- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 137 แผนการ
บทที่ 137 แผนการ
บทที่ 137 แผนการ
หลังจากสองสาวหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน จู่ๆเสียงโทรศัพท์ของฉินหยุนหานก็ดังขึ้น
ฉินไค ผู้เป็นพ่อโทรมา
"คุณพ่อ โทรมาดึกป่านนี้มีธุระอะไรหรือเปล่า?" ฉินหยุนหานหยุดเล่นและกดรับสาย
"หยุนหาน ทำไมลูกยังพักอยู่ที่โรงเรียนอีกล่ะ ทำไมไม่กลับไปนอนที่วิลล่า?" ฉินไคถามด้วยความสงสัย
หลังจากเซียวอี้เฟิงหายตัวไป ฉินไคก็ส่งคนออกตามหาอยู่หลายวัน แต่ก็ไร้วี่แวว
สุดท้ายเขาจึงเลิกตามหา
ในความคิดของเขา เซียวอี้เฟิงคงรู้สึกผิดที่ดูแลลูกสาวเขาได้ไม่ดี เลยหนีหายไปเองมากกว่า
เพราะด้วยฝีมือระดับเซียวอี้เฟิง จะมีใครหน้าไหนมาลักพาตัวไปได้?
"ที่นั่นมีคนอื่นเข้าไปอยู่แล้ว หนูไม่กลับไปอยู่หรอกค่ะ" ฉินหยุนหานเบ้ปาก
วิลล่าหลังนั้นเคยมีเซียวอี้เฟิงอาศัยอยู่ เธอรู้สึกว่ามัน 'แปดเปื้อน' ไปแล้ว
เธอจะไม่มีวันกลับไปเหยียบที่นั่นอีก แม้แต่เสื้อผ้าข้าวของที่ทิ้งไว้เธอก็ไม่คิดจะเอากลับมา
ใครจะไปรู้ว่าไอ้โรคจิตนั่นแอบไปรื้อค้นเสื้อผ้าของเธอหรือเปล่า?
"งั้นพ่อซื้อวิลล่าหลังใหม่ใกล้ๆโรงเรียนให้เอาไหม?" ฉินไคเสนอ
"ไม่เอาค่ะ หนูจะอยู่หอพักโรงเรียนนี่แหละ อีกไม่นานก็เรียนจบแล้ว ไม่ต้องสิ้นเปลืองหรอก" ฉินหยุนหานปฏิเสธ
ฉินไคถึงกับอึ้ง
ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนผู้เอาแต่ใจจู่ๆก็รู้จักประหยัดอดออมขึ้นมาซะอย่างนั้น?
แต่ความจริงแล้ว เหตุผลที่ฉินหยุนหานเลือกอยู่หอพักไม่ใช่เพราะอยากประหยัด แต่เพราะ...
การอยู่หอพักทำให้มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับหวังฮ่าวหรานมากขึ้นต่างหาก
อย่างเช่น... แกล้งอ้อนให้เขามาติวหนังสือให้ตอนกลางคืน?
