- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 133 ปล่อยสายยาวตกปลาใหญ่
บทที่ 133 ปล่อยสายยาวตกปลาใหญ่
บทที่ 133 ปล่อยสายยาวตกปลาใหญ่
ยามบ่าย แสงแดดสาดส่อง
เฉกเช่นเดียวกับอารมณ์ของถังปิงหยุนในเวลานี้
ถังปิงหยุนอาศัยช่วงเวลาว่างยามบ่ายขับรถออกมากินลมชมวิวเล่น
ขับไปขับมา เผลอแป๊บเดียวรถก็พาเธอมาหยุดอยู่ที่หน้าโรงเรียนมัธยมสุ่ยเจ๋อโดยไม่รู้ตัว
ถังปิงหยุนเริ่มเกิดความสับสนในใจ
ไหนๆก็มาถึงแล้ว...
จะเรียกเขาออกมาคุยด้วยดีไหมนะ?
อย่าดีกว่า... เจอหน้ากันแล้วจะคุยเรื่องอะไรดีล่ะ?
ไม่รู้ป่านนี้เขารู้เรื่องเมื่อคืนหรือยัง?
ถ้าเขารู้แล้ว ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?
ช่างเถอะ เอาไว้หาโอกาสเหมาะๆค่อยคุยกับเขาเรื่องนี้ทีหลังดีกว่า
ถังปิงหยุนสลัดความคิดฟุ้งซ่านในหัวทิ้ง เตรียมจะขับรถออกไปจากตรงนั้น
แต่ทว่าจังหวะนั้นเอง สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นหวังฮ่าวหรานเดินออกมาจากประตูโรงเรียนพอดี
ดูเหมือนเขากำลังยืนรอใครบางคนอยู่
ถังปิงหยุนจอดรถแอบอยู่ไกลๆ เฝ้ามองดูเขาจากระยะห่างพอควร
ผ่านไปประมาณหนึ่งนาที รถแท็กซี่คันหนึ่งก็มาจอดเทียบท่าที่หน้าโรงเรียน
หญิงสาวรูปร่างดีคนหนึ่งก้าวลงมาจากรถ
แน่นอนว่าหญิงสาวคนนั้นคือ... หยางจิงว่าน
"สวัสดีค่ะคุณชายหวัง"
หยางจิงว่านฝืนยิ้มทักทายหวังฮ่าวหราน
หวังฮ่าวหรานไม่ได้ตอบกลับในทันที แต่สายตากลับสำรวจมองเธอโดยสัญชาตญาณ
วันนี้เธอสวมชุดเดรสยาวสีม่วงอ่อน พร้อมรองเท้าส้นสูง ปล่อยผมยาวสลวย
ใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างประณีต
ดูสวยสง่า งดงามจนละสายตาไม่ได้
หยางจิงว่านหลบสายตา ไม่กล้ามองเขาตรงๆ
ใจจริงเธออยากจะมาแบบหน้าสด แต่ก่อนออกจากบ้านดันถูกหลี่ม่านลี่เห็นเข้า เลยโดนแม่จับแต่งหน้าและเลือกเสื้อผ้าให้ยกใหญ่
พอจับแต่งองค์ทรงเครื่องแบบนี้แล้ว เธอก็ดูโดดเด่นสะดุดตายิ่งกว่าวันงานเลี้ยงเสียอีก
"ตรงนั้นมีร้านชานมอยู่ เราไปนั่งคุยกันตรงนั้นเถอะ" หวังฮ่าวหรานละสายตาจากการสำรวจ ชี้ไปที่ป้ายร้านชานมที่อยู่ไม่ไกล
"ค่ะ"
หยางจิงว่านพยักหน้า
ทั้งสองเดินมาถึงร้านชานม
หวังฮ่าวหรานสั่งชานมหยวนยางตามความเคยชิน แล้วหันไปถามหยางจิงว่าน
"คุณจะดื่มอะไร?"
