เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 145 หญิงสาวผู้น่าสะพรึงกลัว

บทที่ 145 หญิงสาวผู้น่าสะพรึงกลัว

บทที่ 145 หญิงสาวผู้น่าสะพรึงกลัว


ถังปิงหยุนมีธุระด่วนที่บริษัทต้องไปสะสาง จึงขอตัวกลับไปก่อน

ส่วนหวังฮ่าวหรานก็ไปสมทบกับเจิ้นหลี่เพื่อไปเยี่ยมหม่าหงเซิงด้วยกัน

ในช่วงที่หวังฮ่าวหรานปลีกตัวไปคุยกับถังปิงหยุน เจิ้นหลี่ได้สอบถามพยาบาลจนรู้ตำแหน่งห้องพักฟื้นของหม่าหงเซิงแล้ว

เธอพาหวังฮ่าวหรานเดินตรงไปยังห้องพักฟื้นระดับวีไอพีที่หรูหราที่สุดของคลินิกเทียนฮุย

เมื่อมาถึงหน้าประตู เจิ้นหลี่เงื้อมมือกำลังจะเคาะประตู แต่ก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังลอดออกมาเสียก่อน

ด้วยมารยาท เธอจึงชะงักมือไว้ ตั้งใจจะรอให้เสียงข้างในเงียบลงก่อนค่อยเคาะ

เพราะฟังจากบทสนทนาแล้ว ดูเหมือนจะเป็นเรื่องขัดแย้งภายในครอบครัว

คนนอกอย่างพวกเขาไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินจะดีกว่า

แต่หวังฮ่าวหรานไม่ได้รอเฉยๆ เขาเปิดใช้งาน 'ตาทิพย์' ส่องดูสถานการณ์ภายในทันที

ภายในห้องพักฟื้นมีคนอยู่สามคน

หม่าหงเซิงนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แสดงว่ากำลังหลับสนิท

นอกจากคนป่วยแล้ว ยังมีชายหญิงอีกคู่หนึ่ง อายุอานามน่าจะราวๆยี่สิบต้นๆ

ฝ่ายชายหน้าตาธรรมดา มีเค้าโครงหน้าคล้ายหม่าหงเซิงอยู่ถึงเจ็ดส่วน แต่แววตาและสีหน้ากลับเต็มไปด้วยความหยิ่งยโสและกร่างไม่เกรงใจใคร ต่างจากหม่าหงเซิงที่ดูสุขุมนุ่มลึกอย่างสิ้นเชิง

ชายหนุ่มคนนี้ต้องเป็น 'หม่าเว่ยไฉ' ลูกชายคนโตของหม่าหงเซิงไม่ผิดแน่

ส่วนฝ่ายหญิง... รูปร่างหน้าตาโดดเด่นสะดุดตาเป็นอย่างมาก ท่าทางดูบอบบางน่าทะนุถนอม ให้ความรู้สึกเหมือนดอกไม้ที่ต้องการการปกป้อง

เธอนั่งอยู่ข้างเตียง กุมมือหม่าหงเซิงไว้เบาๆด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยสุดหัวใจ

ชัดเจนว่าเธอคือ 'เฉิงรุ่ย' ภรรยาใหม่ของหม่าหงเซิง

"พ่อฉันไม่ต้องให้เธอมาสะเออะดูแลหรอก! บอกให้กลับก็กลับไปสิวะ! ไม่ใช่ว่าต้องกลับไปดูแลลูกชายหรือไง? รีบไสหัวไปซะ!" หม่าเว่ยไฉยืนค้ำหัว ตะคอกใส่เธอด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด

"ที่บ้านมีพี่เลี้ยงดูแลอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันขออยู่ดูแลพี่หงเซิงเถอะนะ" น้ำเสียงของเฉิงรุ่ยช่างนุ่มนวลและอ่อนหวาน ฟังแล้วรื่นหู

"พ่อฉันยังไม่ฟื้น อย่ามาทำตัวเป็นนางเอกหน่อยเลย เก็บหน้ากากจอมปลอมของเธอไปซะ" หม่าเว่ยไฉแค่นหัวเราะ

"ฉะ... ฉันไม่ได้แกล้งทำนะ ฉันเป็นห่วงพี่หงเซิงจริงๆ ถึงอยากอยู่ดูแลเขา" เฉิงรุ่ยทำหน้าเศร้าสร้อยน่าสงสาร

"พ่อฉันอาจจะแก่จนเลอะเลือน แต่ฉันไม่ได้โง่! เธอยังสาว ยอมแต่งงานกับคนรุ่นพ่อแบบนี้ จะหวังอะไรล่ะ? ก็หวังฮุบสมบัติบ้านฉันไม่ใช่หรือไง?!"

"ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าฉันรักในความสุขุมเป็นผู้ใหญ่ของพี่หงเซิง ไม่ได้รักเงินของเขา ตอนแต่งงานฉันก็เซ็นสัญญาสละสิทธิ์ในสินสมรสแล้ว เรื่องนี้เธอก็รู้นี่นา"

"ไอ้สัญญาสละสิทธิ์นั่นแหละคือความชั่วร้ายของเธอ!"

