- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 129 ผลพลอยได้
บทที่ 129 ผลพลอยได้
บทที่ 129 ผลพลอยได้
รถตู้คันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดภายในโรงงานร้าง
ชายหนุ่มฉกรรจ์รูปร่างกำยำสักลายพร้อยเต็มแขนหลายคนเดินลงมาจากรถ ก่อนจะช่วยกันหามกระสอบป่านที่ถูกเจาะรูเพื่อระบายอากาศใบหนึ่งออกมาจากท้ายรถ
"ลูกพี่ คนอยู่นี่แล้วครับ"
หนึ่งในชายหนุ่มสักลายตะโกนบอกชายร่างยักษ์ที่ยืนรออยู่ภายในโรงงาน
ชายผู้ถูกเรียกว่า 'ลูกพี่' หรือ 'อีกา' นั้นมีรูปร่างสูงใหญ่เกือบ 190 เซนติเมตร ไว้ผมยาว ท่าทางดูเป็นนักเลงอันธพาลเต็มขั้น
"ทำได้ดีมาก" อีกาเอ่ยชมลูกน้องด้วยน้ำเสียงแหบพร่าอันเป็นเอกลักษณ์ ก่อนจะหันไปพูดกับชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมที่ยืนอยู่ข้างๆ
"ประธานเสิ่น ผมเอาตัวคนมาให้แล้ว เงินงวดสุดท้ายล่ะ?"
"คิดว่าคนอย่างฉันจะโกงเศษเงินแค่นี้หรือไง? ขอดูของก่อน ฉันต้องตรวจสอบให้แน่ใจ" เสิ่นคังกล่าวเสียงเข้ม
"ก็จริงของท่าน" อีกาหันไปสั่งลูกน้อง "แก้มัดปากถุง เปิดให้ท่านประธานดูหน้ามันหน่อย"
ลูกสมุนรีบกุลีกุจอเข้าไปแก้เชือกที่มัดปากกระสอบออก
ร่างของเหยียนกุยซานที่นอนสลบไสลปรากฏแก่สายตาของทุกคน
"นังแพศยา! ไอ้หมอนี่ใช่ไหม?!" เสิ่นคังกระชากร่างของภรรยาที่หน้าซีดเผือดให้มายืนข้างเหยียนกุยซานเพื่อยืนยันตัวตน
"ชะ... ใช่... เป็นเขา" คุณนายเสิ่นพยักหน้า ตัวสั่นงันงก
"นังหญิงชั่ว! เลือกผู้ชายได้ดีนี่หว่า ไอ้หมอนี่ดูท่าทางแข็งแรงดีนี่ คงจะถูกใจเธอมากล่ะสิ?" เสิ่นคังกัดฟันถามด้วยความเจ็บแค้น
คุณนายเสิ่นไหนเลยจะกล้าส่งเสียง เธอก้มหน้าต่ำ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"ทำไมมันถึงสลบอยู่? ปลุกมันให้ตื่น! ฉันจะจัดการมันตอนที่ยังมีสติครบถ้วน จะได้สาสมกับความแค้นของฉันหน่อย!" เสิ่นคังสั่งลูกน้องของอีกาด้วยความโกรธ
ลูกน้องของอีกาหยิบขวดน้ำยาเคมีขวดหนึ่งออกมาเทใส่ผ้าจนชุ่ม
เพื่อให้เหยื่ออยู่นิ่งๆระหว่างขนย้าย พวกเขาจึงใช้ยาสลบไปก่อนหน้านี้ หากต้องการให้ตื่น ก็ต้องใช้น้ำยาเคมีที่มีกลิ่นฉุนรุนแรงกระตุ้นประสาท
ลูกน้องถือผ้าเดินตรงเข้าไปหาร่างที่นอนแน่นิ่ง
ทว่ายังไม่ทันจะถึงตัว เหยียนกุยซานก็ลืมตาโพลงขึ้นมาอย่างกะทันหัน!
"เฮ้ย!"
ลูกน้องคนนั้นตกใจจนสะดุ้งโหยง ผงะถอยหลังจนเกือบหงายหลัง
ในขณะเดียวกัน...
