เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 55 ยุทธภพที่อันตรายเช่นนี้ ขอให้เขาสักกองพะเนินเถอะ

บทที่ 55 ยุทธภพที่อันตรายเช่นนี้ ขอให้เขาสักกองพะเนินเถอะ

บทที่ 55 ยุทธภพที่อันตรายเช่นนี้ ขอให้เขาสักกองพะเนินเถอะ


ยามที่หลินซูลืมตาขึ้น รอบกายไร้ซึ่งความวุ่นวายของย่านเริงรมย์ เหลือเพียงสตรีผู้หนึ่งนั่นคืออั้นเย่

"ประสบการณ์ในยุทธภพของเจ้านั้นช่างด้อยนัก มองไม่ออกรึว่าการละเล่นของหออวี้เซียงในวันนี้ถูกจัดเตรียมขึ้นมาเพื่อเจ้าโดยเฉพาะ?" อั้นเย่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา

'จัดเตรียมเพื่อข้าโดยเฉพาะหรือ?' หลินซูเบิกตากว้าง ทว่าพอความวู่วามจางหายไป เขาก็เริ่มคิดทบทวนได้ ทันทีที่เขาไปปรากฏตัวที่หน้าหออวี้เซียง ทางหอก็ประกาศกฎกติกาของการละเล่นนั้นขึ้นมาทันที โดยจำกัดเวลาเพียงหนึ่งชั่วยาม ให้ใช้บทกวีเพื่อเข้าหอ และหากเป็นกวีแสงห้าสีจะได้เชยชมปัวรั่ว… มันช่างประจวบเหมาะเกินไปจริงๆ

"ใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง? และมีจุดประสงค์อันใด?"

"บนชั้นห้ามีสตรีสองคน คนหนึ่งคือปัวรั่ว แต่อีกคนหนึ่ง... คือตัวการหลัก!"

"นางคือใคร?"

"นางคือแม่นางประคองพิณแห่งหอไห่หนิงในวันนั้น แท้จริงแล้วนางเป็นปีศาจจิ้งจอก! ...นางยอมจ่ายน้ำค้างทองคำห้าขวดเพื่อกล่อมให้ปัวรั่วออกหน้าต้อนรับเจ้า ทว่ายามที่จะต้องร่วมเรียงเคียงหมอนกันจริงๆ นางจะสวมรอยแทน"

หลินซูถึงกับยืนอึ้งตะลึงงัน

"คราวนี้เจ้าซึ้งถึงความอันตรายของยุทธภพแล้วหรือยัง?" อั้นเย่เอ่ยถาม

'นางเรียกสิ่งนี้ว่า 'ความอันตรายของยุทธภพ' อย่างนั้นหรือ? ยุทธภพที่อันตรายเช่นนี้ช่วยจัดมาให้เขาสักกองพะเนินเถอะ!'

'พวกเจ้าเป็นอะไรกันไปหมด? เขาก็บอกแล้วว่าการได้เริงรมย์กับอีกฝ่ายก็แค่เหนื่อยกายแต่ไม่ถึงแก่ชีวิต เหตุใดทุกคนถึงต้องมาขัดขวางเขาเช่นนี้? คราวแรกโอกาสดีๆ ถูกท่านอาจารย์เป่าซานขวางไว้ คราวที่สองก็มาถูกหญิงสาวตรงหน้าขัดขวางอีก เขาไปขุดสุสานบรรพบุรุษพวกนางหรือเป็นหนี้สินพวกเจ้ากันแน่?'

แน่นอนว่าคำพูดเหล่านั้นเขาไม่อาจเอ่ยออกมาได้ จึงถามคำถามอื่นแทน "น้ำค้างทองคำนั่นล้ำค่ามากหรือไม่?"

"มันคือน้ำค้างหอมระดับสูงสุดของเผ่าปีศาจ เพียงขวดเดียวก็มีมูลค่าอย่างน้อยหนึ่งร้อยตำลึงทอง!"

