เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8: ฆ่าตัวตายด้วยคมมีดแปดแผล

บทที่ 8: ฆ่าตัวตายด้วยคมมีดแปดแผล

บทที่ 8: ฆ่าตัวตายด้วยคมมีดแปดแผล


บทที่ 8: ฆ่าตัวตายด้วยคมมีดแปดแผล

“หัวหน้าหน่วยจ้าว? หึๆ ลมอะไรหอบท่านมาถึงที่นี่ได้กัน?”

หลินโม่ลุกขึ้นยืนช้าๆ ใบหน้าที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนเผยรอยยิ้มเย็นชาออกมา

เขาย่อมรู้ดีอยู่เต็มอกว่าจ้าวตงไห่มาที่นี่ด้วยจุดประสงค์ใด แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ การแกล้งโง่ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

คนจาก ‘หอส่งวิญญาณ’ แห่งกองงานศิษย์รับใช้... หากไม่ได้มาเพื่อเก็บศพ แล้วจะมานั่งจิบชาสนทนาปรัชญาชีวิตกับเขาหรือไร?

จ้าวตงไห่แสยะยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา “ตามบันทึกทะเบียนของกองงานศิษย์รับใช้ ยามนี้เจ้าสมควรจะสิ้นอายุขัยไปแล้ว แต่น่าประหลาดใจนักที่เจ้ายังดูเลือดลมสมบูรณ์ปานนี้”

“ดูท่า... เจ้าคงจะยังยื้อลมหายใจต่อไปได้อีกสักพักสินะ หลินโม่”

“หึๆ บางทีสวรรค์อาจเมตตาคนแก่ไม้ใกล้ฝั่งอย่างข้า ให้ข้าได้ถวายแรงกายรับใช้ท่านเจ้าสำนักเป็นครั้งสุดท้ายกระมัง” หลินโม่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“นั่นไม่จำเป็น” จ้าวตงไห่ตัดบทเสียงแข็ง ไม่เปิดช่องให้โต้แย้ง “เบื้องบนได้จัดสรรคนมารับผิดชอบงานในตำหนักจื่อเทียนแทนแล้ว ในเมื่อสังขารร่วงโรยของเจ้ายังมีเวลาเหลือ ก็จงกลับไปที่กองงานศิษย์รับใช้เพื่อใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบเถิด”

“เจ้าอุทิศตนให้สำนักชูเซิ่งมาทั้งชีวิต กองงานศิษย์รับใช้ย่อมไม่ปฏิบัติต่อเจ้าอย่างอยุติธรรม ในภายภาคหน้า ข้าในฐานะหัวหน้าหอส่งวิญญาณ จะช่วยสงเคราะห์ให้เจ้าได้จากโลกนี้ไปอย่างสมเกียรติเอง”

เมื่อได้ยินวาจาสวยหรูนั้น หลินโม่ก็แค่นหัวเราะในลำคอ

เขาถามกลับอย่างรู้ทันว่า “หัวหน้าหน่วยจ้าว ‘ภายภาคหน้า’ ที่ท่านพูดถึง หมายถึงวันพรุ่งนี้ หรือวันมะรืนกันแน่?”

หลินโม่ไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อยว่า ทันทีที่เขาก้าวเท้าออกจากตำหนักจื่อเทียนเพื่อกลับไปยังกองงานศิษย์รับใช้...

อย่างช้าที่สุดไม่เกินสองวัน เขาคงถูกพบเป็นศพด้วยสาเหตุการตายที่เรียกว่า ‘ฆ่าตัวตาย’ โดยมีมีดปักคาหลังถึงแปดแผลเป็นแน่!

เมื่อถูกดักคอ จ้าวตงไห่ก็เลิกปั้นหน้าแสแสร้ง สีหน้าพลันเย็นชาลงทันที

“ไม้ใกล้ฝั่งจะลงโลงรอมร่อ แต่สมองยังใช้งานได้ดีนี่...”

