- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 136 หลอกให้เชื่อใจ
บทที่ 136 หลอกให้เชื่อใจ
บทที่ 136 หลอกให้เชื่อใจ
ซูหลางกดโทรศัพท์หาหม่าหงเซิง
"ทำอะไรให้ฉันอย่างหนึ่ง"
ทันทีที่ปลายสายรับ ซูหลางก็สลัดคราบความอ่อนโยนที่มีต่อหยางจิงว่านทิ้ง กลับคืนสู่มาดอันเย็นชาและวางอำนาจเช่นเดิม
นี่คือโฉมหน้าที่แท้จริงของ 'เทพสงคราม'
นอกจากหยางจิงว่านแล้ว สรรพชีวิตอื่นในใต้หล้าล้วนเป็นเพียงมดปลวกในสายตาเขา
"ท่านเทพสงคราม... เชิญ... เชิญบัญชามาได้เลยครับ" หม่าหงเซิงที่ยังนอนพักฟื้นอยู่บนเตียงคนไข้ตอบรับด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
"ภรรยาของฉันทำงานอยู่ที่สำนักงานขายบ้านแห่งหนึ่ง นายจัดคนไปซื้อบ้านที่นั่นหน่อย แต่ห้ามหลุดปากเด็ดขาดว่าฉันเป็นคนช่วย"
"รับทราบครับท่านเทพสงคราม ผมจะจัดคนปลอมเป็นลูกค้าเข้าไปซื้อบ้านให้เนียนที่สุด" หม่าหงเซิงรับคำบัญชาด้วยความยินดี
บ้านที่ซื้อมาก็เอาไปแจกเป็นโบนัสปลายปีให้พนักงานได้ ไม่ถือว่าเสียเปล่า
แถมยังได้โอกาสรับใช้ท่านเทพสงคราม นับเป็นเกียรติยศสูงสุด
มีหรือที่หม่าหงเซิงจะปฏิเสธ
แต่ทว่าเขาก็ยังอดสงสัยไม่ได้ จึงเอ่ยถามออกไป
"ท่านเทพสงครามครับ ในเมื่อเธอเป็นภรรยาของท่านแล้ว ทำไมท่านยังต้องปิดบังตัวตนด้วยล่ะครับ?"
"ฉันจะทำอะไรยังต้องให้นายมาสอน?" ซูหลางแค่นเสียงเย็นชา
เขาต้องการใช้สถานะคนธรรมดาเอาชนะใจหยางจิงว่าน ไม่ใช่ใช้สถานะเทพสงครามเข้าครอบงำ
แต่เรื่องละเอียดอ่อนแบบนี้ ซูหลางไม่จำเป็นต้องอธิบายให้หม่าหงเซิงฟัง
"ขอประทานอภัยครับท่านเทพสงคราม ผมปากพล่อยไปเอง ผมไม่ควรถาม" หม่าหงเซิงตกใจกลัวจนรีบขอขมาเสียงสั่น
"ทำตามที่ฉันสั่งให้ดี เรื่องไม่ควรยุ่งก็อย่าสะเออะมายุ่ง" ซูหลางกล่าวตักเตือนซ้ำอีกครั้ง
"ครับ! ผมจะรีบดำเนินการทันที พรุ่งนี้เช้าจะมีคนเข้าไปซื้อบ้านกับภรรยาของท่านเทพสงครามแน่นอน" หม่าหงเซิงรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ
——
"สมกับเป็นเทพสงครามจริงๆ พูดจาเอาแต่ใจชะมัด"
หวังฮ่าวหรานแอบค่อนขอดในใจ
เขาดักฟังโทรศัพท์ของหยางจิงว่านอยู่ แล้วตอนที่เธอเดินกระแทกเท้าออกจากห้องด้วยความโมโห เธอดันลืมโทรศัพท์ทิ้งไว้
บทสนทนาทั้งหมดของซูหลางจึงเข้าหูหวังฮ่าวหรานเต็มๆ
เมื่อได้ยินแผนการ 'ปิดทองหลังพระ' ของซูหลาง หวังฮ่าวหรานก็แอบกดไลค์ให้ในใจเงียบๆ
ในเมื่อซูหลางชอบเล่นบทตัวเอกปิดทองหลังพระนัก ก็ปล่อยให้เขาเล่นต่อไป
แบบนี้แหละเข้าทางหวังฮ่าวหรานที่สุด
"นายมายืนทำอะไรหน้าห้องฉัน ออกไป!"
หยางจิงว่านเพิ่งนึกได้ว่าลืมโทรศัพท์ จึงเดินย้อนกลับมา พอเห็นซูหลางยังยืนบื้ออยู่ที่หน้าประตูก็ตวาดใส่ด้วยความรำคาญ
"ไปแล้วๆ" ซูหลางรีบถอยฉากออกไปอย่างว่าง่าย
หวืด... หวืด...