'ให้ตายเถอะ!' หลินซูตบขาตัวเองดังฉาด "ยอมจ่ายตั้งห้าร้อยตำลึงทองให้คนกลาง แทนที่จะมาเจรจากับข้าโดยตรง? ยัยสตรีจอมล้างผลาญเอ๊ย..."

อั้นเย่มองเขาด้วยสายตาที่ประหลาดพิกล...

หลินซูรีบหุบปากแล้วเริ่มแสร้งทอดถอนใจ "ยุทธภพช่างอันตรายยิ่งนัก ข้าต้องขอบคุณเจ้าจริงๆ! ความจริงแล้ว... ข้ามิได้คิดจะเข้าหออวี้เซียงเลยสักนิด ข้าเพียงอยากจะดูว่าจะมีใครเขียนบทกวีดีๆ ได้บ้างจึงเดินเข้าไปใกล้เสียหน่อย เจ้าไม่เห็นหรือว่าวันนี้ข้าเปลี่ยนเครื่องแต่งกายใหม่? ข้ามิได้ตั้งใจจะเปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริงด้วยซ้ำ จะไปรังสรรค์บทกวีได้อย่างไร"

อั้นเย่ยอมเชื่อคำกล่าวนั้น

วันนี้เขาเปลี่ยนเครื่องแต่งกายจริงๆ โดยแต่งกายเยี่ยงนักรบ หากนางมิได้บังเอิญผ่านมาแถวหออวี้เซียงและมิได้สัมผัสถึงกลิ่นอายของเขาได้อย่างว่องไว นางเองก็เกือบจำเขาไม่ได้ หากคิดจะไปสำราญกับนารี การสวมผ้าโพกศีรษะแบบบัณฑิตย่อมเป็นเครื่องมือเกี้ยวพาราสีที่ดีกว่า เหตุใดต้องลำบากเปลี่ยนเป็นชุดนักรบด้วยเล่า?

ถึงแม้เขาจะชอบเอ่ยวาจาพร่ำเพรื่อหรือเขียนตำราประโลมโลกยั่วเย้าสตรี ทว่าเนื้อแท้ของเขากลับเป็นคนเที่ยงธรรมยิ่งนัก ตลอดเวลาหลายเดือนที่นางอยู่ในจวนตระกูลหลิน นางยังไม่เคยเห็นเขาแตะต้องสตรีนางใดเลย

"จางอี้อวี่ไปแล้วหรือ?"

หลินซูถอนหายใจ "ไปแล้ว! ยามนี้ในเรือนไร้คนคุ้มกัน ตัวข้าเองก็มีศัตรูอยู่ทั่วใต้หล้า ไม่รู้ว่าวันใดจะมีผู้สูงส่งกระโดดออกมาปลิดศีรษะข้าไปในยามวิกาล"

"ข้าจะกลับไปกับเจ้า"

หลินซูจ้องมองนางตาค้าง...

"ไม่อยากให้ข้าไปรึ?"

"มิใช่! จะเป็นไปได้อย่างไร?" หลินซูเอ่ยอย่างไตร่ตรอง "เพียงแต่... การที่เจ้าต้องไปอาศัยอยู่ในหอคอยโกโรโกโสนั่น ต้องตากแดดตากลม ข้าก็รู้สึกไม่สบายใจนัก"

หัวใจของอั้นเย่พลันสั่นไหวขึ้นมาอีกครั้ง คำพูดเกี้ยวพาราสีน้ำเน่าที่พบเห็นได้ทั่วไปในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดของหลินซู กลับจู่โจมเข้ากลางใจนางอย่างไม่ทันตั้งตัว

เมื่อหลินซูกลับถึงบ้าน อั้นเย่ก็อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย สำหรับคนเช่นนางหากมิปรารถนาจะปรากฏกาย ย่อมไม่มีผู้ใดหาพบ แม้แต่ยอดฝีมืออย่างเฉินซื่อก็เช่นกัน

