เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 วันปฐมนิเทศ [1]

บทที่ 11 วันปฐมนิเทศ [1]

บทที่ 11 วันปฐมนิเทศ [1]


“...เรามาถึงแล้ว”

แท็กซี่หยุดเทียบหน้าตึกทันสมัยที่ภายนอกสะอาดไร้ที่ติ หน้าต่างบานใหญ่เรียงรายเผยให้เห็นภายในที่มีแสงสลัว

ฉันลงจากรถ หยิบของจากท้ายรถก่อนจะควักกระเป๋าสตางค์ออกมา

คนขับรีบห้ามไว้

“อ่า เรื่องนั้น... จากเหตุการณ์เมื่อกี้ คิดซะว่าผมไม่คิดเงินก็แล้วกัน”

“ไม่”

ฉันหยิบธนบัตรยี่สิบดอลลาร์แล้วยื่นให้เขา

“ไม่ล่ะ….ผม..เดี๋ยว เฮ้!”

ฉันโยนเงินเข้าไปในรถแล้วเดินจากมา

ยังไงฉันก็เป็นคนที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนั้นมากกว่า

เก็บกระเป๋าสตางค์เสร็จ ฉันหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วส่งข้อความหาไคล์ นิ้วฉันสั่นจนพิมพ์ผิดหลายคำ

[ฉันอญุ่ตงนี้ แกอยู่ไหน]

ฉันไม่คิดจะแก้คำผิด ปล่อยส่งไปแบบนั้นเลย

ตอนนี้สภาพจิตใจไม่พร้อมจะสนใจเรื่องเล็กน้อย

‘อา… ยังสั่นไม่หยุดเลย’

ตั้งแต่ได้รับข้อความบนแล็ปท็อป มือฉันก็ไม่เคยหยุดสั่นแม้แต่วินาทีเดียว ฉันเอาแต่มองไปรอบ ๆ และพยายามเลี่ยงทุกสิ่งที่อาจส่งเสียงดนตรีได้

แต่มันก็ยาก

แม้จะเป็นเวลาดึกแล้ว แต่รอบ ๆ ก็ยังมีคนอยู่เยอะ

แสงไฟสว่างไสว มีคนเดินผ่านไปมาตลอดเวลา

ปกติแล้วฉันคงรู้สึกปลอดภัย แต่ตอนนี้มันกลับยิ่งทำให้ความรู้สึกไม่สบายใจทวีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อไม่รู้ว่ามันหาฉันเจอได้ยังไง ทั้งที่มันน่าจะอยู่ในสถานการณ์แรกเท่านั้น

“เซธ!”

ทันใดนั้น เสียงคุ้นหูก็ดังขึ้น

ฉันหันไป เห็นร่างสูงพอ ๆ กันราว 180 เซนติเมตร กำลังโบกมือให้ เขามีผมสีน้ำตาลหม่นยุ่งเหยิง แกว่งไปมาตามจังหวะการเคลื่อนไหว และเมื่อดวงตาสีเขียวคมกริบจ้องมาที่ฉัน เขาก็ก้าวเข้ามาใกล้ก่อนจะหยุด

คิ้วของเขายกขึ้นอย่างแปลกใจเมื่อมองฉัน

“...โห นายดูแย่ชะมัด”

“คิดว่าฉันไม่รู้รึ?”

ไม่เพียงแค่ฉันถูกไล่ออก แต่ระบบประหลาดก็ปรากฏตัวต่อหน้า ลากฉันเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่แค่พลาดเพียงนิดก็อาจเอาชีวิตไม่รอด แถมยังหลอกล่อให้ฉันยอมรับมันด้วยการโจมตีจุดอ่อนของฉัน เปลี่ยนแปลงทั้งโลกไปหมด แล้วต่อมาฉันก็ได้รู้ว่าสัตว์ประหลาดในสถานการณ์นั้น… ตอนนี้มันกำลังตามหลอกฉันอยู่?

แค่ฉันยังไม่ทรุดจนเสียสติ ก็นับว่าเป็นปาฏิหาริย์แล้ว

‘ไม่ แต่เอาจริง… ฉันยังมีสติอยู่ได้ไงเนี่ย?’

“เอาน่า นายจะผ่านมันไปได้ เซธ ฉันว่าบางทีนี่อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีสำหรับนายนะ”

“โฮ จริงดิ?”

ถ้าไม่ใช่เพราะฉันรู้ว่าเขาหมายถึงอย่างอื่น ป่านนี้ฉันคงต่อยไปแล้ว

‘เดี๋ยวนะ… ฉันทำได้รึเปล่าเนี่ย? เขาก็บอกเองว่าเขาทำงานให้กิลด์แล้ว…’

“ใช่สิ แน่นอน ตอนนี้นายไม่ต้องเป็นทาสของบริษัทนั้นแล้ว นายก็มีเวลามากพอที่จะทำเกมของตัวเอง นายเก่งอยู่แล้ว ฉันมั่นใจว่านายหาทางทำอะไรได้แน่ และถ้าไม่ได้…”

ไคล์เว้นจังหวะ พลางหันมองไปทางออฟฟิศกิลด์ด้านหลัง

“…ก็เอาเป็นว่านายยังสามารถหาทางได้แรงบันดาลใจ หรือเก็บประสบการณ์จริง เพื่อพัฒนาเกมให้ดียิ่งขึ้นได้น่ะ”

“ฉัน…”

“อ้อ จริงด้วย”

เหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ ไคล์ยกมือมานวดต้นคอตัวเอง พร้อมทำหน้าดูเก้อ ๆ

“ฉันลืมไปเลยว่านายเกลียดเรื่องสยองขวัญ”

“ใช่…”

ก็ใช่อยู่ส่วนหนึ่ง แต่ความจริงคือ ไม่ว่าฉันจะชอบหรือไม่ ฉันก็หนีจากประสบการณ์ตรงไม่ได้อยู่ดี ถ้าเอาแค่เรื่องประสบการณ์ล่ะก็ ฉันคงได้มาเหลือเฟือแน่

แค่คิดก็อยากถอนหายใจแล้ว

“เอาล่ะ ไปกันเถอะ เดี๋ยวฉันพาไปห้องพัก”

ไคล์หมุนตัวเดินนำไปยังตึกที่อยู่ติดกับกิลด์หลัก มันไม่ได้สูงหรือเด่นสะดุดตาเท่ากิลด์หลัก แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว

เขาพาฉันเข้าไปข้างใน

“นี่คือตึกที่พัก ปกติแล้วผู้สังเกตการณ์จะไม่ได้สิทธิ์อยู่ที่นี่ แต่พักหลังฉันทำผลงานได้ค่อนข้างดี”

ไคล์ยืดอกอย่างภาคภูมิใจ

“ตึกนี้จริง ๆ แล้วจะสงวนไว้ให้พนักงานกิลด์มากกว่าสมาชิกกิลด์ ดังนั้นในแง่หนึ่ง นายก็เรียกว่าโชคดีได้”

“ฉันโชคดี…?”

“อ๋อ ใช่เลย”

ไคล์เดินไปที่เคาน์เตอร์หยิบกุญแจจากตู้ไม้ แล้วตรงดิ่งไปยังลิฟต์ที่ใกล้ที่สุด

“…พวกในกิลด์น่ะ เป็นพวกบ้า ๆ บอ ๆ เพื่อความปลอดภัยของตัวนายเอง ฉันแนะนำให้คบแค่พนักงานปกติพอ เหตุผลที่นายโชคดีก็คือ นายไม่ต้องไปเจอพวกนั้น”

“งั้นเหรอ”

ถ้าไคล์ยังเตือนขนาดนี้ พวกนั้นจะเลวร้ายแค่ไหนกันนะ?

“ถึงแล้ว”

เราหยุดที่หน้าประตูไม้เล็ก ๆ ที่มีตัวเลข [501] อยู่ตรงหน้า ไคล์ยื่นกุญแจมาให้ฉัน

“นี่คืออพาร์ตเมนต์ของนาย มันไม่ใหญ่ แต่จะอยู่ที่นี่นานแค่ไหนก็ได้ตราบเท่าที่ฉันยังอยู่ ถ้าใครถามก็บอกไปเลยว่านายมากับฉัน”

“มากับนาย…?”

ฉันรับกุญแจมาพลางเลิกคิ้วใส่ไคล์ เขายิ้มกว้างตอบกลับมา

“บอกแล้วไงว่าฉันไปได้สวยอยู่ตอนนี้”

เขาตบหลังฉันหนึ่งที ก่อนจะเสยผมยุ่ง ๆ ของตัวเองไปด้านหลัง แล้วโบกมือลา

“เอาล่ะ ดึกมากแล้ว ฉันทิ้งนายไว้แค่นี้ละกัน โชคดีจริง ๆ ที่นายตัดสินใจวันนี้ พรุ่งนี้เป็นวันปฐมนิเทศของพวกสมาชิกใหม่! ถึงนายจะไม่ใช่สมาชิกใหม่ แต่มาเดิน ๆ แถว ๆ นั้นก็น่าจะได้รู้อะไรบ้าง เจอกันพรุ่งนี้!”

แล้วเขาก็เดินจากไป

ฉันได้แต่จ้องแผ่นหลังของเขาที่ห่างออกไปเรื่อย ๆ ก่อนจะส่ายหัว

วันปฐมนิเทศงั้นเหรอ?

