- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 149 ไอ้ลูกทรพี!
บทที่ 149 ไอ้ลูกทรพี!
บทที่ 149 ไอ้ลูกทรพี!
ยามค่ำคืน
หม่าหงเซิงที่ตื่นขึ้นมาด้วยความเป็นห่วงเฉิงรุ่ย ตัดสินใจเดินจากห้องพักฟื้นของตัวเองไปดูอาการภรรยาที่ห้องข้างๆ
เฉิงรุ่ยยังไม่นอน เธอกำลังนั่งอ่านหนังสือเศรษฐศาสตร์เล่มหนาในมือ
หม่าหงเซิงไม่แปลกใจเลยสักนิด เพราะรู้ดีว่าเป็นนิสัยปกติของเธอ
เฉิงรุ่ยเป็นบัณฑิตเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ มีความรู้รอบตัวกว้างขวาง
เธอไม่เหมือนภรรยาเศรษฐีคนอื่นๆ ที่วันๆเอาแต่แต่งตัวสวยๆ เข้าสปา ช็อปปิ้ง
แต่เธอรักการอ่านหนังสือ บางครั้งอ่านเพลินจนดึกดื่น
และนี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้หม่าหงเซิงหลงรักเธอหัวปักหัวปำ
"รบกวนเวลาพักผ่อนหรือเปล่า?" หม่าหงเซิงยิ้มถามเมื่อเห็นเธอวางหนังสือลงและหันมามอง
"อ่านฆ่าเวลาเล่นๆน่ะค่ะ ไม่รบกวนอะไรหรอก" เฉิงรุ่ยปรับสีหน้าและน้ำเสียงกลับมาเป็นภรรยาผู้เรียบร้อยอ่อนหวานทันที
"เป็นยังไงบ้าง แผลที่คอยังเจ็บไหม?" หม่าหงเซิงถามด้วยความเป็นห่วง
"ไม่เป็นไรแล้วค่ะ"
"วันหลังอย่าทำอะไรโง่ๆแบบนี้อีกนะ" หม่าหงเซิงมองเธอด้วยความสงสารจับใจ
เขาเชื่อสนิทใจว่าที่เธอทำไปทั้งหมด ก็เพราะรักและแคร์ความรู้สึกเขามากเกินไป จนต้องยอมแลกด้วยชีวิตเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ
หม่าหงเซิงเดินเข้าไปใกล้ ตั้งใจจะกุมมือเธอเพื่อให้กำลังใจและพูดคุยปรับความเข้าใจ
แต่ทว่า...
ทันทีที่มือเขากำลังจะแตะโดนตัว เฉิงรุ่ยกลับชักมือหนีอย่างรวดเร็วราวกับโดนของร้อน
"ยังโกรธที่ผมไม่ไว้ใจคุณอยู่ใช่ไหม?" หม่าหงเซิงหน้าเสีย รีบถามไถ่
เฉิงรุ่ยรู้สึกสับสนในใจ
ที่เธอชักมือหนีไม่ใช่เพราะโกรธเรื่องความไว้เนื้อเชื่อใจ
แต่เป็นเพราะ... ร่างกายและจิตใจของเธอมันต่อต้านการสัมผัสจากเขา
ความรู้สึกเหมือนกับว่า ในหัวใจของเธอมีรอยประทับของผู้ชายอีกคนจารึกไว้แน่น จนไม่สามารถยอมรับสัมผัสจากชายอื่นได้อีก... แม้คนนั้นจะเป็นสามีของเธอก็ตาม
"ผมขอโทษ... ผมผิดเอง"
หม่าหงเซิงเห็นเธอนิ่งเงียบก็ยิ่งเข้าใจผิด
หารู้ไม่ว่าในหัวสมองของภรรยาสาวแสนดีตอนนี้... กำลังเต็มไปด้วยภาพของชายคนอื่น
โชคดีที่ก่อนที่หม่าหงเซิงจะสังเกตเห็นความผิดปกติ เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน
หม่าหงเซิงกดรับสาย
ปลายสายรายงานอะไรบางอย่างมา
สีหน้าของหม่าหงเซิงเปลี่ยนจากกังวลเป็นโกรธจัดจนหน้าดำหน้าแดงแทบจะระเบิดออกมาได้ในวินาทีนั้น
"ไอ้ลูกทรพี! ไอ้ลูกเวร!"
