- หน้าแรก
- ครอบครองฮอกวอตส์ และสร้างโลกเวทมนตร์ใหม่
- บทที่ 19 ต้นฉบับของสลิธีริน
บทที่ 19 ต้นฉบับของสลิธีริน
บทที่ 19 ต้นฉบับของสลิธีริน
บทที่ 19 ต้นฉบับของสลิธีริน
ศาสตราจารย์สเนปยืนสงบนิ่งอยู่ข้างกลุ่มของแมทธิว คอยเฝ้าดูการทำงานของเขาอย่างเงียบเชียบ
หลังจากหม้อปรุงยาเริ่มพ่นไอน้ำสีแดงออกมา แมทธิวก็ดับไฟอย่างคล่องแคล่วและกรองเอาเศษตะกอนออก
สุดท้ายเขาจึงเทของเหลวที่ใสสะอาดปราศจากสิ่งเจือปนลงในภาชนะใบใหม่
เมื่อแมทธิวทำครบทุกขั้นตอนแล้ว สเนปจึงหยิบภาชนะที่บรรจุน้ำสกัดจากเขาซาลาแมนเดอร์ขึ้นมาพิจารณา
"เสร็จเป็นคนแรก! บวกห้าคะแนนให้สลิธีริน"
สเนปหาโอกาสมอบคะแนนให้บ้านตัวเองได้อีกครั้ง
เขาวางภาชนะลง หันหลังกลับไปที่แท่นหน้าชั้น "เหลือเวลาอีกสิบนาที ใครที่ยังทำไม่เสร็จจะต้องคัดลอกขั้นตอนการสกัดน้ำจากเขาซาลาแมนเดอร์หนึ่งร้อยจบ"
เหล่านักเรียนด้านล่างต่างรีบเร่งมือกันจลาจล ทว่ายิ่งรีบก็ยิ่งผิดพลาดมากขึ้นเรื่อยๆ จนสีหน้าของสเนปเริ่มมืดมนลงในอัตราที่น่ากลัว
สิบนาทีต่อมา สเนปประกาศเลิกชั้นเรียน นักเรียนที่ทำเสร็จทันเวลาพอดีต่างลอบระบายลมหายใจด้วยความโล่งอก
ส่วนคนที่ยังทำไม่เสร็จต่างมีสีหน้าซีดเผือด การถูกศาสตราจารย์สเนปทำโทษให้คัดงานร้อยจบตั้งแต่วันแรกที่เปิดเรียน ทำให้พวกเขามีสภาพไม่ต่างจากมะเขือเทศที่ถูกน้ำค้างแข็งกัดจนเหี่ยวเฉา
หลังจากแมทธิวช่วยสเนปเก็บกวาดห้องเรียนเสร็จ เขาก็เอ่ยขึ้นว่า "ศาสตราจารย์ครับ ช่วงนี้ผมกำลังศึกษารูจน์โบราณ และอยากจะขอศึกษาต้นฉบับลายมือของซัลลาซาร์ สลิธีริน ผมจึงต้องขอลายเซ็นอนุมัติจากท่านครับ"
สเนปชำเลืองมองแมทธิวแล้วกล่าวอย่างช้าๆ "อย่าเสียดายพรสวรรค์ของเจ้า การแบ่งสมาธิไปสนใจหลายเรื่องเกินไปตั้งแต่เริ่มแรกไม่ใช่เรื่องดีนัก"
แมทธิวอธิบาย "ท่านก็ทราบว่าคุณปู่ของผมคืออัลฟาร์ด แบล็ก เขาเป็นนักวิชาการด้านรูจน์โบราณ ผมจึงมีความสนใจในด้านนี้ค่อนข้างมากครับ"
สเนปมิได้กล่าวอะไรต่อ เขาหยิบปากกาขึ้นมาเขียนใบอนุมัติให้แมทธิว
เมื่อออกจากห้องเรียน เขามุ่งหน้าตรงไปยังโถงใหญ่ วิชาปรุงยาเป็นวิชาสุดท้ายของวัน และยามนี้ก็ได้เวลาอาหารค่ำพอดี
ทันทีที่ถึงโถงใหญ่ เขากวาดสายตาไปรอบๆ จนพบรูมเมทที่จองที่นั่งไว้ให้เขาแล้ว
เมื่อแมทธิวเดินเข้าไปใกล้ เขาก็ได้ยินพวกนั้นยังคงวิพากษ์วิจารณ์วิชาปรุงยากันอยู่
เจอร์รี่กล่าวว่า "วันนี้ศาสตราจารย์สเนปดูอารมณ์เสียมาก หน้าเขาดูน่ากลัวกว่าปกติเสียอีก"
เจรัลด์จิบชาพลางสมทบ "ข้าเพิ่งได้ยินแพนซี่บอกว่า แฮร์รี่ พอตเตอร์ ทำกริฟฟินดอร์เสียไปสองแต้มตอนเรียนวิชาปรุงยาของปีหนึ่ง"
เจอร์รี่มีสีหน้าประหลาดใจ "ปกติแค่ตอบคำถามในห้องไม่ได้ ไม่น่าจะโดนหักคะแนนไม่ใช่หรือ ต่อให้เขาอยู่กริฟฟินดอร์ก็เถอะ?"
