- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 142 ตีให้แตกจากภายใน
บทที่ 142 ตีให้แตกจากภายใน
บทที่ 142 ตีให้แตกจากภายใน
"ซูหลางคิดจะจัดงานแต่ง..."
หวังฮ่าวหรานดักฟังบทสนทนาของครอบครัวหยางผ่านโทรศัพท์มือถือของหยางจิงว่าน
ถ้ามองจากนิยายแนว 'ลูกเขยเทพสงคราม' สิบเรื่องจะมีสักเก้าเรื่องที่ตัวเอกใช้ 'งานแต่งงาน' เป็นเวทีโชว์พาวตบหน้าคนที่เคยดูถูก
เรียกได้ว่าเป็นพล็อตตลาดที่เกร่อจนเอียน
แต่ถึงจะเอียนแค่ไหน ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเป็นตัวขับเคลื่อนพล็อตที่มีอานุภาพร้ายแรงมาก
ถ้าปล่อยให้ซูหลางจัดงานแต่งได้สำเร็จ และโชว์พาวได้ตามแผน
หยางจิงว่านและครอบครัวจะต้องมองซูหลางเปลี่ยนไปแน่นอน
เผลอๆหยางจิงว่านอาจจะใจอ่อน ยอมรับซูหลางเป็นสามีจริงๆก็ได้
งานแต่งงานครั้งนี้ เป็นภัยคุกคามสำหรับหวังฮ่าวหราน
แต่ในขณะเดียวกัน... มันก็เป็นโอกาสทองในการพลิกเกมเพื่อเผด็จศึกตัวเอกเทพสงครามคนนี้ได้เช่นกัน
ลองจินตนาการดูสิ...
ถ้าซูหลางทุ่มทุนสร้างมหาศาลเพื่อจัดงานวิวาห์สุดอลังการให้หยางจิงว่าน
แต่พอถึงช่วงพิธีการสำคัญ ตอนที่บาทหลวงเอ่ยถามว่า: หยางจิงว่าน คุณยินดีที่จะรับซูหลางเป็นสามี ไม่ว่าจะยามสุขหรือยามทุกข์ มั่งมีหรือยากจน สบายดีหรือเจ็บป่วย จะรักและซื่อสัตย์ต่อเขาตลอดไปหรือไม่?
แล้วหยางจิงว่านตอบกลับไปว่า: ฉันไม่ยินดี!
สีหน้าของซูหลางตอนนั้นจะน่าดูชมเพียงใด?
แล้วแขกเหรื่อทั้งหลายในงานจะทำหน้ากันยังไงนะ?
หรือจะเอาให้แสบสันกว่านั้น...
ใช้เวลาครึ่งเดือนที่เหลือ ปั่นค่าความชอบของหยางจิงว่านให้สูงลิ่ว
แล้วพอถึงวันงาน ก็พาหยางจิงว่านหนีตามกันไปกลางงานแต่ง
หรือจะเอาแบบขั้นสุดยอด 'ไม้ตายปิดเกม'
จัดการรวบหัวรวบหางหยางจิงว่าน อัดคลิปวิดีโอตอน 'ปฏิบัติภารกิจ' ไว้ แล้วเอาไปฉายขึ้นจอ LED ขนาดใหญ่กลางงานแต่ง...
เจอแบบนี้เข้าไป ซูหลางคงได้อกแตกตายคาที่!
ส่วนวิธีอื่นๆ หวังฮ่าวหรานยังคิดไม่ออกในตอนนี้
จะเลือกใช้วิธีไหน คงต้องดูสถานการณ์หน้างานอีกที
กว่าจะถึงวันงานยังมีเวลาอีกครึ่งเดือน ช่วงนี้ต้องหาทางกดหัวซูหลางไม่ให้ผงาดขึ้นมาได้
และกุญแจสำคัญในการกดหัวซูหลางก็คือนางเอกอย่าง 'หยางจิงว่าน'
นอกจากนี้ 'หม่าหงเซิง' ตัวละครสมทบคนสำคัญฝั่งตัวเอก ก็ต้องได้รับการ 'ดูแล' เป็นพิเศษเช่นกัน
ตอนงานเลี้ยงที่คฤหาสน์ หวังฮ่าวหรานวางยาหม่าหงเซิงด้วย 'บัวเจ็ดสี' ผสมกับสมุนไพรบางชนิด
พิษชนิดนี้ไม่ถึงตาย แต่จะทำให้ผู้ที่ได้รับพิษมีอาการง่วงซึมตลอดเวลา ไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร
หม่าหงเซิงจะต้องอ่อนเปลี้ยเพลียแรง ไม่มีเวลาไปยุ่งวุ่นวายกับธุรกิจแน่นอน
ตามข่าวในอินเทอร์เน็ต หม่าหงเซิงมีทรัพย์สินรวมกว่า 1.8 แสนล้านหยวน
ขนาดเจิ้นหลี่ยังเตือนหวังฮ่าวหรานว่าอย่าไปตอแยหม่าหงเซิง เพราะอาจจะนำความเดือดร้อนมาให้
แต่ในฐานะ 'จอมวายร้าย' จะให้ยอมก้มหัวง่ายๆได้ยังไง?
