เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 ครั้งนี้ต้องทำได้แน่นอน

บทที่ 3 ครั้งนี้ต้องทำได้แน่นอน

บทที่ 3 ครั้งนี้ต้องทำได้แน่นอน


โจวเยี่ยนหันไปยังโซนทำเส้นบะหมี่ที่อยู่ข้าง ๆ เขาเปิดกะละมังเคลือบออก โรยแป้งสาลีหนึ่งกำมือลงบนโต๊ะ หยิบแป้งโดว์ออกมาครึ่งหนึ่งแล้วจับปลายทั้งสองด้านดึงและสะบัด ก้อนแป้งก็ถูกดึงยืดออกอย่างสม่ำเสมอ เพียงแค่สะบัดเบา ๆ มันก็ม้วนตัวเป็นเกลียวโดยธรรมชาติ ทำซ้ำ ๆ เช่นนี้หลายครั้ง จนแป้งถูกม้วนเป็นแท่งยาวที่มีขนาดสม่ำเสมอกัน

เมื่อม้วนแป้งเสร็จ เขาก็จับปลายทั้งสองข้างแล้วเริ่มออกแรงดึง ยืดออกจนสุดแขนแล้วก็พับทบกลับเข้าหากันแล้วดึงยืดต่อไปอีก ระหว่างการสะบัดและดึงนั้น แป้งแท่งยาวก็กลายเป็นเส้นบะหมี่กลมเล็กละเอียด

ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้พวกจ้าวเถี่ยอิงทั้งสามคนตาเป็นประกาย

ลีลาท่าทางของโจวเยี่ยนนั้นช่างคล่องแคล่วชำนาญยิ่งนัก แป้งโดว์พลิกไปมาอยู่ในมือของเขา ยังไม่ทันได้มองให้ชัดเจน มันก็กลายเป็นบะหมี่ดึงมือเส้นเล็กยาวไปเสียแล้ว กระบวนการทั้งหมดลื่นไหลราวกับสายน้ำและหมู่เมฆ ทำให้คนดูมองตามแทบไม่ทัน

“ว้าว! เกอเกอเล่นกลเป็นด้วยเหรอคะ? เปลี่ยนแป้งก้อนกลม ๆ ให้กลายเป็นเส้น ๆ ได้!” โจวโม่โม่อ้าปากค้าง ตกตะลึงอย่างมาก

“ฝีมือดึงบะหมี่ของเอ้อร์หวานี่ ดีกว่าของหวังเหล่าอู่คนนั้นตั้งเยอะ ไม่นึกเลยว่าเขาจะซ่อนไม้เด็ดนี้ไว้ด้วย” โจวเหมี่ยวเอ่ยชม ไม่เสียแรงที่เป็นลูกชายฉัน

“ฝีมือนี้ไม่เลวเลย ดูท่าว่าตอนอยู่ที่โรงอาหารคงได้ทำบะหมี่ดึงมือมาไม่น้อย” จ้าวเถี่ยอิงก็พยักหน้าเห็นด้วยไม่หยุด สิ่งที่เธอทำไม่เก่งที่สุดก็คืองานแป้งนี่แหละ

ขณะที่พูดคุยกัน โจวเยี่ยนก็ดึงเส้นบะหมี่เสร็จเรียบร้อยแล้ว เส้นบะหมี่เล็กละเอียดมีขนาดสม่ำเสมอ ดูอวบอิ่มและเรียบเนียน การทำครั้งแรกสามารถทำได้ถึงระดับนี้ ตัวเขาเองก็ยินดีมากเช่นกัน

เขาเด็ดแป้งส่วนปลายทิ้งไปเล็กน้อย แล้วหย่อนเส้นบะหมี่ลงในหม้อน้ำที่กำลังเดือดพล่านอยู่ข้าง ๆ ทันที

พอเส้นบะหมี่ลงหม้อ เขาก็วางชามใบใหญ่สามใบและชามใบเล็กหนึ่งใบเรียงเป็นแถวบนเตา แล้วเริ่มเตรียมเครื่องปรุงรสก้นชาม

ผงพริกไทยเสฉวน ผงชูรส ซีอิ๊ว และน้ำมันพริกเผาหนึ่งช้อน

เมื่อเตรียมเครื่องปรุงก้นชามเสร็จ เส้นบะหมี่ก็ลอยขึ้นมาในน้ำที่กำลังเดือดพล่านเช่นกัน

