เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 147 ลูกทรพีฟ้องพ่อ

บทที่ 147 ลูกทรพีฟ้องพ่อ

บทที่ 147 ลูกทรพีฟ้องพ่อ


ผู้หญิงอย่างเฉิงรุ่ยไม่ใช่คนที่จะใช้คำพูดเพียงสองสามประโยคก็ซื้อใจได้ เธอระวังตัวแจเกินไป

จากการได้สัมผัสเมื่อครู่ หวังฮ่าวหรานก็รู้ซึ้งแล้วว่าการจะใช้อุบายหลอกล่อเธอไม่ใช่เรื่องที่จะทำสำเร็จได้ในเวลาอันสั้น

และในเมื่อเฉิงรุ่ยไม่ใช่ 'นางเอก' หวังฮ่าวหรานจึงไม่มีความอดทนมากพอที่จะเสียเวลากับเธอ

เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงติดต่อกับระบบทันที

สกิล 'ออร่าเสน่ห์' มีคูลดาวน์ 72 ชั่วโมง เขาเพิ่งใช้กับหยางจิงว่านไปเมื่อสามวันก่อน ตอนนี้คูลดาวน์เพิ่งจะครบพอดี

เดิมทีหวังฮ่าวหรานตั้งใจจะเก็บสกิลนี้ไว้ใช้กับนางเอกเท่านั้น เพราะกว่าจะใช้ได้แต่ละทีต้องรอตั้งสามวัน

ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยมีความคิดที่จะใช้สกิลนี้กับเฉิงรุ่ยเลย

ข้อแรก เธอไม่ใช่นางเอก

ข้อสอง เธอเป็นภรรยาชาวบ้าน

หวังฮ่าวหรานไม่ได้มีรสนิยมแบบ 'โจโฉ'(ชอบภรรยาคนอื่น) ย่อมไม่ได้พิศวาสเฉิงรุ่ยในเชิงชู้สาว

ตอนแรกเขาแค่อยากจะสร้างสถานการณ์ร่วมมือกัน จากนั้นค่อยๆควบคุมเฉิงรุ่ย

แต่เฉิงรุ่ยคนนี้ทะเยอทะยาน ฉลาดหลักแหลม มีเหตุผล และที่สำคัญคือ... ใจเด็ดถึงขั้นทำร้ายตัวเองได้!

ถ้าไม่ใช้วิธีพิเศษ ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเปลี่ยนเฉิงรุ่ยให้กลายเป็นหุ่นเชิด

ด้วยเหตุนี้ หวังฮ่าวหรานจึงตัดสินใจงัดไม้ตาย 'ออร่าเสน่ห์' ออกมาใช้

เขาออกคำสั่งกับระบบ เลือกเป้าหมายเป็นเฉิงรุ่ยทันที

【ติ๊ง! โฮสต์ใช้งาน 'ออร่าเสน่ห์' กับตัวประกอบหญิง 'เฉิงรุ่ย' ค่าความชอบของเฉิงรุ่ยที่มีต่อโฮสต์เพิ่มขึ้นจนเต็ม 100 แต้มทันที】

เมื่อได้รับแจ้งเตือนจากระบบ หวังฮ่าวหรานก็จ้องมองเฉิงรุ่ยเพื่อสังเกตปฏิกิริยา

เขาเห็นแววตาของเธอวูบไหว จากที่ดูน่าสงสารอ่อนแอ จู่ๆก็เปลี่ยนเป็นแววตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่หลงใหลอย่างลึกซึ้ง... แต่เพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวมันก็หายวับไป

หวังฮ่าวหรานถึงกับอึ้ง

เขาลองหยั่งเชิงถามดูอีกครั้ง

"ตอนนี้เราจะคุยกันแบบเปิดอกได้หรือยัง?"

"สามีฉันรอทานข้าวอยู่ ขอตัวนะคะ เดี๋ยวเขาจะรอนาน" เฉิงรุ่ยตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉยและจริงจังกว่าเดิม

หวังฮ่าวหรานขมวดคิ้วมุ่น

เฉิงรุ่ยไม่มีทีท่าว่าจะยอมเจรจาด้วยเลย มิหนำซ้ำยังยกเอาหม่าหงเซิงมาขู่เขาอีก

หวังฮ่าวหรานเริ่มสงสัยตะหงิดๆ... ไอ้ออร่าเสน่ห์นี่มันของปลอมหรือเปล่าวะ?

ไม่อย่างนั้นทำไมเฉิงรุ่ยถึงยังมีท่าทีแบบนี้?

หวังฮ่าวหรานจนปัญญา จึงยอมปล่อยเฉิงรุ่ยไปก่อน

แต่ก่อนจะเปิดประตู เขาใช้ 'ตาทิพย์' ส่องดูสถานการณ์ภายนอก

ประจวบเหมาะพอดี... หม่าเว่ยไฉเพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำและกำลังเดินมุ่งหน้ามาทางห้องเก็บของเพื่อจะกลับไปยังห้องพักฟื้น

หวังฮ่าวหรานปิ๊งไอเดียทันควัน เขาเปิดประตูห้องเก็บของออกกว้าง แล้วพูดกับเฉิงรุ่ยเสียงดังฟังชัด

"ขอโทษที่รบกวนครับ เชิญคุณตามสบาย"

เฉิงรุ่ยกระตุกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนจะเดินเชิดหน้าออกมาจากห้องเก็บของ

หวังฮ่าวหรานเดินตามหลังเธอออกมาติดๆ

"พวกแกสองคนไปทำอะไรกันในนั้น?!"

หม่าเว่ยไฉที่เดินผ่านมาพอดีเห็นทั้งคู่เดินออกมาจากห้องเก็บของพร้อมกันก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงระคนสงสัย

เฉิงรุ่ยหน้าถอดสี กำลังจะอ้าปากอธิบาย

"เราไม่ได้ทำอะไรกันนะ! นายอย่ามาพูดจาพล่อยๆ!" หวังฮ่าวหรานชิงพูดแทรกขึ้นมา แสร้งทำท่าลนลาน ร้อนรนแก้ตัวพัลวัน

หม่าเว่ยไฉถึงจะสมองทึบไปหน่อย แต่เจอฉากนี้เข้าไป สมองก็แล่นจี๋ จินตนาการไปไกลลิบ

"เฉิงรุ่ย... ในที่สุดหางจิ้งจอกก็โผล่! แอบสวมเขาให้พ่อฉัน มานัดพลอดรักกับหนุ่มในห้องเก็บของ... เธอนี่มันแน่จริงๆ!" หม่าเว่ยไฉทำหน้าสะใจที่จับผิดแม่เลี้ยงได้คาหนังคาเขา

เขาหันไปมองหวังฮ่าวหรานด้วยสายตาชื่นชมปนทึ่ง

"นายแน่มาก! ถึงขนาดจัดการยัยเฉิงรุ่ยได้!"

ก่อนหน้านี้เขาเคยจ้างหนุ่มหล่อขั้นเทพมาจีบเฉิงรุ่ยสารพัดวิธีเพื่อจะแบล็คเมล์เธอ

แต่ยัยนี่ไม่เคยหลงกลเลยสักครั้ง

พอมาเห็นภาพตำตาว่าหวังฮ่าวหรานกับเฉิงรุ่ยแอบนัดพบกัน หม่าเว่ยไฉจึงอดนับถือไม่ได้

ในสายตาของเขา หวังฮ่าวหรานคือฮีโร่ที่มาช่วยกำจัดเสี้ยนหนามให้เขาโดยไม่รู้ตัว

"นายเข้าใจผิดแล้ว! ฉันกับเฉิงรุ่ยแค่เข้าไปคุยธุระในห้องเก็บของเฉยๆ ไม่ได้มีอะไรในกอไผ่ เราบริสุทธิ์ใจนะ!" หวังฮ่าวหรานเดินเข้าไปตบไหล่หม่าเว่ยไฉเบาๆ

หม่าเว่ยไฉรู้สึกเหมือนโดนยุงกัดที่ไหล่ แต่ไม่ได้สนใจ

เพราะเขากำลังโฟกัสกับคำแก้ตัวของหวังฮ่าวหราน

ยิ่งรีบปฏิเสธก็ยิ่งมีพิรุธชัดเจน!

"ฉันน่ะเชื่อ... แต่ไม่รู้ว่าพ่อฉันจะเชื่อหรือเปล่านะ หึหึ"

หม่าเว่ยไฉหัวเราะร่า แล้วรีบจ้ำอ้าวตรงดิ่งไปที่ห้องพักฟื้น

ท่าทางแบบนี้... ชัดเจนว่าจะรีบไปฟ้องพ่อ

"คุณบ้าไปแล้วหรือไง?! เรื่องมันไม่มีอะไรแท้ๆ ทำไมต้องทำท่าร้อนตัวแบบนั้นด้วย! ยิ่งอธิบายก็ยิ่งดูแย่ ถ้าพี่หงเซิงเชื่อขึ้นมาจริงๆ คุณนั่นแหละจะตายไม่รู้ตัว!"

เฉิงรุ่ยเห็นลูกเลี้ยงวิ่งแจ้นไปฟ้องสามี ก็เริ่มสติแตก หันมาตวาดใส่หวังฮ่าวหรานด้วยความโมโห

หวังฮ่าวหรานได้ยินดังนั้นก็ชะงัก หันกลับมามองเฉิงรุ่ยใหม่อีกครั้ง

ถึงเฉิงรุ่ยจะด่าเขา แต่ประเด็นที่เธอพูด... ไม่ใช่การตำหนิที่เขาหาเรื่องเดือดร้อนมาให้เธอ แต่กลับกลายเป็นการห่วงความปลอดภัยของเขาซะงั้น?

คนอย่างเฉิงรุ่ยเนี่ยนะจะมีจิตใจเมตตาห่วงใยคนอื่น?

เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด

แสดงว่า... ไม่ใช่ว่าค่าความชอบ 100 แต้มไม่ได้ผล

แต่เป็นเพราะเฉิงรุ่ยควบคุมอารมณ์ตัวเองเก่งเกินไปต่างหาก!

"นี่คุณ... เป็นห่วงผมเหรอ?"

ถึงหวังฮ่าวหรานจะไม่ได้พิศวาสภรรยาชาวบ้าน แต่เพื่อทำลายฐานอำนาจของ 'เทพสงคราม' เขาจำต้องฝืนใจหว่านเสน่ห์ใส่เฉิงรุ่ยสักหน่อย

"ผีสิจะเป็นห่วงคุณ! คุณรนหาที่ตายเอง ถ้าตายก็สมน้ำหน้าแล้ว!" เฉิงรุ่ยแค่นเสียงเย็นชา แล้วสะบัดหน้าเดินหนีไปทางห้องพักฟื้น

หวังฮ่าวหรานแอบขำในใจ

ผู้หญิงคนนี้ปากแข็งชะมัด แต่การกระทำกลับซื่อสัตย์กว่าปากเยอะ

คิดได้ดังนั้นเขาก็เดินทอดน่องตามไปอย่างใจเย็น

ไม่รีบร้อนเลยสักนิด

ที่เขาจงใจยื่นดาบให้หม่าเว่ยไฉก็เพื่อบีบให้เฉิงรุ่ยจนตรอกและยอมร่วมมือกับเขา

ส่วนเรื่องที่ว่าจะทำให้หม่าหงเซิงโกรธนั้น... เขาไม่สนใจสักนิด

หม่าหงเซิงเป็นตัวประกอบคนสำคัญของฝั่งตัวเอก โอกาสที่จะแปรพักตร์มาอยู่ฝั่งเขามีน้อยมาก

ในแผนการของหวังฮ่าวหราน... หม่าหงเซิงจะต้อง 'เกิดเรื่อง' ในไม่ช้านี้

ไม่อย่างนั้นทรัพย์สมบัติมหาศาลจะตกมาอยู่ในมือของเฉิงรุ่ยอย่างชอบธรรมได้ยังไง?

——

"แกพูดว่าอะไรนะ?! แกเห็นอารุ่ยแอบพลอดรักกับลูกชายประธานเจิ้น?!"

ในห้องพักฟื้น หม่าหงเซิงได้ฟังคำบอกเล่าของลูกชายก็ตกตะลึง

"จริงแท้แน่นอนครับ! ผมเห็นกับตาว่าสองคนนั้นเดินออกมาจากห้องเก็บของด้วยกัน!" หม่าเว่ยไฉใส่สีตีไข่อย่างเมามัน

เจิ้นหลี่ที่นั่งอยู่ด้วยถึงกับใจหายวาบ

ในสายตาเธอ ลูกชายเธอหล่อเหลาเอาการ จะจีบหญิงคนไหนติดก็ไม่แปลก จะไปคว้าเฉิงรุ่ยมาได้ก็ไม่เหนือความคาดหมาย

เฉิงรุ่ยเองก็ดูดีขนาดนั้น

แต่ถ้าเป็นเรื่องจริง งานเข้าแน่!

หม่าหงเซิงดูภายนอกใจดี แต่ถ้าเป็นเรื่องหยามเกียรติลูกผู้ชายแบบนี้ เขาคงไม่ยอมอยู่เฉยแน่ ผลที่ตามมาคงเลวร้ายสุดๆ

หม่าหงเซิงขมวดคิ้วแน่น ยังไม่ตอบโต้อะไร

เขาเป็นคนมีเหตุผลและรอบคอบ ไม่ใช่คนหูเบาที่จะเชื่อคำพูดพล่อยๆของลูกชายเพียงไม่กี่คำแล้วระแวงภรรยาตัวเองทันที

*****

จบบทที่ บทที่ 147 ลูกทรพีฟ้องพ่อ

คัดลอกลิงก์แล้ว