เฉินซื่อและหลิวอิ่งเอ๋อร์ก็มาถึงแล้ว

เรือนทิศตะวันตกเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

หลินซูเดินเข้ามาแล้วแทบจะจำไม่ได้ วัชพืชบนพื้นหายไปจนสิ้น เหลือเพียงแผ่นศิลาสีครามที่สะอาดตา หญ้าสีเขียวที่ขึ้นตามรอยแยกศิลาเป็นสิ่งที่เฉินซื่อจงใจเหลือไว้ ห้องหับทุกห้องถูกทำความสะอาดและจัดระเบียบอย่างเรียบร้อย มีเก้าอี้เอนตัวหนึ่งวางอยู่ใต้ต้นพฤกษาฮ่วยใหญ่ ซึ่งดูงดงามกว่าตัวเดิมมากนัก

หลินซูหย่อนก้นนั่งลงไปก็สัมผัสได้ถึงความสบาย บนเก้าอี้มีสลักกดอยู่หลายสลัก พอเขากดเบาๆ โต๊ะเบื้องหน้าก็แยกออก กาน้ำชาผุดขึ้นมาจากด้านล่างและเริ่มส่งเสียงซู่ๆ ในการต้มน้ำ

เมื่อหลินซูยกกาน้ำชาขึ้น เขาก็พบกับหินสีแดงก้อนหนึ่งอยู่ที่ก้นกาน้ำ มันคือหินมารอัคคีของเผ่าปีศาจ เพียงก้อนเดียวก็สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องถึงหนึ่งเดือน ยามต้องการดื่มชาเพียงใช้หินนี้ทำความร้อน เมื่อเลิกดื่มมันจะแยกตัวออกโดยพลัน

"คุณชาย ท่านกลับมาแล้ว!" เฉินซื่อถือหมอนใบหนึ่งเดินเข้ามา ซึ่งหมอนใบนี้คงเป็นฝีมือที่นางเพิ่งทำเสร็จ

หลินซูเอ่ยว่า "อาเฉิน ฝีมือของท่านช่างทำให้ข้าประหลาดใจยิ่งนัก"

"คุณชายคงคาดไม่ถึงว่า ตลอดสิบปีที่ผ่านมาข้าน้อยไม่เคยสร้างสิ่งของใดๆ เลย"

"เพราะเหตุใดหรือ?"

"ท่านโหวมีคำสั่งเด็ดขาดแก่กองกำลังที่เหลือทั้งสี่ร้อยนาย ห้ามผู้ใดเปิดเผยร่องรอยเด็ดขาด ต่อให้จวนโหวจะตกอยู่ในภาวะวิกฤตเพียงใดก็ตาม"

"ทำไมถึงต้องทำเช่นนั้น?"

"เพราะท่านโหวทรงคาดการณ์ไว้แล้วว่าจะมีวันนี้ วันที่จวนโหวจะต้องล่มสลายในรุ่นของท่าน ท่านเคยกล่าวว่าจวนโหวต้องถูกทำลาย ทว่ารากเหง้าของตระกูลหลินจะขาดสะบั้นมิได้!"

"หน้าที่สูงสุดของพวกเราคือการปกป้องทายาทของตระกูลหลินและช่วยให้เขากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง หากยังไม่ถึงคราวคับขันที่สุดห้ามเปิดเผยตัวตนโดยง่าย เพื่อมิให้ศัตรูล่วงรู้และกำจัดพวกเราจนสิ้นซากเสียก่อน"

ในช่วงเวลาที่ผ่านมานางรับรู้สถานการณ์ในจวนโหวมาตลอด และกำลังปรึกษากับกองกำลังที่เหลือคนอื่นๆ ว่าควรจะยื่นมือเข้าช่วยหรือไม่ ทว่ายังหาข้อสรุปไม่ได้ พวกเขารู้ดีว่าจางเหวินหยวนจงใจบีบคั้นจวนโหวเพื่อบังคับให้เผยไพ่ตายทั้งหมดออกมา ในสถานการณ์เช่นนี้หากพวกเขาเปิดตัว ย่อมต้องพบกับภัยพิบัติอย่างแน่นอน

หัวใจของหลินซูสั่นสะท้าน "แล้วยามนี้ถึงเวลาแล้วหรือยัง?"