เขานำกระชอนไม้ไผ่ขนาดใหญ่จ้วงลงไปในหม้อ สะบัดสองสามที แล้วเทเส้นบะหมี่ลงในชาม จากนั้นตักเครื่องราดหน้าเนื้อผัดพริกสองชนิดที่เพิ่งผัดเสร็จใหม่ๆ ราดลงไปหนึ่งทัพพี เพียงเท่านี้ บะหมี่แห้งเนื้อพริกสดสองชนิดชามหนึ่งก็เสร็จเรียบร้อย

โจวเยี่ยนหิวมาครึ่งค่อนวัน ตอนนี้ก็อดที่จะกลืนน้ำลายไม่ได้เช่นกัน

แม้แต่มองในสายตาของเขา บะหมี่แห้งเนื้อพริกสดสองชนิดชามนี้ก็ถือว่ายอดเยี่ยมอย่างยิ่ง ร้านบะหมี่ทั่วไปคงไม่ยอมเสียเวลาเสียแรงมาทำบะหมี่ดึงมือแบบนี้แน่

คนกันเองไม่ต้องมีพิธีรีตอง โจวเหมี่ยวและโจวเยี่ยนถือบะหมี่ออกมาจากครัวคนละสองชาม วางลงบนโต๊ะ

โจวโม่โม่วิ่งเหยาะ ๆ ตามออกมา เจ้าตัวเล็กยังสูงไม่ถึงโต๊ะด้วยซ้ำ พยายามปีนขึ้นไปบนม้านั่งยาวด้วยตัวเอง ตะเกียกตะกายอยู่พักใหญ่ก็ยังปีนขึ้นไปไม่ได้ ผมเปียสองข้างส่ายไปส่ายมา ทำเอาเธอร้อนใจจะแย่

โจวเยี่ยนถือโอกาสอุ้มเธอขึ้นมา แล้วให้เธอนั่งลงข้าง ๆ เขา

จ้าวเถี่ยอิงหยิบตะเกียบขึ้นมาคนในชามบะหมี่ เส้นบะหมี่สีขาวนวลก็ย้อมไปด้วยสีแดงของน้ำมันพริกทันที และคลุกเคล้าเข้ากับเครื่องราดหน้า กลิ่นหอมฉุยของบะหมี่ที่ร้อนกรุ่นอบอวลไปด้วยกลิ่นเนื้อและกลิ่นเผ็ดร้อนลอยเข้าจมูก ช่างเป็นอะไรที่ครบเครื่องทั้งสีสันและกลิ่นหอมจริง ๆ

เธออดไม่ได้ที่จะเอ่ยชม “โอ้โห บะหมี่นี่ดูน่ากินกว่าที่หวังเหล่าอู่ทำตั้งเยอะเลยนะเนี่ย”

“ลองชิมดูสิครับ” โจวเยี่ยนพูดพลางยิ้ม สีหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวัง

บะหมี่เนื้อพริกสดสองชนิดมันต้องกินแบบแห้งนี่แหละ!

แป้งสาลีหนึ่งจินนี้ สามารถทำเส้นบะหมี่ได้หนึ่งจินกับอีกสองเหลี่ยง

โจวโม่โม่อายุเพิ่งจะสามขวบครึ่ง เขาจึงตักให้เธอแค่ชามเล็ก ๆ ส่วนในชามของอีกสามคนที่เหลือมีบะหมี่อยู่ประมาณสี่เหลี่ยง

ในยุคสมัยนี้ ในท้องของผู้คนไม่ค่อยจะมีเนื้อมีน้ำมันเท่าไหร่ ทำงานหนักได้ ก็กินจุได้เช่นกัน แน่นอนว่าต้องไม่ปล่อยให้คนในครอบครัวต้องอดอยาก

“ซู้ด!”

จ้าวเถี่ยอิงคีบบะหมี่ขึ้นมาคำหนึ่ง บนเส้นมีทั้งน้ำซอสและเครื่องราดหน้าเคลือบอยู่จนเป็นมันวาว เธอนำมันเข้าปากแล้วสูดเข้าไปในทีเดียว

รสชาติเผ็ดชาหอมอร่อยระเบิดขึ้นที่ปลายลิ้นก่อนเป็นอันดับแรก เส้นบะหมี่ที่เหนียวนุ่ม คลุกเคล้าไปกับเนื้อสับที่กรอบนอกนุ่มใน ทั้งยังผสานไปกับความเผ็ดร้อนของพริกขี้หนู รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของพริกดองและขิงดองก็ช่วยเพิ่มมิติให้กับรสชาติ

อร่อย! อร่อยมากจริง ๆ!