“เจ้าไร้พรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียร ทั้งสังขารก็ไร้เรี่ยวแรงจะทำงานหนักได้อีกต่อไป ตัวเจ้ายังจะมีค่าอันใดต่อสำนักชูเซิ่งอีก?” น้ำเสียงของจ้าวตงไห่เต็มไปด้วยการคุกคาม “ตอนนี้ข้าหยิบยื่นโอกาสให้เจ้าได้เดินจากไปเองอย่างสมเกียรติ หากยังไม่รู้จักดีชั่ว ข้าจะช่วย ‘สงเคราะห์’ ให้เจ้าสมเกียรติเอง!”

แม้กองงานศิษย์รับใช้จะเป็นหน่วยงานที่มีสถานะต่ำต้อยที่สุดในสำนักชูเซิ่ง แต่ภายในหน่วยงานเองกลับมีการแบ่งลำดับชั้นเหยียดหยามกันอย่างรุนแรง

โดยทั่วไปแล้ว ตำแหน่ง ‘ศิษย์รับใช้ส่วนตัวประจำตำหนักจื่อเทียน’ ถือเป็นบ่อเงินบ่อทองที่สุขสบายที่สุดในบรรดาศิษย์รับใช้ทั้งหมด

เหตุผลน่ะหรือ?

แม้ว่าหลิวจื่อเยียนจะเข้มงวดไปบ้าง แต่อย่างน้อยผู้ที่ทำงานที่นี่ก็ไม่ต้องถูกพวกศิษย์รุ่นพี่ในกองงานกดขี่รังแก ทั้งยังมีเวลาว่างค่อนข้างเป็นอิสระ

และที่สำคัญที่สุดคือ ‘ประวัติการทำงาน’

ผู้ที่เคยผ่านงานรับใช้ส่วนตัวในตำหนักจื่อเทียน เมื่อกลับเข้าสู่กองงานศิษย์รับใช้ในอนาคต ย่อมได้รับการเลื่อนตำแหน่งก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

ผิดกับศิษย์รับใช้ทั่วไป...

โดยเฉพาะพวกศิษย์ใหม่ที่ต้องรับเหมางานสกปรกและงานใช้แรงงานหนักทุกชนิด มิหนำซ้ำยังต้องรองรับอารมณ์และการกลั่นแกล้งจากรุ่นพี่ ในช่วงปีแรกๆ ที่หลินโม่เข้ามาเป็นศิษย์รับใช้หน้าใหม่ เขาได้ลิ้มรสความขมขื่นเหล่านี้มาจนเอียน

แม้ว่าตอนนี้จะกลายเป็นเฒ่าเจนโลก แต่เขาก็ยังหนีไม่พ้นวังวนการแก่งแย่งชิงดีภายในกองงานศิษย์รับใช้

ในสถานที่แห่งนี้ หากเจ้าไม่เจ้าเล่ห์พอ หรือซื่อตรงเกินไป จุดจบย่อมไม่สวยงาม

ดังนั้น เก้าอี้ศิษย์รับใช้ส่วนตัวแห่งตำหนักจื่อเทียน จึงเป็นที่หมายปองของเหล่าศิษย์รับใช้นับไม่ถ้วน

ย้อนกลับไปในตอนนั้น หลินโม่ผู้ไร้ซึ่งหัวนอนปลายเท้าและเส้นสาย ก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่งนี้ได้ก็เพราะบัญชาของหลิวจื่อเยียนโดยตรง

เหตุเพราะศิษย์รับใช้ที่กองงานส่งมาผลัดแล้วผลัดเล่าทำงานไม่ได้เรื่อง หลิวจื่อเยียนจึงบันดาลโทสะ สั่งลงโทษกองงานศิษย์รับใช้ยกแผง และคัดเลือกคนที่มีความสามารถด้วยตนเอง

คนผู้นั้นก็คือหลินโม่... และเขาก็ทำงานนี้มาอย่างยาวนานนับร้อยปี

จากเด็กหนุ่มไฟแรงที่เปี่ยมด้วยความกระตือรือร้น จนกลายเป็นชายชราผมขาวโพลนในวัยไม้ใกล้ฝั่ง

บัดนี้ เมื่อเห็นว่าอายุขัยของหลินโม่ใกล้สิ้นสุด ผู้ดูแลกองงานศิษย์รับใช้จึงต้องการรีบยัดเยียดคนของตัวเองเข้ามาเสียบแทนตำแหน่งที่ว่างลง

และหากหลินโม่ไม่ยอมหลีกทางให้แต่โดยดี พวกมันก็พร้อมจะใช้ ‘มาตรการบังคับ’ อย่างแน่นอน!

