- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 132 เทพสงครามผู้โหยหารักแท้
บทที่ 132 เทพสงครามผู้โหยหารักแท้
บทที่ 132 เทพสงครามผู้โหยหารักแท้
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังโต้เถียงกันอยู่นั้น
เสียงเปิดปิดประตูใหญ่ก็ดังขึ้น
ซูหลางกลับมาถึงบ้านแล้ว
"คุยอะไรกันอยู่หรอ?"
ซูหลางเห็นคนในครอบครัวหน้าดำหน้าแดงเหมือนเพิ่งผ่านการทะเลาะเบาะแว้งจึงอดถามด้วยความสงสัยไม่ได้
"มะ... ไม่มีอะไรหรอก" หยางจิงว่านหลบสายตาอย่างมีพิรุธ
"เหอะ! นึกว่าใคร... ที่แท้ก็ 'คนใหญ่คนโต' ของบ้านเรากลับมาแล้วนี่เอง" หลี่ม่านลี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงแดกดัน
"ไหนคุยโวว่าจะเชิญประธานหม่าหงเซิงมาไม่ใช่เหรอ? แล้วไหนล่ะ? คนอยู่ไหน?"
ได้ยินดังนั้นซูหลางก็มีสีหน้าหม่นลงเล็กน้อย ก่อนจะตอบเสียงเรียบ
"ผมไปดูที่โรงพยาบาลมาแล้ว แต่ประธานหม่ายังไม่ฟื้น เลยยังพามาไม่ได้"
【ติ๊ง! โฮสต์บงการอยู่เบื้องหลัง ทำลายโอกาสในการ 'โชว์เทพ' ของตัวเอกซูหลางต่อหน้าครอบครัวนางเอกหยางจิงว่าน ได้รับแต้มวายร้าย 300 แต้ม, ออร่าตัวเอกของซูหลาง -15, ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +15!】
"ข้ออ้างสารพัด! โกหกแบบนี้ใครก็พูดได้!" หลี่ม่านลี่เบ้ปากอย่างดูแคลน
"พรุ่งนี้ผมจะไปดูอีกที รับรองว่าเรื่องงานรับเหมาของพ่อ ผมจัดการให้ได้แน่นอน"
"ยังจะโม้อีก! รีบไปทำกับข้าวได้แล้ว พวกฉันหิวจนไส้กิ่วแล้วเนี่ย!"
หลี่ม่านลี่ตะคอกไล่เสียงแข็ง
เห็นแม่ยายอารมณ์บูดแบบนั้น ซูหลางก็คร้านจะต่อล้อต่อเถียง จึงเดินเข้าครัวไปเงียบๆ
เอาไว้รอหม่าหงเซิงฟื้นเมื่อไหร่ค่อยให้เขาแนะนำคนรู้จัก แล้วคว้างานโครงการมาให้ได้ เอาความจริงตอกหน้าหลี่ม่านลี่
ถึงตอนนั้น แม่ยายปากดีคงได้หุบปากสนิท
คิดได้ดังนั้นซูหลางจึงก้มหน้าก้มตาทำอาหารต่อไปโดยไม่ปริปากบ่น
"จิงว่าน ลูกเห็นไหม... ไอ้ซูหลางนอกจากจะไร้น้ำยาแล้วยังชอบขี้โม้อวดเก่งอีก" หลี่ม่านลี่กระซิบกระซาบกับลูกสาว "ลูกรีบคิดหาทางหนีทีไล่ได้แล้ว"
"ถ้าทีมก่อสร้างของพ่อแกยังไม่มีงานเข้า คงต้องยุบทีมทิ้ง พ่อแกกู้หนี้ยืมสินมาลงทุนไปเยอะ ขืนไม่มีงาน เผลอๆอาจจะต้องขายอพาร์ตเมนต์ห้องนี้ใช้หนี้ ถ้าไม่อยากระเห็จไปนอนข้างถนนก็เก็บคำแนะนำของแม่ไปคิดให้ดีๆ"
พูดจบ หลี่ม่านลี่ก็เงียบเสียงลง ปล่อยให้ลูกสาวได้ใช้ความคิด
หยางจิงว่านนั่งนิ่ง ในหัวสับสนวุ่นวายไปหมด
เผลอแป๊บเดียวซูหลางก็ทำอาหารเสร็จเรียบร้อย
ทุกคนในครอบครัวเริ่มลงมือทานอาหาร
แต่หยางจิงว่านใจลอยไปไกล ตักข้าวเข้าปากได้สองสามคำก็วางตะเกียบ อิ่มทิพย์ไปดื้อๆ
พอกลับเข้ามาในห้องนอน เธอก็ล็อคประตูแน่นหนา
หยางจิงว่านตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาค้นหาเบอร์ของหวังฮ่าวหราน เตรียมจะกดโทรออก
"ภรรยา?"