บ้านของพวกเขาได้กินเนื้อวัวอยู่ไม่น้อย เศษเนื้อที่ขายไม่หมดเธอก็มักจะเก็บไว้กินเองที่บ้าน แต่เนื้อวัวที่ทำออกมา ก็ไม่เคยอร่อยเท่าที่โจวเยี่ยนทำเลยจริง ๆ

เครื่องราดหน้านี่ ไม่เพียงแต่คลุกบะหมี่อร่อยเท่านั้น ถ้าหากนำไปคลุกข้าว ก็น่าจะสุดยอดไปเลย!

กินคำแล้วคำเล่า อร่อยจนหยุดไม่อยู่

แม้ว่าบะหมี่นี้จะเป็นแบบแห้ง แต่ในเครื่องราดหน้าก็มีน้ำมันอยู่มากพอ ทำให้เส้นบะหมี่มีความชุ่มฉ่ำมากเมื่อเข้าปาก ไม่แห้งเลยแม้แต่น้อย กินแล้วสะใจจริง ๆ

“บะหมี่นี่ทำได้ดีจริง ๆ ดีกว่าแตงกวาทุบของลูกอีก” จ้าวเถี่ยอิงกลืนบะหมี่ในปากลงไป มองโจวเยี่ยนแล้วพูดว่า “ถ้าลูกจะเปลี่ยนเป็นร้านบะหมี่ แม่สนับสนุนเต็มที่เลย แค่บะหมี่ชามนี้ ในตำบลของเราก็ไม่มีใครสู้ได้แล้ว รับรองว่ารุ่งแน่”

หลังจากเปิดร้านอาหารมา ช่วงนี้คนในตำบลและในหมู่บ้านต่างก็พากันหัวเราะเยาะโจวเยี่ยนและสองสามีภรรยาอยู่ไม่น้อย

จ้าวเถี่ยอิงเป็นหญิงปากร้ายที่มีชื่อเสียงไปทั่วสารทิศ ทั้งหมัดและปากต่างก็ร้ายกาจพอ ๆ กัน ตอนสาว ๆ คนอื่นตั้งฉายาให้เธอว่าสตรีเหล็ก ช่วงนี้พอได้ยินคนอื่นพูดถึง เธอก็อดทนมาตลอด

แต่จะว่าเธอน่ะได้ แต่ว่าโจวเยี่ยนน่ะไม่ได้

ใครก็ตามที่กล้าพูดจาแย่ ๆ ถึงโจวเยี่ยนต่อหน้าเธอ เธอกล้าที่จะบุกไปฉีกปากเหม็น ๆ นั่นแน่นอน!

เธอรู้ว่าโจวเยี่ยนเองก็กดดันมาก ช่วงนี้อารมณ์ไม่ค่อยดีนัก ก็กลัวว่าเขาจะทนฟังคำนินทาว่าร้ายมาก ๆ ไม่ไหว

แม้ว่าจะเสียดายเงิน แต่เธอก็สงสารลูกชายตัวเองมากกว่า

เงินแปดร้อยกว่าหยวน สองสามีภรรยาอย่างมากก็แค่ประหยัดมัธยัสถ์ ทำงานหนักสักสองสามปีก็ใช้คืนได้แล้ว

แต่จะมีแม่คนไหนบ้างที่ไม่อยากให้ลูกชายของตัวเองประสบความสำเร็จ มีความสามารถ?

บะหมี่ชามนี้มันเกินความคาดหมายของเธอไปมาก ทำให้เธอได้เห็นความหวังว่าโจวเยี่ยนจะสามารถใช้สิ่งนี้หาเลี้ยงชีพได้เสียที

พูดจบ เธอก็ก้มหน้ากินบะหมี่คำใหญ่อีกคำ กลั้นน้ำตาที่เอ่อคลออยู่ขอบตากลับเข้าไป

“พ่อก็ขอลองมั่ง” พอโจวเหมี่ยวได้ยินดังนั้น ก็ก้มลงกินคำใหญ่ตามไปบ้าง ดวงตาพลันเป็นประกาย

โจวเหมี่ยวชอบกินบะหมี่ ปกติเวลาฆ่าวัวจะเริ่มงานตอนเที่ยงคืน พอถึงตอนเช้าก็จะหาร้านบะหมี่ข้างทางกินสักชาม ในเรื่องการกินบะหมี่นี้ เขานับเป็นกึ่งผู้เชี่ยวชาญได้เลย