เจรัลด์เองก็ไม่ทราบสาเหตุ จึงคาดเดาไปอย่างส่งเดช "ใครจะรู้ล่ะ? บางทีศาสตราจารย์สเนปอาจจะแค่หมั่นไส้แฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นพิเศษก็ได้"
แมทธิวเหลือบมองไปทางโต๊ะกริฟฟินดอร์ และต้องประหลาดใจที่พบว่าแฮร์รี่, รอน, เนวิลล์ และเฮอร์ไมโอนี่ นั่งอยู่ด้วยกัน พวกเขากลายเป็นคนคุ้นเคยกันในเวลาเพียงวันเดียว
แฮร์รี่ดูค่อนข้างหดหู่ในยามนี้ กริฟฟินดอร์ต้องเสียคะแนนเพราะเขาตั้งแต่สัปดาห์แรกของภาคเรียน
เพื่อนอีกสามคนต่างพยายามปลอบใจเขาอย่างเต็มที่
"สามเกลอรวมตัวกันครบแล้วสินะ" แมทธิวคิดในใจ
หลังจากนั่งลง แมทธิวก็พูดกับเจอร์รี่ว่า "วันนี้ขอยืมการบ้านวิชาคาถามาลอกหน่อยนะ"
เขาขี้เกียจทำหน้าที่นักเรียนในวันนี้ เพราะความก้าวหน้าของเขานั้นนำหน้าไปไกลเกินกว่าจะมานั่งทำการบ้านพื้นฐานแบบนี้แล้ว
เจอร์รี่กลอกตาพลางบ่นอุบ "นักเรียนที่เก่งที่สุดในชั้นปีจะมาขอลอกการบ้านข้าเนี่ยนะ"
เจรัลด์หัวเราะร่าพลางว่า "ข้าก็อยากลอกเหมือนกัน ถ้าเทียบตามตรรกะแล้ว นั่นหมายความว่าข้ากับแมทธิวสอบได้ที่หนึ่งร่วมกันในชั้นปีนะ"
ขณะที่ทานอาหารไปได้ครึ่งทาง นกฮูกสีน้ำตาลตัวหนึ่งก็บินเข้ามาในโถงใหญ่และทิ้งจดหมายลงตรงหน้าแมทธิว
เขาหยิบจดหมายขึ้นมาแล้วป้อนน่องไก่ให้นกฮูกเป็นการตอบแทน
มันคือจดหมายจากลูน่า
ในจดหมายลูน่าถามแมทธิวว่าวันแรกที่โรงเรียนเป็นอย่างไรบ้าง เล่าว่าต้นมิสเซิลโทที่หน้าบ้านของนางเริ่มแตกหน่อแล้ว และสุดท้ายนางยังบอกด้วยว่าลูกนกธันเดอร์เบิร์ดของนางกินหนอนนกไปมากเท่าไหร่ในวันนี้
แมทธิวเขียนจดหมายตอบกลับ
เขาเล่าให้ลูน่าฟังเกี่ยวกับงานเลี้ยงต้อนรับเมื่อคืน ซึ่งเขาและเพื่อนร่วมห้องนั่งคุยกันทั้งคืน เขียนถึงพฤติกรรมที่แปลกประหลาดของศาสตราจารย์สเนปในวันนี้ และสุดท้ายยังเล่าเรื่องที่ได้พบเพื่อนใหม่สองคนบนรถไฟด่วนฮอกวอตส์ด้วย
"ลาก่อนนะ โบโบ้" เขายื่นจดหมายที่เขียนเสร็จแล้วให้นกฮูก มันคาบจดหมายแล้วบินจากไป
เจรัลด์จึงพูดด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า "เจ้ากับ 'เพื่อนบ้าน' นี่ความสัมพันธ์ดีกันเหลือเกินนะ พอมาถึงฮอกวอตส์ปุ๊บก็ได้รับจดหมายจากนางทุกสัปดาห์เลย เป็นเพื่อนบ้านที่ดีจริงๆ นะเนี่ย... อ๊าก! หยิกข้าทำไม? เหลือปีกไก่ให้ข้าด้วย!"
