- หน้าแรก
- ฟุตบอล เลี้ยงบอลขั้นเทพ ยิงยังไงก็เข้า
- บทที่ 40 ทำนักข่าวหัวร้อน
บทที่ 40 ทำนักข่าวหัวร้อน
บทที่ 40 ทำนักข่าวหัวร้อน
บทที่ 40 ทำนักข่าวหัวร้อน
“คุณคิดยังไงกับท่านี้?”
คำถามของเล่ย ยูดังออกมาจากในเสื้อแข่ง
“เล่ย พอแล้ว พอแล้ว รีบกลับมาเป็นปกติเถอะ!”
เมื่อได้ยินเสียงเร่งของฮัลค์ เล่ย ยูก็งอแขนขวา แล้วยืดเหยียดออกทันที
เขาใช้เอวดีดตัวขึ้นอย่างแรง แล้วเท้าทั้งสองก็กลับมาแตะพื้นหญ้าอีกครั้ง
เมื่อมองแฟนบอลที่อ้าปากค้างกันไปทั่ว เล่ย ยูก็ถามเบา ๆ ว่า “ฮัลค์ ท่าฉลองของชั้นเป็นไงมั่ง? มีฮาคิ (ความน่าเกรงขาม) เหมือนคริสเตียโน โรนัลโดไหม?”
“เอ่อ... มันก็น่าเกรงขามแหละ แต่ แต่ว่า...” ฮัลค์ ‘แต่ว่า’ อยู่นานโดยอธิบายเหตุผลไม่ได้
ท่าของเล่ย ยูทำเอาเขาตะลึงจริง ๆ
แม้ทั้งคู่จะยกน้ำหนักท่าเบนช์เพรสได้ 180 กิโลกรัมเหมือนกัน แต่ถ้าให้ฮัลค์ลองหกสูงมือเดียวแบบเล่ย ยูเมื่อกี้ หน้าเขาคงทิ่มดินแน่ ๆ
จนถึงตอนนี้ ฮัลค์ยังคงมึนงง สงสัยว่าตอนยกเบนช์เพรส เล่ย ยูแอบออมแรงไว้รึเปล่า
“เล่ย บอกมาสิ นายทำแบบนั้นได้ยังไง?” ฮัลค์กระซิบถาม
ก่อนที่เล่ย ยูจะทันได้พูดอะไร ฟัลเกาก็โบกมือแทรก
“นายโง่รึเปล่า ฮัลค์? เล่ยเป็นคนจีนนะ! คนจีนทุกคนก็ต้องรู้วิชากังฟูสิ?”
ทันทีที่คำว่า “กังฟู” หลุดออกมา เล่ย ยูก็สัมผัสได้ถึงความเคารพในแววตาของเพื่อนร่วมทีมอย่างชัดเจน
“เอ่อ พวกนายเข้าใจผิดแล้ว ชั้นไม่รู้...”
ก่อนที่เล่ย ยูจะพูดจบ มูตินโญ่ก็พูดขึ้นด้วยสีหน้าตื่นเต้นเกินเบอร์ “เฮ้ย เล่ย มิน่าล่ะนายถึงยิงลูกปาฏิหาริย์ได้ตลอด ที่แท้นายก็รู้วิชากังฟูจีนนี่เอง!”
“พระเจ้าช่วย จบเกมแล้วนายต้องสอนชั้นนะ!”
“ใช่ สอนชั้นด้วย!” เพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ ก็ผสมโรงด้วย
ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมทีม แต่แฟนบอลบนอัฒจันทร์ ทีมงานข้างสนาม และแม้แต่ผู้ตัดสิน ต่างก็ประหลาดใจกับการแสดงออกของเล่ย ยูเมื่อครู่
ระหว่างทางเดินกลับแดนตัวเอง วิลลาช-โบอาชตะโกนด่าอย่างหัวเสีย “เล่ย แกบ้ารึเปล่า? ระวังกระดูกหักนะ! ยังอยากเตะบอลอยู่ไหม?”