บะหมี่แห้งทั่วไปมักจะใช้เครื่องราดหน้าที่ทำจากเนื้อหมู เนื้อหมูสามชั้นมีมันในตัวเองอยู่แล้ว ตอนผัดเครื่องราดหน้าจึงไม่เปลืองน้ำมัน

เส้นบะหมี่ส่วนใหญ่จะต้องใส่น้ำด่างและเกลือ เส้นจะเหนียวนุ่มขึ้นก็จริง แต่บางคนก็ไม่ชอบรสชาติของน้ำด่างนั่น

แต่บะหมี่ที่โจวเยี่ยนทำนี้แตกต่างออกไป ไม่เพียงแต่เหนียวนุ่มลื่นคอเท่านั้น แต่ยังมีรสชาติสดชื่นอร่อย ไม่ต้องพูดถึงว่าไม่มีรสชาติแปลก ๆ เลยสักนิด พอเคี้ยวช้า ๆ ก็ยังมีกลิ่นหอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ของแป้งสาลีอีกด้วย เถ้าแก่ร้านบะหมี่ทั่วไปไม่กล้าใช้แป้งสาลีชั้นดีขนาดนี้มาทำเส้นบะหมี่หรอก

เครื่องปรุงก้นชามก็ปรุงรสได้พอดิบพอดี รสชาติเค็มกำลังเหมาะ แน่นอนว่าทีเด็ดที่สุดก็คือเครื่องราดหน้าเนื้อสับผัดพริกสองชนิดนี่แหละ ทั้งเผ็ดชา หอมอร่อย กรอบนอกนุ่มใน แถมยังเคลือบเส้นได้ดีมาก แค่คลุกเบา ๆ ก็ผสานเข้ากับเส้นบะหมี่เป็นอย่างดี เวลาคีบขึ้นมาก็ยังมีเนื้อสับติดขึ้นมาด้วย

บะหมี่แห้งของร้านบะหมี่หลาย ๆ ร้าน เครื่องราดหน้าก็ส่วนเครื่องราดหน้า เส้นบะหมี่ก็ส่วนเส้นบะหมี่ ต้องรอจนถึงไม่กี่คำสุดท้ายถึงจะได้ลิ้มรสชาติของเส้นบะหมี่และเครื่องราดหน้าที่คลุกเคล้าเข้าด้วยกัน

บะหมี่ชามนี้ เป็นบะหมี่แห้งที่อร่อยที่สุดเท่าที่เขาเคยกินมาอย่างแน่นอน!

โจวเหมี่ยวกินติดต่อกันไปหลายคำ พยักหน้าชมเปาะ “เอ้อร์หวา บะหมี่ที่ลูกทำนี่มันอร่อยมากจริง ๆ ต่อไปถ้าพ่อมาเดินตลาด พ่อจะแวะมากินบะหมี่แห้งเนื้อพริกสดสองชนิดที่ร้านลูกนี่แหละ”

“มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ” โจวเยี่ยนหัวเราะฮะ ๆ

[ได้รับการยอมรับจากลูกค้า +1]

[ได้รับการยอมรับจากลูกค้า +1]

มีข้อความแจ้งเตือนสองบรรทัดปรากฏขึ้นในสายตาของเขา

ดูเหมือนว่าระบบจะนับเฉพาะลูกค้า โดยไม่สนใจว่าเป็นคนในครอบครัวหรือไม่ ช่างยืดหยุ่นดีจริง ๆ

เมื่อเห็นว่าพ่อกับแม่เริ่มกินกันแล้ว โจวโม่โม่ก็ยังคงถือตะเกียบพยายามคลุกบะหมี่ของตัวเองอยู่ ทำเอาเธอร้อนใจจะแย่

โจวเยี่ยนเลยช่วยคลุกเคล้าให้เธอจนเข้ากัน โจวโม่โม่รับมาด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณค่ะ เกอเกอ!”

จากนั้นก็รีบร้อนคีบบะหมี่สองสามเส้นเข้าปาก ดวงตาเล็ก ๆ นั่นก็เป็นประกายขึ้นมาทันที

ไม่ทันได้พูดอะไรทั้งนั้น เธอก้มหน้าก้มตาสูดเส้นบะหมี่เข้าปากอย่างบ้าคลั่ง!

อร่อยเกินไปแล้ว!