เนื่องจากหลินโม่ในสายตาคนนอกนั้นชราภาพและมีเวลาเหลืออีกไม่มาก

แม้แต่หลิวจื่อเยียนผู้สูงส่งก็คงไม่ลดตัวลงมาไต่ถามสารทุกข์สุกดิบ

จริงอยู่ที่สำนักชูเซิ่งเป็นสำนักมาร ทว่ากฎสำนักก็ระบุไว้ชัดเจนว่าห้ามศิษย์ในสำนักเข่นฆ่ากันเอง... อย่างน้อยก็ในที่แจ้ง

แต่หากเขายอมกลับไปที่กองงานศิษย์รับใช้... พวกมันย่อมมีร้อยแปดพันวิธีที่จะทำให้ชายชราไร้ทางสู้อย่างหลินโม่ ‘ฆ่าตัวตาย’ และเลือนหายไปจากโลกใบนี้อย่างเงียบเชียบ

ในฐานะจิ้งจอกเฒ่าผู้เจนโลก หลินโม่ย่อมรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมตื้นเขินนี้ดี

ดังนั้น เขาจะยอมกลับไปกับจ้าวตงไห่ไม่ได้เป็นอันขาด ขืนรอให้หลิวจื่อเยียนรู้ตัว แม้ว่านางจะมีเมตตาอยากยื่นมือเข้าช่วย ถึงตอนนั้นวิญญาณของเขาคงไปรายงานตัวกับพญายมที่ปรโลกเรียบร้อยแล้ว

หลินโม่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของจ้าวตงไห่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงประชดประชันว่า “หัวหน้าหน่วยจ้าว ท่านพูดเรื่องพวกนี้กับข้าไปก็ไร้ประโยชน์”

“ข้ายินดีน้อมรับคำสั่งโยกย้ายบุคลากร และยินดีกลับไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่กองงานศิษย์รับใช้... แต่ทว่า หัวหน้าหน่วยหอส่งวิญญาณเช่นท่าน ดูเหมือนจะไม่มีอำนาจในการสั่งย้ายคนของกองงานศิษย์รับใช้นะ”

“หากต้องการให้ข้าย้ายออกจากตำแหน่งนี้จริงๆ ก็เชิญท่าน ‘ผู้ดูแลกองงาน’ มาสั่งข้าด้วยตัวเองเถอะ”

จ้าวตงไห่แค่นเสียงฮึดฮัดอย่างดูแคลน “ไอ้เฒ่าสวะ! ข้าว่าเจ้าคงลืมกำพืดตัวเองไปแล้วกระมัง เจ้าคิดว่าตนเองมีสิทธิ์อะไรให้ท่านผู้ดูแลต้องลดตัวลงมาหาเจ้าถึงที่?”

หลินโม่เป็นเพียงเบี้ยล่างไร้เส้นสาย ไร้ขุมกำลังหนุนหลัง หากมิใช่เพราะทำงานรับใช้ได้ถูกใจเจ้านาย...

มีหรือจะสามารถเสวยสุขในตำแหน่งศิษย์รับใช้ส่วนตัวของตำหนักจื่อเทียนมาได้นานหลายปีเพียงนี้?