แมทธิวปรายมองเขา "ข้านึกว่าเจ้าอิ่มแล้วเสียอีก"
หลังมื้อค่ำ แมทธิวมุ่งหน้าไปยังห้องสมุด
แม้จะมีลายเซ็นอนุมัติจากศาสตราจารย์ แต่นั่นก็มิได้หมายความว่าจะสามารถเดินดูในเขตหวงห้ามได้อย่างอิสระ ใบอนุมัติมักจะระบุเนื้อหาที่ต้องการไว้อย่างชัดเจน และจะยืมได้เฉพาะเล่มที่อยู่ในรายการเท่านั้น
แมทธิวยื่นใบอนุมัติของศาสตราจารย์สเนปให้มาดามพินซ์ นางจึงนำทางเขาเข้าไปยังเขตหวงห้าม
ชั้นหนังสือที่นี่ถูกจัดวางตามระดับความอันตราย และภายในแต่ละระดับความอันตรายยังมีการแยกหมวดหมู่ตามเนื้อหาอีกด้วย
ไม่นานนัก มาดามพินซ์ก็พบต้นฉบับของสลิธีรินที่แมทธิวต้องการ นางยื่นหนังสือปกแข็งเล่มหนึ่งให้เขา
บนปกเขียนไว้ว่า "ความลับของสลิธีริน: รวมต้นฉบับลายมือรูจน์โบราณ"
เห็นได้ชัดว่านี่เป็นฉบับที่ได้รับการรวบรวมและชำระใหม่ในภายหลัง
"ขอบคุณครับ" แมทธิวรับหนังสือมาและหาที่นั่งในห้องอ่านหนังสือรวมของห้องสมุดเพื่อเริ่มค้นคว้า
งานเขียนของสลิธีรินมีการกล่าวถึง "การทำสมาธิ" น้อยมาก และมิได้ระบุวิธีการทำสมาธิใดๆ ไว้เลย
หลังจากพลิกอ่านไปได้สักพัก แมทธิวก็พบประโยคหนึ่งในบทที่ว่าด้วย "นิรุกติศาสตร์แห่งเสียงรูจน์" ซึ่งระบุว่า "การทำสมาธิคือหัวใจสำคัญของรูจน์"
หนังสือระบุว่า เมื่อสลิธีรินพยายามสืบเสาะหาต้นกำเนิดของเสียงรูจน์ เขาพบว่าวรรณกรรมที่เก่าแก่ที่สุดที่บันทึกเรื่องรูจน์นั้นปรากฏอยู่ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7
บทนั้นจบลงด้วยบทสนทนาระหว่างสลิธีรินกับลูกศิษย์คนหนึ่ง—
"ข้าถามเมอร์ลินว่า จะสามารถผสานรูจน์เข้ากับเวทมนตร์ได้อย่างไร
เมอร์ลินตอบว่า 'การทำสมาธิคือหัวใจสำคัญของรูจน์'"
เป็นที่น่าสนใจว่า เมอร์ลิน ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในโลกพ่อมด แท้จริงแล้วเป็นหนึ่งในนักเรียนรุ่นแรกๆ ของฮอกวอตส์ และยังเป็นนักเรียนรุ่นแรกที่ได้รับการคัดสรรเข้าสู่บ้านสลิธีรินด้วย
เขามีบทบาทในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 10 ถึง 12 สร้างวีรกรรมไว้มากมาย ก่อตั้ง "ภาคีแห่งเมอร์ลิน" และเป็นผู้วางรากฐานกฎหมายห้ามใช้เวทมนตร์ต่อหน้ามักเกิ้ล
คำอุทานติดปากของพ่อมดอย่าง "เคราเมอร์ลินเป็นพยาน" ก็หมายถึงเมอร์ลินผู้นี้นี่เอง
ตามความเข้าใจทั่วไปของโลกพ่อมด เขาไม่ใช่เมอร์ลินคนเดียวกับในตำนานกษัตริย์อาเธอร์ของโลกมักเกิ้ล เพียงแต่บังเอิญมีชื่อที่พ้องกกันเท่านั้น
บันทึกทางวรรณกรรมที่เก่าแก่ที่สุดของตำนานกษัตริย์อาเธอร์ปรากฏขึ้นราวปี ค.ศ. 600 ในบทกวีของนักขับลำนำชาวเวลส์ นักประวัติศาสตร์คาดการณ์ว่าช่วงเวลาของเมอร์ลินยุคกษัตริย์อาเธอร์ควรจะอยู่ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 5
ซึ่งช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่ของเมอร์ลินทั้งสองคนนั้นห่างกันเกือบหกถึงเจ็ดร้อยปีเลยทีเดียว
"ประโยคนี้เมอร์ลินเป็นคนพูดงั้นหรือ?" แมทธิวรู้สึกสับสน
ตามประวัติของโรงเรียนฮอกวอตส์ เมอร์ลินเติบโตอย่างรวดเร็วหลังจากเข้าเรียนที่นี่ ในช่วงบั้นปลายชีวิต สลิธีรินและเมอร์ลินมีความสัมพันธ์ในลักษณะกัลยาณมิตรที่เป็นทั้งศิษย์และอาจารย์
แต่หลังจากเมอร์ลินเรียนจบ ด้วยทัศนคติที่มีต่อมักเกิ้ลที่แตกต่างกัน ทำให้ทั้งสองเริ่มมีความขัดแย้งกันมากขึ้น จนในที่สุดก็ต้องแยกทางกันไป
ในขณะนั้น มาดามพินซ์เคาะประตูห้องอ่านหนังสือเพื่อเตือนว่า "ห้องสมุดกำลังจะปิดแล้ว"
แมทธิวเก็บหนังสือและเตรียมตัวกลับไปยังห้องนั่งเล่นรวม เวลาเคอร์ฟิวของฮอกวอตส์นั้นค่อนข้างเช้าทีเดียว