แถมหม่าหงเซิงยังเป็นคนของฝั่งตัวเอกอีก
ทรัพย์สินมหาศาลของหม่าหงเซิง... หวังฮ่าวหรานเล็งไว้นานแล้ว
เขาตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องฮุบอาณาจักรธุรกิจของหม่าหงเซิงมาเป็นของตัวเอง เพื่อตัดกำลังไม่ให้ซูหลางมีแบ็คอัพทางการเงิน
การยืมมือตระกูลหวังมาเปิดสงครามเศรษฐกิจเป็นวิธีหนึ่งก็จริง แต่ต้องใช้ต้นทุนสูงและเสี่ยงเกินไป ถือเป็นแผนชั้นเลว
และใช่ว่าจะชนะหม่าหงเซิงได้ง่ายๆ
ถึงหม่าหงเซิงจะป่วยจนบริหารงานไม่ได้ แต่บริษัทระดับแสนล้านย่อมมีทีมบริหารที่แข็งแกร่งคอยประคองอยู่
การเอาทรัพย์สินหลักหมื่นล้านของตระกูลหวังไปงัดข้อกับแสนล้านของหม่าหงเซิง ไม่ใช่เรื่องฉลาดเลย
ในเมื่อโจมตีจากภายนอกไม่ได้ ก็ต้องโจมตีจากภายใน
โบราณว่าไว้... ป้อมปราการที่แข็งแกร่งที่สุด มักจะพังทลายจากภายในเสมอ
ถ้าจะเล่นงานจากภายใน ข้อมูลที่จำเป็นที่สุดคือผังเครือญาติของหม่าหงเซิง
ข้อมูลพื้นฐานพวกนี้หาได้ง่ายๆในอินเทอร์เน็ต
หวังฮ่าวหรานหยิบมือถือขึ้นมาค้นหาทันที
ไม่นานเขาก็ได้ข้อมูลสำคัญ
หม่าหงเซิงแต่งงานสองครั้ง มีลูกชายสองคน
ภรรยาคนแรกเสียชีวิตไปนานแล้ว
ภรรยาคนที่สองเพิ่งแต่งงานด้วยเมื่อ 3 ปีก่อน
ลูกชายคนโตเกิดกับภรรยาคนแรก ปัจจุบันอายุ 24 ปี เป็นเพลย์บอยเจ้าสำราญ เปลี่ยนแฟนเหมือนเปลี่ยนเสื้อผ้า
ลูกชายคนเล็กเกิดกับภรรยาคนที่สอง ปัจจุบันอายุแค่ขวบกว่าๆ
ที่น่าสนใจคือ... ภรรยาใหม่ของหม่าหงเซิงอายุแค่ 23 ปี
แม่เลี้ยงอายุน้อยกว่าลูกเลี้ยง 1 ปี...
ลูกชายคนโตจะทำหน้ายังไงนะเวลาเจอแม่เลี้ยงที่เด็กกว่าตัวเอง?
หวังฮ่าวหรานเดาไม่ออก
แต่ที่แน่ๆ ความสัมพันธ์ระหว่างลูกเลี้ยงจอมเสเพลกับแม่เลี้ยงสาวสวยคนนี้ไม่น่าจะลงรอยกัน
เดิมทีลูกชายคนโตเป็นทายาทเพียงคนเดียว พอพ่อตายสมบัติแสนล้านก็ย่อมตกเป็นของเขา
แต่เมื่อ 3 ปีก่อน พ่อดันไปคว้าเมียเด็กมา แถมเมียเด็กยังท้องป่องคลอดลูกชายออกมาแย่งสมบัติอีกคน
เป็นใครก็ต้องไม่พอใจทั้งนั้น
ถ้าจะฮุบสมบัติของหม่าหงเซิง การเจาะเข้าทางสองคนนี้ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
แค่ปั้นใครสักคนให้เป็นหุ่นเชิดก็สามารถควบคุมอาณาจักรธุรกิจของหม่าหงเซิงได้
แต่จะเลือกใครดีล่ะ?