"อะไรก็ได้ค่ะ"
"งั้นเอาชานมหยวนยางสองแก้ว" หวังฮ่าวหรานสั่งพนักงาน
หยางจิงว่านรู้สึกว่าดื่มอะไรก็คงไม่ต่างกัน จึงไม่ได้คัดค้าน
ทั้งคู่เลือกที่นั่งว่างในร้านแล้วนั่งลง
รอบกายรายล้อมไปด้วยคู่รักหนุ่มสาววัยรุ่นที่ดูสดใสและไร้เดียงสา
ดูจากเครื่องแต่งกายแล้ว ชัดเจนว่าเป็นนักเรียนกันทั้งนั้น
หยางจิงว่านรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแกะดำที่หลุดเข้ามาผิดฝูง
แถมยังมีสายตาแปลกๆหลายคู่จับจ้องมาที่เธอ ทำให้เธอรู้สึกประหม่าและวางตัวไม่ถูก
ระหว่างรอเครื่องดื่ม เธอจึงเลือกที่จะเงียบ ก้มหน้ามองมือตัวเองอยู่อย่างนั้น
หวังฮ่าวหรานเองก็ไม่คิดจะเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนา
ในเมื่อหยางจิงว่านเป็นฝ่ายมาขอให้ช่วย ก็ไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน ถ้าเธอไม่พูด เขาก็พร้อมจะนั่งเงียบกดดันกันไปแบบนี้แหละ
เขาอยากรู้เหมือนกันว่าหยางจิงว่านจะมีความอดทนแค่ไหน
ไม่นาน ชานมก็มาเสิร์ฟ
จนกระทั่งหวังฮ่าวหรานดื่มไปได้ครึ่งแก้วแล้ว หยางจิงว่านถึงทนไม่ไหว ต้องเป็นฝ่ายเอ่ยปากขึ้นก่อน
"คุณชายหวังคะ... เรื่องงานรับเหมาโครงการ คุณพอจะช่วยได้ไหมคะ?"
"เอานี่ไปสิ"
หวังฮ่าวหรานยื่นนามบัตรใบหนึ่งที่เตรียมไว้แล้วให้เธอ
"นี่คือ?" หยางจิงว่านรับมาด้วยความงุนงง
"นามบัตรของผู้บริหารบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ให้พ่อของคุณถือนามบัตรใบนี้ไปหาเขา เดี๋ยวเขาจะจัดสรรงานโครงการให้พ่อคุณเอง"
ฉินไคคือเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในเมืองชิงหลิง ในมือเขามีที่ดินรอการพัฒนาอีกเพียบ
หลังจากตกลงกับหยางจิงว่านเมื่อคืน หวังฮ่าวหรานก็ติดต่อขอความช่วยเหลือจากฉินไคทันทีอย่างไม่เกรงใจ
ในเมื่อฉินหยุนหานลูกสาวสุดที่รักของฉินไคเชื่อฟังเขาขนาดนั้น และสมบัติมหาศาลของฉินไคในอนาคตก็ต้องตกเป็นของลูกสาวคนเดียว
ฉินหยุนหานเป็นของเขา ทรัพย์สินของเธอก็ย่อมเปรียบเสมือนของเขาด้วย
ดังนั้นหวังฮ่าวหรานจึงไม่จำเป็นต้องเกรงใจฉินไค
แน่นอนว่าตอนนี้ฉินไคเพียงระแคะระคายว่าลูกสาวสนิทสนมกับหวังฮ่าวหรานมาก แต่ยังไม่รู้ลึกซึ้งถึงขั้นที่ว่าความสัมพันธ์ไปไกลแค่ไหนแล้ว
ไม่อย่างนั้นฉินไคคงไม่มีทางปั้นหน้ายิ้มรับสายหวังฮ่าวหรานได้แน่
หยางจิงว่านรู้สึกประหลาดใจมากที่หวังฮ่าวหรานช่วยเหลือเธออย่างง่ายดายและรวดเร็วขนาดนี้ ความรู้สึกตื่นเต้นและกังวลเริ่มพรั่งพรูเข้ามา
"ขอบคุณค่ะคุณชายหวัง ขอบคุณจริงๆ..."
