เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 ทางออก [4]

บทที่ 18 ทางออก [4]

บทที่ 18 ทางออก [4]


“อะ..อะไรนะ…?”

ฉันจ้องมองการแจ้งเตือนตรงหน้าด้วยดวงตาเบิกกว้าง

‘นี่ฉันตาฝาดอยู่รึเปล่า?’

เพื่อความมั่นใจ ฉันถึงกับยกมือขึ้นถูตาแรง ๆ

แต่ถึงอย่างนั้น ข้อความก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม ทำให้สีหน้าของฉันค่อย ๆ เปลี่ยนไป

‘ได้... นักเร่ร่อนยามค่ำคืน มาแล้วงั้นเหรอ?’

ฉันเลียริมฝีปาก พลางรอให้ไฟดับลงอีกครั้ง

แปะ!

ทันทีที่ความมืดปกคลุม ฉันรีบดึงแล็ปท็อปเข้ามาใกล้ จ้องหน้าจอกล้องวงจรปิดไม่ละสายตา

แต่คราวนี้...

ไม่มีเงาบิดเบี้ยวแอบเล็ดลอดอยู่ในทางเดิน…ไม่มีเสียงฝีเท้าที่วิ่งกระหืดกระหอบตามมา

มีเพียงภาพนิ่ง และความเงียบอึดอัดที่กดทับบรรยากาศ

‘...ถ้ามันไม่ปรากฏตัว แปลว่ามีอยู่สามความเป็นไปได้ คือ หนึ่ง ฉันอัดมันจนกลัวไม่กล้าโผล่มาอีก สอง มันแอบซ่อนรอจังหวะพุ่งใส่ หรือสาม ฉันดันจับมันได้แล้ว’

ความจริงอยู่ตรงหน้าแล้วแท้ ๆ แต่ฉันก็ยังลังเลที่จะเชื่อ

แปะ!

ไฟกลับมาอีกครั้ง ฉันค่อย ๆ พยุงตัวลุกขึ้น

มองไปรอบ ๆ ก่อนเดินไปที่ประตูใกล้สุด แล้วลองบิดลูกบิด

กึก!

น่าเสียดายที่มันยังล็อกเหมือนเดิม

“.....”

ฉันยืนนิ่งครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มมองการแจ้งเตือนอีกครั้ง ความคิดหนึ่งแวบเข้ามา จนฉันหันไปมองแล็ปท็อป

ฉันใช้นิ้วเลื่อนเวลาบนเครื่องหมายบันทึกเวลาย้อนกลับไปช่วงที่ฉันเริ่มลงมืออัดเงาประหลาดนั่น

‘เจอแล้ว’

เมื่อได้เวลาที่ต้องการ ฉันก็กดเล่น และจ้องมองเหตุการณ์ตรงหน้า

‘มองตอนนี้แล้ว มันอันตรายกว่าที่คิดซะอีก... ขอบคุณพระเจ้าที่แผนฉันใช้ได้ผล’

มองภาพตัวเองกำลังรุมอัดเจ้าร่างเงา ฉันยกมือปาดเหงื่อเย็น ๆ ที่ซึมบนหน้าผาก

เพิ่งจะตระหนักว่ามันเป็นการกระทำที่เสี่ยงแค่ไหน

ถ้าไม่ใช่ว่าแผนฉันเวิร์ก ป่านนี้คงโดนมันรัดคอตายไปแล้ว... เว้นแต่ว่าจะมีใครเข้ามาช่วยทันเวลา

“หืม?”

คิ้วของฉันยกขึ้นอย่างแปลกใจ

ฉันเงยหน้าจ้องหน้าจอแล็ปท็อปโดยไม่รู้ตัว ร่างกายเอนเข้าไปใกล้ขึ้น ดวงตาหรี่ลงพยายามมองให้ชัด

“อะไรเนี่ย...”

ฉันเพ่งมองหน้าจออย่างตั้งใจ กดปรับความเร็ววิดีโอให้ช้าลง ดวงตาจับจ้องไปยังร่างเงาดำที่นอนอยู่บนพื้น

มันถูกแสงจากแล็ปท็อปที่กะพริบเป็นจังหวะกักไว้ และถูกฉันซัดไปจนเละ ร่างมันกระตุกอยู่กับพื้นอย่างอ่อนแรง

ฉันไม่ละสายตาจากมัน จนกระทั่ง..

“เจอแล้ว!”

ไฟกะพริบ และฉันเห็นเงาดำเล็ก ๆ พุ่งเข้ามาที่แขนของฉัน

แขน...?

ความเย็นวาบไล่ขึ้นผิวหนังจนสันหลังชาวาบ ฉันรีบก้มมองแขนตัวเองโดยสัญชาตญาณ

แล้วฉันก็เห็นมัน

“.....!”

สีหน้าของฉันเปลี่ยนไป ลมหายใจติดขัดในคอ

มีรอยสีดำประหลาดรัดรอบแขน เหมือนรอยสักรูปทรงแปลกตา พอฉันเอามือไปแตะ มันกลับเหมือนเลื้อยหนีปลายนิ้ว

“นี่มันบ้าอะไรกัน...?”

