- หน้าแรก
- นักพัฒนาเกมสยองขวัญ เกมของฉันไม่น่ากลัวขนาดนั้นจริงๆ นะ
- บทที่ 23 ชิ้นส่วนที่หายไป [1]
บทที่ 23 ชิ้นส่วนที่หายไป [1]
บทที่ 23 ชิ้นส่วนที่หายไป [1]
"....."
ฉันนั่งอยู่ในห้องทำงาน จิตใจล่องลอยเหม่อลอย คอยวนคิดถึงภาพปฏิกิริยาของไคล์ซ้ำไปซ้ำมาในหัว ไม่รู้เหมือนกันว่าผ่านไปนานแค่ไหน กว่าจะยกมือขึ้นถูหน้าแล้วปล่อยเสียงครางออกมาเบา ๆ
"...แม้แต่สะดุ้งสักครั้งก็ไม่มี"
ไคล์...
เขาเล่นเกมนั้นทั้งหมดสิบห้าครั้ง แต่ไม่ว่าจะเล่นกี่ครั้งก็ไม่มีสักครั้งที่เขาจะสะดุ้ง ออกเสียง หรือแสดงอาการกลัวให้เห็นเลยแม้แต่น้อย
ฉันรู้ เพราะตลอดเวลานั้นฉันยืนเฝ้าอยู่ข้าง ๆ หวังว่าจะมีอะไรสักอย่าง
อะไรก็ได้..
แต่ไม่มีอะไรเลย สุดท้ายไคล์ก็ไม่แสดงปฏิกิริยาอะไรทั้งนั้น
ช่วงต่อมาก็ชวนให้รู้สึกกระอักกระอ่วน เขาหันมามองฉันเห็นได้ชัดว่าเขากำลังพยายามหาคำพูดปลอบใจ แต่สุดท้ายสิ่งที่ออกมากลับฟังดูเหมือนการตบหน้ามากกว่าจะให้กำลังใจ
‘ไม่เลว’
เขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดให้เจ็บ แต่สายตาของเขาบอกทุกอย่างที่ฉันจำเป็นต้องรู้
"บางทีอาจเป็นเพราะเขา... ก็เขาคุ้นชินกับสถานการณ์น่ากลัว ๆ อยู่แล้วนี่นะ"
ฉันพยายามโน้มน้าวตัวเองว่าปัญหามันอยู่ที่ไคล์ แต่พอได้กลับมาเล่นเกมอีกครั้ง ความรู้สึกเดิมๆ ที่เคยมีให้มันกลับหายไปหมดแล้ว
"เหมือนมันขาดอะไรบางอย่าง..."
มันมีบางสิ่งในเกมที่หายไปอย่างพื้นฐาน ไม่ใช่เพราะมันยังเป็นแค่โครงร่าง แต่เพราะตัวเกมเองไม่มีคุณภาพมากพอที่จะยกระดับไปถึงขั้นทำให้ผู้เล่นรู้สึกกลัวได้
แต่... อะไรล่ะ?
มันขาดอะไรไปกันแน่?
ฉันสงสัยว่าฉันจะเช็กได้ไหม ว่าเกมที่ฉันกำลังพัฒนาอยู่ตอนนี้มันได้เรตติ้งแบบไหน
ฉันไล่หาดูในคอมพิวเตอร์ ก่อนจะเปิดแอปของระบบขึ้นมา
─────
สถานะ : ขั้นแรก
▪ โหนดพื้นฐาน : ภาชนะกักกัน
▪ หน้ากากเปล่า
▪ แว่นสายตาผีสิง
ภารกิจ : ปลดล็อก (เควสที่มี : 1)
• พัฒนาเกมที่ได้เรตติ้ง 1 ดาว
เกมที่พัฒนาแล้ว:
[เจนเทิล วิสเพอร์ส] เรตติ้ง : ⯪☆☆☆☆ (0.5)
[ กำลังอยู่ระหว่างการสร้าง ] เรตติ้ง : ☆☆☆☆☆ (?)
─────
"กำลังอยู่ระหว่างการสร้าง...?"
สายตาฉันเลื่อนไปยังด้านล่างของแอปทันที ที่นั่นฉันเห็นหัวข้อ กำลังอยู่ระหว่างการสร้างพร้อมกับเรตติ้งเครื่องหมายคำถาม
"อ๋อ ดูเหมือนว่ามันจะไม่ให้เรตติ้งจนกว่าเกมจะพัฒนาเสร็จสมบูรณ์"
รู้สึกผิดหวังเล็กๆ ถ้ามีฟีเจอร์ให้ดูเรตติ้งของเกมระหว่างที่พัฒนาไปด้วย คงจะช่วยได้มาก
"เดี๋ยวนะ..."
