- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 138 ออร่าเสน่ห์
บทที่ 138 ออร่าเสน่ห์
บทที่ 138 ออร่าเสน่ห์
เมื่อแต้มวายร้ายเหลืออยู่ 9,000 แต้ม หวังฮ่าวหรานจึงเปิดร้านค้าในระบบเพื่อเตรียมช้อปปิ้งชุดใหญ่
ไม่นานนักเขาก็สะดุดตากับไอเทมชิ้นหนึ่งที่ถูกใจเขาเข้าอย่างจัง
[ออร่าเสน่ห์]
[สกิลติดตัว: เพิ่มค่าเสน่ห์ถาวร 300 แต้ม]
[สกิลกดใช้: เมื่อใช้กับนางเอก จะเพิ่มค่าความชอบของนางเอกที่มีต่อโฮสต์อย่างถาวร 10 แต้ม, เมื่อใช้กับตัวละครหญิงอื่นที่ไม่ใช่นางเอก จะเพิ่มค่าความชอบที่มีต่อโฮสต์จนเต็ม 100 ทันที(คูลดาวน์ 72 ชั่วโมง)]
[ราคา: 8,800 แต้มวายร้าย!]
แพงจริงๆ
แต่พอหวังฮ่าวหรานนึกถึงซูหลางที่มีสกิล 'บารมีเทพสงคราม' ซึ่งสามารถเพิ่มค่าเสน่ห์ได้เหมือนกัน โดยเมื่อกดใช้บวกกับค่าเสน่ห์พื้นฐานแล้วจะทำให้ค่าเสน่ห์พุ่งไปถึง 375 ชั่วคราว
ลำพังแค่ค่าเสน่ห์ปัจจุบันของหวังฮ่าวหรานที่ 268 ก็ทำให้สาวๆหลงใหลได้ปลื้มกันถ้วนหน้าแล้ว
ถ้าซูหลางงัดสกิลนั้นออกมาใช้ ดันค่าเสน่ห์ไปแตะ 375 รับรองว่าสาวน้อยสาวใหญ่คงได้กรี๊ดจนสลบแน่
แน่นอนว่าเงื่อนไขการใช้ 'บารมีเทพสงคราม' คือต้องเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง
ซึ่งดูจากพฤติกรรมทำตัวโลว์โปรไฟล์ของซูหลางแล้ว คงยากที่จะยอมเผยไต๋ว่าเป็นเทพสงครามออกมาง่ายๆ
แต่ในฐานะ 'จอมวายร้าย' หวังฮ่าวหรานจะยอมให้ตัวเอกมีค่าเสน่ห์สูงกว่าตนได้ยังไง?
เขาจึงไม่ลังเลที่จะทุ่มแต้ม 8,800 แต้ม แลก 'ออร่าเสน่ห์' มาครอบครองทันที
พริบตานั้น ค่าเสน่ห์ในหน้าต่างสถานะของเขาก็พุ่งทะยานไปแตะที่ 568 แต้ม!
——
เช้าตรู่ ณ สำนักงานขายบ้านแห่งหนึ่งในเครือฉินกรุ๊ป
หยางจิงว่านมาถึงที่ทำงานตรงเวลาเป๊ะ
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา เธอก็เจอกับ 'แม่มดเฒ่า' อวี๋เยี่ยนยืนดักรออยู่หน้าประตู
"หยางจิงว่าน ถ้าวันนี้หล่อนยังขายบ้านไม่ออกก็เตรียมเก็บข้าวของไสหัวออกไปได้เลย เข้าใจไหม!" อวี๋เยี่ยนตะคอกสั่งเสียงแข็ง
"อ้าว... ไหนบอกว่าให้เวลาสามวันไงคะ?" หยางจิงว่านตกใจ
"ฉันเปลี่ยนใจแล้ว มีปัญหาอะไรไหม? ฉันบอกว่าวันนี้ก็คือวันนี้!" อวี๋เยี่ยนเชิดหน้าแค่นเสียงเหอะ ก่อนจะบิดสะโพกหนาๆเดินนำเข้าไปด้านใน
"รังแกกันเกินไปแล้ว!" หยางจิงว่านกระทืบเท้าด้วยความคับแค้นใจ
อุตส่าห์ตื่นมาด้วยอารมณ์สดใส
แต่พอมาเจอแม่มดเฒ่าอวี๋หาเรื่องแต่เช้า อารมณ์ดีๆก็มลายหายไปหมด
คุณชายหวังบอกเมื่อวานว่าจะแนะนำคนมาซื้อบ้านวันนี้
แต่คนเรามันก็มีเหตุสุดวิสัยกันได้ ถ้าเกิดลูกค้ามาช้าไปวันหนึ่ง... เป็นพรุ่งนี้ล่ะ? เธอไม่โดนไล่ออกไปก่อนเหรอ?