พอพูดถึงเรื่องนี้ หม่าเว่ยไฉยิ่งโมโห

ตอนแรกเขาคัดค้านหัวชนฝาไม่ยอมให้เฉิงรุ่ยแต่งเข้าตระกูลหม่า แต่พอยัยนี่เสนอเซ็นสัญญาสละสิทธิ์สินสมรสว่าถ้าหย่าจะไปแต่ตัวไม่ได้เงินสักแดง หม่าเว่ยไฉเห็นท่าทางซื่อๆใสๆของเธอ บวกกับสัญญานั่น เลยตายใจ ยอมให้พ่อแต่งงาน

แต่ไม่นานเขาก็ต้องเสียใจ

เพราะเฉิงรุ่ยเอาอกเอาใจเก่งจนพ่อเขาหลงหัวปักหัวปำ แถมแต่งได้แค่ปีกว่าๆก็ท้องป่องคลอดลูกชายออกมาอีก

หม่าหงเซิงยิ่งรักยิ่งหลงเธอเข้าไปใหญ่

จริงอยู่ว่าเฉิงรุ่ยเซ็นสัญญาไม่เอาสินสมรส แต่พ่อเขาเป็นคนรักลูกรักเมีย ขืนพ่อตายไปจริงๆ มีเหรอจะไม่แบ่งมรดกให้เมียรักกับลูกน้อย?

เป็นไปไม่ได้!

"เธอเข้าใจฉันผิดจริงๆนะ" เฉิงรุ่ยถอนหายใจยาว แล้วสังเกตเห็นว่านิ้วมือของหม่าหงเซิงขยับเล็กน้อย

ประกายประหลาดวาบผ่านดวงตาเธอวูบหนึ่ง เธอรีบลุกขึ้นไปรินน้ำมาหนึ่งแก้ว แล้วยื่นให้หม่าเว่ยไฉด้วยท่าทีอ่อนน้อม

"เราเป็นครอบครัวเดียวกัน ควรจะรักใคร่กลมเกลียวกันไว้ ดื่มน้ำเย็นๆให้ใจร่มๆก่อนเถอะนะ"

"ไปให้พ้น! อย่ามาทำตัวตอแหลกับกู!"

เพล้ง!

หม่าเว่ยไฉปัดมือเต็มแรงจนแก้วน้ำร่วงลงพื้นแตกกระจาย เฉิงรุ่ยเองก็เซถลาล้มลงไปกองกับพื้น

"ไอ้ลูกทรพี! แกทำบ้าอะไรลงไป!"

หม่าหงเซิงที่เพิ่งได้สติตื่นมาเห็นเหตุการณ์และได้ยินเสียงลูกชายตะคอกพอดี

เขารีบลุกจากเตียงโดยไม่สนสังขารตัวเอง ตรงเข้าไปพยุงเฉิงรุ่ยขึ้นมา

แต่พอก้มลงมอง ก็เห็นว่าฝ่ามือของเฉิงรุ่ยเต็มไปด้วยเลือดสดๆ

คงโดนเศษแก้วบาดเข้าให้

หวังฮ่าวหรานที่มองเหตุการณ์ผ่านตาทิพย์ถึงกับขนลุกซู่

ตอนที่เฉิงรุ่ยล้มลง มือเธอยังไม่โดนเศษแก้วบาด

แต่พอเธอเห็นหม่าหงเซิงลืมตาตื่นเต็มที่ เธอก็จงใจกดฝ่ามือลงไปบนเศษแก้วแหลมคมนั่นเอง!

เธอจงใจทำร้ายตัวเองเพื่อใส่ร้ายหม่าเว่ยไฉให้ดูเลวร้ายยิ่งขึ้นในสายตาพ่อ!

เหี้ยมชะมัด ผู้หญิงคนนี้...

"อารุ่ย! เป็นอะไรไหม?" หม่าหงเซิงถามด้วยความเป็นห่วงจับใจ

"ฉันไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไรจริงๆ" เฉิงรุ่ยหน้าซีดเผือด แต่ยังฝืนยิ้มส่ายหน้า ปากบอกไม่เป็นไรเพื่อปลอบใจสามี

"ไอ้ลูกเนรคุณ! ไอ้ชาติชั่ว!" หม่าหงเซิงทนไม่ไหว ระเบิดอารมณ์ใส่หม่าเว่ยไฉ เงื้อมมือทำท่าจะเข้าไปตบ

"พี่หงเซิง อย่า! ไม่เกี่ยวกับเขาหรอก ฉันซุ่มซ่ามล้มเองค่ะ" เฉิงรุ่ยขมวดคิ้วด้วยความเจ็บปวด แต่ยังยิ้มสู้ รั้งแขนหม่าหงเซิงไว้พลางแก้ต่างให้ลูกเลี้ยง

"พ่อได้ยินไหม? ยัยนั่นบอกเองว่าล้มเอง! มะ... ไม่เกี่ยวกับผมนะ!" หม่าเว่ยไฉเห็นพ่อโกรธจัดก็เริ่มกลัว ถอยกรูดไปข้างหลังพลางแก้ตัวตะกุกตะกัก

"คิดว่าฉันตาบอดหรือไง! ฉันเห็นกับตาว่าแกผลักอารุ่ย!"