แค่คิดก็โรแมนติกสุดๆแล้ว
ถ้ากลับไปอยู่วิลล่า มีลุงหลี่คอยรับส่ง มีพ่อแวะมาเยี่ยมบ่อยๆ คงจะหาโอกาสสวีทกันยากน่าดู
ส่วนเรื่องก้างขวางคอชิ้นโตอย่างมู่เจาเจา... จัดการง่ายจะตาย
ก่อนจะนัดหวังฮ่าวหรานมา ก็แค่ยุให้มู่เจาเจากลับไปนอนบ้านซะ
ยังไงบ้านยัยนี่ก็อยู่ใกล้แค่นี้เอง
"ตามใจลูกแล้วกัน ถ้าเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ก็บอกพ่อนะ แล้วก็... อย่าลืมหาอะไรดีๆกิน ดูแลตัวเองด้วย..." ฉินไคเริ่มร่ายยาวด้วยความเป็นห่วง
"ค่าๆ พ่อขี้บ่นจัง แค่นี้นะคะ" ฉินหยุนหานตัดบทอย่างรำคาญ
"โอเค งั้นพ่อไม่กวนแล้ว พักผ่อนเถอะลูก" น้ำเสียงของฉินไคยังคงเต็มไปด้วยความรักใคร่เอ็นดู
ฉินหยุนหานวางสายแล้วโยนโทรศัพท์ไปข้างๆ
"พี่หยุนหาน นิสัยพี่นี่แก้ไม่หายจริงๆ พูดกับคุณอาฉินห้วนๆแบบนั้นได้ยังไง" มู่เจาเจาที่ได้ยินบทสนทนาอดบ่นไม่ได้
"ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้มาตั้งนานแล้ว มีปัญหาอะไรมิทราบ?" ฉินหยุนหานยักไหล่
"ปัญหาน่ะไม่มีหรอก ฉันแค่สงสารว่าที่สามีในอนาคตของพี่แค่นั้นแหละ เจอนิสัยคุณหนูเอาแต่ใจแบบนี้เข้าไป สงสัยคงโดนสั่งให้คุกเข่าบนกระดานซักผ้าวันเว้นวันแน่ๆ น่าเวทนาจริงๆ" มู่เจาเจาถอนหายใจ
"ฉันก็มีมุมอ่อนหวานน่ารักนะยะ!" ฉินหยุนหานเถียงกลับ
"พี่หยุนหาน เราคบกันมาเป็นสิบปี พี่คิดว่าฉันจะเชื่อเหรอ?" มู่เจาเจามองบนใส่
"ไม่เชื่อก็ช่างเธอ!" ฉินหยุนหานคว้าเสื้อผ้าปาใส่หน้ามู่เจาเจา
"ไปอาบน้ำได้แล้ว! อาบเสร็จฉันจะได้อาบต่อ!"
"เย้! ในที่สุดก็ได้พักซะที" มู่เจาเจายิ้มร่า หอบเสื้อผ้าวิ่งเข้าห้องน้ำไปอย่างสบายใจ
ฉินหยุนหานเหลือบดูนาฬิกา แล้วตัดสินใจพักเรื่องการบ้านไว้ก่อน เธอหยิบมะละกอที่กินค้างไว้บนโต๊ะขึ้นมาจัดการต่อ
ช่วงนี้เธอกินมะละกอวันละลูกทุกวัน หวังให้มันช่วย 'เสริมสร้าง' ส่วนนั้นให้ดูดีขึ้น
ถ้าหุ่นดีขึ้นกว่านี้ เขาต้องชอบเธอมากขึ้นแน่ๆ...
ฉินหยุนหานอมยิ้มแก้มปริ
ทันใดนั้น โทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง
หวังฮ่าวหรานโทรมา!
"ฉันกำลังคิดถึงนายอยู่พอดี นายก็โทรมาเลย ใจเราตรงกันเป๊ะเลยนะเนี่ย~" ฉินหยุนหานตอบรับเสียงหวานหยดย้อย
"มู่เจาเจาไม่อยู่เหรอ?" หวังฮ่าวหรานได้ยินน้ำเสียงออดอ้อนแบบนั้นก็อดถามไม่ได้
"ยัยนั่นอาบน้ำอยู่ ไม่ได้อยู่ตรงนี้หรอก"
ฉินหยุนหานยังไม่ได้บอกเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับหวังฮ่าวหรานให้เพื่อนซี้รู้
"พอดีฉันมีเรื่องต้องทำนิดหน่อย เลยอยากจะขอยืมชื่อ 'คุณหนูใหญ่แห่งฉินกรุ๊ป' ไปใช้หน่อยได้ไหม?" หวังฮ่าวหรานเข้าประเด็น
"เอาสิ ตามสบายเลย" ฉินหยุนหานตอบรับทันทีโดยไม่ลังเล
"ไม่ถามเหตุผลหน่อยเหรอ? ไม่กลัวฉันเอาเธอไปขายหรือไง?"