ทั้งหอมทั้งเผ็ด เนื้อก้อนเล็ก ๆ ก็เกาะอยู่บนเส้นบะหมี่ หอมมาก ๆ ด้วย!

เธอชอบกินเส้นเส้น!

ต่อไปนี้ ชอบเส้นเส้นที่เกอเกอทำที่สุดเลย!

[ได้รับการยอมรับจากลูกค้า +1]

โจวเยี่ยนก้มลงมองโจวโม่โม่ที่กำลังกินอย่างมีความสุขจนขาเล็ก ๆ สั้น ๆ แกว่งไปมา รอยยิ้มของเขาก็ยิ่งสดใสมากขึ้น

น้องสาวฉันน่ารักสุด ๆ ไปเลย!

โจวเยี่ยนเริ่มก้มหน้าก้มตากินบะหมี่ของตัวเองบ้าง หากจะพูดว่าใครบนโต๊ะนี้ที่เข้าใจเรื่องการกินบะหมี่มากที่สุด ก็ต้องเป็นเขาอย่างแน่นอน

บะหมี่แห้งสารพัดชนิดเขากินมาหมดแล้ว ยิ่งชื่อแปลก ๆ ก็ยิ่งต้องไปลองกิน บะหมี่แห้งเนื้อพริกสดสองชนิดถือเป็นเมนูที่พบเห็นได้ทั่วไป และก็เป็นเมนูที่เขากินค่อนข้างบ่อยในชีวิตประจำวัน

แต่การได้กินบะหมี่แห้งที่ตัวเองทำ นี่ถือเป็นครั้งแรกเลย ก่อนหน้านี้ก็เคยแค่คลุกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเท่านั้น

การกินบะหมี่ เส้นบะหมี่คือสิ่งสำคัญที่สุด

ถ้าเส้นไม่ดี ต่อให้เครื่องราดหน้าดีแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์

พื้นที่ส่วนใหญ่ในเสฉวนจะกินบะหมี่น้ำด่าง ซึ่งก็มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ เขาเองก็พอรับรสชาตินี้ได้ แต่เพื่อนร่วมห้องชาวซานซีของเขากลับไม่ชอบมันเลย มองว่าการเติมส่วนผสมอื่นลงในเส้นเป็นเรื่องนอกรีต อาจารย์ทำบะหมี่ดึงมือที่เก่งกาจจริง ๆ จะใช้น้ำเปล่าเท่านั้น

บะหมี่ดึงมือที่เขาทำในวันนี้ ก็ใช้น้ำเปล่าเพียงอย่างเดียว อาศัยเทคนิคการนวดแป้งเพื่อให้มันเข้ากัน

บะหมี่นี้ไม่มีกลิ่นของน้ำด่าง แต่ก็ยังเหนียวนุ่มลื่นคอเหมือนกัน แถมยังเคลือบซอสได้ดีมาก คลุกเคล้ากับน้ำซอสและเครื่องราดหน้าแล้ว คีบขึ้นมาก็ไม่ลื่นหลุดจากตะเกียบ กินเข้าไปคำหนึ่ง มันช่างฟินสุด ๆ!

แน่นอนว่า ทีเด็ดสุดก็คือเนื้อผัดพริกสองชนิดนี่แหละ!

เนื้อวัวกรอบนอกนุ่มใน เผ็ดชาหอมอร่อย ทั้งยังดูดซับรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของพริกดองและขิงดองเข้าไปด้วย หอมกลิ่นน้ำมันเยิ้ม ๆ อร่อยกว่าเนื้อสับผัดพริกสองชนิดทั้งหมดที่เขาเคยกินมาเลย!

อย่าว่าแต่ในยุค 1984 ที่ขาดแคลนวัตถุดิบเลย ต่อให้เป็นปี 2025 แค่มีบะหมี่แห้งเนื้อพริกสดสองชนิดจานนี้ โจวเยี่ยนก็มั่นใจว่าจะต้องอัดคลิปอวยไส้แตกไส้แตนแน่นอน!

อร่อย!

สุดยอดแห่งบะหมี่แห้ง!

