เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 122 เดิมพัน

บทที่ 122 เดิมพัน

บทที่ 122 เดิมพัน


"ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร?" เสิ่นคังตะคอกถาม

"ฉันไม่รู้" คุณนายเสิ่นส่ายหน้าด้วยความตื่นตระหนก

"นังสารเลว! พวกแกนอนด้วยกันจนข้ามคืนขนาดนี้ ยังจะมาบอกว่าไม่รู้จักมันอีก?"

"ฉันไม่รู้จริงๆ" คุณนายเสิ่นตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัว

"นังแพศยา! นี่ถึงขนาดไปคว้าผู้ชายข้างถนนมามั่วด้วยงั้นสิ... ฝากไว้ก่อนเถอะ รอฉันลากคอมันออกมาได้เมื่อไหร่ ค่อยมาคิดบัญชีกับเธอ!"

เสิ่นคังละความสนใจจากภรรยาชั่วคราว เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดรายชื่อผู้ติดต่อ ก่อนจะกดโทรออกไปยังเบอร์หนึ่ง

ตระกูลหวังมีทั้งเงินและอำนาจ เขาแตะต้องไม่ได้

แต่สำหรับไอ้สวะที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง กล้ามาสวมหมวกเขียวให้คนอย่างเขา มีหรือที่เขาจะยอมกลืนเลือดสงบปากสงบคำ

สัญญาณเรียกสายดังอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะมีคนรับ

"อีกา... ขาหนึ่งข้างราคาเท่าไหร่?" เสิ่นคังถามด้วยน้ำเสียงกดต่ำที่เต็มไปด้วยโทสะ

"ก็ต้องดูว่าจะเอาขาซ้ายหรือขาขวา" ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่ายิ่งกว่าเป็ดแตกหนุ่ม ฟังแล้วแสบแก้วหูพิลึก สมฉายา 'อีกา'

"ขาที่สาม"

"หนึ่งล้าน"

"ตกลง... แต่ฉันต้องการเห็นด้วยตาตัวเอง"

"ไม่มีปัญหา ส่งข้อมูลมาได้เลย"

"มีแค่ภาพจากวิดิโอ หาตัวเจอไหม?"

"สบายมาก รอฟังข่าวได้เลย"

......

"อีกา?" หวังฮ่าวหรานพึมพำชื่อนั้นเบาๆ

ในคลิปวิดีโอที่เขาส่งให้เสิ่นคังแบบไม่ระบุตัวตนนั้น จริงๆแล้วแฝงไวรัสติดตามเอาไว้ด้วย

เพียงแค่เสิ่นคังเปิดดูวิดีโอเกินสิบวินาที ไวรัสก็จะเจาะระบบเข้าฝังตัวทันที

ดังนั้น ทุกความเคลื่อนไหวหลังจากเสิ่นคังดูคลิป หวังฮ่าวหรานจึงได้ยินทั้งหมด

จากบทสนทนาเมื่อครู่ ชัดเจนว่าเสิ่นคังจ้างวานเจ้าคนที่ชื่อ 'อีกา' ไปตัด 'ขาที่สาม' ของเหยียนกุยซาน

แต่ด้วยฝีมือระดับเหยียนกุยซานแล้ว เจ้าอีกากับเสิ่นคังถ้าบุกไปหาเรื่อง ก็คงไม่ต่างอะไรกับ 'เอาเนื้อไปส่งเข้าปากเสือ' หรือรนหาที่ตายชัดๆ

ทว่า ไม่ว่าฝ่ายไหนจะเป็นผู้ชนะ หวังฮ่าวหรานก็ไม่ได้ใส่ใจ

เพราะเขามีแผนอื่นเตรียมไว้แล้ว

แต่การจะเริ่มแผนนี้ได้จำเป็นต้องรู้เวลาและสถานที่ที่เจ้าอีกาจะลงมือจัดการเหยียนกุยซานเสียก่อน

"จริงสิ..."

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หวังฮ่าวหรานก็นึกถึงคนคนหนึ่งขึ้นมาได้

เขาเรียกรถแท็กซี่ มุ่งหน้าตรงไปยัง 'บาร์แบล็กพีโอนี' ทันที

ธุรกิจของบาร์ยังคงคึกคักเหมือนเช่นเคย

โถงกลางอัดแน่นไปด้วยผู้คน บนฟลอร์เต้นรำเต็มไปด้วยเหล่าผีเสื้อราตรีที่กำลังวาดลวดลายอย่างบ้าคลั่ง

อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นฉุนของแอลกอฮอล์ผสมผสานกับเสียงดนตรีที่ดังกระหึ่มเร้าอารมณ์

หวังฮ่าวหรานเปิดห้องส่วนตัวหนึ่งห้อง แล้ววานให้พนักงานเสิร์ฟคนเดิมที่เคยเจอคราวก่อนไปตามเจ้านายมา

