เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 126 ลูกเขยเทพสงคราาม

บทที่ 126 ลูกเขยเทพสงคราาม

บทที่ 126 ลูกเขยเทพสงคราาม


"ภรรยา พวกคุณอยู่นี่เองหรอ?"

ชายหนุ่มหน้าตาธรรมดา รูปร่างสัดทัดคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาทักทายหยางจิงว่าน

เมื่อได้ยินคำเรียกขานว่า 'ภรรยา' จากปากชายผู้นั้น หยางจิงว่านก็ขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าฉายแววระอาและต่อต้านอย่างปิดไม่มิด

เธอไม่มีความรู้สึกรักใคร่ต่อชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีคนนี้เลยแม้แต่น้อย

แม้นับเวลาแล้วจะแต่งงานกันมาเกือบปี แต่หยางจิงว่านก็ยังคงแยกห้องนอนกับเขา จนถึงป่านนี้แม้แต่มือก็ยังไม่เคยจับ

ดังนั้นเมื่ออีกฝ่ายเข้ามาทักทาย เธอจึงเลือกที่จะนิ่งเงียบ ไม่ตอบรับใดๆ

ทว่าหลี่ม่านลี่กลับอดรนทนไม่ไหว ตวาดใส่เสียงเขียว

"ซูหลาง! ไอ้คนไร้ประโยชน์อย่างแกตามมาทำไมฮะ? งานเลี้ยงไฮโซระดับนี้ใช่ที่ที่แกจะเสนอหน้ามาได้หรือไง?! รีบไสหัวกลับไปเดี๋ยวนี้!"

"ผมไม่ได้ตามพวกคุณมา แต่มีคนเชิญผมมาต่างหาก" ซูหลางตอบเสียงเรียบ

"เหอะ พ่อบ้านเกาะเมียกินอย่างแก นอกจากทำกับข้าวพอกินได้แล้ว อย่างอื่นก็ทำไม่เป็นสักอย่าง ใครเขาจะเชิญแกมางานแบบนี้? น่าขำสิ้นดี" หลี่ม่านลี่ทำหน้าเหยียดหยามสุดขีด

"ซูหลาง กลับไปซะ" หยางไท่เองก็รู้สึกขายหน้าที่มีลูกเขยแบบนี้ จึงอยากไล่เขาไปให้พ้นๆ

"ซูหลาง กลับไปเถอะค่ะ" หยางจิงว่านเองก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากไล่

"ถ้าผมกลับไป งานเลี้ยงนี้ก็คงจัดต่อไม่ได้หรอก" ซูหลางเงยหน้าขึ้นทำมุม 45 องศามองเพดาน กล่าววาจาโอ้อวดด้วยท่าทีเก๊กหล่อสุดขีด

หยางไท่ หลี่ม่านลี่ และหยางจิงว่านต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก... คิดว่าหมอนี่สมองคงเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่กล้าพูดจาเลอะเทอะแบบนี้ออกมา

แต่ทว่า... หวังฮ่าวหรานกลับเชื่อสนิทใจ

องค์ประกอบครอบครัวของหยางจิงว่านนี่มัน... พล็อตนิยายแนว 'เขยแต่งเข้าบ้าน' ชัดๆ!

เจ้าซูหลางคนนี้ต้องเป็นตัวเอกแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์

แต่พล็อตแนวลูกเขยแต่งเข้าบ้านนี้ ตัวเอกก็มีแยกย่อยไปอีกหลายสาย

มีทั้งพวกเปิดเรื่องมาต้อง 'ดื่มน้ำล้างเท้าเมีย' แล้วค่อยได้ของวิเศษพลิกชีวิต

มีทั้งพวกทายาทตระกูลมหาเศรษฐีที่ติดกฎตระกูลบ้าบอ ต้องออกมาลำบาก 3 ปี แล้วจับพลัดจับผลูมาเป็นเขยแต่งเข้าบ้าน พอครบกำหนด 3 ปีปุ๊บก็เปิดโหมดเทพ ตบหน้าคนที่เคยดูถูก

แล้วก็ยังมีพวก 'เทพสงครามคืนถิ่น' ที่ยอมลดตัวมาเป็นลูกเขยเพียงเพื่อตอบแทนบุญคุณข้าวหนึ่งมื้อ หรือลูกอมเม็ดเดียวในวัยเด็ก

......