ในมุมอับสายตาที่ไม่มีใครสังเกตเห็น มีคนผู้หนึ่งลักลอบเข้ามาและกำลังจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
"ที่แท้ราชาทหารก็แกล้งโดนจับนี่เอง... ฉันก็ว่าแล้ว ระดับตัวเอกสายบู๊จะมาตกม้าตายด้วยน้ำมือตัวประกอบกระจอกๆได้ยังไง" หวังฮ่าวหรานพึมพำในใจพลางซุ่มดูเหตุการณ์ต่อ
เหยียนกุยซานลุกขึ้นยืนปัดฝุ่น กวาดสายตามองไปรอบๆด้วยรอยยิ้มเย็นยะเยือก
เดิมทีเขาเข้าใจว่าเป็นศัตรูเก่าจากต่างแดนตามมาล้างแค้น จึงแกล้งยอมให้จับตัวเพื่อจะดูโฉมหน้าคนบงการ
ที่ไหนได้... กลายเป็นแค่พวกสวะปลายแถว
คนรอบตัวมีอยู่ประมาณยี่สิบกว่าคน สำหรับเหยียนกุยซานแล้ว คนพวกนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับฝูงมด
"พวกไม่ได้เรื่อง! ขายขี้หน้าชะมัด มันมีแค่คนเดียว พวกแกจะไปกลัวมันทำซากอะไร!"
อีกาผู้ยังคงวางมาดโอหัง เห็นลูกน้องแสดงท่าทีหวาดกลัวจึงถีบเข้าให้หนึ่งทีพร้อมตะคอกใส่
"อีกา! รีบให้คนของแกจับมันไว้ แล้วตัดไอ้นั่นของมันมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!" เสิ่นคังจ้องมองเหยียนกุยซานด้วยความเคียดแค้นชิงชัง
"วางใจเถอะประธานเสิ่น มันหนีไปไหนไม่พ้นหรอก" อีกรับคำ ก่อนจะส่งสัญญาณให้สมุนมือขวาที่เป็นนักสู้ฝีมือดีที่สุด
ในสายตาของเขา เหยียนกุยซานก็แค่ตัวคนเดียว ให้ลูกน้องฝีมือดีสักคนไปจัดการก็ถือว่าให้เกียรติมากแล้ว
ทว่า... เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา อีกาก็ต้องยืนอ้าปากค้าง
สมุนมือขวาของเขาถูกเหยียนกุยซานซัดหมัดเดียวร่วงลงไปนอนกองกับพื้น ลุกไม่ขึ้นอีกเลย
"ลุย! เข้าไปรุมมันเร็วเข้า!" อีกาเริ่มใจคอไม่ดี ตะโกนสั่งลูกน้องทั้งหมดที่เหลือ
เสียงต่อสู้ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วโรงงาน
ไม่ถึงสองนาที ลูกน้องกว่ายี่สิบชีวิตก็นอนเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น บ้างแขนหัก บ้างขาหัก
เสียงร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดดังก้องโรงงานร้าง
"โรงงานหนึ่ง! โรงงานหมายเลขหนึ่ง! ขอกำลังเสริมด่วน!" อีกาคว้าวิทยุสื่อสารมาจากเอวของลูกน้องที่นอนเจ็บอยู่ แล้วตะโกนเรียกพวกพ้องเสียงหลง
เหยียนกุยซานยืนกอดอกมองดูเฉยๆ ไม่คิดจะห้ามปราม ปล่อยให้อีกาเรียกคนมาเพิ่มตามสบาย
ช่วงสองสามวันมานี้เขาอารมณ์บูดสุดขีดเพราะปัญหาเรื่อง 'นกเขาไม่ขัน'
แถมความหวังเดียวอย่างสมิธดันหอบทีมแพทย์หนีไปอีก
อารมณ์ของเหยียนกุยซานตอนนี้จึงเดือดดาลถึงขีดสุด เขาต้องการที่ระบายออกอย่างรุนแรง แต่ไอ้สวะยี่สิบกว่าตัวที่กองอยู่บนพื้นนี่ยังไม่พอให้เขายืดเส้นยืดสายด้วยซ้ำ
อีกาจะเรียกคนมาเพิ่มงั้นเหรอ? ...เข้าทางเขาเลย!