ไม่นานนัก จัวชิวเฉินอวี้ก็เดินเข้ามาในห้อง

ไม่ได้เจอกันหลายวัน เธอยังคงเสน่ห์เย้ายวนบาดใจ ทุกอิริยาบถไม่ว่าจะยิ้มหรือขยับตัวล้วนกระชากวิญญาณ งดงามราวกับนางปีศาจจำแลงกาย

หวังฮ่าวหรานอยากจะ 'ปราบพยศ' แม่ปีศาจสาวตนนี้ใจจะขาด

เสียดายที่นางเอกสายเจ้าแม่คนนี้ใจแข็งเกินไป ทั้งขู่เข็ญทั้งล่อลวงก็ดูจะไม่ค่อยได้ผล

คงต้องค่อยๆเพิ่มค่าความชอบ แล้วค่อยเก็บเกี่ยวผลผลิตทีหลัง

แต่ตอนนี้ค่าความชอบของจัวชิวเฉินอวี้ที่มีต่อเขาเพิ่งจะแตะระดับ 20 ซึ่งยังห่างไกลจากคำว่าเก็บเกี่ยว

"รับเครื่องดื่มอะไรดี?" จัวชิวเฉินอวี้นั่งลงข้างๆหวังฮ่าวหราน เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทรงเสน่ห์

หวังฮ่าวหรานสูดกลิ่นหอมอ่อนๆที่ลอยมาจากร่างกายของเธอ แทนที่จะตอบคำถาม เขากลับเอ่ยชื่อน้ำหอมแบรนด์ดังระดับโลกขึ้นมาลอยๆ

"อิมพีเรียลมาเจสตี้"

"คุณแยกกลิ่นน้ำหอมผู้หญิงออกด้วยเหรอ?" จัวชิวเฉินอวี้มองเขาด้วยความแปลกใจ

"แค่บังเอิญรู้จักน่ะ น้ำหอมรุ่นนี้ขวดหนึ่งปาเข้าไปตั้งสี่แสน เธอนี่กล้าใช้เงินจริงๆนะ" หวังฮ่าวหรานพูดด้วยน้ำเสียงมีความนัย

ที่เขารู้ไม่ใช่เพราะเชี่ยวชาญเรื่องน้ำหอม แต่เป็นเพราะเจิ้นหลี่ใช้กลิ่นนี้เป็นประจำ

ดมบ่อยเข้า ก็เลยจำได้แม่น

"ถ้าเสียดายเงิน จะเอาคืนไปก็ได้นะ" จัวชิวเฉินอวี้แสร้งทำท่าทางไม่ยี่หระ แต่ในใจกลับรู้สึกโหวงๆชอบกล

เพราะช่วงนี้เธอเหมือนโดนผีสิง กว้านซื้อเสื้อผ้าเครื่องสำอางบำรุงผิวราคาแพงมาประโคมใส่ตัวเองอย่างบ้าคลั่ง ผ่านไปไม่ถึงสิบวัน เงินสิบล้านนั่นก็หายวับไปเกือบครึ่งแล้ว

"ในเมื่อฉันให้เธอไปแล้วก็ย่อมไม่ขอคืน เธอจะใช้ยังไงก็ตามใจ" หวังฮ่าวหรานโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ

เงินก้อนนั้น เขาตั้งใจให้เธอเอาไปถลุงเล่นอยู่แล้ว ให้เธอใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายได้เต็มที่

เพราะเมื่อไหร่ที่จัวชิวเฉินอวี้เสพติดความหรูหราจนเคยตัว เธอก็จะกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมไม่ได้อีก

ดั่งคำสอนที่ว่า 'จากจนไปรวยนั้นง่าย แต่จากรวยกลับไปจนนั้นยากแสนเข็ญ'

เมื่อเงินหมด จัวชิวเฉินอวี้ก็จะต้องพึ่งพาเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้

หวังฮ่าวหรานเก็บความคิดนั้นไว้ แล้ววกเข้าเรื่องสำคัญ

"เธอรู้จักคนที่ชื่อ 'อีกา' ไหม?"