เล่ย ยูรีบพยักหน้าหงึกหงักเมื่อได้ยิน แสร้งทำตัวเป็นเด็กดีทันที
“ไอ้บ้าเอ๊ย!”
“บ้าบิ่นเกินไปแล้ว!”
“ไม่ใช่ว่าไม่เคยยิงเข้าสักหน่อย แค่วิ่งกระโดดดีใจธรรมดาเหมือนปกติก็พอแล้ว!”
“ทำไมต้องไปทำท่าอันตรายแบบนั้นด้วย?”
วิลลาช-โบอาชยังคงหัวฟัดหัวเหวี่ยง
ในสายตาของเขา ประตูของเล่ย ยูเมื่อกี้ไม่ใช่แค่โชคช่วย และไม่ใช่ “กังฟูจีน”
นอกจาก “สัญชาตญาณการทำประตูตามธรรมชาติ” แล้ว เขายังมี “ความมุ่งมั่นที่จะคว้าทุกโอกาส”
นักเตะคนไหนที่มีพรสวรรค์สองอย่างนี้ อนาคตต้องกลายเป็นซูเปอร์สตาร์แน่นอน
“ฤดูกาลหน้า คงมีสโมสรแย่งตัวเล่ยกันหัวแตกแน่...”
การเหมาสองประตูของเล่ย ยูช่วยให้ปอร์โตทิ้งห่างสำเร็จ และในช่วงพักครึ่ง วิลลาช-โบอาชก็ใช้อำนาจโค้ชเปลี่ยนตัวเล่ย ยูออกทันที
เขาถูกแทนที่โดยคาร์ลอส โรดริเกซ จากอุรุกวัย ส่วนเจ-ร็อดผู้น่าสงสารก็ต้องกลับไปนั่งนับนิ้วที่มุมเดิมอีกครั้ง
หลังจากเริ่มครึ่งหลัง เบซิคตัสพยายามเล่นทีเผลอกับปอร์โตด้วยการบุกเร็ว
และพวกเขาก็ทำสำเร็จ
ใน น. 48 กองหน้าเบซิคตัสโหม่งทำประตูจากการเปิดของเพื่อนร่วมทีม ไล่ตามมาเป็น 1–2
แต่หลังจากนั้น ผู้เล่นปอร์โตก็ไม่เปิดโอกาสให้คู่แข่งอีกเลย ด้วยประตูจากฮัลค์และวาเรลา ปอร์โตจึงเปิดบ้านเอาชนะไปได้ในที่สุด 4–1
ด้วยชัยชนะ 3 นัดรวด พวกเขาปิดฉากรอบแรกของรอบแบ่งกลุ่มยูโรปาลีกอย่างสวยงาม... หลังจบเกม ทุกคนในปอร์โตต่างผ่อนคลายกันสุด ๆ
ชนะ 3 นัดรวดหมายความว่าพวกเขาต้องการชัยชนะอีกเพียงนัดเดียวเพื่อการันตีการผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่มยูโรปาลีก
ส่วนจะเข้าที่หนึ่งหรือที่สอง ก็ขึ้นอยู่กับปอร์โตแล้วว่าจะกำหนดชะตาตัวเองอย่างไร
สำหรับวิลลาช-โบอาช ช่วงเวลานั้นจะช่วยให้เขาได้พักหายใจและทุ่มสมาธิไปที่เกมลีก
เมื่อบอลถ้วยโปรตุกีส คัพ เริ่มขึ้น ปอร์โตที่ต้องรบถึงสามด้าน ย่อมต้องเหนื่อยล้ากว่าคู่แข่งอย่างแน่นอน
ในโซนมิกซ์โซน นักข่าวจำนวนมากรุมล้อมเล่ย ยูอีกครั้ง
“เล่ย ชั้นเป็นนักข่าวจาก ‘หนังสือพิมพ์จีนโปรตุเกส’ บอกเล่าความรู้สึกตอนนี้หน่อยสิ!”
