- หน้าแรก
- ผู้เฝ้ายามแห่งต้าซาง ยอดกวีสะท้านภพ
- บทที่ 82 การปฏิวัติทางวิทยาการ
บทที่ 82 การปฏิวัติทางวิทยาการ
บทที่ 82 การปฏิวัติทางวิทยาการ
เขาแทบไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าคนเพียงคนเดียวจะสามารถรังสรรค์กลไกอันสลับซับซ้อนเช่นนี้ขึ้นมาได้สำเร็จภายในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน
ต้องทราบก่อนว่าเครื่องทอผ้าที่มีต้นแบบมาจาก 'เครื่องทอผ้าเจนนี่' นี้ เขาได้เพิ่มเติมรายละเอียดบางอย่างลงไปด้วย ซึ่งมันซับซ้อนกว่าเครื่องทอผ้าเจนนี่รุ่นดั้งเดิมมากนัก ทั้งระบบการดึงเส้นไหมและทอผ้าแบบเบ็ดเสร็จในตัวเดียว
อีกทั้งยังสร้างขึ้นจากโลหะทั้งหมด ซึ่งนับว่าเป็นผลผลิตของกลไกในกิจการทอผ้ายุคที่สองหรือสามเลยทีเดียว เครื่องจักรเช่นนี้หากผลิตในโรงงานยุคปัจจุบันยังต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะสร้างเครื่องต้นแบบขึ้นมาได้ เว้นแต่ว่าแม่พิมพ์ทุกชิ้นจะถูกผลิตออกมาจากสายการผลิตที่พร้อมมูล จึงจะสามารถประกอบเป็นกลไกที่สมบูรณ์ได้ภายในคืนเดียว
ทว่าที่แห่งนี้ ชิ้นส่วนทุกชิ้นล้วนต้องสร้างขึ้นด้วยมือ แม้แต่ชิ้นส่วนหลายชิ้นเขายังแอบสงสัยในใจว่ามนุษย์จะสามารถสร้างมันขึ้นมาได้จริงหรือไม่ เขาจึงนึกไม่ถึงเลยว่าเพียงชั่วข้ามคืน เฉินซื่อจะสามารถสร้างมันขึ้นมาด้วยมือเปล่าจนสำเร็จ อีกทั้งยังผ่านการทดสอบใช้งานจริงมาแล้วอีกด้วย
ฝีมือเช่นนี้มิใช่ช่างฝีมือค่าตัววันละสามร้อยหยวนทั่วไปอย่างแน่นอน แต่นี่คือทายาทสายตรงของหลู่ปันที่มีค่าตัวสูงถึงวันละสามหมื่นหยวนเลยทีเดียว!
เฉินซื่อรีบโบกมือปฏิเสธ "หากเทียบกับการรังสรรค์อันอัศจรรย์ของคุณชายแล้ว ฝีมือของข้ามิได้สำคัญอันใดเลย... คุณชาย ท่านคิดค้นวิธีการอันล้ำเลิศเช่นนี้ขึ้นมาได้อย่างไร? กลไกนี้มีความวิจิตรพิสดารยิ่งกว่ากลไกชำระล้างที่คุณชายเคยรังสรรค์ไว้มากกว่าสิบเท่าเสียอีก"
กระแอม... เรื่องนี้จะเอาไปเปรียบเทียบกับกลไกชำระล้างได้อย่างไรกัน?
หลินซูหันไปหาเถ้าแก่หลิน "เถ้าแก่หลิน ยามนี้ปัญหาของท่านได้รับการแก้ไขอย่างแท้จริงแล้วหรือไม่?"