หม่าหงเซิงวางสายแล้วตะโกนลั่น กระทืบเท้าเร่าๆด้วยความโมโหสุดขีด
"เกิดอะไรขึ้นหรอคะ?" เฉิงรุ่ยสะดุ้งตกใจ
"ทนายโทรมาบอกว่า... ไอ้ลูกเวรนั่นไปกินเหล้ากับเพื่อนเลวๆของมันแล้วมีเรื่องทะเลาะวิวาท มันคว้าขวดเหล้าฟาดหัวคู่กรณีจน... จนกะโหลกยุบ อาการสาหัสเป็นตายเท่ากัน ตอนนี้ส่งเข้าห้องไอซียูไปแล้ว!"
หม่าหงเซิงเล่าด้วยความคับแค้นใจ
"ทนายบอกว่าตำรวจตั้งข้อหาพยายามฆ่า ตอนนี้มันโดนจับขังคุกไปเรียบร้อยแล้ว!"
เฉิงรุ่ยเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
หม่าเว่ยไฉถึงจะเหลวไหลแค่ไหน แต่ปกติก็ยังพอมีสติรู้ลิมิตตัวเองอยู่บ้าง
ไม่น่าเชื่อว่าจะกล้าก่อเรื่องใหญ่โตถึงขั้นฆ่าแกงกันได้ขนาดนี้
แต่วูบหนึ่ง... คำพูดของหวังฮ่าวหรานก็ผุดขึ้นมาในหัว
ฝีมือเขาจริงๆสินะ...
งานนี้หม่าเว่ยไฉเจอศึกหนักแน่
ถ้าคู่กรณีรอดตาย โทษหนักก็อาจจะเบาลงหน่อย
แต่ถ้าคู่กรณีตาย... อย่างน้อยๆก็ต้องติดคุกหัวโตสิบยี่สิบปี
เวลาขนาดนั้น... โลกภายนอกคงเปลี่ยนไปจนจำไม่ได้
สำหรับเฉิงรุ่ย นี่คือข่าวดีที่สุดในรอบปี!
"อารุ่ย คุณพักผ่อนเถอะ ผมต้องไปคุยรายละเอียดกับทนายก่อน"
หม่าหงเซิงใจร้อนรุ่ม รีบบอกลาภรรยาแล้วเดินจ้ำอ้าวออกไปทันที
เมื่อสามีคล้อยหลังไปแล้ว เฉิงรุ่ยก็ล้วงมือเข้าไปใต้หมอน หยิบเศษกระดาษที่เธออุตส่าห์นั่งต่อจนครบขึ้นมา
ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง... ก่อนจะตัดสินใจแอดวีแชทตามเบอร์โทรศัพท์นั้นไป
——
อีกด้านหนึ่ง
หวังฮ่าวหรานกำลังนั่งทานมื้อค่ำสุดหรูในร้านอาหารคู่รัก
เขาเห็นแจ้งเตือนขอเป็นเพื่อนในวีแชทเด้งขึ้นมา
พร้อมกับข้อความแนบมาว่า:
"91, 58, 89"
หวังฮ่าวหรานสับสนกับตัวเลขปริศนาสามชุดนี้ แต่ก็กดรับแอดไปก่อน
"ฉันอยากรู้ว่าคุณทำอะไรกับหม่าเว่ยไฉ?"
ข้อความแรกถูกส่งมาทันทีที่รับแอด
อ่านปุ๊บก็รู้ทันทีว่าเป็นใคร
"ผมบอกแล้วไงว่าเป็นความลับ" หวังฮ่าวหรานตอบกลับ
"ฉันบอกความลับที่คุณอยากรู้ไปแล้ว ตอนนี้ตาคุณ" เฉิงรุ่ยสวนกลับ
หวังฮ่าวหรานชะงักไปครู่หนึ่ง... ก่อนจะถึงบางอ้อ!
"91, 58, 89" คือสัดส่วนของเธอนี่เอง!
หุ่นระดับนางแบบวิคตอเรียซีเคร็ทชัดๆ!
แต่เดี๋ยวนะ...
จริงเหรอ?