หยางจิงว่านเริ่มกระวนกระวาย อยากจะโทรไปคอนเฟิร์มกับหวังฮ่าวหราน
แต่จ้องหน้าจอมือถืออยู่ตั้งนาน ก็ยังไม่กล้ากดโทรออก
คุณชายหวังช่วยเธอมาตั้งเยอะแล้ว ขืนโทรไปเซ้าซี้รบกวนบ่อยๆ มันจะดูน่าเกลียดเกินไป
รอไปก่อนดีกว่า... ถ้าสายๆแล้วยังไม่มีใครมาค่อยลองโทรไปถามดู
ระหว่างที่รออย่างใจจดใจจ่อ ความวิตกกังวลก็เริ่มกัดกินจิตใจ
จู่ๆโทรศัพท์ของเธอก็สั่น
ซูหลางโทรมา
หยางจิงว่านไม่มีอารมณ์จะคุย จึงกดตัดสายทิ้งทันที
แต่ซูหลางก็ยังตื๊อไม่เลิก โทรกลับมาอีกรอบ
"ฉันทำงานอยู่! จะโทรมาทำไมนักหนา!" หยางจิงว่านกดรับสายแล้วตวาดใส่เพื่อระบายอารมณ์
"ผมเห็นคุณไม่ได้แตะอาหารเช้าเลย เป็นห่วงกลัวว่าจะไม่ถูกปาก ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมทำใหม่แล้วเอาไปส่งให้ที่ทำงานดีไหม?" ซูหลางสวมบทพ่อบ้านแสนดี พูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
"ฉันไม่กิน! ไม่ต้องเอามา!" หยางจิงว่านปฏิเสธเสียงแข็ง
ขืนให้ซูหลางโผล่มาที่สำนักงานแล้วเพื่อนร่วมงานเห็นว่าเธอมีสามีสภาพดูไม่ได้แบบนี้ มีหวังโดนเอาไปนินทาสนุกปากแน่
"คุณยังเครียดเรื่องยอดขายอยู่อีกเหรอ? ผมบอกไปแล้วไงว่าทำใจให้สบาย เดือนนี้คุณทำยอดได้ตามเป้าแน่นอน เชื่อมั่นในตัวเองหน่อย!" ซูหลางพยายามพูดให้กำลังใจ
หยางจิงว่านฟังแล้วก็ได้แต่ก่นด่าในใจ
ทำไมฉันถึงได้ซวยมาแต่งงานกับผู้ชายห่วยๆแบบนี้นะ ถ้าคุณมีดีสักนิด มีเส้นสายสักหน่อย ช่วยฉันหาลูกค้าได้จริงๆ ฉันคงไม่ต้องมานั่งลำบากใจแบบนี้หรอก
ดีแต่ปาก! เอาแต่พูดปลอบใจไปวันๆมันจะไปช่วยอะไรได้!
"ฉันจะทำงาน แค่นี้นะ!"