เถ้าแก่หลินโน้มตัวคารวะอย่างนอบน้อม "คุณชาย ความอัศจรรย์ของกลไกนี้ แม่นางเฉินเพิ่งจะกล่าวถึงเพียงส่วนเดียวเท่านั้น ทว่าสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือคุณภาพของมัน! การดึงเส้นไหมและทอผ้าด้วยมือนั้น ความกว้างของผ้าจะจำกัดอยู่เพียงสามฉื่อ หากต้องการทอผ้าให้กว้างถึงห้าฉื่อ ความยากจะเพิ่มขึ้นถึงสิบเท่า"
"ดังนั้นผ้าห้าฉื่อจึงมีมูลค่าสูงกว่าผ้าสามฉื่อทั่วไปมากนัก ทว่ากลไกชุดนี้สามารถทอผ้ากว้างห้าฉื่อได้ทั้งหมด อีกทั้งทุกเฟินทุกชุ่นล้วนไร้ที่ติ ทุกนิ้วของผ้านับเป็นของชั้นเลิศระดับสูงสุด! ...ก่อนที่จะมาที่นี่ ข้าได้ส่งสารนกกระเรียนแจ้งไปยังท่านพ่อแล้ว ท่านพ่อมีความประสงค์จะทำสัญญาการค้ากับคุณชาย เพื่อขอซื้อกลไกนี้จำนวนสิบเครื่อง ส่วนเรื่องราคานั้น... สามารถตกลงกันได้"
กลไกสิบเครื่องเทียบเท่ากับหญิงทอผ้าผู้ชำนาญนับพันคน ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการแรงงานของตระกูลหลินในทุกช่วงเวลา รวมถึงวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ก็จะคลี่คลายลงได้อย่างแน่นอน…สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคุณภาพและขนาดของผืนผ้า
ผ้าไหมเป็นเครื่องนุ่งห่มสำหรับชนชั้นสูง เหล่าขุนนาง ภรรยาของขุนนาง และผู้มีตบะสูงส่ง ล้วนเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของเครื่องนุ่งห่มผ้าไหมเหล่านี้
คนเหล่านี้ขาดแคลนเงินทองอย่างนั้นหรือ? …ย่อมมิใช่แน่นอน!
การแต่งกายของคนเหล่านี้เคร่งครัดจนถึงขั้นเจ้านิยม ยกตัวอย่างเช่น หากคุณชายผู้สูงศักดิ์สองคนที่มีฐานะเท่าเทียมกันมาพบกัน คนหนึ่งสวมอาภรณ์ที่ทำจากผ้าห้าฉื่อซึ่งไร้รอยต่อทั้งชุด ส่วนอีกคนใช้ผ้าสามฉื่อที่มีรอยต่อ คนหลังย่อมต้องรู้สึกอับอายขายหน้าจนแทบแทรกแผ่นดินหนี รอยต่อที่แทบจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่านั้นจะกลายเป็นหนามที่ทิ่มแทงใจของเขา
ในทำนองเดียวกัน หากคนหนึ่งสวมเสื้อผ้าที่มีรอยทอละเอียดถี่ไร้ที่ติ แต่อีกคนมีรอยทอที่บิดเบี้ยวไม่สม่ำเสมอ คนที่สวมเสื้อผ้างานประณีตน้อยกว่าย่อมต้องรู้สึกกระอักกระอ่วนใจยิ่งนัก
ถึงขั้นนี้แล้ว อาภรณ์มิใช่เพียงสิ่งของที่ใช้ปกปิดร่างกายหรือกันหนาวอีกต่อไป แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความสุนทรีย์และฐานะ เฉกเช่นเดียวกับกระเป๋าแบรนด์เนมในโลกที่หลินซูจากมาที่มีราคาสูงลิบลิ่ว
เป็นที่น่าเสียดายว่า แม้มนุษย์จะมีความต้องการในความสมบูรณ์แบบเพียงใด แต่สิ่งของที่รังสรรค์ด้วยมือมนุษย์ย่อมไม่อาจสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง ผ้าห้าฉื่อนั้นมีเพียงหญิงทอผ้าชั้นยอดเท่านั้นที่สามารถทอได้ และต้องใช้เวลานานในการทออย่างพิถีพิถัน หากอารมณ์ไม่ดีก็ทอมิได้ อากาศไม่อำนวยก็ทอมิได้ ลองคิดดูเถิดว่าผ้าเช่นนี้จะมีราคาสูงส่งเพียงใด?