"นายตัดใจขายฉันลงเหรอ?" ฉินหยุนหานหัวเราะคิกคัก
"ไม่ลงหรอก" หวังฮ่าวหรานตอบกลับทันควัน
สวยระดับเทพธิดา รวยระดับหมื่นล้าน แถมยังรักเขาหัวปักหัวปำขนาดนี้ ใครขายก็โง่เต็มทีแล้ว
"งั้นก็จบข่าว"
"ดึกแล้ว เธอพักผ่อนเถอะ"
"คุยต่ออีกหน่อยไม่ได้เหรอ~" ฉินหยุนหานเริ่มอ้อน
"นอนเร็วผิวพรรณจะได้สวยๆไง เด็กดี ไปนอนนะครับ"
"อื้อ ก็ได้... ฝันดีนะที่รัก จุ๊บ!" ฉินหยุนหานพยักหน้าหงึกหงัก ทำท่าส่งจูบผ่านอากาศอย่างว่าง่าย
โชคดีที่มู่เจาเจาไม่อยู่ ไม่งั้นคงคิดว่าเพื่อนสาวผีเข้าแน่ๆที่มาทำตัวมุ้งมิ้งผิดวิสัยขนาดนี้
"ฝันดีครับ รักเหมือนกันนะ"
หลังจากวางสาย หวังฮ่าวหรานก็เปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาตรวจสอบ
เผลอแป๊บเดียวเขาสะสม 'แต้มวายร้าย' ได้ถึง 12,000 แต้มแล้ว
ถ้าเอา 12,000 แต้มนี้ไปแลกเป็นกำลังภายใน จะได้พลังถึง 24 ปี หรือคิดเป็นพลังต่อสู้เพิ่มขึ้น 1,080 หน่วย
ตอนนี้พลังต่อสู้ของเขาก็ปาเข้าไป 1,099 แล้ว ไม่จำเป็นต้องทุ่มหมดหน้าตักเพื่อดันให้ทะลุ 2,000
เพราะซูหลางในร่างปกติมีค่าพลังแค่ 1,000 ต่อให้ใช้สกิล 'โทสะเทพสงคราม' เพิ่มพลังอีก 20% ก็ยังได้แค่ 1,200
หวังฮ่าวหรานจึงตัดสินใจใช้แค่ 3,000 แต้ม แลกพลัง 6 ปี เพิ่มพลังต่อสู้เป็น 1,369
แค่นี้ก็เพียงพอที่จะบดขยี้ซูหลางในการดวลเดี่ยวได้สบายๆแล้ว
ไม่จำเป็นต้องอัปพลังให้ล้นเกินความจำเป็น
เพราะสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือสกิลสุดโกงอย่าง 'เทพสงครามไร้พ่าย' ที่พอใกล้ตายปุ๊บจะอมตะ 1 ชั่วโมง แถมเปิดโหมด 'วันฮิตคิล' สวนกลับทันที
ค่าพลัง 1,369 ถือว่าเหลือเฟือสำหรับตอนนี้
ถึงสกิลนั้นจะโกงแค่ไหน แต่มันก็เป็นสกิลติดตัว ความได้เปรียบยังอยู่ที่ฝ่ายรุกอย่างเขา
ตอนนี้หวังฮ่าวหรานมีแผนการในหัวอยู่สองแผน
แผนแรก: ลอบสังหารซูหลางเพื่อกระตุ้นให้สกิล 'เทพสงครามไร้พ่าย' ทำงาน แล้วรอให้หมดเวลาค่อยกลับมาเก็บกวาดช่วงคูลดาวน์
แต่วิธีนี้เสี่ยงเกินไป
เขาไม่มั่นใจว่าจะหนีรอดจากซูหลางในโหมด 'อมตะ+วันฮิตคิล' ได้หรือเปล่า
แผนสอง: ต้มกบในน้ำอุ่น
ค่อยๆบั่นทอน 'ออร่าตัวเอก' ของซูหลางลงเรื่อยๆจนเหลือศูนย์
เมื่อออร่าตัวเอกแตกสลาย เทพสงครามที่ไร้ซึ่งออร่าตัวเอก... จะยังเรียกว่าเทพสงครามได้อีกหรือ?
ถึงตอนนั้น การกำจัดซูหลางคงง่ายเหมือนบี้มด
เปรียบเทียบกันแล้ว หวังฮ่าวหรานเทใจให้แผนที่สองมากกว่า
ถึงจะช้าหน่อยแต่ปลอดภัยกว่าเยอะ
และกุญแจสำคัญของแผนต้มกบนี้ก็อยู่ที่นางเอกอย่าง 'หยางจิงว่าน' และตัวละครสมทบฝั่งตัวเอกอย่าง 'หม่าหงเซิง'
โดยเฉพาะหยางจิงว่าน... เขาต้องทุ่มเทเวลา 'ดูแล' เธอให้มากเป็นพิเศษ
*****