- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 141 งานวิวาห์สุดอลังการ
บทที่ 141 งานวิวาห์สุดอลังการ
บทที่ 141 งานวิวาห์สุดอลังการ
ยามราตรีมาเยือน
หยางจิงว่านกลับมาถึงบ้านหลังจากตรากตรำทำงานมาทั้งวัน
หยางไท่และหลี่ม่านลี่กำลังนั่งดูทีวีอยู่ในห้องรับแขก
ส่วนซูหลางง่วนอยู่กับการทำอาหารในครัว
"จิงว่าน ปกติลูกเลิกงานเร็วกว่านี้นี่นา ทำไมวันนี้กลับตั้งทุ่มกว่า?" หลี่ม่านลี่เอ่ยถามลูกสาวโดยไม่ละสายตาจากละครดราม่าในทีวี
บนใบหน้าของหยางจิงว่านฉายแววเหนื่อยล้า แต่แววตากลับเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น
"แม่... พูดไปแม่ต้องไม่เชื่อแน่ๆ วันนี้หนูขายบ้านได้ตั้ง 19 หลัง!"
ใช่แล้ว... 19 หลังถ้วน
ช่วงเช้าขายได้ 12 หลัง ช่วงบ่ายฟาดไปอีก 7 หลัง
"อย่ามาอำแม่เล่นน่า" หลี่ม่านลี่หัวเราะขำๆ
"เมื่อก่อนลูกเคยบอกเองนี่ว่าเดือนนึงขายได้สักหลังสองหลังก็หรูแล้ว จะเป็นไปได้ยังไงวันเดียวขายได้ 19 หลัง?" หยางไท่เองก็ส่ายหน้าไม่เชื่อ
"หนูจะโกหกพ่อกับแม่ทำไม หนูขายได้ 19 หลังจริงๆ!" หยางจิงว่านยืนยันเสียงหนักแน่น
หยางไท่และหลี่ม่านลี่หันมองหน้ากัน เลิกสนใจทีวีแล้วหันมาจ้องลูกสาว
"เกิดอะไรขึ้น? ไปทำอีท่าไหนมา?" หลี่ม่านลี่เริ่มรู้สึกถึงความไม่ปกติ
หยางจิงว่านชำเลืองมองไปทางห้องครัว แอบเช็กให้แน่ใจว่าซูหลางกำลังผัดกับข้าวเสียงดังจนไม่ได้ยินทางนี้ แล้วค่อยกระซิบเสียงเบา
"คุณชายหวังเขาแนะนำลูกค้ามาให้หนูค่ะ!"
"อ๋อ... มิน่าล่ะ" หยางไท่และหลี่ม่านลี่ถึงบางอ้อ ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแก้มปริ
"ขายได้รวดเดียว 19 หลังแบบนี้ ค่าคอมมิชชั่นจะได้สักเท่าไหร่เนี่ย?" หลี่ม่านลี่ถูมือไปมาด้วยความคาดหวัง
"หนูลองคำนวณคร่าวๆ น่าจะได้ประมาณล้านห้าถึงล้านหกเลยค่ะ"
"คุณพระช่วย! วันเดียวหาเงินได้ตั้งขนาดนี้! พ่อรับเหมางานโครงการแทบตายเป็นปีกว่าจะเสร็จ เผลอๆกำไรยังได้แค่สองสามล้านเอง" หยางไท่ทั้งตื่นเต้นทั้งทึ่ง
"หนูไม่ได้จะขายได้เยอะแบบนี้ทุกวันซะหน่อย ก็แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวแหละ"
"จิงว่าน... นี่ลูกกับคุณชายหวังตกลงกันแบบ 'ครั้งเดียวจบ' เหรอ? ลูกนี่มันซื่อบื้อจริงๆ!" หลี่ม่านลี่บ่นอุบอย่างขัดใจ
"แม่คิดไปถึงไหนแล้วเนี่ย! หนูไม่ได้เอาตัวเข้าแลกซะหน่อย!" หยางจิงว่านหน้าแดงด้วยความโมโห
"คุณชายหวังเขาประเคนลูกค้ามาให้ขนาดนี้ จะบอกว่าไม่หวังอะไรตอบแทนเลย ใครจะไปเชื่อ?" หลี่ม่านลี่ทำหน้าจับผิด
"ก็... ก็แค่จับมือหนูเท่านั้นเอง" หยางจิงว่านตอบเสียงอ้อมแอ้ม หน้าแดงก่ำ
"คิดว่าแม่แก่แล้วหลอกง่ายเหรอ? บอกมาตามตรงดีกว่าว่าไปถึงขั้นไหนกันแล้ว?" หลี่ม่านลี่กระซิบถามเสียงเครียด
"แค่เพื่อนธรรมดาจริงๆค่ะ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น"
"ช่างเถอะ ไม่อยากพูดแม่ก็ไม่บังคับ" หลี่ม่านลี่กลัวเสียงดังไปเข้าหูซูหลาง เลยยอมจบเรื่องแค่นี้
หยางจิงว่านถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ในใจลึกๆกลับรู้สึกวูบไหวชอบกล
เพราะเธอสังเกตเห็นว่า ใบหน้าหล่อเหลาของหวังฮ่าวหรานมักจะผุดขึ้นมาในความคิดเธออยู่บ่อยครั้ง ไล่ยังไงก็ไม่ยอมไป
เธอรู้ดีว่ามันไม่ถูกต้อง แต่เธอห้ามความรู้สึกตัวเองไม่ได้จริงๆ
"กับข้าวเสร็จแล้วครับ!"
