เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34 ปลาไนผัดโหระพา!

บทที่ 34 ปลาไนผัดโหระพา!

บทที่ 34 ปลาไนผัดโหระพา!


“หัวหน้าครับดูสิ วันนี้ลูกค้าที่มากินอาหารตามสั่งจานเล็กน้อยกว่าปกติไปสามส่วน พวกเราก็อุตส่าห์เตรียมกับข้าวไว้ต้อนรับนักศึกษาพวกนั้นเพิ่มตั้งเยอะแยะ นี่ก็เหลือหมดเลย”

ในครัวหลังร้านของโรงอาหารโรงงาน หวงฝูเซิงหัวหน้าพ่อครัวมองหวังเต๋อฟาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกลัดกลุ้ม

บนเขียงข้าง ๆ วางวัตถุดิบที่เตรียมไว้สารพัดชนิดเต็มไปหมด ทั้งเนื้อวัว ตับหมู ไส้ใหญ่... มีครบทุกอย่าง ปริมาณก็ไม่น้อยเลย

หวังเต๋อฟาหน้าดำคร่ำเครียด พูดเสียงเข้ม “วันนี้โดนร้านอาหารโจวเอ้อร์หวาป่วนหมด ถ้านักศึกษาพวกนั้นมากินข้าวที่โรงอาหาร กับข้าวก็คงไม่เหลือ แถมยังช่วยสร้างกระแสและชื่อเสียงดี ๆ ให้โรงอาหารได้อีก”

“นั่นสิครับ! โจวเยี่ยนไอ้เด็กนี่มันไม่ใช่คนจริง ๆ!” หวงฝูเซิงด่าตามอย่างโมโห “หัวหน้าครับ ท่านคุณต้องคิดหาทางหน่อยนะ ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ลูกค้าอาหารตามสั่งจานเล็กของพวกเราหนีหายหมดแน่”

“แกยังกล้าพูดอีกเหรอ!” หวังเต๋อฟาถลึงตาใส่เขาแวบหนึ่ง ลดเสียงลงเล็กน้อย แต่ก็ยังปิดบังความโมโหไว้ไม่มิด “ข้าให้แกเป็นหัวหน้าพ่อครัว ไม่ใช่แค่ให้แกมาหาเศษหาเลยนะโว้ย!

ไอ้ลูกเต่าอย่างแกถ้าทำงานไม่ดี ก็รีบไสหัวไปให้พ้นเลย! พวกคนงานมันด่าเสีย ๆ หาย ๆ แค่ไหนแกรู้ไหม? พวกมันจะขี่คอขี้รดหัวข้าอยู่แล้ว!”

“ครับ ครับ...” หวงฝูเซิงโดนด่าจนหน้าแดงก่ำ “ผมจะตั้งใจทำงานอย่างดีแน่นอนครับ”

“ทำงานแม่แกสิ...” หวังเต๋อฟายังไม่หายโมโห “รสชาติอาหารตามสั่งจานเล็กต้องทำให้มันดี ๆ หน่อย ถ้าลูกค้าหนีไปอีก ข้าจะไล่แกกลับไปเป็นลูกมือสับผัก!”

“ผมรับประกันว่าต่อไปจะให้พวกเขาตั้งใจผัด ไม่ให้มีปัญหาแน่นอนครับ!” หวงฝูเซิงพยักหน้า

“ให้เวลาแกอีกหนึ่งอาทิตย์ ไปแย่งลูกค้าที่เสียไปกลับมาให้หมด” หวังเต๋อฟามองเขา “จัดการร้านอาหารโจวเอ้อร์หวาให้มันเจ๊งไปซะ”

“ได้ครับ!” หวงฝูเซิงพยักหน้าอย่างหนักแน่น ลังเลเล็กน้อยแล้วพูดต่อ “หัวหน้าครับ ผมว่าโจวเยี่ยนไอ้เด็กนั่นคนเดียวทำอะไรไม่สำเร็จหรอก มันทำเป็นแค่ยำแตงกวา ขนาดหมูผัดพริกเสฉวนยังผัดไม่เป็นเลย

เดิมทีร้านอาหารของมันก็จะเจ๊งอยู่แล้ว แต่พอขายบะหมี่ก็กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ ข้างหลังต้องมีคนเก่งคอยชี้แนะแน่ ๆ”

“แกหมายถึงไอ้เฒ่าเซี่ยวเหล่ยนั่นเหรอ?” หวังเต๋อฟาพูดอย่างครุ่นคิด

ในตอนนั้น ชายวัยกลางคนคนหนึ่งก็ลากถังขยะเศษอาหารกลับเข้ามาในครัว วางกลับไปที่มุมห้อง ถอดผ้ากันเปื้อนเตรียมเลิกงาน

“เซี่ยวเหล่ย แกมานี่หน่อย” หวังเต๋อฟาตะโกนเรียกชายคนนั้น น้ำเสียงไม่เป็นมิตร

“ข้าเลิกงานแล้ว มีธุระอะไรไว้ค่อยคุยกันพรุ่งนี้” เซี่ยวเหล่ยหันหลังเดินจากไปทันที ไม่ไว้หน้าหวังเต๋อฟาเลยสักนิด

“หยุดนะ!” หวังเต๋อฟาโมโหจนหัวเราะ “แกไม่กลัวข้าไล่แกออกหรือไง?!”