"คุณชายลงมือถอนรากถอนโคนตระกูลจางในเมืองนี้แล้ว เท่ากับเป็นการเป่าสัญญาณเริ่มการต่อสู้ฟาดฟันอย่างเต็มตัว แล้วพวกเราจะมีเหตุผลใดให้ต้องหลบซ่อนตัวอยู่อีกเล่าเจ้าคะ?"

"ดี! ไม่ว่าจะเรียกว่าการต่อสู้เต็มตัวหรือไม่ ทว่ามีคนมากย่อมดีกว่า ข้าชอบนัก" หลินซูเอ่ยต่อ "อาเฉิน ช่วยสร้างสิ่งของให้ข้าชิ้นหนึ่ง"

เฉินซื่อยินดียิ่ง "เชิญท่านสั่งมาได้เลยเจ้าค่ะ"

"ช่วยทำ... ถังขับถ่ายให้ข้าสักใบได้หรือไม่?"

'อะไรนะ? ถังขับถ่ายหรือ? นางคือศิษย์สายตรงแห่งสำนักเชียนจี แต่เขากลับให้นางมาทำของพรรค์นี้รึ?'

"มิใช่... ข้าจะพูดความจริงให้ฟัง ข้าทนรับสภาพถังขับถ่ายที่นี่ไม่ได้จริงๆ มันช่างโสโครกจนข้าอยากจะไปฝึกบำเพ็ญเพียรแบบจางอี้อวี่ผู้นั้นให้รู้แล้วรู้รอด จะได้ไม่ต้องกินไม่ต้องถ่ายให้ขวางหูขวางตา… มาเถอะข้าจะวาดแบบร่างให้ท่านดู แล้วท่านค่อยไปทำให้มันเสร็จ ข้าจะเรียกสิ่งนี้ว่า โถชำระล้าง... อิ่งเอ๋อร์ ช่วยไปนำกระดาษและพู่กันมาให้ข้าที"

หลิวอิ่งเอ๋อร์ที่เพิ่งจะตากผ้าเสร็จ เมื่อได้ยินหลินซูเรียกก็ขานรับเสียงใสทันที "ได้เลยเจ้าค่ะคุณชาย" นางวิ่งเข้าห้องหนังสือไปนำกระดาษและพู่กันออกมาอย่างว่องไว

หลินซูเริ่มวาดแบบ

เฉินซื่อมองดูด้วยรอยยิ้มในตอนแรก นางเป็นคนของสำนักเชียนจี แบบร่างแบบไหนนางไม่เคยเห็นบ้าง? ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชานางย่อมไม่ขัดคำสั่ง เพียงอยากจะดูว่าคุณชายสามผู้นี้จะเล่นสนุกอะไร...

ทว่าไม่นานนัก สีหน้าของนางก็พลันเปลี่ยนไป

ส่วนบนที่มีลักษณะโค้งมนครึ่งวงกลมซึ่งรังสรรค์มาให้รับกับสรีระช่วงสะโพกได้อย่างพอเหมาะที่สุด การรังสรรค์ท่อด้านล่างที่โค้งงอเพื่อให้กระแสน้ำพัดพาเอาสิ่งปฏิกูลออกไป ที่น่าอัศจรรย์ที่สุดคือไม่ว่าเวลาใด ด้านล่างจะมีน้ำขังอยู่ส่วนหนึ่งเสมอ น้ำส่วนนี้มีความลับซ่อนอยู่ มันจะช่วยปิดกั้นกลิ่นไม่พึงประสงค์จากด้านล่าง

เมื่อวาดเสร็จ เฉินซื่อก็เบิกตากว้าง "คุณชาย นี่คือผลงานการรังสรรค์ของผู้ใดหรือเจ้าคะ?"