ความคิดบางอย่างแล่นเข้ามาในหัว ฉันเลยเริ่มพิมพ์ลงในช่องแชทใต้หน้าต่างอินเทอร์เฟซของแอป
[มีวิธีเช็กความคืบหน้าของเกมที่ฉันพัฒนาอยู่รึเปล่า?]
ตั้งแต่สถานการณ์แรก ระบบก็แทบไม่เคยเผยตัวออกมาให้เห็นอีกเลย วิธีเดียวที่จะสื่อสารกับมันได้ก็มีแค่ผ่านแอปประหลาดนี่เท่านั้น
และแน่นอน ฉันก็ได้รับคำตอบกลับมาไม่นานหลังจากนั้น
[ใช่... ฟีเจอร์นั้นมีอยู่จริง”]
"เยี่ยม..."
ฉันประหลาดใจปนดีใจเล็กน้อยกับข้อมูลที่ได้มา
"ถ้าอย่างนั้น..."
[ค่าคะแนนปัจจุบันของเกมฉันคือเท่าไหร่?]
[คุณไม่มีสิทธิ์เข้าถึงฟีเจอร์นี้ กรุณาลองใหม่อีกครั้งในอนาคต]
"....."
ฉันอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง แต่สุดท้ายก็ปิดมันลงเงียบๆ
ทำไมฉันถึงคาดหวังอะไรจากมันด้วยซ้ำ?
[อย่างน้อยบอกได้ไหมว่าเกมของฉันตอนนี้ตรงตามเงื่อนไขหรึยัง?]
[ไม่ตรง]
คำตอบนั้นสั้นและตรงประเด็น แต่ก็อย่างน้อยมันยืนยันได้ว่าความรู้สึกก่อนหน้านี้ของฉันไม่ผิดไปเลย เกม... มันไม่ได้น่ากลัวแม้แต่นิดเดียว
แต่แล้วมันขาดอะไรไปกันแน่?
"สงสัยว่าฉันจะขอคำใบ้จากระบบได้ไหมนะ..."
ฉันเริ่มพิมพ์ลงบนแล็ปท็อป ถามทุกอย่างตั้งแต่สิ่งที่ขาดไปจนถึงวิธีปรับปรุงให้มันดีขึ้น
ทว่า ระบบก็ประกาศจุดยืนชัดตั้งแต่แรก
[คุณมีเครื่องมือทั้งหมดที่จำเป็นในการสร้างเกมแบบนั้นแล้ว กรุณาพยายามต่อไป!]
"...นั่นไม่ช่วยฉันเลยสักนิด"
ฉันยีผมตัวเองอย่างหงุดหงิด
มันชัดเจนแล้วว่าระบบจะไม่ช่วยอะไรฉันในเรื่องการพัฒนาเกม แต่ก็ใช่ว่ามันจะไร้ประโยชน์ไปเสียทีเดียว
"คุณมีเครื่องมือทั้งหมดที่จำเป็นในการสร้างเกม..."
นั่นหมายความว่าระบบมองว่าฉันสามารถสร้างเกมแบบนั้นได้ด้วยสิ่งที่ฉันมีอยู่แล้ว
สิ่งที่ฉันต้องทำ... คือหาวิธีใช้เครื่องมือเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด
หน้ากาก... แว่นกันแดด... แอปประหลาด...
ฉันเริ่มไล่ลิสต์ทุกอย่างที่ได้รับมาจากระบบ และเมื่อเงียบคิดอยู่กับตัว สีหน้าของฉันก็เริ่มเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ
ไม่ว่าฉันจะคิดยังไง ก็ไม่มีอะไรดูมีประโยชน์เลย
หัวสมองฉันว่างเปล่า
แต่แล้ว….
"ว่าไง... เธอช่วยฉันได้รึเปล่า?"