“กลัวบ้านแกสิ!” ฝีเท้าของเซี่ยวเหล่ยหยุดชะงัก หันกลับมามองหวังเต๋อฟา เบ้ปากมุมหนึ่ง พูดเยาะเย้ย “แกคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงจะมาไล่ข้าออกได้? อายุงานข้ายังเยอะกว่าแกอีก แถมข้าก็ไม่ได้ทำความผิดอะไร แกจะมาไล่ข้าออกได้ยังไง!

แต่แกก็อย่ามาทำกร่างหน่อยเลย ถ้าทำข้าโมโหขึ้นมาจริง ๆ ตอนที่ตะหลิวฟาดหน้าแกก็อย่ามาร้องไห้แล้วกัน ข้าแม่นกว่าโจวเยี่ยน แถมแรงก็ยังเยอะกว่ามากด้วย”

“แก... แก...” หวังเต๋อฟาโกรธจนหน้าดำ

หวงฝูเซิงรีบดึงหวังเต๋อฟาไว้ พลางตะโกนใส่เซี่ยวเหล่ยว่า “อาจารย์เซี่ยว นี่ก็เป็นเพราะคุณที่ทำไม่ถูกนะ จะมาพูดกับหัวหน้าหวังของพวกเราแบบนี้ได้ยังไง”

“แกก็หุบปากไปเลย ขนาดพ่อครัวระดับสามยังสอบไม่ผ่าน ยังมาเป็นหัวหน้าพ่อครัว วัน ๆ เอาแต่เลียแข้งเลียขาหวังเต๋อฟา กระโดดตัวลอยเลียอยู่ได้ ไม่เจียมกะลาหัว” เซี่ยวเหล่ยหัวเราะเยาะ “ตอนนี้ข้าทำงานสบายจะตาย เงินเดือนก็ได้เหมือนเดิม อายุงานก็นับต่อไป รอเกษียณสบาย ๆ ก็พอแล้ว แถมยังไม่ต้องโดนคนชี้หน้าด่าลับหลังด้วย”

“แก... แก...” หวงฝูเซิงก็หน้าดำเหมือนกัน

เซี่ยวเหล่ยเดินจากไปอย่างฉุนเฉียว ไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง

ตอนที่ปั่นจักรยานออกมาจากประตูใหญ่ของโรงงาน เขาหันกลับไปมองร้านอาหารโจวเอ้อร์หวาแวบหนึ่ง บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มจาง ๆ “เจ้าเด็กนี่ ก็มีฝีมืออยู่ไม่น้อยเหมือนกัน”

โจวเยี่ยนเพิ่งกลับมาถึงร้าน จอดจักรยาน 28 นิ้วพิงกำแพงไว้เรียบร้อย โจวเฟยก็มานั่งอยู่ในร้านแล้ว กำลังคุยอยู่กับโจวเหมี่ยว คุยกันเรื่องปลาตัวใหญ่ที่สหายเหล่าโจวทำหลุดมือไป

เขาทักทายทีหนึ่ง เอาห่อของที่หม่าซิงเหย่ให้มาวางไว้บนเคาน์เตอร์ แล้วก็เดินเข้าครัวไป

“ไปส่งเซี่ยเหยากลับมาแล้วเหรอ?” จ้าวเถี่ยอิงเอ่ยถาม

จ้าวหงก็มองมาที่เขาด้วยสายตาห่วงใยเช่นกัน นักศึกษาคนนั้นหน้าตาสวยจริง ๆ นิสัยก็ดี พูดจาเสียงนุ่ม ๆ น่าฟังมาก ยืนอยู่กับโจวเยี่ยนแล้วดูเหมาะสมกันจัง

“ครับ ฟ้าจะมืดแล้ว เธอเดินกลับคนเดียวไม่ค่อยปลอดภัย” โจวเยี่ยนตอบส่ง ๆ ล้างมือก่อน ปลาถูกบั้งแล้วหมักด้วยต้นหอม ขิง และเหล้าสำหรับทำอาหารไว้แล้ว ใบโหระพากับพริกหยวกเขียวพริกหยวกแดงก็ล้างไว้เรียบร้อยแล้ว

“สาวน้อยน่ารักขนาดนั้น ก็ต้องไปส่งเธออยู่แล้วสิ” จ้าวเถี่ยอิงยิ้มพูด แล้วก็ถอนหายใจออกมาเล็กน้อย “แค่ว่ามันไกลเกินไป เป็นคนหางโจว มาเรียนมหาวิทยาลัยที่ซานเฉิง แกบอกสิ หางโจวอยู่ไกลจากที่นี่แค่ไหน?”