“เล่ย พูดถึงความคิดเห็นของคุณเกี่ยวกับสองประตูมหัศจรรย์นั่นหน่อย มีคนบอกว่าคุณโชคดี จริงหรือเปล่า?”
“เล่ย คุณมาจากจีน คุณรู้วิชากังฟูจีนไหม?”
“เล่ย...”
คำถามของนักข่าวประดังเข้ามาทุกทิศทาง เล่ย ยูนึกถึงสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกคราวก่อน จึงตะโกนเสียงดังว่า “ชั้นไม่ใช่เกย์!”
ตะโกนเสร็จ เขาก็รีบวิ่งหนีกลับเข้าห้องแต่งตัว
เขาพูดชัดเจนขนาดนี้แล้ว คราวนี้คงไม่มีใครเอาไปตีความเกินเลยอีกนะ!
ขณะที่เล่ย ยูมาถึงมุมก่อนเข้าห้องแต่งตัว จู่ ๆ นักข่าวคนหนึ่งก็พุ่งพรวดออกมาจากไหนไม่รู้ ควักเครื่องอัดเสียงออกมาแล้วรัวคำถามใส่เล่ย ยู “เล่ย ชั้นเป็นนักข่าวจาก เรคคอร์ด เท่าที่ชั้นรู้ ตอนนี้คุณแค่ถูกยืมตัวมาปอร์โตปีเดียวใช่ไหม? ครบปีแล้วคุณวางแผนจะไปไหน? จะอยู่ปอร์โตต่อ กลับอาร์เซนอล หรือไปที่ที่ดีกว่านี้?”
นักข่าวพูดรัวเป็นชุด แต่เล่ย ยูไม่มีเจตนาจะตอบ
ขณะที่เล่ย ยูทำท่าจะผลักนักข่าวออกไปแล้วเดินหนี ฮัลค์ก็กระซิบว่า “เล่ย หมอนี่มาจาก เรคคอร์ด นะ”
“แล้วไง? ตรงนี้ไม่ใช่พื้นที่สัมภาษณ์สักหน่อย!”
ฮัลค์ถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
“รปภ. รปภ.!!!”
สิ้นเสียงตะโกนของเล่ย ยู ชายฉกรรจ์สองคนก็วิ่งเข้ามาหิ้วปีกนักข่าวคนนั้นออกไปคนละข้าง
นักข่าวคนนั้นทำสีหน้าเจ็บใจ และขณะที่ถูกลากตัวไป เขาก็ตะโกนใส่เล่ย ยูว่า “แกก็แค่นักเตะจีน! ยิงได้ไม่กี่ลูกทำมาวางก้ามใหญ่โต? คอยดูเถอะ แกโดนดีแน่!”
เล่ย ยูยักไหล่
ถ้าพวกมันถึงขนาดลงข่าวไร้สาระว่าเขา “ชอบบวบ” ได้ นักข่าวพวกนี้จะมีอะไรดี ๆ มาป้อนเขาได้อีก?
เมื่อนักข่าวคนนั้นถูกลากตัวไป นักข่าวหลายคนในโซนมิกซ์โซนต่างก็ทำหน้าแปลกใจ
“นั่นคาร์ทแมนไม่ใช่เหรอ?”
“เขาไปขุดคุ้ยข่าวฉาวอะไรมาได้อีกล่ะ?”
“สมน้ำหน้า โดน รปภ. หิ้วไปซะแล้วสิ! สมควรโดน!!!”