ฉันมองไปที่รอยบนแขนทันทีที่เลื่อนแขนเสื้อลง มันขยับเล็กน้อยเมื่อโดนแสงจากด้านบน
ใช่..ตั้งแต่การทดลองครั้งนั้นไนท์วอล์คเกอร์ก็ยังอยู่กับฉันมาตลอด มันติดอยู่บนแขนในรูปของรอยหมึกดำหนาที่พันรอบแขนเหมือนรอยสัก ฉันยังไม่เคยปล่อยมันออกมาเหมือนในครั้งนั้น แต่ลึกๆ ฉันรู้ว่ามันจะเชื่อฟังคำสั่งส่วนใหญ่ของฉัน
มันยังทำให้ฉันสงสัยเรื่อง "โหนด" อีกด้วย
โหนดนี่คืออะไรกันแน่?
"มันเหมือนทักษะ... แต่ฉันก็ไม่ค่อยมั่นใจ"
ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าโหนดภาชนะกักกันทำอะไรได้กันแน่ เดาที่ใกล้เคียงที่สุดคือ มันอาจจะให้ฉันจับสิ่งผิดปกติแล้วนำมาอยู่ฝ่ายเดียวกันได้
แต่ฉันก็ยังไม่เข้าใจวิธีทำงานของมัน
เกณฑ์การได้มาคืออะไร? มีจำนวนจำกัดไหม? แล้วเรื่องขีดจำกัดพลังล่ะ? ฉันสามารถจับสิ่งผิดปกติได้ทุกระดับพลังหรือเปล่า?
มีคำถามมากเกินไป แต่คำตอบกลับน้อยนิดเหลือเกิน
"เฮ้อ..."
ฉันถอนหายใจยาว ก่อนจะหันกลับไปสนใจแล็ปท็อปอีกครั้ง ตอนนี้มันก็ดึกมากแล้ว เสียงพัดลมในเครื่องดังขึ้นกว่าเดิม ฉันรู้สึกว่ามันเริ่มร้อนเกินไป จึงปิดแอปลงแล้วหันกลับไปที่เกม
ฉันไม่คิดว่าตัวเกมมันมีปัญหา มันเหมือนแค่ขาดความกดดัน
ในเกมไม่มีดนตรีประกอบเลยมีเพียงเอฟเฟกต์เสียงไม่กี่อย่าง เสียงเด่นที่สุดคือเสียงฝีเท้า และเสียงหายใจที่ถี่และหนักขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลา
ฉันรู้สึกว่าดนตรีหรืออะไรก็ตามที่คล้ายกันมันไม่จำเป็นเลย ด้วยธีมของเกม มันถูกออกแบบมาเพื่อจำลองสถานการณ์ที่ฉันเคยเจอจริง และการไม่มีเสียงเพลงช่วยให้มันสมจริงขึ้น ช่วยสร้างความตึงเครียด
แต่... นั่นคือวิธีคิดที่ถูกต้องจริงหรือ?
ฉันต้องทำให้มันเหมือนประสบการณ์ของฉันทุกอย่างเลยรึเปล่า?
"ไม่... ไม่จำเป็นหรอก..."
ฉันขมวดคิ้ว แต่หลังจากนั้นก็ส่ายหัวเบาๆ
"...ถึงอยากใส่ดนตรีเข้าไป ฉันก็ทำไม่ได้"
เหตุผลที่ใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดที่เกมนี้ไม่มีดนตรี...มันง่ายมาก ก็เพราะฉันกลัวว่าวาทยกรจะกลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ฉันพยายามหลีกเลี่ยงทุกสิ่งที่อาจสร้างเสียงดนตรีได้ แม้เพียงนิดเดียว เพราะกลัวว่า ‘มัน’ จะโผล่มา
แล้วตอนนี้ที่ผ่านมาสามวันแล้วล่ะ?
"ไม่ ไม่มีทาง ถึงไม่รู้ว่ามันแย่กว่าก่อนหน้านี้รึเปล่า แต่ฉันมั่นใจว่าถ้าใครได้ยินเสียงดนต…"
คำพูดฉันหยุดกะทันหัน เมื่อความคิดบางอย่างแล่นผ่านหัว
...แค่ความคิดเท่านั้น
แต่ทันทีที่มันแวบเข้ามา ร่างกายฉันก็แข็งทื่อไปหมด เหมือนถูกโยนลงไปในก้นทะเลที่หนาวเย็นที่สุด กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งตัวด้วยความหวาดกลัวฉับพลัน
"ไม่"
ฉันส่ายหัว ปากสั่นระริก
"...มะ..ไม่มีทางเด็ดขาด"
อะไรก็ได้...แต่อย่าเป็นเรื่องนั้น