เพียะ!

หม่าหงเซิงสะบัดมือเฉิงรุ่ยออก เดินปรี่เข้าไปตบหน้าลูกชายฉาดใหญ่

ในมุมที่หม่าหงเซิงและหม่าเว่ยไฉมองไม่เห็น...

เฉิงรุ่ยผู้บอบบางน่าสงสาร แอบยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มที่น่าสยดสยอง

รอยยิ้มนั้นปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะจางหายไป

แต่หวังฮ่าวหรานเห็นเต็มสองตา

ผู้หญิงคนนี้น่ากลัวจริงๆ

ระดับมหาเศรษฐีอย่างหม่าหงเซิงย่อมมีสาวสวยดาหน้าเข้ามาให้เลือกไม่ขาดสาย แต่มีเพียงเฉิงรุ่ยคนเดียวที่สามารถแต่งเข้าตระกูลหม่าและให้กำเนิดลูกชายได้

ไม่ใช่เพราะโชคช่วยแน่ๆ

แต่เป็นเพราะความร้ายกาจของเธอต่างหาก

หลังจากตบลูกชายระบายอารมณ์ หม่าหงเซิงก็รีบคว้าทิชชู่มากดห้ามเลือดที่มือให้ภรรยา

"ไอ้ลูกไม่รักดี! ยืนโง่อยู่ทำไม! รีบไปตามหมอสิ!" หม่าหงเซิงตะคอกใส่หม่าเว่ยไฉ

หม่าเว่ยไฉทั้งเจ็บทั้งแค้น แต่ไม่กล้าหือกับพ่อ จึงเดินกระฟัดกระเฟียดไปที่ประตู

เจิ้นหลี่ได้ยินเสียงเอะอะข้างในเริ่มซาลง จึงตัดสินใจเคาะประตู ทำทีว่าเพิ่งมาถึง

"พวกแกเป็นใคร?" หม่าเว่ยไฉกระชากประตูเปิดออกมาพอดี เห็นเจิ้นหลี่กับหวังฮ่าวหรานยืนอยู่จึงถามเสียงห้วน

"ดิฉันเจิ้นหลี่ ประธานของกั๋วเสี้ยนเทียนเซียง นี่ลูกชายดิฉัน เรามาเยี่ยมคุณหม่า" เจิ้นหลี่ตอบอย่างสุภาพ

"กั๋วเสี้ยเทียนเซียงอะไรไม่เคยได้ยิน บริษัทห้องแถวล่ะสิ เดี๋ยวนี้ใครๆก็เรียกตัวเองว่าประธานกันหมดแล้วเรอะ? กระจอกอย่างพวกแกมีสิทธิ์อะไรมาขอพบพ่อฉัน! ไสหัวไปให้พ้น!" หม่าเว่ยไฉกำลังหัวร้อน จึงพาลใส่คนไม่เลือกหน้า

เจิ้นหลี่โกรธจนควันออกหู

ถ้าไม่ติดว่าเกรงใจหม่าหงเซิง เธอคงตบสั่งสอนไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนนี้ไปแล้ว

"ไอ้ลูกเวร! พูดจาหมาๆกับแขกได้ยังไง! เชิญแขกเข้ามาเดี๋ยวนี้!" หม่าหงเซิงได้ยินเสียงจึงตะโกนด่าลูกชาย

หม่าเว่ยไฉทำหูทวนลม เดินเบียดเจิ้นหลี่ออกไปตามหมอหน้าตาเฉย

ตอนเดินผ่าน เขาจงใจใช้ไหล่กระแทกเจิ้นหลี่จนเซ

"โอ๊ย!" เจิ้นหลี่ร้องอุทานด้วยความเจ็บ

หวังฮ่าวหรานขมวดคิ้ว จ้องมองแผ่นหลังของหม่าเว่ยไฉด้วยสายตาอำมหิต

ตอนแรกเขายังลังเลว่าจะเลือก 'เชิด' ใครดี

แต่ตอนนี้... คำตอบชัดเจนแล้ว

หม่าเว่ยไฉ... วันสบายๆของแกกำลังจะหมดลงแล้ว!

แต่สำหรับเฉิงรุ่ย... ผู้หญิงคนนี้มีความทะเยอทะยานสูงและควบคุมยาก การจะทำให้เธอยอมศิโรราบเป็นหุ่นเชิดคงไม่ใช่งานง่ายแน่นอน

*****

จบบทที่ บทที่ 145 หญิงสาวผู้น่าสะพรึงกลัว

คัดลอกลิงก์แล้ว