"หัวหน้าแก๊งนักเลงที่เพิ่งผงาดขึ้นมาในเขตชิงหลิงช่วงนี้น่ะเหรอ" ตอนที่ตอบ น้ำเสียงของจัวชิวเฉินอวี้เจือความเคียดแค้นอย่างปิดไม่มิด

"มีเรื่องกันเหรอ?" หวังฮ่าวหรานจับสังเกตสีหน้าของเธอได้

"ตอนไอ้อีกามันเพิ่งเริ่มสร้างชื่อ มันเคยมาหาเรื่องฉันหลายครั้ง ตอนนั้นฉันตั้งใจจะกลับตัวทำธุรกิจสีขาวแล้ว ก็เลยเลือกที่จะอดทนไว้ แต่ความแค้นครั้งนั้นฉันยังจำฝังใจ ไม่เคยลืมหรอกนะ"

"ช่วงนี้มันเพิ่งรับงานค่าจ้างหลักล้านมางานหนึ่ง เป็นงานไปตัดขาที่สามของคนคนหนึ่ง เธอช่วยหาคนจับตาดูมันให้ฉันหน่อย ถ้ามีความเคลื่อนไหวอะไรให้รีบบอก"

"คุณจะจัดการมันเหรอ?" จัวชิวเฉินอวี้ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเจือการดูแคลนนิดๆ

"อิทธิพลของอีกาตอนนี้ไม่ธรรมดา ลูกน้องในมือก็มีเพียบ ต่อให้คุณเก่งกล้าสามารถอัดคนได้ทีละหลายสิบคน แต่คุณจะสู้คนเป็นร้อยไหวเหรอ?"

ได้ยินแบบนั้น หวังฮ่าวหรานก็แทบหลุดขำ

ผู้หญิงคนนี้ประเมินเขาต่ำไปหรือเปล่าเนี่ย?

แต่ก็ช่วยไม่ได้ ครั้งล่าสุดที่เขาแสดงฝีมือให้เห็น ในสายตาของจัวชิวเฉินอวี้คงประเมินไว้แค่ว่าเขาสู้คนได้หลักสิบเท่านั้น

"งั้นเรามาพนันกันไหม? ถ้าฉันสามารถจัดการถล่มแก๊งอีกาได้ราบคาบ เธอต้องรับปากทำตามที่ฉันขอหนึ่งอย่าง แต่ถ้าฉันทำไม่ได้ ฉันก็จะทำตามที่เธอขอหนึ่งอย่างเช่นกัน" หวังฮ่าวหรานงัดเอามุขเด็ดที่จำมาจากฉู่ไป๋มาใช้

"พูดเรื่องของเดิมพันให้ชัดเจนก่อนดีกว่า ถ้าฉันชนะ ฉันต้องการอิสระ แต่ถ้าคุณชนะ คุณต้องการให้ฉันทำอะไร?"

จัวชิวเฉินอวี้สมกับเป็นยอดฝีมือผู้เจนจัดในโลกใต้ดิน เธอมีความระมัดระวังตัวสูง ไม่ใช่นางเอกใสซื่อที่จะตกหลุมพรางง่ายๆ

"ถ้าฉันชนะ... เธอก็แค่ป้อนเหล้าฉันสักแก้วก็พอ" หวังฮ่าวหรานเสนอเงื่อนไขที่ฟังดูสมเหตุสมผล

นางเอกสายแข็งอย่างจัวชิวเฉินอวี้นั้นทั้งดื้อรั้นและรอบคอบ ขืนจะใช้การพนันมาบีบให้เธอยอมตกเป็นของเขา โอกาสสำเร็จแทบจะเป็นศูนย์

การเก็บเกี่ยวเธอเป็นเรื่องของเวลา ตอนนี้ยังไม่ใช่จังหวะที่เหมาะสม

แต่แม่นางปีศาจคนนี้ช่างยั่วยวนเหลือเกิน หวังฮ่าวหรานไตร่ตรองดูแล้ว จึงตัดสินใจขอเก็บ 'ดอกเบี้ย' เล็กๆน้อยๆจากเธอพอให้หายอยากไปพลางๆก่อน

"แค่ป้อนเหล้าแก้วเดียว? ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?" จัวชิวเฉินอวี้ทำหน้าประหลาดใจ

"เธอพูดแบบนี้แสดงว่าตกลงรับคำท้าแล้วนะ"

"คุณพูดมาให้ชัดเจนเลยดีกว่า"

หวังฮ่าวหรานลุกขึ้นจากโซฟา ส่งยิ้มบางๆที่มุมปาก สายตาจับจ้องไปที่ริมฝีปากสีแดงสดอันเย้ายวนของเธอ

"ครั้งหน้าที่ฉันเป็นฝ่ายมาหา... จำไว้ว่าให้เช็ดลิปสติกออกก่อนด้วย ฉันไม่ชอบรสชาติของลิปสติก"

จัวชิวเฉินอวี้มองตามแผ่นหลังของหวังฮ่าวหรานที่เดินลับสายตาไป เป็นอันรู้กันว่าเธอยอมรับคำท้านี้โดยปริยาย

เพราะเมื่อเทียบดูแล้ว ของเดิมพันครั้งนี้คุ้มค่าที่จะเสี่ยง

ถ้าชนะ เธอจะได้อิสรภาพคืนมา

แต่ถ้าแพ้... แม้จะเสียเปรียบไปบ้าง แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่เธอพอจะรับไหว

*****

จบบทที่ บทที่ 122 เดิมพัน

คัดลอกลิงก์แล้ว