เสียงซูหลางดังขึ้นที่หน้าประตู
หยางจิงว่านตกใจจนทำโทรศัพท์ร่วงลงพื้น
เธอรีบก้มเก็บโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วเดินไปเปิดประตูด้วยความหงุดหงิด
"มีอะไร?"
"ผมเห็นคุณทานข้าวไปนิดเดียวเอง ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?" ซูหลางถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและเป็นห่วงเป็นใย
"ฉันลดน้ำหนักอยู่! แค่ไม่อยากกิน จบไหม?" หยางจิงว่านโกหกคำโต
"โธ่... หุ่นคุณเพอร์เฟกต์อยู่แล้ว ไม่ต้องลดหรอก ลงไปทานข้าวเพิ่มอีกหน่อยเถอะ" ซูหลางยังคงเซ้าซี้ด้วยความหวังดี
"นี่นายจะน่ารำคาญไปถึงไหน! บอกว่าไม่กินก็คือไม่กินไง!" หยางจิงว่านเริ่มโมโห อยากจะไล่เขาไปให้พ้นๆหน้า "ฉันจะอาบน้ำแล้ว นายจะไปได้หรือยัง?"
"ไปแล้วๆ" ซูหลางพยักหน้า แล้วเดินคอตกกลับลงไปชั้นล่างอย่างว่าง่าย
เขาไม่โกรธเคืองเลยสักนิด
เพราะเขาตั้งใจจะมอบความรักและความอดทนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกให้กับเธอ
ปีนั้น...
เขาอายุ 12 ปี
เธออายุ 8 ปี
เขาเร่ร่อนหิวโซจวนเจียนจะตายข้างถนน
เด็กสาวผู้มีจิตใจงดงามคนหนึ่ง... ยื่นข้าวให้เขาหนึ่งชาม
เขาจึงรอดชีวิตมาได้
สิบสองปีต่อมา... เขาได้กลายเป็น 'เทพสงคราม' ผู้เกรียงไกร มีชื่อเสียงก้องโลก
ทว่าเขากลับเลือกที่จะวางมือในจุดสูงสุดของชีวิต
เขาไม่เคยลืมบุญคุณข้าวหนึ่งชามในวันนั้น
เขาจึงกลับมา...
กลับมาตามหาเธอ
แม้เธอจะจำไม่ได้แล้วว่าเคยให้ข้าวขอทานน้อยคนหนึ่ง
แต่แค่เขาจำได้... ก็เพียงพอแล้ว
เขาตามหาเธอจนพบ
และให้ลูกน้องปลอมตัวเป็นซินแส ไปหลอกพ่อแม่ของหยางจิงว่าน
เพื่อบีบให้หยางจิงว่านแต่งงานกับเขา
เห็นแก่ตัวงั้นหรือ?
ไม่เลย...