ทันทีที่ซูหลางเดินพ้นไป โทรศัพท์ของหยางจิงว่านก็สั่นขึ้นมา
เป็นวิดีโอคอลจากหวังฮ่าวหราน
หยางจิงว่านดีใจจนเนื้อเต้น
เธอกลัวซูหลางจะมาแอบฟัง จึงรีบลงกลอนประตูห้องอย่างแน่นหนา
เมื่อจัดการเสร็จ เธอก็ทำท่าทางลับๆล่อๆราวกับขโมย ก่อนจะกดรับสาย
วิดีโอคอลถูกเชื่อมต่อ
ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอคือหวังฮ่าวหรานในชุดคลุมอาบน้ำ ฉากหลังดูหรูหราคล้ายกับการตกแต่งของโรงแรม
"คุณชายหวังอยู่ที่โรงแรมเหรอคะ?" หยางจิงว่านอดถามไม่ได้
"เปล่า ผมไม่เคยนอนค้างโรงแรม ผมอยู่ที่บ้าน" หวังฮ่าวหรานตอบหน้าตาย
ได้ยินแบบนั้น ฟางเสวียนและเหวินจิงที่อยู่นอกเฟรมกล้องต่างพากันกลอกตามองบนด้วยความหมั่นไส้
หยางจิงว่านพยักหน้า ไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ
"คุณหยาง เรื่องงานรับเหมาเป็นยังไงบ้าง?" หวังฮ่าวหรานถาม
"เรียบร้อยดีค่ะ คุณพ่อเซ็นสัญญากับทางนั้นแล้ว" หยางจิงว่านมองกล้องด้วยแววตาซาบซึ้ง "ขอบคุณคุณชายมากเลยนะคะ"
"ดีแล้วครับ" หวังฮ่าวหรานพยักหน้า ก่อนจะเอ่ยทัก "แต่ทำไมคุณดูไม่ค่อยสดใส คิ้วขมวดเหมือนมีเรื่องกลุ้มใจ เป็นอะไรหรือเปล่า?"
"มะ...ไม่มีอะไรค่ะ"
หยางจิงว่านไม่กล้าเอ่ยปากขอความช่วยเหลืออีก เกรงใจที่เขาเพิ่งช่วยเรื่องงานพ่อไปหมาดๆ จึงเลือกที่จะเก็บความทุกข์ไว้กับตัว
"ผู้หญิงที่ไม่สบายใจ ส่วนใหญ่มีสาเหตุอยู่แค่สองเรื่อง ไม่เรื่องงานก็เรื่องครอบครัว ของคุณหยางเป็นข้อไหนครับ?" หวังฮ่าวหรานรู้คำตอบอยู่แล้ว แต่แกล้งถามเพื่อไม่ให้ดูผิดสังเกตเกินไป
หยางจิงว่านอึ้งไปเล็กน้อย นึกชื่นชมในใจว่าคุณชายหวังช่างเป็นคนช่างสังเกตและใส่ใจรายละเอียดจริงๆ
ผู้หญิงคนไหนได้เป็นแฟนเขาคงจะโชคดีน่าดู
"เรื่องงานน่ะค่ะ" ในเมื่อเขาเปิดทางให้แล้ว หยางจิงว่านจึงยอมรับ
"จำได้ว่าคุณเคยบอกว่าเป็นพนักงานขายบ้าน ยอดขายเดือนนี้ไม่ดีเหรอครับ? พอดีเลย ผมมีเพื่อนที่กำลังหาซื้อบ้านอยู่ สำนักงานขายที่คุณทำงานอยู่ที่ไหนครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะแนะนำให้พวกเขาไปซื้อที่คุณ" หวังฮ่าวหรานสวมรอยทันควัน
ที่เขากล้าพูดแบบนี้ เพราะเขาได้ยินซูหลางกำชับหม่าหงเซิงว่าให้ส่งคนไปทำทีเป็น 'ลูกค้าทั่วไป'
ดังนั้นคนพวกนั้นย่อมไม่เปิดเผยว่าใครเป็นคนส่งมา
ถ้าเขาชิงบอกหยางจิงว่านก่อน เธอก็ต้องเข้าใจว่าลูกค้ากลุ่มนั้นเป็นคนที่เขาส่งไปแน่นอน
"จะ... จริงเหรอคะ?" หยางจิงว่านถามเสียงสั่นด้วยความตื่นเต้น
"จริงสิครับ ผมไม่ล้อเล่นเรื่องแบบนี้หรอก"
"คุณเพิ่งช่วยเรื่องใหญ่ฉันไปเรื่องหนึ่ง แล้วนี่ยังจะมาลำบากช่วยฉันอีก... ฉัน... ฉันเกรงใจแย่เลยค่ะ" หยางจิงว่านพูดตะกุกตะกัก