"ข้าเองน่ะสิ!"

เฉินซื่อเต็มไปด้วยความสงสัย หรือว่าในสำนักเชียนจียังมียอดฝีมือที่มีชีวิตอยู่และมาเข้าพวกกับคุณชายแล้ว? มิเช่นนั้นจะเป็นไปได้อย่างไรที่จะมีการรังสรรค์ที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้? ซึ่งการรังสรรค์ระดับนี้ ต่อให้สำนักยังคงรุ่งเรืองอยู่ ก็ย่อมต้องถูกยกย่องเป็นผลงานชิ้นเอกของสำนักอย่างแน่นอน

ทว่าในเมื่อคุณชายไม่ปรารถนาจะเอ่ยถึง นางก็มิอาจทำอันใดได้...

ขณะที่นางกำลังเตรียมลงมือนั้น หลินซูก็ฉุกคิดบางอย่างขึ้นได้ "เดี๋ยวก่อน เพิ่มกลไกสำหรับอาบน้ำไว้ข้างๆ ด้วย"

เฉินซื่อหยุดชะงัก

หลินซูจึงวาดแบบร่างอีกครั้ง และไม่นานนัก แบบร่างอีกแผ่นก็ปรากฏขึ้น

เมื่อเฉินซื่อหยิบขึ้นมาดูถึงกับอึ้งไป

นี่คือชุดกลไกส่งน้ำและรับน้ำ ด้านล่างมีหัวฉีดพ่นน้ำ โครงสร้างซับซ้อนและมีการแยกน้ำร้อนน้ำเย็นออกจากกัน การจะทำระบบอาบน้ำอัตโนมัติในยุคโบราณนั้นแทบจะเป็นฝันกลางวัน เพราะไม่มีไฟฟ้า ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ก็ซับซ้อนเกินไป จะให้สาวใช้มาคอยต้มน้ำมาเติมให้ตลอดเวลาจะเรียกว่าระบบอัตโนมัติได้อย่างไร?

ทว่าที่นี่กลับแตกต่างออกไป เพราะมีสิ่งของวิเศษมากมาย เช่น หินมารอัคคีที่สามารถทำความร้อนได้รวดเร็วยิ่งกว่าฮีตเตอร์ไฟฟ้าเสียอีก

เฉินซื่อมองไปยังยอดเขาด้านหลังจวนหลิน ซึ่งมีสายน้ำไหลลงมา หากทำตามแบบร่างของคุณชายย่อมสามารถทำให้สำเร็จได้จริงๆ นางรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที

เมื่อนางเริ่มลงมือ หลินซูก็ถึงกับตะลึง 'นี่คือฝีมือระดับใดกัน? ฝีมือดุจเทพเจ้า! หากอยู่ในโลกสมัยใหม่ ค่าแรงวันละสามร้อยไม่มีทางพอ ต้องวันละสามพันตำลึงขึ้นไปเท่านั้น'

นางใช้พลั่วประหลาดในมือ เพียงไม่กี่ครั้งก็ขุดหลุมขนาดกว้างหนึ่งจั้งยาวสามจั้งได้อย่างเป็นระเบียบเรียบกริบราวดั่งตัดเต้าหู้ จากนั้นก็นำขวดเล็กๆ ผสมน้ำเทลงไป ดินด้านล่างกลับกลายเป็นสิ่งที่แข็งยิ่งกว่าศิลาและแฝงไปด้วยประกายหยก