"ถ้าคุณนั่งตรงนี้แล้วรู้สึกอึดอัด จะกลับเลยก็ได้นะ" หวังฮ่าวหรานเอ่ยปากไล่แบบนิ่มนวล
"ให้กลับ... แบบนี้เลยเหรอคะ?" หยางจิงว่านไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
"หรือคุณอยากให้ผมทำอะไรคุณล่ะ?" หวังฮ่าวหรานมองเธอด้วยแววตาเจ้าเล่ห์
เรื่องงานก่อสร้างนี้ ต่อให้เขาไม่ช่วย สุดท้ายซูหลางก็ต้องหาทางช่วยอยู่ดี
เขาไม่มีทางปล่อยโอกาสให้ซูหลางได้หน้าโชว์พาวเด็ดขาด
ส่วนเรื่องจะใช้โอกาสนี้บีบบังคับให้หยางจิงว่านเอาตัวเข้าแลก หวังฮ่าวหรานก็เคยคิดอยู่เหมือนกัน
แต่เขากลัวว่าเธอจะต่อต้านรุนแรงจนเตลิดหนีไป แล้วสุดท้ายก็หันกลับไปซบซูหลาง 'เทพสงครามนักถ่อมตัว' นั่นแทน
สู้ทำตัวเป็นคนดี ช่วยเหลือเธอแบบแมนๆไปเลยดีกว่า
"ขอบคุณค่ะ บุญคุณครั้งนี้ฉันจะจดจำไว้" หยางจิงว่านกล่าวด้วยความซาบซึ้งใจอย่างแท้จริง
【ติ๊ง! นางเอก 'หยางจิงว่าน' รู้สึกประทับใจในตัวโฮสต์ ค่าความชอบเพิ่มขึ้น 10 แต้ม ค่าความชอบรวมปัจจุบันคือ 20 (เป็นมิตร)】
【ติ๊ง! โฮสต์ส่งผลกระทบต่อเนื้อเรื่อง ได้รับแต้มวายร้าย 200 แต้ม!】
【ติ๊ง! โฮสต์ทำการ 'ปาดหน้าเค้ก' ตัวเอกซูหลาง ช่วยเหลือพ่อของนางเอกแก้ไขวิกฤตการเงิน ได้รับแต้มวายร้าย 200 แต้ม, ออร่าตัวเอกของซูหลาง -10, ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +10!】
เมื่อได้รับแจ้งเตือนจากระบบ หวังฮ่าวหรานก็ยิ้มในใจ
เป็นไปตามคาด นางเอกส่วนใหญ่มักมีจิตใจดี หากทำดีกับเธอโดยไม่หวังผลตอบแทน เธอย่อมมีความรู้สึกดีๆตอบกลับมา
แลกงานหนึ่งโครงการกับค่าความชอบ 10 แต้ม แถมยังได้แต้มวายร้ายอีก การค้านี้ถือว่ากำไรเห็นๆ
และที่สำคัญที่สุด การเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดีแบบนี้จะช่วยลดกำแพงในใจของหยางจิงว่านลง ต่อไปจะเข้าหาเธอก็ง่ายขึ้นเยอะ
นี่แหละที่เรียกว่า... ปล่อยสายยาวเพื่อตกปลาตัวใหญ่
"ถ้าคุณชายมีอะไรให้ฉันช่วย บอกได้เลยนะคะ อะไรที่ฉันทำได้ ฉันยินดีทำให้ค่ะ" หยางจิงว่านรู้สึกเกรงใจที่รับความช่วยเหลือมาฟรีๆจึงเอ่ยปากเสนอตัว
"คุณทำงานอะไรเหรอ?" หวังฮ่าวหรานถือโอกาสถาม
"ฉันทำงานอยู่ที่สำนักงานอสังหาริมทรัพย์ฉินซื่อค่ะ เป็นพนักงานขายบ้านธรรมดาๆ" หยางจิงว่านตอบเสียงเบาด้วยความรู้สึกต่ำต้อยเล็กน้อย
พนักงานขายบ้าน?
อาชีพนี้มักจะโดนดูถูกและโดนกลั่นแกล้งได้ง่าย
และด้วย 'ออร่าดึงดูดปัญหา' ตามฉบับนางเอก งานของหยางจิงว่านนี้ต้องมีอีเวนต์อะไรเกิดขึ้นแน่นอน
ดูท่าเขาคงต้องวางแผนทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วสิ
หวังฮ่าวหรานคิดแผนการในหัว ก่อนจะตอบกลับไปว่า
"เอาเป็นว่า ถ้าวันไหนผมอยากจะซื้อบ้าน คุณช่วยแนะนำบ้านดีๆให้ผมสักหลังเป็นการตอบแทนแล้วกัน"
หยางจิงว่านชะงัก
มาซื้อบ้านกับเธอ? นี่มันไม่ได้เรียกว่าเธอช่วยเขาเลยนะ
กลับกลายเป็นเขาช่วยเธอซ้ำสองต่างหาก
เพราะถ้าขายบ้านได้สักหลัง เธอจะได้ค่าคอมมิชชั่นเยอะมาก
"วันนี้ฉันลางานมาค่ะ ช่วงบ่ายต้องกลับไปเข้างานแล้ว" พอตั้งสติได้ หยางจิงว่านก็เม้มปากแล้วบอกกล่าว
"งั้นคุณไปเถอะ" หวังฮ่าวหรานไม่ได้รั้งตัวไว้
"ค่ะ" หยางจิงว่านยิ้มให้เขาพร้อมพยักหน้า ก่อนจะหยิบแก้วชานมที่ยังไม่ได้แตะติดมือไปด้วย แล้วเดินไปเรียกรถแท็กซี่ที่หน้าร้าน
ขณะนั่งอยู่ในรถแท็กซี่ มือประคองแก้วชานมอุ่นๆไว้
หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นและโล่งใจ
ก่อนมาเธอไม่คิดเลยว่าเรื่องราวจะราบรื่นขนาดนี้
เธอรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา อยากจะโทรบอกข่าวดีกับพ่อแม่ใจจะขาด
*****