โจวเยี่ยนร่างคำวิจารณ์ชื่นชมห้าร้อยคำไว้ในใจ แต่รออยู่พักใหญ่ ก็ไม่เห็นการแจ้งเตือนจากระบบเลย

เฮ้อ หวังเก้อซะแล้ว ดูเหมือนว่าระบบจะไม่นับเขาเป็นลูกค้า หรือบางทีอาจจะไม่นับเขาเป็นคนเลยก็ได้

บะหมี่ร้อน ๆ รสชาติเผ็ดร้อนชามนี้ลงท้องไป ช่วยดับความอยากของปาก และปลอบประโลมกระเพาะที่หิวโหย ทั้งสี่คนในครอบครัวกินกันจนเหงื่อท่วมตัว รู้สึกฟินไปตาม ๆ กัน

พอกินบะหมี่เสร็จ จ้าวเถี่ยอิงก็เก็บชามเข้าไปล้างในครัว

โจวเยี่ยนไม่ได้แย่งงานล้างชามมาทำ เขาชงชาในถ้วยมีฝาให้พ่อถ้วยหนึ่ง แล้วนั่งลงตรงข้ามเขา “พ่อครับ ผมมีเรื่องอยากจะขอร้องหน่อย”

โจวเหมี่ยวจิบชาจากถ้วยไปหนึ่งอึก พอได้ยินดังนั้นก็วางถ้วยชาลง เหลือบมองไปทางห้องครัวแวบหนึ่ง แล้วกระซิบเสียงเบา “เงินหมดอีกแล้วเหรอ?” พูดพลางก็เริ่มล้วงกระเป๋าแล้ว

“ไม่ใช่เรื่องเงินครับ คือช่วงต่อไปผมวางแผนว่าจะลองขายบะหมี่ดูก่อนสักพัก แต่ไม่ได้ขายแค่เมนูนี้เมนูเดียวนะครับ ผมยังคิดจะขายบะหมี่เนื้อตุ๋นกับบะหมี่ซี่โครงหมูตุ๋นด้วย สองเมนูนั้นเป็นบะหมี่น้ำ ต้องเคี่ยวน้ำซุปกระดูก แล้วต่อไปปริมาณเนื้อวัวที่ใช้ก็จะเยอะขึ้นด้วย ผมเลยอยากจะมาสั่งเนื้อกับพ่อแล้วก็ลุงใหญ่น่ะครับ” โจวเยี่ยนพูดพลางยิ้ม

เขารู้ว่าเมื่อก่อนโจวเหมี่ยวแอบเอาเงินให้เขาอยู่ไม่น้อย ครั้งละไม่กี่หยวน แม้จะไม่มาก แต่สำหรับคนกลัวเมียแล้ว ถือว่าต้องเสี่ยงภัยอย่างใหญ่หลวงเลยทีเดียว

“แล้วลูกต้องใช้เนื้อวัวกับกระดูกวัววันละเท่าไหร่ล่ะ?” โจวเหมี่ยวถาม

โจวเยี่ยนครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วตอบว่า “ช่วงเริ่มขายใหม่ ๆ ผมว่าจะเตรียมวัตถุดิบสำหรับวันละสามสิบชามก่อนครับ ต้องใช้เนื้อสันนอกวันละหนึ่งจิน เนื้อส่วนท้องหนึ่งจิน แล้วก็ซี่โครงหมูอีกหนึ่งจิน กระดูกวัวอีกสิบจินครับ”

“กระดูกวัวน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่นี่บะหมี่สามสิบชาม ต้องใช้เนื้อสามจินเลยเหรอ? ลูกลงทุนสูงเกินไปหน่อยหรือเปล่า?” โจวเหมี่ยวตกใจ “แล้วลูกคิดจะขายชามละเท่าไหร่? จะได้กำไรเหรอ?”

“ต้นทุนเนื้อสัตว์คิดที่จินละ 2 หยวน 3 จินก็ 6 หยวน แป้งสาลีจินละ 0.17 หยวน แป้งหนึ่งจินทำบะหมี่ได้หนึ่งจินสองเหลี่ยง บะหมี่หนึ่งชามใช้เส้นสามเหลี่ยง ต้องใช้แป้ง 9 จิน ก็ประมาณ 1.53 หยวน นอกจากนี้ยังต้องคิดค่าน้ำมัน ผักเคียง เครื่องเทศ แล้วก็ค่าฟืนด้วย ประเมินคร่าว ๆ แล้ว คิดไปสัก 2 หยวนก็เหลือเฟือครับ รวมต้นทุนทั้งหมดก็ 9.53 หยวน” โจวเยี่ยนพูดอย่างไม่รีบร้อน “ผมว่าจะขายชามละ 0.6 หยวน ถ้าขายหมดสามสิบชามก็จะได้เงิน 18 หยวน หักต้นทุนแล้วก็จะเหลือกำไร 8.47 หยวน ถ้าต่อไปขายได้เยอะขึ้น ก็จะยิ่งได้กำไรมากขึ้นครับ”