ปัญหาเรื่องการกันซึมของโลกเดิมที่เขาจากมายังคงปวดหัวอยู่ แต่กลับถูกนางแก้ไขได้ในพริบตา

แผ่นเหล็กหนาถูกแปรสภาพอย่างรวดเร็วจนน่าตื่นตา ไม่นานก็กลายเป็นท่อเหล็กยาวสองเส้น จากนั้นก็นำน้ำบางอย่างมาป้าย รอยต่อของท่อเหล็กก็แนบสนิทไร้รอยรั่วซึม เพียงแค่เขาเผลอครู่เดียว ในลานบ้านก็เต็มไปด้วยวัสดุในการปลูกสร้างกองพะเนิน โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าวัสดุเหล่านั้นมาจากที่ใด

พริบตาต่อมา ห้องน้ำในจินตนาการก็ถูกสร้างขึ้น ท่อด้านบนถูกเชื่อมต่อกับสายน้ำที่ไหลมาจากยอดเขา พร้อมติดตั้งหินมารอัคคีหลายก้อน เฉินซื่อโน้มตัวลง "คุณชาย เชิญท่านทดลองดูเจ้าค่ะ!"

หลินซูเดินเข้าไปในห้องน้ำด้วยอาการงุนงง 'นี่มันมายากลหรือเปล่าเนี่ย?'

เวลาผ่านไปเพียงครึ่งชั่วยามเศษ ในลานบ้านของเขาก็ปรากฏห้องน้ำที่ล้ำเลิศเหนือจินตนาการขึ้นมาจริงๆ ซึ่งตัวโถหล่อขึ้นจากทองเหลือง ขอบมนลื่นเงาวาวราวกับทองคำ เมื่อกดสลัก กระแสน้ำก็หมุนวนพัดพาเอาสิ่งต่างๆ หายไป

ช่างสมบูรณ์แบบนัก

เมื่อลองทดสอบกลไกพยนต์ชำระกาย เพียงกดสลัก หินมารอัคคีที่อยู่ด้านบนจะเลื่อนลงมาอยู่ในร่องท่อน้ำ น้ำที่ไหลผ่านจุดนี้จะกลายเป็นน้ำร้อนทันที เมื่อปิดน้ำร้อน หินมารอัคคีจะแยกตัวออกจากรางน้ำโดยทันที

หลินซูถอดเสื้อผ้าออกแล้วอาบน้ำร้อนอย่างสบายอารมณ์ ช่างมีความสุขและรู้สึกภาคภูมิใจยิ่ง เขาสามารถสร้างห้องน้ำสมัยใหม่ขึ้นมาได้ในต่างโลกจริงๆ...

ทันใดนั้น เขาก็ฉุกคิดถึงคนผู้หนึ่งขึ้นมา

"อั้นเย่ เจ้าอยากจะมาอาบน้ำด้วยกันหรือไม่?" เขากระซิบด้วยเสียงที่แผ่วเบา แม้แต่เฉินซื่อที่อยู่ด้านนอกก็ไม่ได้ยิน

ทว่าอั้นเย่ที่อยู่ในหอคอยพลันกระตุกยิ้มที่มุมปาก 'เจ้าตัวแสบ คราวนี้ข้าจะยังไม่ลงมือกับเจ้า ไว้รอตอนกลางคืนค่อยมาคิดบัญชี!'

เมื่อคำหยอกเย้าของหลินซูไม่ถูกโต้กลับด้วยกำลัง เขาจึงเริ่มฮึกเหิมและกล้ากำเริบเสิบสานมากขึ้น

—------------------

ปล. คำว่า กลไกพยนต์ชำระกาย คือ ระบบการอาบน้ำที่มีการควบคุมน้ำร้อนน้ำเย็นผ่านกลไกวิเศษ

จบบทที่ บทที่ 55 ยุทธภพที่อันตรายเช่นนี้ ขอให้เขาสักกองพะเนินเถอะ

คัดลอกลิงก์แล้ว