ทว่าเครื่องทอผ้าเครื่องนี้กลับสามารถแก้ไขปัญหานั้นได้อย่างไร้ที่ติ
เฉินซื่อจ้องมองหลินซูด้วยความหวังว่าเขาจะพยักหน้าตกลง ขอเพียงอีกฝ่ายพยักหน้า นางก็สามารถใช้ฝีมือของตนสร้างความมั่งคั่งมหาศาลให้แก่เขาได้ กลไกชนิดนี้ในสายตาของนางมีมูลค่าห้าพันตำลึงเงินก็ยังมิถือว่าเกินเลย
ด้วยเหตุนี้ในระหว่างกระบวนการสร้าง นางจึงได้ใช้ศาสตร์วิชาลับเชียนจีแฝงลงไป โดยใช้แผ่นทองแดงปิดผนึกส่วนประกอบสำคัญไว้ หากมีการฝืนปลดผนึก ชิ้นส่วนภายในจะถูกทำลายทิ้งทันที นอกจากศิษย์สายตรงของสำนักเชียนจีแล้ว ย่อมไม่มีผู้ใดสามารถล่วงรู้ตำรับลับการผลิตได้จากการถอดแยกชิ้นส่วนกลไก
"เถ้าแก่หลิน หากข้าขายให้ท่านสิบเครื่อง ท่านยินดีจะให้ราคาเท่าใด?"
"เครื่องละหนึ่งหมื่นตำลึงเงิน!"
หลินเจียเหลียงและเสี่ยวเสวี่ยต่างตกตะลึงจนทำตัวไม่ถูก
พวกเขาทราบดีว่าเงินหนึ่งหมื่นตำลึงนั้นมีค่าเพียงใด ในยามที่กิจการตระกูลหลินรุ่งเรืองที่สุด แม้จะทำเงินได้มหาศาล แต่ทรัพย์สินรวมทั้งหมดก็อาจจะยังไม่ถึงหนึ่งหมื่นตำลึงด้วยซ้ำ ทว่ายามนี้ เฉินซื่อเพียงใช้เวลาคืนเดียวก็สามารถทำเงินได้นับหมื่นตำลึง!
หลินซูส่ายหน้าช้าๆ "เถ้าแก่หลิน ท่านเป็นพ่อค้าที่มีมโนธรรม ข้ามิอยากใช้วิธีเช่นนี้หาเงินจากท่าน มิสู้พวกเรามาร่วมลงทุนกัน ข้าจะให้อาเฉินสร้างกลไกที่ท่านต้องการให้โดยมิคิดเงิน แต่ท่านต้องแบ่งหุ้นของร้านค้าให้ข้าบ้างจะเป็นอย่างไร?"
'ร่วมลงทุนอย่างนั้นหรือ? ดำเนินตามรอยทางของสุราไป๋อวิ๋นเปียนอย่างนั้นหรือ?' ดวงตาของเฉินซื่อและเสี่ยวเสวี่ยพลันเป็นประกาย ในตอนแรกพวกนางคัดค้านที่หลินซูจะมอบตำรับลับออกไป เพราะคิดว่าตระกูลหลินกลั่นสุราขายเองจะได้กำไรมากกว่า ทว่าคุณชายสามกลับตัดสินใจเด็ดขาดจนไม่มีผู้ใดกล้าคัดค้าน
ความจริงพิสูจน์แล้วว่าคุณชายสามตัดสินใจถูกต้อง เมื่อมอบตำรับลับสุราไป๋อวิ๋นเปียนออกไป รายได้ของตระกูลหลินกลับเพิ่มขึ้นถึงสิบเท่า! อีกทั้งยังทำให้ตนเองสามารถถอยไปอยู่เบื้องหลังได้อย่างสมบูรณ์ โดยไม่ต้องยืนอยู่บนยอดคลื่นลม
กลไกอันอัศจรรย์ในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน หากกลไกนี้ถูกเปิดตัวออกมา คลื่นลมที่ตามมาย่อมมิด้อยไปกว่าสุราไป๋อวิ๋นเปียนอย่างแน่นอน
ในเมื่อเถ้าแก่หลินสามารถหยั่งรากลึกในเมืองฮุ่ยซางได้ ย่อมต้องมีกำลังของตนเอง หากมีเขาคอยแบ่งเบา แรงกดดันย่อมลดน้อยลงไปมาก
เถ้าแก่หลินตอบรับในทันที "คุณชาย ร้านค้าของข้านี้เป็นเพียงสาขาย่อยของร้านค้าตระกูลหลินแห่งเมืองหลวง มีมูลค่ารวมประมาณสองแสนตำลึง หากท่านนำกลไกสิบเครื่องมาร่วมหุ้น พวกเราแบ่งหุ้นกันคนละครึ่ง และแบ่งผลกำไรเท่าๆ กันดีหรือไม่?"