หยางจิงว่านตัดบทวางสาย แล้วพยายามรวบรวมสมาธิกลับมาโฟกัสกับงาน
เวลา 08.30 น. ลูกค้ารายแรกของวันเดินเข้ามาในสำนักงานขาย
เป็นชายวัยสามสิบกว่าๆ
หยางจิงว่านกำลังจะเดินเข้าไปต้อนรับ แต่ยัยซือซือคู่แข่งตัวฉกาจชิงตัดหน้าไปก่อน
ซือซือปรี่เข้าไปประกบลูกค้า แนะนำบ้านพลางทำท่าทางยั่วยวน ดึงคอเสื้อให้ต่ำลงจนเห็นร่องอก พูดจาออดอ้อนด้วยน้ำเสียงหวานหยดย้อย
ลูกค้าชายคนนั้นโดนยาเสน่ห์เข้าไปเต็มเปา เดินตามต้อยๆไปดูบ้านทันที
ไม่นานนัก เขาก็ควักเงินวางมัดจำอย่างง่ายดาย
พนักงานขายคนอื่นๆมองตาปริบๆด้วยความอิจฉา
หยางจิงว่านเองก็อิจฉาเหมือนกัน แต่เธอไม่มีวันยอมทำแบบซือซือเด็ดขาด
ให้เอาตัวเข้าแลกเพื่อปิดการขาย... เธอทำไม่ได้
ต่อให้ต้องลาออกไปอดตาย เธอก็ไม่มีวันทำเรื่องน่าละอายพรรค์นั้น
หลังจากนั้น ลูกค้าก็ทยอยเข้ามาเรื่อยๆ
หยางจิงว่านและเพื่อนร่วมงานต่างแยกย้ายกันไปดูแลลูกค้า
แต่ทางฝั่งหยางจิงว่าน คุยกันได้ไม่ถึงสองนาทีก็วงแตก
ไม่ใช่เพราะเธอให้ข้อมูลไม่ดี
แต่เป็นเพราะลูกค้าผู้ชายพยายามจะลวนลามเธอ หยางจิงว่านไวกว่า จึงคว้าแก้วน้ำสาดเข้าใส่หน้าอีกฝ่ายเต็มๆ
ลูกค้าคนนั้นโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงแล้วเดินหนีไป
พนักงานขายที่นี่ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง เรื่องโดนลูกค้าแทะโลมเป็นเรื่องปกติที่เจอกันบ่อยๆ แต่ถ้าไม่ถึงขั้นรุนแรงเกินไป ทุกคนก็มักจะกัดฟันทนเพื่อให้ขายบ้านได้
แต่หยางจิงว่านเป็นคนเดียวที่กล้าสาดน้ำใส่ลูกค้า นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมยอดขายของเธอถึงได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนี้
"หยางจิงว่าน! หล่อนทำบ้าอะไร? กล้าดียังไงมาสาดน้ำใส่หน้าลูกค้า!" อวี๋เยี่ยนรีบปรี่เข้ามาด่าทันทีที่รู้เรื่อง
"ก็ลูกค้าคนนั้นพยายามจะจับมือฉัน!" หยางจิงว่านเถียงกลับ
"แล้วเขาจับโดนหรือยัง?" อวี๋เยี่ยนถามสวน
"ยัง ฉันไหวตัวทันเลยสาดน้ำใส่ไปก่อน" หยางจิงว่านตอบอย่างภาคภูมิใจ
"หล่อนนี่มัน...!!!" อวี๋เยี่ยนโกรธจนแป้งบนหน้าแทบร่วงกราว กัดฟันด่ากราด "คนอื่นเขาโดนจับมือ จับขา หรือแม้แต่โดนจับก้น เขายังทนกันได้ มีแต่หล่อนนี่แหละที่ทำตัวสูงส่งแตะต้องไม่ได้! แค่เกือบโดนจับมือก็สาดน้ำใส่เขาแล้ว หล่อนนี่มันกล้ามากนะ!"
"ฉันแค่ปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง มันผิดตรงไหน?" หยางจิงว่านยืนกราน
"ยังจะมาปากดีอีก! วันนี้หล่อนไม่ต้องรับลูกค้าแล้ว!" อวี๋เยี่ยนสั่งห้าม
"ถ้าไม่ให้รับลูกค้าแล้วฉันจะเอายอดขายจากไหน?" หยางจิงว่านแย้ง
"หล่อนสูงส่งนักไม่ใช่เหรอ? ก็ไม่ต้องไปเดินง้อลูกค้าหรอก รอให้ลูกค้าเดินมาคุกเข่าอ้อนวอนขอซื้อบ้านกับหล่อนเองแล้วกัน!" อวี๋เยี่ยนประชดประชันเสียงแหลม
*****