ตัวเอกแนวเขยแต่งเข้าบ้านเหล่านี้มีทั้งเก่งและกากปนกันไป

ไอ้พวกที่เปิดมาดื่มน้ำล้างเท้าเมีย พวกนี้คือสายรากหญ้า ต่อให้ได้ของวิเศษก็ต้องใช้เวลาฟาร์มของ อัพเลเวล ช่วงต้นเรื่องจะอ่อนแอมาก... พวกนี้จัดการง่ายที่สุด

รองลงมาคือพวกทายาทตระกูลดัง มีเงินมหาศาล มีเส้นสายคับฟ้า... พวกนี้ก็ไม่เท่าไหร่ เพราะพวก 'บ้านรวย' มักมีจุดอ่อนคือค่าพลังต่อสู้ต่ำ

แต่ที่ตึงมือที่สุด... คือพวก 'เทพสงคราม'

ตัวเอกสายนี้ค่าพลังต่อสู้สูงลิ่ว

ตอนนี้ซูหลางยืนหัวโด่อยู่ตรงหน้า อยากรู้ว่าเป็นสายไหนก็ไม่ยาก

หวังฮ่าวหรานสื่อสารกับระบบในใจ สั่งให้ใช้ 100 แต้มวายร้ายตรวจสอบทันที

แต่ระบบกลับปฏิเสธ พร้อมแจ้งเตือนว่า: การตรวจสอบต้องใช้ 200 แต้มวายร้าย!

บ้าเอ๊ย... ขึ้นราคาเฉยเลย

หรือเป็นเพราะตัวเอกคนนี้มันเทพซ่าเป็นพิเศษ?

แต่ตอนนี้หวังฮ่าวหรานมีแต้มวายร้ายตุนไว้เยอะพอสมควร แค่ 200 แต้มเขาจ่ายได้สบายมาก

[ตัวเอก: ซูหลาง]

[พลังต่อสู้: 1,000]

[เสน่ห์: 125]

[ออร่าตัวเอก: 999]

[สกิล: โทสะเทพสงคราม(เพิ่มพลังต่อสู้ 20% เมื่อโกรธ), บารมีเทพสงคราม(กดใช้เพื่อเพิ่มค่าเสน่ห์ 300% ชั่วคราว), เทพสงครามไร้พ่าย(สกิลติดตัว: เมื่อได้รับความเสียหายถึงตายจะเข้าสู่สถานะอมตะทันที 1 ชั่วโมง พร้อมเปิดโหมดสังหารพริบตา ปีศาจขวางฆ่าไม่เลี้ยง เทพขวางสังหารจนสิ้น คูลดาวน์สกิล 12 ชั่วโมง)]

พลังต่อสู้ 1,000... เทียบกับหวังฮ่าวหรานแล้ว ยังต่ำกว่าอยู่ 99 แต้ม

ออร่าตัวเอก 999... น้อยกว่าหวังฮ่าวหรานอยู่หลายร้อย

ค่าพวกนี้หวังฮ่าวหรานรับมือได้สบาย

ไอ้สกิล ‘โทสะเทพสงคราม’ กับ ‘บารมีเทพสงคราม’ นั่นก็ช่างมันเถอะ แต่ไอ้สกิล ‘เทพสงครามไร้พ่าย’ นี่มันจะไม่เวอร์ไปหน่อยเหรอ?

โดนดาเมจถึงตายแล้วเด้งอมตะ 1 ชั่วโมง? แถมยังเปิดโหมด 'วันฮิตคิล' อีกต่างหาก

แบบนี้มันจะไปสู้ด้วยยังไงไหว?

ไอ้ตัวเอกสายเทพสงครามนี่มันโกงหน้าด้านๆเลยนี่หว่า!

มิน่าล่ะ ค่าตรวจสอบถึงแพงขึ้นเป็น 200 แต้ม

ของแพงย่อมมีเหตุผลของมันจริงๆ

แต่ยังนับว่าโชคดีที่สกิล ‘เทพสงครามไร้พ่าย’ เป็นสกิลติดตัวและมีคูลดาวน์ค่อนข้างนาน

ถ้าวางแผนดีๆก็ยังมีโอกาสจัดการมันได้อยู่

"แกไปแล้วงานเลี้ยงจะจัดต่อไม่ได้? เหอะ ฉันว่าแกทำกับข้าวมากไปจนสมองกลับแล้วมั้ง!" หลี่ม่านลี่หมั่นไส้คำคุยโตของซูหลาง จึงด่าสวนกลับไปทันควัน

"ไม่เชื่อหรอ?" ซูหลางย้อนถาม

"เชื่อแกก็ออกลูกเป็นลิงแล้ว!" หลี่ม่านลี่เบ้ปาก

"หึหึ" ซูหลางไพล่มือไว้ด้านหลัง ยิ้มมุมปากอย่างเหนือชั้น

"ไอ้ขยะ..."