“สี่พันกว่าลี้ นั่งรถไฟต้องใช้เวลาสามวันครับ”

“สี่พันลี้? โอ๊ยพระเจ้าช่วย! งั้นค่ารถก็ไม่รู้ว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่แล้ว” จ้าวเถี่ยอิงส่ายหน้าไม่หยุด ขนาดเฉิงตูเธอยังว่าไกล เจียโจวก็เพิ่งเคยไปไม่กี่ครั้ง นึกไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าสี่พันลี้มันจะไกลขนาดไหน

“นั่งเครื่องบินก็เร็วครับ” โจวเยี่ยนยิ้ม

“เครื่องบิน? ใครมันจะไปนั่งไหว” จ้าวเถี่ยอิงส่ายหน้า “คราวที่แล้วฉันไปทำธุระที่คอมมูน ได้ยินพวกเขาคุยกัน บอกว่าเลขาธิการตามผู้ใหญ่ไปดูงาน นั่งเครื่องบินต้องให้ที่ว่าการอำเภอออกใบรับรองให้ ตั๋วใบหนึ่งราคาตั้งหลายร้อยหยวน ซื้อจักรยานได้คันหนึ่งเลย”

“แพงขนาดนั้นเลยเหรอ?” จ้าวหงสูดหายใจเข้าลึก ๆ ทำหน้าตกตะลึง “งั้นต่อไปถ้าพวกเธอแต่งงานกัน ต้องนานแค่ไหนเธอถึงจะได้กลับบ้านแม่สักครั้งล่ะ?”

“หา?” โจวเยี่ยนชะงักไปเล็กน้อย ยิ้มอย่างจนใจ “พี่สะใภ้ใหญ่ พี่พูดอะไรน่ะ? พวกเราไม่ได้คบกัน แล้วก็ไม่ได้บอกว่าจะแต่งงานด้วย”

“ก็ยังมีพี่สะใภ้แกนี่แหละที่กล้าคิด แม้แต่ฉันยังไม่กล้าคิดฝันสวยงามขนาดนี้เลย ต่อให้ในหมู่นักศึกษาด้วยกัน เซี่ยเหยาก็เป็นกลุ่มที่น่ารักที่สุดแล้ว ทั้งสง่างาม ทำอะไรก็คล่องแคล่วรอบคอบ เรื่องการวางตัวเข้าสังคมนี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง” จ้าวเถี่ยอิงยิ่งพูดก็ยิ่งคึก จ้องโจวเยี่ยนแล้วพูดว่า “เจ้าเด็กนี่ แกไปลองดูหน่อยสิ ลูกสะใภ้ดี ๆ ขนาดนี้ ถ้าพลาดไปแม่คงนอนไม่หลับทั้งคืน”

“แม่ครับ ผมจะทำปลาไนผัดโหระพาแล้ว ปลาไหลนาตุ๋นน้ำแดงผมยกให้แม่จัดการนะ” โจวเยี่ยนไม่กล้ารับคำเลยสักนิด

คีบขิงดอง ถั่วฝักยาวดอง พริกดอง ออกมาจากไหผักดอง หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ขิง กระเทียม พริก สับรวมกันให้ละเอียด ขั้นตอนนี้สำคัญมาก

ใบโหระพาเอาแต่ใบ หั่นให้ละเอียดเหมือนกัน เพื่อให้กลิ่นออกมาเต็มที่

ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันเมล็ดผักกาดลงไป พอน้ำมันร้อนประมาณหกส่วนก็ใส่ปลาไนลงไป ทอดจนเหลืองทั้งสองด้าน ตักขึ้นมาพักไว้

ใช้น้ำมันที่เหลือในกระทะ เติมน้ำมันหมูลงไปอีกหนึ่งช้อน พอน้ำมันร้อนก็ใส่ขิง กระเทียม และพริกดองลงไปผัดให้หอม จากนั้นใส่เต้าเจี้ยวพริกเสฉวนสับละเอียดลงไป ใช้ไฟอ่อนผัดจนเป็นน้ำมันสีแดง สุดท้ายใส่ถั่วฝักยาวดองลงไปผัดรวมกัน

กลิ่นหอมฟุ้งขึ้นมาทันที ทั้งเปรี้ยว ทั้งเผ็ด ทั้งหอม!