เสียงซูหลางตะโกนมาจากในครัว
วันนี้เขาตั้งใจไปจ่ายตลาดเองเป็นพิเศษ อาหารมื้อเย็นจึงดูหรูหราอลังการกว่าปกติ
ทุกคนเริ่มลงมือทานอาหาร
"มาสิ จิงว่าน วันนี้ลูกเหนื่อยมาทั้งวัน กินเยอะๆนะลูก" หลี่ม่านลี่คีบกับข้าวใส่จานลูกสาวอย่างเอาใจ
"ใช่ๆ จิงว่านคือฮีโร่ของบ้านเราเลยนะเนี่ย วันเดียวขายบ้านได้ 19 หลัง ฟันเงินไปล้านห้า เก่งกว่าพ่อซะอีก" หยางไท่ชมเปาะด้วยความภูมิใจ
ซูหลางได้ยินดังนั้นก็ลอบยิ้มในใจ รู้ทันทีว่าคนของหม่าหงเซิงเข้าไปจัดการซื้อบ้านตามแผนเรียบร้อยแล้ว
แต่เขาไม่คิดจะทวงความดีความชอบ จึงแกล้งทำหูทวนลม ก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อไปเงียบๆ
ทางด้านหลี่ม่านลี่ พอได้ยินสามีปากโป้งพูดเรื่องยอดขายออกมา ก็ตาเขียวตวัดค้อนใส่ทันที
เรื่องคุณชายหวังช่วยหางานให้ลูกสาว จะให้ไอ้ซูหลางรู้ได้ยังไง!
ห้ามรู้เด็ดขาด!
หยางไท่โดนภรรยาจ้องเขม็งก็สะดุ้ง รู้ตัวว่าเผลอหลุดปากไปแล้ว แต่คำพูดก็เหมือนน้ำที่สาดออกไป เก็บกลับคืนมาไม่ได้
หยางจิงว่านเองก็ใจหายวาบ รีบก้มหน้าซ่อนพิรุธ แกล้งตักข้าวเข้าปากรัวๆ
ทว่าผ่านไปสักพัก ก็ยังไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากซูหลาง
หยางจิงว่านเงยหน้าขึ้นเหลือบมองเขา
เห็นซูหลางมีสีหน้าปกติ ไม่ได้แสดงอาการสงสัยหรือแปลกใจอะไร
ราวกับว่าเขาไม่ได้ใส่ใจกับสิ่งที่พ่อพูดเมื่อกี้เลยสักนิด
หยางจิงว่านลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
หยางไท่กับหลี่ม่านลี่สบตากันอย่างโล่งใจ พลางคิดสมเพชลูกเขยในใจ
ไอ้ลูกเขยปัญญานิ่มนี่คงซื่อบื้อจนตามไม่ทัน โดนสวมเขาจนหัวเขียวปี๋แล้วยังไม่รู้ตัวอีก
"ภรรยา อีกครึ่งเดือนก็จะถึงวันครบรอบจดทะเบียนสมรสของเราแล้ว คุณอยากได้ของขวัญอะไรไหม?" ซูหลางทานอิ่มแล้ว จู่ๆก็เอ่ยถามขึ้น
"ไม่เอา" หยางจิงว่านตอบห้วนๆสองคำ
สำหรับการแต่งงานครั้งนี้ เธอไม่เคยให้ค่ามันเลยสักนิด
วันครบรอบบ้าบออะไรนั่น เธอก็ไม่เคยจำใส่สมอง
อีกอย่าง คนกระจอกอย่างซูหลาง จะมีปัญญาหาของขวัญอะไรดีๆมาให้?