เมื่อเห็นว่ามันไม่ได้เป็นภัยทันที ฉันจึงค่อย ๆ สงบลง และเพ่งพิจารณารอยนั้นอย่างละเอียด

ยิ่งมอง มันก็ยิ่งรู้สึกแปลกขึ้นเรื่อย ๆ

แล้ว..

แปะ!

ไฟดับลง การมองเห็นถูกกลืนหายไป แต่ในตอนนั้นเอง รอยสีดำนั้นก็หยุดเคลื่อนไหว

แม้มองไม่เห็น แต่ฉันสัมผัสได้

ริมฝีปากฉันเม้มเข้าหากัน ฉันนึกถึงการแจ้งเตือนเมื่อครู่ ก่อนจะกดลงบนรอยนั้น

ทันใดนั้น อากาศรอบตัวก็เย็นยะเยือกจนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ฉันหดตัวโดยอัตโนมัติ พลางเฝ้าระวัง

“.....!”

แล้วฉันก็รู้สึกได้ถึงมัน

การปรากฏตัวของบางสิ่ง

มันค่อย ๆ ก่อรูปร่างอยู่ตรงหน้า ดำมืดและบิดเบี้ยวราวเงาที่หลุดออกจากผนัง แม้มองไม่เห็นรายละเอียดชัด แต่ฉันสัมผัสได้ถึงสายตาที่มันมองมา

รอยดำบนแขนค่อย ๆ จางหาย กลืนกลับเข้าไปในผิวราวกับไม่เคยมีอยู่

ฉันเงยหน้าสบตากับมัน

มันยืนนิ่ง จ้องฉันอยู่

รอฉัน

“.....”

ฉันจ้องมันครู่หนึ่ง ลิ้นชื้นเลียริมฝีปากที่แห้งผาก ก่อนจะเอ่ยออกมาเบา ๆ

“...ช่วยหาทางออกให้ฉันที”

มันยังคงนิ่ง

ไม่ตอบสนอง ความเงียบกลับมาอีกครั้งจนร่างฉันเกร็ง

‘ไม่ได้ผล? หรือมันไม่เชื่อฟัง? หรือว่า..’

ก้าว...

เสียงฝีเท้าเพียงก้าวเดียวทำลายความเงียบลง

ฉันหันขวับไปที่หน้าจอแล็ปท็อป หัวใจเต้นถี่

มันอยู่ที่นั่น เงาดำปรากฏบนหน้าจอห่างจากฉันเพียงไม่กี่นิ้ว

มันเคลื่อนไปช้า ๆ ลากร่างเหมือนหมอกเลื่อนผ่านพื้น นิ้วยาวเรียวชี้ไปที่รูกุญแจของประตูแรก

มันหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น... แล้วค่อย ๆ หมุน

กึก!

เสียงคลายล็อกเบา ๆ ดังก้องในความเงียบ

ในตอนนั้นเอง ฉันก็เข้าใจทันที

‘ฉันทำสำเร็จแล้ว’

ฉันผ่านการทดสอบนี้แล้ว

“เหลือเวลาอีกเท่าไหร่? พวกเขาน่าจะออกมาได้แล้วใช่ไหม?”

“ครับ”

“มีใครขอความช่วยเหลือบ้างหรือยัง?”

“...ไม่มีครับ เวลายังไม่ผ่านไปมากพอ”

“แน่ใจนะ?”

“ไคล์”

หัวหน้าแผนกหยุดพูด เก้าอี้หมุนกลับมามองเขาด้วยแววตาหงุดหงิด แต่ไม่นานรอยหงุดหงิดก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม ก่อนจะง้างขาเหมือนจะเตะ

“เงียบซะ ไม่งั้นจะโดนเตะ”

“....”

ไคล์ฝืนยิ้ม แล้วรีบปิดปากทันที เขาเคยโดนเตะมาก่อน จึงรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ

เขาหันไปมองหน้าจอตรงหน้าหัวหน้าแผนกต่อ

บนจอเต็มไปด้วยข้อมูลและค่าต่าง ๆ มากมาย แม้จะไม่สามารถแสดงภาพภายในได้ตรง ๆ แต่ก็สามารถตรวจจับความผิดปกติที่เกิดขึ้นในระหว่างการทดสอบได้

‘เขา... น่าจะเอาตัวรอดได้นะ?’

เหตุผลที่ทำให้ไคล์กระสับกระส่ายนั้นชัดเจน

เซธ

ด้วยเหตุผลบางอย่าง เซธอยากจะลงเข้าร่วมการทดสอบนี้ ทำให้ไคล์ถึงกับไปไม่ถูก

นี่มันไม่ใช่การจำลองสถานการณ์ธรรมดา ๆ

แต่มันคือ การทดสอบของจริง!