ก็น่าจะไม่เลวเท่าไหร่

ในที่สุดวันต่อมาก็มาถึง

แต่กว่ามันจะมาถึง ก็เหมือนเวลาผ่านไปเนิ่นนานเหลือเกิน

“…”

ฉันไม่ได้นอนแม้แต่วินาทีเดียว

พลิกตัวไปมา พยายามข่มตาหลับ แต่เสียงเพียงนิดเดียวก็ทำให้สะดุ้งตื่น จนต้องลืมตาตลอดทั้งคืน

‘สภาพแย่ชะมัด’

“นายดูแย่ชะมัด”

แม้แต่ไคล์ก็ยังว่าแบบนั้นตอนทักฉันที่ทางเข้ากิลด์ เขาสวมเสื้อโค้ทสีดำยาวคลุมถึงเข่า ปิดเสื้อเชิ้ตสีขาวข้างในไว้บางส่วน

เขาแต่งตัวต่างจากที่ฉันคิดไว้มาก

ในอีกมุมหนึ่ง…

ฉันเหลือบมองไปยังหน้าต่างใกล้ ๆ เห็นภาพสะท้อนของตัวเอง เสื้อเชิ้ตธรรมดา กางเกงขายาวสีน้ำตาล รองเท้าแตะสีดำ ลุคเรียบง่ายสุด ๆ

จะว่าไปก็คงดูน่าขนลุกนิด ๆ ถ้านับรวมรอยคล้ำใต้ตาที่เด่นชัด

“เมื่อคืนฉันนอนไม่ค่อยหลับ”

“เพราะตื่นเต้นขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“…ใช่ คิดซะว่าแบบนั้นละกัน”

พูดแบบนี้มันง่ายกว่าจะอธิบายเหตุผลจริง ๆ เยอะ

พวกเราเดินเข้ากิลด์ไปด้วยกัน ไคล์เอ่ยทักทายคนรู้จักสั้น ๆ ระหว่างทาง ขณะที่ฉันเดินผ่านล็อบบี้กว้าง ก็เห็นผู้คนหลากหลาย บางคนสวมชุดเกราะถืออาวุธ บางคนแต่งตัวทางการ หรือแม้กระทั่งลำลอง กำลังเดินไปคนละทิศละทาง

พื้นล็อบบี้เป็นหินอ่อนสีขาวสะท้อนแสงไฟจากด้านบน

“ฮะ ตอนฉันมาที่นี่ครั้งแรกก็งงเหมือนกัน”

ราวกับอ่านใจออก ไคล์ยิ้มพลางหยุดตรงหน้าลิฟต์

“คงรู้อยู่แล้วว่าประตูเกทมันมีหลายประเภท บางแบบต้องใส่เกราะหนัก แต่บางแบบ… ก็ไม่จำเป็นเท่าไหร่”

เราทั้งคู่ก้าวเข้าไปในลิฟต์ ไคล์สแกนบัตร

“เราสังกัดหน่วยการควบคุม เพราะงั้นไม่ต้องใส่เกราะหรูหราหรือสะดุดตา อ้อ แล้วเราจะลงข้างล่าง ไม่ได้ขึ้นไป”

“หืม?”

ฉันเหลือบมองปุ่มที่เขากด แล้วตาก็เบิกกว้าง

ชั้น B5?

‘นี่มันอะไรกัน…?’

“ก็ช่วยไม่ได้”

ไคล์ยักไหล่เมื่อเห็นปฏิกิริยาของฉัน

“ชั้นล่างเป็นที่เดียวที่มีพื้นที่พอจะเก็บพวกสิ่งผิดธรรมชาติที่เรารวบรวมมาจากเกทและจากโลกจริง”

“อ้อ… ห๊ะ?”

เมื่อกี้ว่าไงนะ?

“ทำไม ทำหน้าแบบนั้นล่ะ?”

“ไม่ คือ… นายพูดว่า… โลกจริง…”

“อ๋อ เรื่องนั้นเอง”

ไคล์วางมือบนไหล่ฉัน

“ใจเย็น มันปกติที่สิ่งผิดธรรมชาติจะหลุดรอดออกมาจากเกทที่ยังไม่ถูกค้นพบ ปกติพวกมันจะอ่อนแอกว่าตอนอยู่ในเกทมาก การจัดการก็ไม่ยากนัก อืม… แต่ก็เถอะ”

เขาหันมามองฉันแล้วหัวเราะ

“ถ้านายดันถูกมันเล่นงานขึ้นมา คงตายแน่”

“…..”

“ไม่สิ ลืมเมื่อกี้ไปเลย นายได้ตายแน่ ๆ”

“…..”

“แต่ไม่ต้องห่วงหรอกมันไม่เกิดขึ้นง่าย ๆ หรอก นายคงตายไปก่อนจะรู้ตัวด้วยซ้ำ ฮ่า ๆ”

“…..”

“เว้นแต่ว่ามันจะเล่นสนุกกับนายก่อน แบบนั้นก็คง..”

“หยุด”

ฉันขัดบทไคล์ พลางกัดหลังมือตัวเอง

“แค่… หยุดพูดเถอะ”

ฉันต้องใช้เวลาคิดว่าจะเขียนพินัยกรรมยังไงแล้วล่ะ

จบบทที่ บทที่ 11 วันปฐมนิเทศ [1]

คัดลอกลิงก์แล้ว