ตอนกลางวันเฉิงรุ่ยใส่ชุดคนไข้ตัวโคร่ง เขาเลยดูไม่ออก แถมตอนนั้นก็ไม่ได้สนใจจะใช้ตาทิพย์ส่องด้วย เพราะไม่ได้คิดอะไรกับเธอ
ไม่รู้ว่ายัยนี่มั่วตัวเลขมาหลอกหรือเปล่า
เอาไว้คราวหน้าเจอกัน ต้องขอพิสูจน์ด้วยตาตัวเองสักหน่อย
"ถ้าไม่รักษาคำพูด จะร่วมงานกันได้ยังไง?" เฉิงรุ่ยส่งข้อความมาเร่งเมื่อเห็นเขาเงียบ
"ผมวางยาพิษชนิดหนึ่งใส่เขา เป็นพิษที่มีผลต่อระบบประสาท ทำให้ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ หงุดหงิดง่าย และก้าวร้าวรุนแรงกว่าปกติ" หวังฮ่าวหรานยอมเฉลย
เขาไม่กลัวเฉิงรุ่ยเอาไปฟ้องใครหรอก
หนึ่ง หม่าเว่ยไฉคือศัตรูหมายเลขหนึ่งของเธอ
สอง เธอลงทุนลงแรงถึงขนาดปาดคอตัวเองเพื่อปกป้องเขามาแล้ว... เธอไม่มีทางหักหลังเขาแน่
"คุณวางยาตอนไหน?" เฉิงรุ่ยถามต่อด้วยความสงสัย
เพราะตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน เธอไม่เห็นพิรุธของเขาเลยแม้แต่น้อย
"อันนี้เป็นความลับข้อที่สอง" หวังฮ่าวหรานกั๊กไว้ ไม่ยอมบอกง่ายๆ
"คุณอยากรู้อะไรก็ถามมา" เฉิงรุ่ยรู้ทัน รีบเปิดทางแลกเปลี่ยนข้อมูล
"ตอนนี้คุณใส่อะไรอยู่? ถ่ายรูปมาให้ดูหน่อย"
"ชุดคนไข้ลายทางสีฟ้าขาวไง คุณก็เห็นจนเบื่อแล้วที่โรงพยาบาล แต่ถ้าอยากดูจริงๆ ฉันถ่ายให้ดูก็ได้"
"คุณคงไม่ได้คิดว่าผมอยากดูชุดคนไข้จริงๆหรอกใช่ไหม?"
หวังฮ่าวหรานพิมพ์ตอบกลับไปพร้อมรอยยิ้มมุมปาก
คราวนี้เป็นฝ่ายเฉิงรุ่ยที่เงียบหายไปเลย
หวังฮ่าวหรานก็ไม่คิดจะตามตื๊อ เขาโยนโทรศัพท์ไปข้างๆ แล้วหันมาสนใจมื้อค่ำตรงหน้ากับถังปิงหยุนต่อ
ขนาดถามสัดส่วน เธอยังใช้เวลาทำใจตั้งครึ่งค่อนวันกว่าจะกล้าบอก
เจอคำขอแอดวานซ์แบบนี้เข้าไป คงต้องใช้เวลาตัดสินใจอีกนานโข
แน่นอนว่าหวังฮ่าวหรานไม่ได้หื่นกามอยากเห็นเรือนร่างของเธอจริงๆหรอก
เขาแค่ต้องการ 'ปั่นหัว' และ 'ทลายกำแพงในใจ' เธอ
เฉิงรุ่ยเป็นคนควบคุมอารมณ์เก่งเกินไป เก็บความรู้สึกได้ดีเกินไป
ถ้าอยากจะร่วมมือกันได้ราบรื่น และเปลี่ยนเธอให้เป็นหุ่นเชิดที่ว่าง่าย...
เขาต้องทำให้เธอเชื่อฟังและยอมจำนนต่อเขาให้ได้!
......
ยามดึกสงัด
ถังปิงหยุนที่เหนื่อยล้าจาก 'กิจกรรม' ผล็อยหลับไปแล้วอย่างมีความสุข
แต่หวังฮ่าวหรานยังตาสว่าง พลังเหลือเฟือ
เขานอนเล่นโทรศัพท์ไปเรื่อยเปื่อย
และด้วยไวรัสติดตามที่ฝังไว้ เขาจึงรู้ว่าหยางจิงว่านยังไม่นอนและกำลังเล่นโทรศัพท์อยู่เหมือนกัน
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาจึงกดซิงค์หน้าจอโทรศัพท์ของหยางจิงว่านมาแสดงบนหน้าจอของเขา
อยากรู้จริงๆว่าดึกป่านนี้... คุณนายหยางกำลังดูอะไรอยู่?
*****