"เช่นนั้นก็เท่ากับข้าเอาเปรียบท่านเกินไปแล้ว! ให้หุ้นข้าเพียงหนึ่งส่วนก็พอ!" หลินซูยิ้ม "หากเถ้าแก่หลินตกลง ท่านก็จงไปทำสัญญาฉบับนี้กับอาเฉินเถิด!"
เถ้าแก่หลินตกตะลึง "คุณชาย เรื่องนี้... มิได้เด็ดขาด"
เฉินซื่อยิ้มออกมา "เถ้าแก่หลิน คุณชายของข้าเป็นเช่นนี้เสมอมา เขาไม่เคยเอาเปรียบคู่ค้าของตน หากท่านต้องการมอบผลประโยชน์ให้คุณชายจริงๆ ก็จงพยายามทำให้ผลกำไรหนึ่งส่วนนั้นงอกเงยให้ได้มากที่สุด มิวิเศษกว่าหรือ?"
หลินซูหัวเราะ "ฮ่าฮ่า อาเฉิน ยามนี้ท่านเองก็กลายเป็นอัจฉริยะทางการค้าไปเสียแล้ว ไปเถิด เรื่องการทำสัญญาการค้ากับเถ้าแก่หลินข้ายกให้เป็นหน้าที่ของท่าน ส่วนยามนี้ข้าจะตั้งใจทำธุระของข้า"
"เถ้าแก่หลิน ไปกันเถิด คุณชายของข้าจะอ่านตำราแล้ว!" เฉินซื่อจูงมือเถ้าแก่หลินเดินออกไป
สัญญาการค้าถูกร่างขึ้นอย่างรวดเร็ว เถ้าแก่หลินยืนกรานจะเปลี่ยนจากหนึ่งส่วนเป็นสองส่วน ซึ่งเฉินซื่อมิอาจขัดศรัทธาได้จึงต้องยอมตกลงในที่สุด การเจรจาสัญญาการค้าในระดับนี้ช่างไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
ภายในเรือนเช่า หลินเจียเหลียงรำพึงออกมาว่า "น้องสาม กลไกสิบเครื่องเทียบเท่ากับแรงงานฝีมือนับพันคน นี่คือ... สิ่งที่เจ้าเรียกว่าการบดขยี้ด้วยอารยธรรมอย่างนั้นหรือ?"
'เหอะ! นี่จะนับเป็นงานบดขยี้ด้วยอารยธรรมได้อย่างไร? เป็นเพียงการบดขยี้แรงงานฝีมือด้วยกลไกยุคเริ่มแรกเท่านั้น หากวันใดข้าสามารถออกแบบการปักผ้าด้วยระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้สำเร็จ นั่นแหละจึงจะเรียกว่าการบดขยี้ด้วยอารยธรรมขนานแท้!' ทว่าเรื่องเหล่านี้ มิอาจกล่าวให้ผู้เป็นพี่รองฟังได้
"พี่รอง ท่านจงอ่านตำราอยู่ที่เรือนเถิด ข้าจะออกไปข้างนอกสักครู่"
"จะไปที่ใด? ข้าจะไปเป็นเพื่อนเจ้าด้วย"
"ข้าจำเป็นต้องไปเยือนตระกูลโจวสักคราแล้ว"
—---------
ปล. เครื่องทอผ้าเจนนี่ คือ เครื่องปั่นด้ายแบบหลายแกนหมุนที่คิดค้นโดยเจมส์ ฮาร์กรีฟส์ ในปี ค.ศ. 1764 ช่วยให้คนงานคนเดียวปั่นด้ายได้หลายเส้นพร้อมกัน เริ่มแรก 8 เส้น เพิ่มได้ถึง 120 เส้น เป็นสิ่งประดิษฐ์สำคัญที่ปฏิวัติอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดยเปลี่ยนจากการปั่นด้ายในครัวเรือนเป็นการผลิตจำนวนมากในโรงงาน และเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติอุตสาหกรรม