เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 146 นักแสดงรางวัลตุ๊กตาทอง

บทที่ 146 นักแสดงรางวัลตุ๊กตาทอง

บทที่ 146 นักแสดงรางวัลตุ๊กตาทอง


หวังฮ่าวหรานตัดสินใจ แล้วเดินตามเจิ้นหลี่เข้าไปในห้องพักฟื้น

"ที่แท้ก็ประธานเจิ้นนี่เอง ผมขอโทษที่ต้องให้มาเห็นอะไรแบบนี้นะครับ เชิญนั่งก่อน เชิญนั่ง" หม่าหงเซิงกล่าวทักทายอย่างเป็นกันเอง

เขารู้จักเจิ้นหลี่และหวังเซียงดี ทั้งสองคนถือเป็นบุคคลระดับแนวหน้าในแวดวงธุรกิจเมืองชิงหลิงเช่นกัน เขาจึงให้ความเคารพและให้เกียรติ

"ประธานหม่าเกรงใจเกินไปแล้วค่ะ เป็นฉันต่างหากที่มารบกวนเวลาพักผ่อนของคุณ" เจิ้นหลี่ยิ้มตอบตามมารยาท

หวังฮ่าวหรานวางกระเช้าเยี่ยมไข้ลงบนโต๊ะ

"แล้วหนุ่มน้อยคนนี้คือ?" หม่าหงเซิงมองไปที่หวังฮ่าวหราน แล้วหันไปถามเจิ้นหลี่

"นี่ลูกชายดิฉันเองค่ะ เขาชื่นชมชื่อเสียงของคุณมานานแล้ว เลยขอติดตามมาด้วย อยากจะมาเห็นตัวจริงของคุณสักครั้งน่ะค่ะ" เจิ้นหลี่อธิบาย

"หน้าตาหล่อเหลา บุคลิกดีเยี่ยม ประธานเจิ้นช่างโชคดีจริงๆที่มีลูกชายยอดเยี่ยมขนาดนี้" หม่าหงเซิงเอ่ยชมจากใจ แต่ในใจกลับอดเปรียบเทียบกับลูกชายไม่ได้เรื่องของตัวเองไม่ได้

อีกด้านหนึ่ง

หม่าเว่ยไฉที่กลัวโดนพ่อด่าซ้ำ รีบวิ่งแจ้นไปตามหมอมา

เมื่อหมอมาถึง ก็รีบทำแผลที่มือให้เฉิงรุ่ยและพันผ้าก๊อซให้อย่างเรียบร้อย

"ยังเจ็บอยู่ไหม?" หม่าหงเซิงถามเฉิงรุ่ยด้วยความเป็นห่วง

"ไม่เจ็บเลยค่ะ ฉันไม่เป็นไรจริงๆ" เฉิงรุ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

ถ้าหวังฮ่าวหรานไม่เห็นการกระทำของเธอก่อนหน้านี้ เขาคงหลงเชื่อสนิทใจว่าเธอคือภรรยาและแม่พระผู้แสนดี

"ถ้าอารุ่ยไม่ช่วยพูดให้ วันนี้ฉันคงตีแกขาหักไปแล้ว" หม่าหงเซิงหันไปตำหนิหม่าเว่ยไฉ

"ยังไม่รีบขอบคุณแม่อีก!"

หม่าเว่ยไฉกลอกตามองบนอย่างเหลืออด

ยัยผู้หญิงคนนี้อายุน้อยกว่าเขาตั้งปีนึง จะให้เขาเรียกว่าแม่ได้ยังไง?

แต่พอเจอกับสายตาดุๆของพ่อ เขาจึงจำใจต้องพูดออกไป

"คุณนี่ช่างมีเมตตาจริงๆ ขอบคุณนะครับ ขอบคุณไปถึงโคตรเหง้าคุณเลย"

"ไอ้ลูกเวร! พูดบ้าอะไรวะ?!" หม่าหงเซิงที่เพิ่งจะใจเย็นลง ก็ของขึ้นอีกรอบ

"พ่อ! มีคนนอกอยู่ด้วยนะ พ่อจะด่าผมเสียๆหายๆต่อหน้าแขกเหรอ แล้วผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?" หม่าเว่ยไฉปรายตามองเจิ้นหลี่และหวังฮ่าวหรานด้วยความรังเกียจ แล้วหันมาเถียงพ่อ

"ไอ้คนไม่ได้เรื่อง! วันๆเอาแต่กินเหล้าเมายา ไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แกทำตัวเองแท้ๆ พอโดนฉันด่าเข้าหน่อยถึงเพิ่งจะมารู้จักคำว่าอายหรือไง?" หม่าหงเซิงไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ยังคงด่ากราดไม่ไว้หน้า

"ผมไปห้องน้ำก่อน!" หม่าเว่ยไฉทนอยู่ต่อไม่ไหว หาข้ออ้างเดินกระแทกเท้าปึงปังออกไป

ก่อนไป เขายังหันมาถลึงตาใส่เจิ้นหลี่และหวังฮ่าวหรานอย่างอาฆาตมาดร้าย หาว่าสองคนนี้เป็นส่วนเกินที่น่ารำคาญ

"พี่หงเซิ่ง พี่เพิ่งตื่นคงจะหิวแล้ว เดี๋ยวฉันไปหาอะไรมาให้ทานนะคะ" เฉิงรุ่ยพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย

"มือเธอเจ็บอยู่นะ รอไอ้ลูกตัวแสบกลับมาแล้วใช้ให้มันไปซื้อดีกว่า"

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่ไปรับอาหารเอง ฉันใช้มืออีกข้างถือก็ได้" เฉิงรุ่ยยืนกราน

พูดจบ เธอก็ไม่รอให้หม่าหงเซิงทัดทาน รีบเดินออกจากห้องไปทันที

หม่าหงเซิงมองตามแผ่นหลังบอบบางของภรรยา พลางถอนหายใจด้วยความซาบซึ้ง... เขาช่างโชคดีจริงๆที่ได้ภรรยาแสนดีและเข้าใจเขาขนาดนี้

เจิ้นหลี่มาเยี่ยมไข้ทั้งทีคงไม่ได้แค่มานั่งยิ้มแล้วกลับแน่ พอปลอดคน เธอก็เริ่มชวนหม่าหงเซิงคุยเรื่องธุรกิจ

หวังฮ่าวหรานไม่สนใจเรื่องพวกนี้ จึงค่อยๆปลีกตัวออกจากห้องพักฟื้น

พอออกมาที่ทางเดิน ก็เจอกับพยาบาลสาวคนหนึ่งผ่านมาพอดี

"ขอโทษนะครับคุณพยาบาล โรงอาหารไปทางไหนครับ?"

"เดินตรงไปทางนั้น ออกประตูหลังไปก็จะเจอโรงอาหารค่ะ" พยาบาลสาวตอบ

"ขอบคุณครับ"

หวังฮ่าวหรานพยักหน้า แล้วเดินตามทางที่พยาบาลบอกจนเจอโรงอาหาร

คลินิกเทียนฮุยเป็นสถานพยาบาลระดับไฮเอนด์ แม้จะเป็นโรงอาหาร แต่อาหารข้างในก็เทียบชั้นได้กับโรงแรมห้าดาว

หวังฮ่าวหรานไม่ได้เข้าไปข้างใน แต่เลือกที่จะยืนรออยู่หน้าประตู

ไม่นานนัก เขาก็เห็นร่างบอบบางเดินหิ้วถุงอาหารกล่องออกมา

"สวัสดีค่ะ" เฉิงรุ่ยเห็นหวังฮ่าวหรานก็ยิ้มทักทายอย่างมีมารยาท

จากนั้นเธอก็เตรียมจะเดินผ่านเขาไปเพื่อกลับห้องพักฟื้น

แต่หวังฮ่าวหรานยื่นมือมาขวางทางเธอไว้

"มีอะไรหรือเปล่าคะ?" เฉิงรุ่ยไม่ได้แสดงท่าทีไม่พอใจ ยังคงรักษารอยยิ้มอ่อนโยนไว้เช่นเดิม

"สวมหน้ากากคุยกับคนอื่นตลอดเวลาแบบนี้... ไม่เหนื่อยบ้างเหรอ?" หวังฮ่าวหรานถามด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

"ต้องขอโทษด้วยจริงๆนะคะ ฉันเผลอไปทำอะไรให้คุณไม่พอใจหรือเปล่าคะ? ถ้ามี ฉันยินดีขอโทษค่ะ" เฉิงรุ่ยตอบกลับด้วยท่าทีจริงใจ

กิริยาท่าทางของเธอดูใสซื่อบริสุทธิ์และอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่มีมาดของภรรยามหาเศรษฐีเลยแม้แต่น้อย

ช่างเป็นนักแสดงสาวเจ้าบทบาทที่สมควรได้รับรางวัลตุ๊กตาทองจริงๆ!