"เราเป็นเพื่อนกันนี่ครับ เพื่อนช่วยเพื่อนเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องเกรงใจหรอก แค่นี้นะครับ บ๊ายบาย"
หวังฮ่าวหรานตัดบทอย่างรวดเร็ว ไม่เปิดโอกาสให้เธอปฏิเสธ แล้วกดวางสายทันที
หลังจากวางสาย หวังฮ่าวหรานก็กดโทรศัพท์โทรออกไปอีกเบอร์
——
ยามดึก ณ หอพักครู
"พี่หยุนหาน ดึกแล้วนะ นอนกันเถอะ"
มู่เจาเจาที่นอนเกลือกกลิ้งอยู่บนเตียงมองการบ้านตรงหน้าอย่างง่วงงุน หันไปชวนฉินหยุนหานที่นั่งอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือ
"ยังไม่เที่ยงคืนเลย ขอฉันทำการบ้านอีกหน่อย" ฉินหยุนหานก้มหน้าก้มตาทำการบ้านอย่างขะมักเขม้น ปากก็เคี้ยวมะละกอสุกชิ้นโตตุ้ยๆ
"พี่หยุนหาน พี่ไปกินยาผิดขวดมาหรือเปล่า? ทำไมจู่ๆถึงขยันผิดปกติ?" มู่เจาเจาแปลกใจ
"เหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือนก็จะสอบเข้ามหาลัยแล้ว ไม่ขยันตอนนี้แล้วจะไปขยันตอนไหนยะ!" ฉินหยุนหานตอบเสียงเข้มเหมือนคนแก่สอนเด็ก
"คุณหนูไฮโซอย่างพี่จะขยันไปทำไม เกิดมาก็คาบช้อนเงินช้อนทองอยู่บนยอดพีระมิดแล้ว แถมผลการเรียนพี่ก็ดีอยู่แล้ว สอบมั่วๆก็ยังติดมหาลัยชั้นนำได้สบาย"
"ฉันจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยชิงหลิง คะแนนฉันตอนนี้ยังไม่นิ่ง ต้องพยายามอีกหน่อย"
"ทำไมจู่ๆถึงอยากเข้าชิงหลิงล่ะ?" มู่เจาเจาถามด้วยความสงสัย
"ก็มันเป็นมหาลัยที่ดีที่สุดในเมืองชิงหลิงนี่นา ฉันไม่อยากไปเรียนไกลบ้าน ก็ต้องเลือกที่นี่สิ" ฉินหยุนหานโกหกหน้าตาย ก่อนจะหันไปสั่งมู่เจาเจา "เธอก็ต้องสอบเข้าชิงหลิงด้วย เราจะได้อยู่ด้วยกันอีก"
"ชิงหลิงเข้าง่ายจะตาย ฉันต้องพยายามด้วยเหรอ?" มู่เจาเจาไม่อยากแยกจากฉินหยุนหานเหมือนกัน แต่ระดับหัวกะทิอย่างเธอ การสอบเข้าที่นี่ถือเป็นเรื่องหมูๆ
"เชอะ!"
ฉินหยุนหานเห็นท่าทางลำพองใจของเพื่อนรักแล้วอดหมั่นไส้ไม่ได้
มู่เจาเจาถึงแม้บางทีจะดูซื่อบื้อ อีคิวต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แต่ไอคิวกลับสูงลิบลิ่ว ผลการเรียนดีกว่าเธอเสียอีก
"พี่หยุนหาน สกปรกอะ น้ำลายกระเด็นใส่หน้าฉันหมดแล้ว" มู่เจาเจาเบ้ปากบ่น
"สมน้ำหน้า! ใครใช้ให้ทำหน้ากวนประสาทล่ะ!" ฉินหยุนหานแลบลิ้นใส่
"ช่างเถอะ พี่หยุนหาน 'เล็ก' กว่าฉัน ฉันยอมให้ก็ได้"
มู่เจาเจาพูดลอยๆ แต่สายตากลับจ้องมองไปที่ 'ส่วนเว้าส่วนโค้ง' ช่วงบนของฉินหยุนหานอย่างมีเลศนัย
"กรี๊ด! ยัยบ้า! ฉันจะฆ่าเธอ!!!"
ฉินหยุนหานเห็นสายตาล้อเลียนแบบนั้นมีหรือจะไม่เข้าใจความหมาย เธอร้องกรี๊ดลั่นแล้วกระโจนเข้าใส่มู่เจาเจาทันทีพร้อมกางกรงเล็บเตรียมขย้ำ
*****