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คาร์ทแมนภายใต้คราบนักข่าว เรคคอร์ด ได้ขุดคุ้ยเรื่องส่วนตัวและข่าวฉาวของนักฟุตบอลมามากมาย ถ้าพูดถึงการเขียนข่าวโจมตีนักเตะในแง่ลบ คาร์ทแมนคือมือหนึ่งแน่นอน
แม้จะถูกฟ้องร้อง คาร์ทแมนก็มักจะใช้ความสามารถอันแพรวพราวในการพลิกลิ้นทำให้เรื่องเงียบหายไปได้
สุดท้าย คาร์ทแมนผู้ฉาวโฉ่ก็กลายเป็น “จุดด่างพร้อย” ของวงการ และเพื่อนร่วมอาชีพหลายคนก็รังเกียจที่จะคบค้าสมาคมด้วย
แต่ปัญหาก็คือ แฟนบอลบางกลุ่มกลับหลงเชื่อเรื่องที่เขาแต่งขึ้น
ถึงขนาดมีกลุ่มแฟนพันธุ์แท้ที่เฝ้ารอข่าวฉาวที่คาร์ทแมนขุดคุ้ยมาแฉทุกวัน
ในฐานะหัวหน้าของเวนดี้ หลังจากคาร์ทแมนเฝ้าสังเกตเล่ย ยูมาระยะหนึ่ง เขาก็รู้สึกได้ชัดเจนว่าเล่ย ยูไม่ธรรมดา
เด็กหนุ่มวัยสิบแปด เพิ่งย้ายมาร่วมทีมได้แค่เดือนเดียว ก็ยิงประตูให้ปอร์โตเป็นกอบเป็นกำ นักเตะแบบนี้ย่อมต้องเป็นที่หมายปองของยักษ์ใหญ่แน่นอน
ดูสิว่าเพื่อนร่วมอาชีพส่วนใหญ่รายงานข่าวอะไรกัน!
“ดูสิ การเลี้ยงบอลของเล่ยคือปาฏิหาริย์!”
“ร่างกายของเขาก็แข็งแกร่งเหลือเชื่อ ขัดกับทักษะฝีเท้าอย่างสิ้นเชิง!”
“วิถีลูกยิงของเขาก็ประหลาดจนคาดเดาไม่ได้!”
“แถมท่าหกสูงมือเดียวนั่นอีก สิบวินาทีเชียวนะ พระเจ้า เขาต้องรู้วิชากังฟูจีนแน่ ๆ?”
“…”
นี่เป็นเพียงกระแสความนิยมผิวเผินเกี่ยวกับเล่ย ยูที่ใคร ๆ ก็รู้
แต่สำหรับคาร์ทแมน ข่าวพวกนี้ไม่มีความหมายอะไรสำหรับเขา
เขาต้องรู้ในสิ่งที่คนอื่นไม่รู้
อย่างเช่น ก้าวต่อไปของเล่ย ยู เอเยนต์ที่เขาจะเซ็นสัญญาด้วย เป็นต้น
ส่วนเรื่องรสนิยมทางเพศของเล่ย ยู การใส่ร้ายป้ายสีที่ไม่มีมูลความจริงพวกนั้น เดี๋ยวพอล่ย ยูมีแฟนสาวเป็นตัวเป็นตน ข่าวลือพวกนั้นก็จะหายไปเอง
เว้นแต่ว่าเล่ย ยูจะเป็นเกย์จริง ๆ!
สิ่งที่คาร์ทแมนไล่ล่าคือข่าวใหญ่ระดับเอ็กซ์คลูซีฟที่เขาจะคว้ามาได้ท่ามกลางความจริงและความลวงเหล่านี้
ขอแค่เล่ย ยูหลุดชื่อสโมสรออกมาสักชื่อ วันรุ่งขึ้นเขาจะทำเงินได้มหาศาล
แต่ตอนนี้ เล่ย ยูกลับให้ รปภ. ลากเขาออกไปอย่างไม่ไว้หน้า
นี่มันเป็นการหยามเกียรติมือเก๋าอย่างคาร์ทแมนชัด ๆ!
“ยิงได้ไม่กี่ลูกทำมาวางก้ามงั้นเหรอ? ไอ้หนู แกคอยดูเถอะ ไม่ช้าก็เร็ว ชั้นจะทำให้แกมีจุดจบเหมือนเพื่อนร่วมชาติของแกที่ไม่มีปัญญาแม้แต่จะได้ลงสนาม!”