หวังฮ่าวหรานยังไม่รู้นิสัยใจคอที่แท้จริงของทั้งคู่ จึงยังตัดสินใจไม่ได้
คงต้องหาโอกาสไปเยี่ยมไข้หม่าหงเซิงสักหน่อย
หม่าหงเซิงป่วยหนักขนาดนี้ ทั้งเมียเด็กและลูกชายคนโตย่อมต้องมาเฝ้าไข้ทำคะแนน
ไปเยี่ยมครั้งเดียว ได้เจอตัวละครสำคัญครบทั้งสองฝ่าย
คิดได้ดังนั้น หวังฮ่าวหรานจึงโทรหาเจิ้นหลี่
ในวงการธุรกิจของเมืองชิงหลิง ถ้าไม่ได้เป็นศัตรูคู่อาฆาตกันจริงๆ ตามมารยาทแล้วเมื่อเจ็บป่วยก็ต้องไปเยี่ยมเยียนกันบ้าง
หม่าหงเซิงป่วย เจิ้นหลี่ไปเยี่ยมก็ถือเป็นเรื่องปกติ
หวังฮ่าวหรานขอติดสอยห้อยตามไปด้วย เพื่อจะได้เห็นหน้าค่าตาของลูกชายคนโตและภรรยาใหม่ของหม่าหงเซิง แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเลือกใครมาเป็นหุ่นเชิด
เจิ้นหลี่งานยุ่งมาก พอเช็กตารางงานกับเลขาสาวฟางเสวียนแล้ว พบว่าต้องรออีก 3 วันถึงจะว่าง
หวังฮ่าวหรานรู้ดีว่าอาการของหม่าหงเซิงคงต้องนอนโรงพยาบาลอีกยาว จึงไม่รีบร้อน ตกลงนัดหมายกับเจิ้นหลี่ในอีก 3 วันข้างหน้า
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
สองสามวันมานี้ ทางฝั่งหยางจิงว่านไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเป็นพิเศษ หวังฮ่าวหรานจึงไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวมากนัก
แต่ทางฝั่ง 'กุมารทองแจกโชค' อย่างฟางเหิง กลับส่งวัตถุโบราณมาให้เขารวดเดียว 20 กว่าชิ้น
ในจำนวนนั้นมีชิ้นใหญ่ๆรวมอยู่ด้วย
มูลค่าตลาดรวมของวัตถุโบราณล็อตนี้น่าจะอยู่ที่ราวๆ 880 ล้านหยวน
แน่นอนว่าหวังฮ่าวหรานยังคงใช้มุขเดิม แกล้งบอกว่าจะโอนเงินค่าของให้ฟางเสวียน แต่จริงๆก็คือฮุบของมาฟรีๆ
ตอนนี้หวังฮ่าวหรานสะสมวัตถุโบราณไว้เยอะพอสมควร
เขาติดต่อบริษัทประมูลมืออาชีพ ทยอยส่งของออกไปประมูลเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสด
หวังฮ่าวหรานคำนวณคร่าวๆ
ถ้าขายวัตถุโบราณพวกนี้หมด เขาจะมีรายได้เข้ากระเป๋าราวๆ 900 ล้านหยวน
ก่อนหน้านี้เขาทำเงินจากการพนันหยกได้ประมาณ 120 ล้านหยวน ใช้ไปบ้างแล้วเหลืออยู่ราวๆ 110 ล้าน
ถ้ารวมกับอีก 900 ล้านที่กำลังจะได้ กระแสเงินสดในมือเขาจะทะลุ 1,000 ล้านหยวน!
นอกจากนี้ยังมีโรงแรมของเสิ่นคังที่ยึดมาได้ มูลค่าอีกราว 500 ล้าน
สรุปแล้ว ถ้าไม่นับทรัพย์สินของตระกูลหวัง เขามีสินทรัพย์ส่วนตัวถึง 1,500 ล้านหยวน กลายเป็นเศรษฐีพันล้านด้วยตัวเองแล้ว
แต่แค่นี้ยังไม่พอ
ในฐานะ 'จอมวายร้าย' เป้าหมายต้องยิ่งใหญ่กว่านี้
จะเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก?!
อืม... เป้าหมายนั้นใหญ่ไปหน่อย เอาไว้ก่อน
งั้นตั้งเป้าหมายเล็กๆก่อนแล้วกัน
เป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองชิงหลิง!
*****