สิ้นคำ จ้าวตงไห่ก็โบกมือเป็นสัญญาณ เตรียมจะสั่งให้ศิษย์รับใช้สองคนที่ติดตามมาเข้าควบคุมตัวและลากคอหลินโม่ออกไป

ทว่าหลินโม่กลับยกมือขึ้นปรามศิษย์รับใช้ทั้งสองอย่างใจเย็น แล้วเอ่ยเนิบช้าแต่หนักแน่นว่า

“หัวหน้าหน่วยจ้าว... ที่นี่คือหน้าประตูตำหนักจื่อเทียน หากท่านกล้าทำอะไรบุ่มบ่าม ก็จงไตร่ตรองให้ดีว่า ท่านจะสามารถรับโทสะของท่านเจ้าสำนักไหวหรือไม่”

“ศิษย์นับแสนในสำนักชูเซิ่ง ต่างรู้ดีว่าท่านเจ้าสำนักเกลียดชังการที่มีใครมารบกวนเวลาบำเพ็ญเพียรของนางมากที่สุด”

“ชีวิตไม้ใกล้ฝั่งอย่างข้านั้นไร้ค่า ตายไปก็ไม่น่าเสียดาย... แต่ท่านสิไม่เหมือนกัน ในฐานะหัวหน้าหน่วยหอส่งวิญญาณ ชีวิตและอนาคตของท่านมีราคาแพงกว่าข้ามากนัก... ท่านจะยอมเอามาแลกกันจริงหรือ?”

“ดี... ดีมาก!”

วาจาของหลินโม่เปรียบเสมือนน้ำเย็นเฉียบที่สาดรดหัวจ้าวตงไห่ ไฟโทสะที่กำลังลุกโชนพลันมอดลงทันที

เมื่อตรองดูอย่างถี่ถ้วน เขาก็ไม่จำเป็นต้องก่อเรื่องใหญ่โตหน้าประตูตำหนักจื่อเทียนเพื่อแลกกับชีวิตคนใกล้ตายเพียงคนเดียว

“รักษาคอของเจ้าไว้ให้ดีเถอะ ไอ้เฒ่าสวะ” จ้าวตงไห่กล่าวทิ้งท้ายด้วยสายตาอำมหิตเย็นชา

เมื่อกลับไปถึงกองงาน เขาย่อมมีอำนาจและวิธีการมากมายที่จะจัดการกับหลินโม่ให้สาสม

แม้หอส่งวิญญาณจะไม่มีอำนาจสั่งย้ายคนโดยตรง แต่เขาก็ยังเป็นถึงหัวหน้าหน่วยระดับสูงในกองงานศิษย์รับใช้

มีหรือจะยอมปล่อยให้ศิษย์รับใช้ระดับล่างอย่างหลินโม่มาลูบคมท้าทายอำนาจแล้วลอยนวลไปได้?

หลินโม่ยักไหล่ ตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ “ร่างกายข้าไม่ค่อยดี คงเดินไปส่งท่านไม่ได้นะ หัวหน้าหน่วยจ้าว”

หลังจากไล่จ้าวตงไห่และสมุนกลับไปได้แล้ว

หลินโม่ก็ยกมือขึ้นลูบจมูกพลางหัวเราะในลำคออย่างขบขัน “ก็แค่หัวหน้าหน่วยหอส่งวิญญาณ... คนที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง คงนึกว่าเจ้าเป็นผู้ยิ่งใหญ่คับฟ้ามาจากไหน”

โบราณว่าไว้... ‘พญายมนั้นพานพบง่าย ภูตผีปลายแถวนั้นรับมือยาก’

คำกล่าวนี้ช่างเหมาะสมกับคนอย่างจ้าวตงไห่เสียจริง ในสายตาของคนระดับสูงในสำนักชูเซิ่ง สถานะของจ้าวตงไห่ก็ไม่ได้สูงส่งไปกว่าศิษย์รับใช้ระดับล่างอย่างพวกเขาสักเท่าไหร่นัก หางแถวก็ยังเป็นหางแถวอยู่วันยังค่ำ

“แต่จะว่าไป ข้าก็ยังต้องรีบหาวิธีแก้ปัญหานี้...”

หากไม่ใช่เพราะมีโอสถต่อชะตา ป่านนี้เขาคงลาโลกไปจริงๆ แล้ว

และทางกองงานศิษย์รับใช้เอง ก็คงเตรียมศิษย์คนใหม่มาเสียบแทนตำแหน่งของเขาไว้เสร็จสรรพแล้วเช่นกัน

จบบทที่ บทที่ 8: ฆ่าตัวตายด้วยคมมีดแปดแผล

คัดลอกลิงก์แล้ว