"ถึงยังไงหม่าเว่ยไฉก็เป็นลูกชายคนโตของหม่าหงเซิง ต่อให้คุณพยายามใส่ร้ายป้ายสีเขาแค่ไหน ความจริงข้อนี้ก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ความผูกพันพ่อลูกกว่ายี่สิบปีไม่ใช่สิ่งที่คุณจะทำลายได้ง่ายๆหรอก" หวังฮ่าวหรานไม่อ้อมค้อม เข้าประเด็นทันที

"ฉันไม่เข้าใจว่าคุณกำลังพูดเรื่องอะไร" เฉิงรุ่ยทำหน้าไร้เดียงสา

"ผมช่วยคุณได้นะ ช่วยให้คุณได้ในสิ่งที่ต้องการ" หวังฮ่าวหรานจ้องตาเธอ พูดจาหว่านล้อม

"ฉันแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆที่อยากดูแลสามีและลูกให้ดีที่สุดเท่านั้น เรื่องอื่นฉันไม่สนใจหรอกค่ะ" เฉิงรุ่ยยิ้มบางๆ แล้วเดินเลี่ยงผ่านหวังฮ่าวหรานไป

เธอเร่งฝีเท้าเดินกลับไปยังห้องพักฟื้น

หวังฮ่าวหรานรีบก้าวตามไปทันที พอเดินผ่านห้องเก็บของ เขาก็คว้าข้อมือเธอ ลากเข้าไปในห้องนั้นอย่างรวดเร็ว

ปัง!

หวังฮ่าวหรานล็อคประตูจากด้านใน

"ที่นี่ไม่มีใครแล้ว เราคุยกันตรงๆได้หรือยัง?"

"ถ้าฉันไปฟ้องพี่หงเซิงว่ามีคนพยายามจะลวนลามฉัน รับรองว่าคุณจบไม่สวยแน่" เฉิงรุ่ยขู่เสียงแข็ง ก่อนจะปรับน้ำเสียงให้อ่อนลงทันควัน

"แต่ฉันคงไม่ทำแบบนั้นหรอกค่ะ เพราะฉันเชื่อว่าคุณเป็นสุภาพบุรุษ... ดังนั้น ช่วยปล่อยฉันไปเถอะนะคะ แล้วฉันจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น"

"คุณเป็นแค่ผู้หญิงตัวคนเดียว ส่วนหม่าเว่ยไฉเป็นคนบ้าบิ่นไร้เหตุผล ถ้าวันหนึ่งเขาเกิดบ้าเลือดขึ้นมา คนที่จะซวยคือคุณนะ" หวังฮ่าวหรานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

"แต่ผมช่วยคุณได้ ผมช่วยคุณจัดการหม่าเว่ยไฉได้ และช่วยให้คุณฮุบสมบัติทั้งหมดของหม่าหงเซิงได้... แลกกับส่วนแบ่งแค่ 10% หลังเสร็จงาน"

"วิน-วินทั้งคู่ ลองเก็บไปคิดดูไหม?"

"ฉันเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ขอแค่มีเงินพอใช้ก็พอใจแล้วค่ะ ไม่เคยโลภอยากได้อะไรเกินตัว"

เฉิงรุ่ยยังคงยืนกรานคำเดิม

หวังฮ่าวหรานยักไหล่ รู้สึกท้อแท้เล็กน้อย

ค่าเสน่ห์ของเขาปาเข้าไป 568 แต้ม ถ้าเป็นผู้หญิงทั่วไปคงหลงหัวปักหัวปำไปแล้ว แต่เฉิงรุ่ยกลับยังคงครองสติได้อย่างมั่นคง ไม่หวั่นไหวไปกับการหว่านล้อมของเขาเลยแม้แต่น้อย ความระแวดระวังตัวของเธอสูงลิบลิ่ว จะใช้คารมกล่อมให้คล้อยตามคงเป็นไปไม่ได้

เสน่ห์ชายหนุ่มใช้ไม่ได้ผลกับเธอเลย

ผู้หญิงคนนี้... เกิดมาเพื่อทำการใหญ่จริงๆ

เจ้าเล่ห์เพทุบาย นิสัยใจคอลึกซึ้ง มีเหตุมีผล อำมหิต แถมยังต้านทานเสน่ห์บุรุษได้อีก

ถ้าเกิดในยุคโบราณ เธอต้องเป็นผู้นำศึกชิงนางวังหลัง และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งไทเฮาได้อย่างแน่นอน

หรือถ้ามีความทะเยอทะยานมากกว่านั้น เผลอๆอาจจะได้เป็นจักรพรรดินีเสียด้วยซ้ำ!

*****

จบบทที่ บทที่ 146 นักแสดงรางวัลตุ๊กตาทอง

คัดลอกลิงก์แล้ว