โจวเหมี่ยวฟังจบก็ลองคำนวณในใจอย่างจริงจังอยู่ครู่หนึ่ง แม้ว่าเขาจะไม่ได้เรียนหนังสือมามากนัก แต่ด้วยความที่ฆ่าวัวขายเนื้อมาตลอดหลายปี เรื่องบัญชีแค่นี้เขายังคิดได้อยู่

ตอนนี้ถ้าใช้ตั๋วแลกเนื้อซื้อเนื้อวัวจะอยู่ที่จินละ 1.2 หยวน แต่ต่อให้มีตั๋วก็ยังหาซื้อยาก เนื้อส่วนท้องยังพออาศัยโชคได้บ้าง แต่เนื้อสันนอกนี่อย่าหวังว่าจะใช้ตั๋วซื้อได้เลย ส่วนเนื้อวัวที่ขายในตลาดราคาก็พุ่งขึ้นเป็นเท่าตัว เริ่มต้นที่จินละ 2.5 หยวน ซี่โครงหมูก็ราคาพอ ๆ กัน ต้องอาศัยคนรู้จักช่วยเก็บไว้ให้ถึงจะซื้อได้

แต่บะหมี่ราคาชามละหกเหมานี่สิ แม้แต่ตัวเขาเอง เวลาจะสั่งก็ยังต้องคิดหนักเหมือนกัน บะหมี่น้ำซุปกระดูกตามร้านแผงลอยข้างนอกขายกันแค่ชามละสามเหมา นี่มันราคาสองเท่าเลยนะ

แต่บะหมี่ตามแผงลอยก็อร่อยสู้ที่โจวเยี่ยนทำไม่ได้ เนื้อก็น้อยนิดน่าสงสาร แม้แต่เศษเนื้อสับยังแทบหาไม่เจอ แต่โจวเยี่ยนวางแผนจะใส่เนื้อในบะหมี่ชามละหนึ่งเหลี่ยงเลยทีเดียว ถ้าหากได้ลองกินบะหมี่ที่โจวเยี่ยนทำแล้ว ลูกค้าที่ชอบกินบะหมี่จะต้องยอมจ่ายเพิ่มอีกหน่อยอย่างแน่นอน

“ลูกนี่คิดคำนวณไว้ชัดเจนดีจริง ๆ” โจวเหมี่ยวยิ้มอย่างพึงพอใจ แล้วพูดว่า “เนื้อวัวแค่สองจิน ไม่ต้องไปถึงมือลุงใหญ่ของลูกหรอก เดี๋ยวพ่อเก็บไว้ให้เอง เดี๋ยวตอนกลับพ่อจะไปบอกจางเหล่าซานที่หัวสะพาน ให้เขาเก็บซี่โครงหมูอ่อนให้ลูกวันละหนึ่งจิน พอไปเอาเนื้อวัวแล้วก็แวะไปเอาได้เลย”

“ได้เลยครับ!” โจวเยี่ยนยิ้มหน้าบาน นี่มันคอนเนกชันครอบครัวชัด ๆ เขาพูดเสริมขึ้นมาว่า “พ่อครับ แต่เราตกลงกันก่อนนะ เนื้อวัวนี่ผมซื้อจากพ่อนะ พ่อต้องเก็บเงินผมด้วย”

“ก็แค่เนื้อไม่กี่จิน พ่อลูกกัน...”

“ไม่ได้ครับ งั้นผมไปซื้อเจ้าอื่นก็ได้” โจวเยี่ยนทำสีหน้าเด็ดเดี่ยว ถ้าพ่อของเขาเอาเนื้อวัวมาให้เขาวันละสองจินฟรี ๆ พอผ่านไปหนึ่งเดือน ไม่เพียงแต่เขาจะทำงานฟรี แต่ยังต้องขาดทุนอีกด้วย

พอจัดการเรื่องแหล่งวัตถุดิบเนื้อวัวได้ เขาก็รู้สึกมั่นคงในใจขึ้นมา

โจวเยี่ยนเป็นบล็อกเกอร์สายอาหารมาสามปี แถมยังเตรียมการเปิดร้านมาอีกหนึ่งปี การเปิดร้านอาหารถือเป็นเรื่องที่เขาถนัดที่สุดในตอนนี้แล้ว