"วันครบรอบหนึ่งปีทั้งที ของขวัญเป็นสิ่งสำคัญนะ คุณบอกมาเถอะว่าอยากได้อะไร ผมจะหามาให้คุณแน่นอน" ซูหลางพูดด้วยความมั่นใจ
"บอกว่าไม่เอาก็ไม่เอาสิ! น่ารำคาญจริงๆ!" หยางจิงว่านเริ่มหมดความอดทน
"ซูหลาง! แกเลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว จดทะเบียนกันมาตั้งปี แกยังไม่เคยจัดงานแต่งให้จิงว่านเลยสักนิด ยังจะมีหน้ามาพูดถึงวันครบรอบอีก!" หลี่ม่านลี่พูดแทรกด้วยความหมั่นไส้
ซูหลางฟังแล้วก็ฉุกคิดขึ้นได้
จริงสิ... เขาจดทะเบียนกับหยางจิงว่านมาเกือบปี แต่ยังไม่เคยจัดงานฉลองมงคลสมรสเลย
พอนึกได้แบบนี้ ซูหลางก็ปิ๊งไอเดียของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับหยางจิงว่านทันที
"ภรรยา... อีกครึ่งเดือนในวันครบรอบจดทะเบียนของเรา ผมจะจัดงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่จนสะเทือนทั้งเมืองชิงหลิง ให้ทุกคนในเมืองได้เป็นสักขีพยานความสุขของเรา!" ซูหลางจ้องมองหยางจิงว่านด้วยแววตาเปี่ยมรัก
หยางจิงว่านทำหน้านิ่ง แต่ในใจกลับหัวเราะเยาะ
คนถังแตกอย่างซูหลาง จะเอาเงินที่ไหนมาจัดงานแต่ง?
ที่กล้าพูดออกมาแบบนี้ ก็คงเพราะรู้ว่าเธอเพิ่งหาเงินล้านมาได้ คิดจะเอาเงินเธอไปจัดงานล่ะสิ
เอาเงินเธอไปจัดงาน แล้วอ้างว่าเป็นของขวัญให้เธอ?
ช่างหน้าไม่อายจนเธอคร้านจะด่า
"ซูหลาง พูดเพ้อเจ้อทุกวันไม่เบื่อหรือไง?" หลี่ม่านลี่อดไม่ได้ที่จะแขวะ
"จะคุยโวหรือไม่ อีกครึ่งเดือนก็รู้เองครับ" ซูหลางตอบเสียงเรียบ
"ได้! งั้นตกลงตามนี้ แต่ฉันขอเตือนไว้ก่อนล่ะ ห้ามแกใช้เงินของจิงว่านแม้แต่แดงเดียว ค่าจัดงานแกต้องออกเองทั้งหมด!" หลี่ม่านลี่ยื่นคำขาด
"แน่นอนอยู่แล้วครับ" ซูหลางรับคำหนักแน่น
ในหัวของเขาเริ่มวางแผนการใหญ่
จะจัดงานแต่งงานระดับอลังการ เงินคือสิ่งจำเป็น
แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับซูหลาง
ในบัญชีลับของเขามีเงินนอนนิ่งอยู่กว่า 5 พันล้าน!
เพื่อรักษาภาพพจน์คนธรรมดา เขาไม่ได้แตะต้องมันมานาน
แต่เพื่อวันสำคัญในอีกครึ่งเดือนข้างหน้า ซูหลางตัดสินใจจะเปิดกรุสมบัติ
เมื่อมีเงิน จะเนรมิตรถหรูระดับโลก เฮลิคอปเตอร์ หรือขบวนแห่สุดอลังการแค่ไหนก็ย่อมได้
อะไรที่เงินซื้อได้ เขาจะทุ่มไม่อั้นเพื่องานนี้
นอกจากความอลังการของสถานที่ สิ่งสำคัญรองลงมาคือ 'แขกเหรื่อ'
หม่าหงเซิง เศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองชิงหลิง ถูกวางตัวไว้เป็นแขกวีไอพีคนแรก
และด้วยบารมีของหม่าหงเซิง การจะเชิญเจ้าสัวระดับท็อปคนอื่นๆในเมืองมาร่วมงานก็ไม่ใช่เรื่องยาก
แต่... แค่เศรษฐีในเมืองชิงหลิงยังไม่พอสำหรับบารมีของ 'เทพสงคราม'
เห็นทีต้องติดต่อหาเพื่อนเก่าอย่าง 'หมอเทวดาเสวีย' ผู้เป็นไม้เบื่อไม้เมากับพยายม และ 'เทพพยากรณ์หน้าผี' เทียนจีจื่อผู้เลื่องชื่อลือนาม ให้มาร่วมงานด้วยเสียแล้ว!
*****