"แม่คะ พอเถอะ คนเยอะแยะ เลิกทะเลาะกันได้แล้ว เดี๋ยวคนอื่นจะมองเราไม่ดี"

หยางจิงว่านเห็นคนรอบข้างเริ่มหันมามอง จึงรีบปรามแม่ตัวเอง

"กลับถึงบ้านฉันจะคิดบัญชีกับแก" หลี่ม่านลี่ยอมหยุดปาก แต่ก็ยังมิวายถลึงตาใส่ซูหลางอย่างอาฆาต

ไม่นาน ครอบครัวนี้ก็เดินแยกออกไป

หลี่ม่านลี่มีเป้าหมายในการมางานนี้ เธอไม่มีทางมายืนเสียเวลาเถียงกับลูกเขยไร้ค่าแน่

"แม่ครับ งานเลี้ยงนี้ใครเป็นคนจัดเหรอ?" พอครอบครัวหยางจิงว่านเดินไปแล้ว หวังฮ่าวหรานก็รีบถามแม่ทันที

"หม่าหงเซิง เศรษฐีอันดับหนึ่งของชิงหลิง และเป็นประธานหอการค้าชิงหลิงด้วย เดี๋ยวถ้าเจอเขา ลูกต้องทำตัวนอบน้อมหน่อยนะ คนนี้บ้านเราไม่ควรไปมีเรื่องด้วย" เจิ้นหลี่เปลี่ยนจากท่าทางนางพญามาเป็นจริงจัง กำชับลูกชายเสียงเข้ม

หวังฮ่าวหรานพยักหน้า สมองแล่นเร็วจี๋

จากคำพูดของซูหลางเมื่อครู่ มีความเป็นไปได้สูงมากว่าหม่าหงเซิงจัดงานนี้ขึ้นมาเพื่อซูหลางโดยเฉพาะ

ไม่อย่างนั้นซูหลางคงไม่กล้าพูดว่า 'ไม่มีเขา งานก็จัดต่อไม่ได้'

ถ้าหม่าหงเซิงปรากฏตัวแล้วแสดงท่าทีนอบน้อมต่อซูหลาง ครอบครัวหยางจิงว่านต้องช็อกตาตั้งแน่ๆ

นั่นเท่ากับเปิดโอกาสให้ซูหลางได้ 'โชว์เทพ' และกอบกู้คะแนนความนิยมจากครอบครัวนางเอกคืนมา

เรื่องนี้... เขาต้องขัดขวางให้ถึงที่สุด!

"แม่ครับ แล้วตอนนี้หม่าหงเซิงอยู่ไหน?" หวังฮ่าวหรานถามต่อ

"น่าจะยังมาไม่ถึงนะ ระดับนั้นถ้ามาถึงแล้วคงมีคนแห่ไปต้อนรับกันเกรียวกราวแล้วล่ะ" เจิ้นหลี่กวาดตามองไปรอบห้องโถง

"แม่ครับ เหมือนผมจะลืมมือถือไว้ในรถ เดี๋ยวผมไปเอาก่อนนะ" หวังฮ่าวหรานหาข้ออ้างปลีกตัว

"อ้อ เอากุญแจไปสิ" เจิ้นหลี่ยื่นกุญแจรถเฟอร์รารี่ให้

หวังฮ่าวหรานรับกุญแจแล้วรีบเดินจ้ำอ้าวออกไปที่ลานจอดรถหน้าคฤหาสน์

เขาเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถเฟอร์รารี่ สายตาจับจ้องไปยังทางเข้าคฤหาสน์ ขณะเดียวกันก็ใช้มือถืออีกเครื่องค้นหาข้อมูลหน้าตาของหม่าหงเซิงในอินเทอร์เน็ต

ผ่านไปประมาณ 8 นาที ขบวนรถหรู 5 คันก็แล่นเข้ามาจอดเทียบ

ในจำนวน 5 คันนั้น มี 4 คันที่เป็นเมอร์เซเดสเมย์บัค และตรงกลางคือโรลส์รอยซ์แฟนทอมรุ่นสั่งทำพิเศษ

เมย์บัค 4 คันประกบหน้าหลัง โดยมีโรลส์รอยซ์แฟนทอมอยู่ตรงกลาง

หวังฮ่าวหรานเปิดใช้งาน 'ตาทิพย์' มองทะลุเข้าไปทันที

เขาเห็นชายฉกรรจ์สวมสูทสีดำนั่งกันแน่นขนัดอยู่ในรถเมย์บัคทั้งสี่คัน ดูท่าจะเป็นบอร์ดี้การ์ดมืออาชีพ

ส่วนในรถโรลส์รอยซ์แฟนทอม มีชายวัยกลางคนรูปร่างเตี้ยและหน้าตาธรรมดานั่งอยู่

เทียบกับรูปในเน็ตแล้ว... ชายคนนี้คือหม่าหงเซิงไม่ผิดแน่

สมกับเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองชิงหลิงจริงๆ แค่จะไปไหนมาไหนทีต้องพกบอร์ดี้การ์ดเกือบยี่สิบคน แถมรถที่ให้บอร์ดี้การ์ดนั่งยังเป็นเมย์บัคอีก

รวยระยับจริงๆ ให้ตายสิ

*****

จบบทที่ บทที่ 126 ลูกเขยเทพสงคราาม

คัดลอกลิงก์แล้ว