เรื่องที่ยุ่งยากที่สุดในการเริ่มต้นทำธุรกิจก็คือการหาเงินทุนก้อนแรก การเริ่มต้นจาก 0 ไป 1 มันยากกว่าการก้าวจาก 1 ไป 10 เสียอีก

เสี่ยวโจวใช้ความสามารถของตัวเองไปกู้ยืมเงินทุนก้อนแรกมาให้เขา แถมยังทิ้งซัพพลายเออร์ที่มั่นคงไว้ให้อีกด้วย ดีกว่าการเริ่มต้นจากศูนย์ตั้งเยอะ

“ถ้างั้นพ่อก็คิดแค่ราคาต้นทุนก็แล้วกัน มีพ่อที่ไหนเขาจะมาหากำไรจากลูกตัวเอง” โจวเหมี่ยวล้วงมือออกมาจากกระเป๋า ยัดธนบัตรหนึ่งหยวนยับ ๆ หลายใบใส่มือของโจวเยี่ยน แล้วกดเสียงต่ำพูดว่า “อย่าให้แม่แกรู้ล่ะ”

“พ่อครับ...” โจวเยี่ยนมองเงินในมือ หัวใจรู้สึกสั่นไหวเล็กน้อย เงินทุกบาททุกสตางค์ในชาติที่แล้วล้วนเป็นเงินที่เขาหามาได้อย่างยากลำบาก เขาไม่เคยสัมผัสความรู้สึกที่มีคนแอบยัดเงินใส่มือให้แบบนี้มาก่อนเลย

“เกอเกอ โม่โม่ก็มีเงินนะ! โม่โม่ให้เกอเกอหมดเลย” โจวโม่โม่ขยับเข้ามาใกล้ มือเล็ก ๆ ล้วงเข้าไปในกระเป๋าอยู่พักใหญ่ แล้วหยิบธนบัตรห้าเฟินยับยู่ยี่ใบหนึ่งออกมา ยื่นส่งให้โจวเยี่ยนอย่างจริงจัง “คราวหน้าโม่โม่จะกินเส้นเส้นอีก!”

“ได้เลย” โจวเยี่ยนยิ้มพลางกำเงินไว้ในมือ แล้วเอื้อมมือไปขยี้ผมของเธอ

จ้าวเถี่ยอิงเก็บกวาดห้องครัวเสร็จก็เดินออกมา ในมือยังถือชามเครื่องราดหน้าเนื้อวัวที่เหลืออยู่ครึ่งชามนั้นด้วย “โจวเยี่ยน ดูสิว่าเครื่องราดหน้าชามนี้จะเก็บไว้ไหนดี?”

“โม่โม่ชอบกินนี่ครับ แม่เอาติดมือกลับไปให้เธอคลุกข้าวกินเถอะ พรุ่งนี้เช้าผมจะทำเครื่องราดหน้าใหม่” โจวเยี่ยนพูด

“เครื่องราดหน้าดี ๆ แบบนี้แท้ ๆ” จ้าวเถี่ยอิงแสดงสีหน้าลังเล

“ดีเลย ดีเลย!” โจวโม่โม่กระโดดโลดเต้นอยู่กับที่อย่างดีใจ เนื้อวัวนี่เธอชอบกินมากจริง ๆ

จ้าวเถี่ยอิงยิ้มพลางลูบหัวเธอ “ก็ได้ ๆ เอากลับไปให้ลูกนะ เจ้าแมวตะกละ”

เธอยื่นตะกร้าที่ใส่เครื่องราดหน้าให้โจวเหมี่ยว จากนั้นจ้าวเถี่ยอิงก็ล้วงหยิบผ้าเช็ดหน้าที่พับไว้อย่างดีผืนหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อด้านใน คลี่มันออกเผยให้เห็นธนบัตรปึกหนึ่ง แล้วยัดมันใส่มือของโจวเยี่ยน

“แม่ครับ นี่มัน...” โจวเยี่ยนชะงักไปเล็กน้อย

“นี่เป็นเงินที่แม่กับพ่อแกเก็บออมไว้เมื่อเดือนที่แล้ว ทั้งหมดสิบสามหยวนสี่เหมา ลูกเอาไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในร้านก่อนนะ” จ้าวเถี่ยอิงกำผ้าเช็ดหน้าไว้ มองเขาด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความยินดี “แม่เชื่อว่าครั้งนี้ลูกต้องทำได้แน่นอน!”

จบบทที่ บทที่ 3 ครั้งนี้ต้องทำได้แน่นอน

คัดลอกลิงก์แล้ว