คนเสฉวนทำปลาตุ๋น เปลืองทั้งน้ำมัน เปลืองทั้งเครื่องเคียงและเครื่องปรุง สิ่งที่ต้องการก็คือรสชาติที่ผสมผสานกันนี่แหละ

จังหวะนี้ก็เติมน้ำลงไปหนึ่งช้อน ปรุงรสด้วยผงชูรส พริกไทย น้ำตาล ซีอิ๊วเพื่อชูรสชาติและเพิ่มความหอม และน้ำส้มสายชูเป่าหนิง(1)เล็กน้อยเพื่อดับคาวและเพิ่มความหอม

ใส่ปลาที่ทอดไว้ก่อนหน้านี้ลงไป ให้น้ำซอสท่วมตัวปลาพอดี ใช้ไฟอ่อนเคี่ยวช้า ๆ

โจวเยี่ยนเหลือบมองโจวลี่ฮุยที่ยืนอยู่ข้างเตา ยิ้มแล้วพูดว่า “ฮุยฮุย อยากเรียนทำปลาด้วยเหรอ?”

“อยากครับ” โจวลี่ฮุยพยักหน้า พูดอย่างชื่นชม “อาเล็กเก่งเกินไปแล้วครับ ปลาจานนี้หอมมาก หอมกว่าที่แม่ผมทำอีก”

“อาเล็กของแกเป็นพ่อครัวมืออาชีพ แน่นอนว่าต้องทำอร่อยกว่าแม่อยู่แล้วสิ” จ้าวหงที่กำลังเติมฟืนอยู่หลังเตาพูดพลางยิ้ม

ส่วนกระทะข้าง ๆ ปลาไหลนาของจ้าวเถี่ยอิงก็กำลังตุ๋นอยู่ในกระทะแล้ว ปลาไหลนาที่หั่นเป็นท่อน ๆ กำลังเดือดปุด ๆ อยู่ในน้ำซอสสีแดง กลิ่นก็หอมมากเช่นกัน

หลายวันนี้พอได้ดูโจวเยี่ยนทำกับข้าว จ้าวเถี่ยอิงก็พอจะจับเทคนิคได้บ้าง นั่นก็คือต้องกล้าใส่เครื่องปรุง ขอแค่เครื่องปรุงอร่อย ต่อให้เอาไปตุ๋นพื้นรองเท้าก็ยังหอม

ปลาไนต้มไปประมาณหกเจ็ดนาที โจวเยี่ยนก็หยิบจานปากกว้างมาตักปลาไนออกจากกระทะก่อน

เร่งไฟให้แรงขึ้นอีกหน่อยเพื่อเคี่ยวซอสให้งวด เติมน้ำแป้งมันเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความข้นหนืด พอน้ำซอสเริ่มข้นและเดือดปุด ๆ ก็ใส่ใบโหระพากับต้นหอมซอยลงไป ผัดสองสามที ให้กลิ่นหอมของโหระพาซึมเข้าไปในน้ำซอสจนทั่ว แล้วก็ราดลงบนตัวปลาไนที่ตุ๋นไว้

น้ำซอสที่ข้นหนืด มีต้นหอมซอย ถั่วฝักยาวดอง พริกดองสีเขียวสีแดงตัดกัน ราดอยู่บนตัวปลาไน ดูน่ากินสุด ๆ

กลิ่นหอมของปลาลอยฟุ้งออกมา โจวลี่ฮุยกลืนน้ำลายเอื๊อกก่อนเลย หอมมาก!

“กลิ่นหอมเกินไปแล้ว ไม่นึกเลยว่าโจวเยี่ยนจะทำปลาได้น่าอร่อยขนาดนี้” จ้าวหงก็พูดอย่างชื่นชมเช่นกัน

โจวโม่โม่กับฟานหวาขยับเข้ามาที่ประตูห้องครัว ชูจมูกขึ้นสูดกลิ่นไม่หยุด

“หอมจังเลย! เกอเกอ!” โจวโม่โม่ตาสองข้างเป็นประกาย “น้องปลาปลาเหรอ? อยากกิน!”

“อื้ม ปลาไนผัดโหระพา” โจวเยี่ยนยื่นจานให้โจวลี่ฮุย ยิ้มแล้วพูดว่า “ไปล้างมือรอก่อน เดี๋ยวผัดผักอีกอย่างก็กินข้าวได้แล้ว”

……….……….……….……….

(1) น้ำส้มสายชูเป่าหนิง (保宁醋) เป็นหนึ่งในสี่น้ำส้มสายชูที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศจีน เป็นน้ำส้มสายชูหมักจากรำข้าว และมักมีสีดำ มีชื่อเสียงจากการที่หมักด้วยสมุนไพรจีนหลายชนิด ทำให้มีรสชาติและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

จบบทที่ บทที่ 34 ปลาไนผัดโหระพา!

คัดลอกลิงก์แล้ว