ไม่นานนักเสียงฝีเท้าสับสนอลหม่านก็ดังใกล้เข้ามา
ลูกน้องของอีกากลุ่มใหญ่ถือแป๊บเหล็ก ไม้หน้าสาม และมีดดาบ วิ่งกรูเข้ามาในโรงงานหมายเลขหนึ่ง
จำนวนคนดูคร่าวๆน่าจะมีถึง 70-80 คน และดูเหมือนจะยังมีตามมาสมทบเรื่อยๆ
โชคดีที่โรงงานนี้กว้างขวางพอ ไม่อย่างนั้นคงอัดกันจนโรงงานแตก
เหยียนกุยซานแสยะยิ้ม พุ่งตัวเข้าใส่ฝูงชนด้วยมือเปล่า ราวกับรถถังบุกตะลุย
ทุกที่ที่เขาเคลื่อนผ่านจะมีเสียงกระดูกหักและเสียงร้องโหยหวนดังระงม
เปรียบเสมือนหมาป่ากระโจนเข้าขย้ำฝูงแกะ ไม่มีใครหยุดยั้งได้
ไม่ถึงสิบนาที... บนพื้นโรงงานก็เต็มไปด้วยร่างคนนอนเกลื่อนกลาด
"มีอีกไหม? เรียกมาอีกสิ" เหยียนกุยซานยังรู้สึกไม่จุใจ จึงหันไปถามอีกา
ใบหน้าสีทองแดงของอีกาซีดเผือดจนขาวราวกับกระดาษ
ความโหดเหี้ยมและความเก่งกาจของเหยียนกุยซานนั้นเหนือกว่าที่เขาจินตนาการไว้ไปไกลโข
ลูกน้องนับร้อยคนรุมกินโต๊ะกลับทำอะไรผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลย
ไอ้หมอนี่มันปีศาจชัดๆ!
"อีกา! คนของแกไปไหนหมด? เรียกมาอีกสิวะ!" เสิ่นคังหน้าถอดสี ตะโกนเร่งเร้าอีกาเสียงสั่น
หน้าของอีกาบิดเบี้ยวจนดูไม่ได้เหมือนกินยาขม
ถึงเขาจะคุยโวว่ามีลูกน้องหลายร้อย แต่ส่วนใหญ่ก็แค่เด็กใหม่หัดห้าว ถ้าคัดเอาเนื้อๆเน้นๆก็มีเท่าที่เห็นนี่แหละ
ร้อยกว่าชีวิต... โดนเหยียนกุยซานคนเดียวเก็บเรียบ
แถมสภาพแต่ละคน ถ้าไม่แขนหักก็ขาเป๋ พิการกันถ้วนหน้า
——
"ราชาทหารแม่งโคตรเจ๋ง!"
หวังฮ่าวหรานที่แอบดูอยู่ถึงกับต้องยกนิ้วให้ในใจ
เดิมทีเขาพนันกับจัวชิวเฉินอวี้ว่าจะถล่มแก๊งอีกาให้ราบคาบ
ตอนนี้เขาไม่ต้องออกแรงเองแม้แต่นิดเดียว เหยียนกุยซานจัดการให้เสร็จสรรพ
เหยียนกุยซานลงมือหนักหน่วงมาก หักแขนหักขาลูกน้องอีกาเป็นว่าเล่นราวกับหักสายบัว
อย่าว่าแต่รักษาให้หายขาดเลย ต่อให้รักษาได้ก็ต้องพักฟื้นกันเป็นปีกว่าจะกลับมาซ่าได้
แก๊งอีกาตอนนี้ถือว่าสิ้นสภาพ กลายเป็นแก๊งว่างเปล่าไร้ลูกน้องโดยสมบูรณ์แบบ
และด้วยนิสัยกร่างๆของอีกาที่ผ่านมา คงสร้างศัตรูไว้ไม่น้อย พอข่าวเรื่องลูกน้องโดนเก็บเรียบแพร่ออกไป โจทย์เก่าคงแห่มาคิดบัญชีกันเพียบ
หวังฮ่าวหรานละความสนใจจากอีกากลับมาโฟกัสที่เหยียนกุยซาน
ทางฝั่งอีกาจบเห่ไปแล้ว...
แต่ฝั่งเหยียนกุยซานนี่สิ ได้โชว์เทพจนฟินเลย
มันต้องมีการ 'ลงโทษ' กันหน่อย
หวังฮ่าวหรานหยิบเข็มเงินออกมาจากกระเป๋า แล้วค่อยๆย่องเงียบเข้าไปด้านหลังเหยียนกุยซานราวกับเงามรณะ…
*****