ในมุมมองของเขา เขาคือผู้ชายที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก
การที่เธอได้แต่งงานกับเขามีแต่จะนำความสุขมาให้ และนี่คือที่พึ่งพิงที่ดีที่สุดสำหรับเธอ
เขาจะปกป้องเธอ ดูแลเธอไปชั่วชีวิต
แต่ทว่า... เขาไม่อยากเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง
เพราะไม่อยากให้ความรักเจือปนด้วยผลประโยชน์
เขาต้องการ 'รักแท้อันบริสุทธิ์'
เขาจึงเลือกใช้ตัวตนของคนธรรมดาเพื่อพิชิตใจเธอ
ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ซูหลางต้องทนรับอารมณ์และคำดูถูกเหยียดหยามจากครอบครัวหยางสารพัด แต่เขาก็ยอมก้มหน้าอดทน ซ่อนเขี้ยวเล็บเอาไว้
เขาตั้งใจจะใช้ 'ความจริงใจ' เอาชนะใจหยางจิงว่านให้ได้
แต่ช่วงนี้ธุรกิจของหยางไท่กำลังย่ำแย่ แถมแม่ยายตัวแสบอย่างหลี่ม่านลี่ก็คอยเหน็บแนมไม่เว้นวัน
ซูหลางจึงตัดสินใจแหกกฎ ยอมใช้เส้นสายของตัวเองเพื่อยื่นมือเข้าช่วยหยางไท่
จนนำไปสู่เรื่องราวในงานเลี้ยงสังสรรค์
ใครจะไปคาดคิดว่ายังไม่ทันจะได้เจอหน้า หม่าหงเซิงดันมาเป็นลมล้มพับไปซะก่อน
แต่ก็ไม่เป็นไร
ก็แค่ต้องรอเวลาอีกหน่อยเท่านั้น
——
หลังจากซูหลางเดินจากไป
หยางจิงว่านก็รีบกดโทรศัพท์หาหวังฮ่าวหรานทันที
แต่สัญญาณรอสายดังขึ้นไม่กี่ครั้ง ปลายสายก็กดตัดสายทิ้งดื้อๆ
หยางจิงว่านไม่กล้าโทรซ้ำ
ได้ยินมาว่าพวกคุณชายไฮโซมักจะมี 'ชีวิตกลางคืน' ที่วุ่นวาย
ป่านนี้หวังฮ่าวหรานก็คงกำลัง... 'ทำภารกิจสำคัญ' อยู่แน่ๆ
อา... นี่ฉันคิดบ้าอะไรเนี่ย
หยางจิงว่านสะบัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป แล้วคว้าเสื้อผ้าเข้าไปอาบน้ำ
เธอมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก รูปร่างหน้าตาที่เกือบจะไร้ที่ติ
อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา
ทำไมคนสวยพร้อมสรรพอย่างเธอถึงได้อาภัพวาสนานัก ต้องมาแต่งงานกับคนอย่างซูหลางด้วย?
หลังอาบน้ำเสร็จ หยางจิงว่านกลับมานอนเล่นโทรศัพท์บนเตียง รอคอยการติดต่อกลับจากหวังฮ่าวหราน
เวลาล่วงเลยผ่านไปจนเธอเริ่มง่วงงุน
ทันใดนั้น โทรศัพท์ก็สั่นครืน
หยางจิงว่านสะดุ้งตื่นเต็มตา รีบดูหน้าจอ... เป็นหวังฮ่าวหรานจริงๆ
แต่ว่า... นี่มันนานมากเลยนะ
คุณชายหวัง 'ทำภารกิจ' นานขนาดนี้เลยเหรอ? เวอร์ไปหรือเปล่า...
โอ๊ย! หยุดคิดลามกเดี๋ยวนี้นะยัยจิงว่าน!
เธอรีบสลัดภาพจินตนาการแปลกๆออกจากหัว แล้วกดรับสาย
"โทรมาหาผมเร็วกว่าที่คิดนะเนี่ย?"
น้ำเสียงของหวังฮ่าวหรานแฝงความนัยบางอย่าง
หยางจิงว่านฟังแล้วรู้สึกขัดเขิน แต่ก็สูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าพูดออกไป
"ก็เมื่อตอนกลางวันคุณบอกเองว่าถ้ามีเรื่องให้ช่วยก็โทรหาได้... คือพ่อฉันทำก่อสร้างอยู่ อยากจะรับเหมางานสักโครงการ เลยอยากจะถามคุณว่าพอมีคนรู้จักแนะนำให้บ้างไหมคะ?"
"แน่นอน แต่คุยทางโทรศัพท์คงไม่สะดวก เอาเป็นว่าเราออกมาเจอกันดีกว่า"
พอได้ยินว่าต้องออกไปเจอ หยางจิงว่านก็เริ่มลังเล จึงถามหยั่งเชิง
"แล้วจะเจอกันที่ไหนคะ?"
เธอตั้งป้อมไว้แล้วว่าถ้าเขานัดเจอที่โรงแรมหรือที่อโคจร เธอจะปฏิเสธหัวชนฝา
"รู้จักโรงเรียนมัธยมสุ่ยเจ๋อไหม? พรุ่งนี้บ่ายโมงตรง เจอกันที่นั่นละกัน"
พอได้ยินชื่อสถานที่นัดพบ ความระแวงของหยางจิงว่านก็ลดฮวบลงกว่าครึ่ง เธอจึงตอบตกลงทันที
"ได้ค่ะ ตกลงตามนั้น เจอกันพรุ่งนี้นะคะ"
*****