต้องกระพริบดับเหมือนตอนการทดสอบ

ทว่ามันกลับไม่เป็นเช่นนั้น

แทนที่จะดับ ตัวละครกลับหยิบเครื่องเล่น MP3 ออกมา แล้วเปิดมันขึ้น

เสียง “ตุบ” เบา ๆ ดังลอดออกมา เสียงเบสต่ำหนักและช้าราวกับจังหวะหัวใจ ตามด้วยเสียงเปียโนที่ค่อย ๆ ไหลรินทับลงมาอบอุ่นและนุ่มนวล

เสียงดนตรีดึงดูดความสนใจของทุกคนทันที

“…เพลงอะไรกันเนี่ย?”

“ก็…เพราะดีเหมือนกันนะ”

ยิ่งฟัง ดนตรีก็ยิ่งทำให้บรรยากาศสงบลง ราวกับคลื่นอุ่นซัดเข้ามาในหัวใจ มันช่างน่าฟังจนทุกคนรู้สึกผ่อนคลาย และแม้แต่เทอร์แรนซ์เอง เมื่อเสียงไหลเข้าหู ความคิดในใจก็ค่อย ๆ คลายลง

‘นี่มันควรจะน่ากลัวงั้นเหรอ? แต่ทำไมฉันกลับรู้สึกผ่อนคลายมากกว่า’

เขากะพริบตาช้า ๆ จิตใจเริ่มนิ่งสงบลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งนึกขึ้นได้ถึงเป้าหมายของตัวเอง จึงกดเดินต่อ

ตอนนี้เขาแทบไม่คิดอะไรกับเกมอีกแล้ว สิ่งเดียวที่อยากทำคือเล่นให้จบ ขณะปล่อยให้เสียงทำนองนั้นไหลผ่านหู

ดูเหมือนว่านี่จะเป็นจุดเด่นเพียงอย่างเดียวของเกมนี้

ซี๊งงง!!..

เมื่อดนตรีดังต่อเนื่อง จิตใจของเทอร์แรนซ์ก็ดำดิ่งเข้าสู่ห้วงสงบมากขึ้น ร่างกายจมลึกลงในเก้าอี้ ปลายนิ้วยังคงกดค้างอยู่บนปุ่ม W อย่างมั่นคง และในตอนนี้ เขาและรุคกี้ทั้งหลายก็ได้แต่นั่งรอว่าไฟในเกมจะดับลงเมื่อไหร่

แต่ไม่มีใครสังเกตเลยว่า…ช้า ๆ อย่างไม่รู้ตัว

ทุกคนต่างโน้มตัวเข้าหาหน้าจอทีละน้อย

เสียงพัดลมคอมดังชัดขึ้นเรื่อย ๆ

และพวกเขาทุกคน…กลับยืนนิ่ง จ้องมองภาพตัวละครที่กำลังเดินอยู่ตรงหน้า ลืมเลือนแม้แต่สถานการณ์รอบตัว ราวกับตกอยู่ในภวังค์ต้องมนตร์

จนกระทั่ง

แปะ!

ไฟดับลง หน้าจอทั้งบานพลันมืดสนิท

เสียงดนตรีเงียบหายไปในพริบตา เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่ดังลอดออกมาจากลำโพง

“ฮ่า… ฮ่า…”

...การเปลี่ยนแปลงนั้นฉับพลันและไม่ทันตั้งตัว ทำให้ทุกคนสะดุ้งเฮือกโดยไม่รู้ตัว

กว่าที่พวกเขาจะรู้สึกตัว ร่างกายก็เกร็งแน่น ดวงตาจ้องเขม็งไปยังหน้าจอมืดสนิทอย่างไม่กะพริบ

“ฮ่า… ฮ่า…”

เสียงหอบหายใจดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันเป็นเสียงของตัวละครที่พวกเขากำลังบังคับอยู่ เสียงนั้นสะท้อนก้องออกมาจากลำโพง นักหน่วง ชัดเจน

แต่ที่น่าขนลุกกว่านั้นคือ…

เสียงหายใจของพวกเขาเองในตอนนี้

กลับสอดประสานเป็นจังหวะเดียวกับมันโดยไม่รู้ตัว

จบบทที่ บทที่ 28 เสียงกรีดร้อง [2]

คัดลอกลิงก์แล้ว