แม้ว่าจะเป็นระดับต่ำที่สุด แต่มันก็ยังอันตรายอยู่ดี ไม่มีการรับประกันว่าจะไม่เกิดอุบัติเหตุขึ้น และนั่นทำให้เขากังวล

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะ... เซธเป็นคนที่กลัวเรื่องน่ากลัวเอามาก ๆ

“ฮืม”

เสียงของหัวหน้าแผนกดึงความสนใจของไคล์ เขาหันศีรษะไปมองทันที

หัวหน้าแผนกนั่งอยู่ตรงแผงควบคุม เอนตัวไปข้างหน้า เคาะนิ้วกับโต๊ะอย่างใจเย็น

กวาดตามองข้อมูลการวิเคราะห์อย่างสงบ เขาพึมพำว่า

“ผ่านไปสิบแรกนาทีแล้ว อีกสิบกว่านาทีผู้เข้าแข่งขันคนแรกถึงจะออกมา จนถึงตอนนี้ ทุกอย่างดูปกติดี น่าประหลาดใจนะที่เพื่อนนายยังอยู่ข้างใน เขาคงมีสติมากพอสมควร”

เขามีสติ... งั้นเหรอ?

เท่าที่ไคล์รู้ เซธแทบจะไม่มีสติหรือความอดทนทางร่างกายเลย เขาแทบไม่ออกกำลังกาย ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับแล็ปท็อป

เขาไม่เชื่อแม้แต่น้อยว่าเซธจะทนได้นานขนาดนี้

เพราะตัวเขาเองก็เคยผ่านการทดสอบนี้มาก่อน และรู้ดีว่ามันโหดแค่ไหน

“นายดูเป็นห่วงมากเลยนะ ไม่เหมือนปกติเลย”

เสียงนุ่ม ๆ ดึงเขาออกจากความคิด

เมื่อเขาหันไป ก็เห็นโซอี้เอนตัวพิงผนังอย่างสบาย ๆ สายตาจับจ้องอยู่กับโทรศัพท์ นิ้วไถหน้าจออย่างรวดเร็ว เหมือนกำลังเล่นเกมอะไรสักอย่าง

ติง!

“ชิ”

หลังเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น เธอกดลิ้นด้วยความขัดใจแล้วดึงโทรศัพท์ออกจากหน้า สีหน้าที่ไม่สบอารมณ์บอกได้ว่าเธอคงแพ้เกม

เธอส่ายหัว ก่อนจะเงยหน้ามองไคล์

“...นี่คือคนที่นายบอกว่าโตมาด้วยกันเหรอ?”

“ใช่”

“เหรอ น่าสนใจนะ ฉันไม่คิดเลยว่านายจะรู้จักคนที่อยากเข้าวงการนี้อีก”

“อ่า ไม่ใช่”

เมื่อเห็นว่าเธอเข้าใจผิด ไคล์รีบแก้

“จริง ๆ แล้ว เขาไม่ได้มาที่นี่ในฐานะผู้เข้าแข่งขัน”

“หา?”

โซอี้ทำหน้าสงสัย

“ไม่ใช่?”

“ไม่...”

“งั้นเขามาทำบ้าอะไรในสนามทดสอบ?”

“...ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน”

ไคล์ยกมือขึ้นนวดขมับ แค่คิดถึงการตัดสินใจหุนหันพลันแล่นของเซธก็ปวดหัวแล้ว

“เขามาที่นี่เพื่อสังเกตและศึกษา เพื่อที่จะพัฒนาเกมให้ดีขึ้น แต่ฉันไม่คิดว่าเขาจะทำถึงขนาดนี้”

“หืม? เกมเหรอ?”

โซอี้เงยหน้าทันที แววตาเป็นประกายขึ้นมาด้วยความสนใจ

“เพื่อนนายพัฒนาเกมเหรอ?”

“ใช่...”

ไคล์เม้มปาก ก่อนจะเสริมว่า

“เกมสยองขวัญ”

“...อ้อ”

ไคล์เห็นความสนใจในแววตาของเธอจางหายไปอย่างรวดเร็ว เธอพยักหน้ารับแบบไม่ใส่ใจนัก

“งั้นเหรอ ก็ดีแล้วนี่”

เธอก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ต่อ

“...หวังว่าเขาจะได้อะไรติดตัวมาจากการทดสอบนะ ถ้าเขาออกมาได้..”

แกร๊ก!

เสียงคลายกลอนดังขึ้น ทำให้ทุกคนหันไปมองประตูที่เชื่อมไปยังสนามทดสอบ

ร่างหนึ่งเดินออกมาอย่างสงบ โดยมีแล็ปท็อปหนีบอยู่ใต้รักแร้

เป็นเจ้าตัวต้นเรื่องนั่นเอง ดวงตาสงบกวาดมองรอบ ๆ

ในที่สุดสายตาก็มาหยุดที่หัวหน้าแผนก เขาดึงแล็ปท็อปออกจากรักแร้

“ผมหยิบมาโดยไม่ได้ตั้งใจ ต้องเอาไปส่งให้ใครครับ?”

จบบทที่ บทที่ 18 ทางออก [4]

คัดลอกลิงก์แล้ว