- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 121 คุณนายเสิ่นถูกเปิดโปง
บทที่ 121 คุณนายเสิ่นถูกเปิดโปง
บทที่ 121 คุณนายเสิ่นถูกเปิดโปง
น้ำเสียงของผู้เฒ่าถังไม่ได้มีท่าทีของการปรึกษาหารือกับถังปิงหยุนเลยแม้แต่น้อย ทว่ากลับฟังดูเหมือนได้เคาะโต๊ะตัดสินใจเรื่องนี้ไปแล้ว และกำลังออกคำสั่งให้ถังปิงหยุนปฏิบัติตาม
แน่นอนว่าถังปิงหยุนย่อมไม่พอใจเป็นอย่างมาก
"คุณปู่คะ เรื่องนี้หนูไม่ตกลง หนูต้องการเห็นผลตรวจร่างกายก่อน"
"เรื่องนี้ปู่ตัดสินใจแล้ว ปู่ทำไปก็เพราะความหวังดีต่อหลานทั้งนั้น เชื่อฟังปู่นะ"
"เรื่องหมั้นไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด ยกเว้นว่าหนูจะตาย!" ความดื้อรั้นของถังปิงหยุนพุ่งสูงขึ้น น้ำเสียงของเธอจึงแข็งกร้าวอย่างถึงที่สุด
"แค่ก... แค่กๆๆ..."
ปลายสายเงียบเสียงพูดไป แต่กลับมีเสียงไอโขลกๆดังแทรกเข้ามาแทนที่ เสียงไอนั้นรุนแรงราวกับจะขย้อนปอดออกมาให้ได้
"คุณปู่... คุณปู่เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?" ถังปิงหยุนเริ่มร้อนรนด้วยความเป็นห่วง
ทว่าหวังฮ่าวหรานกลับแอบเบ้ปากด้วยความดูแคลนในใจ... ต้องเป็นลูกไม้ตื้นๆของตาแก่ถังอีกแน่ๆ
แต่ถึงกระนั้น มุขตื้นๆนี้กลับได้ผลชะงัดสำหรับคนกตัญญูอย่างถังปิงหยุน
เสียงไอในสายโทรศัพท์ดำเนินอยู่ครู่ใหญ่กว่าจะสงบลง จากนั้นผู้เฒ่าถังจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
"ปิงหยุนเอ๋ย... ปู่เกรงว่าจะอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว สิ่งเดียวที่ปู่หวังในตอนที่ยังมีลมหายใจอยู่ คือการได้อุ้มเหลนสักคน ถ้าได้เห็นหน้าเหลน ปู่ก็นอนตายตาหลับแล้ว"
ถังปิงหยุนเงียบกริบ พูดไม่ออกไปชั่วขณะ
"หลานลองเก็บคำพูดปู่ไปคิดดูนะ" กล่าวจบ ผู้เฒ่าถังก็วางสายไปทันที
แววตาของถังปิงหยุนดูเหม่อลอย บนใบหน้าสวยหวานนั้นฉายแววสับสนและลังเลอย่างเห็นได้ชัด ดูเหมือนว่าเธอกำลังเก็บคำพูดของปู่มาคิดอย่างจริงจัง
หวังฮ่าวหรานมองดูปฏิกิริยานั้น พลันเกิดความคิดวูบหนึ่งที่อยากจะกำจัดตาแก่ถังให้พ้นทาง
ตาเฒ่านี่เจ้าเล่ห์ร้ายกาจนัก ร่างกายก็ยังแข็งแรงดีแท้ๆ แต่กลับแกล้งทำสำออยแสร้งว่าป่วยเพื่อเรียกร้องความเห็นใจและบีบบังคับให้ถังปิงหยุนยอมเปลี่ยนใจไปแต่งงาน
อย่างไรก็ตาม ความคิดนั้นผุดขึ้นมาได้เพียงไม่กี่วินาทีก่อนหวังฮ่าวหรานจะปัดมันทิ้งไป เพราะจู่ๆเขาก็คิดแผนการที่ดีกว่านั้นออก
"น้ายังคิดเรื่องที่คุณปู่พูดเมื่อกี้อยู่เหรอ?" หวังฮ่าวหรานเอ่ยถาม
"อืม... คุณปู่อายุมากแล้วจริงๆ ถ้าท่านยังต้องมาโมโหบ่อยๆ ฉันกลัวว่าท่านจะ... แต่ฉันก็ไม่อยากแต่งงานกับเหยียนกุยซานจริงๆ" ถังปิงหยุนกุมขมับด้วยความกลัดกลุ้ม
"เรื่องนี้น้าลองเปลี่ยนมุมมองดูสิ ผมว่าคุณปู่ก็แค่ต้องการอุ้มเหลนเท่านั้นเอง ลองมาเจอกันครึ่งทางดูไหม" หวังฮ่าวหรานจับช่องโหว่ในคำพูดของตาแก่ถังมาเป็นข้อเสนอแนะ
"เธอหมายความว่ายังไง..." ถังปิงหยุนทำหน้าฉงน
"น้ามีคนที่ชอบหรือเปล่า?" หวังฮ่าวหรานแกล้งถามทั้งที่รู้อยู่เต็มอก
เมื่อได้ยินดังนั้น แววตาของถังปิงหยุนก็หลุบลงเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ายอมรับเบาๆ
"งั้นก็ง่ายเลย น้าก็แค่ไปลงเอยกับคนที่ชอบ แล้วก็มีลูกสักคน แค่นี้คุณปู่ก็พอใจแล้ว ส่วนน้าเองก็ไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจแบบนี้ด้วย" หวังฮ่าวหรานเสนอความคิดที่ฟังดูบ้าบิ่น
"จะ... จะทำอย่างนั้นได้ยังไง คนที่ฉันชอบเขา... เอาเป็นว่าฉันกับเขามีลูกด้วยกันไม่ได้หรอก ไม่เหมาะ... ไม่เหมาะสมจริงๆ" ถังปิงหยุนตื่นตระหนกกับคำแนะนำของเขาจนต้องรีบส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวันด้วยท่าทีขัดเขิน
"น้าไปหลงรักคนมีเจ้าของแล้วหรือไง?"
"ไม่ใช่สักหน่อย"
"งั้นน้ากลัวอะไร? ชอบก็ไปสารภาพรักสิ ด้วยคุณสมบัติพร้อมสรรพอย่างน้า มีหรือฝ่ายชายจะไม่ตอบตกลง" หวังฮ่าวหรานฉวยโอกาสยุยงให้ถังปิงหยุนเผยความในใจ
คราวก่อนตอนที่สวี่มู่เหยียนสารภาพรัก เขาได้รับรางวัลจากระบบตั้งมากมาย หากคราวนี้ถังปิงหยุนเป็นฝ่ายสารภาพรักบ้าง รางวัลที่ได้คงไม่น้อยไปกว่ากันแน่
"ไม่ได้หรอก ฉันไม่กล้าพูดออกไปหรอก" ถังปิงหยุนส่ายหน้าระรัว
หวังฮ่าวหรานเห็นท่าทางนั้นก็ลอบถอนหายใจ... ดูท่าการยุให้ถังปิงหยุนสารภาพรักคงไม่ใช่เรื่องง่าย
หลังจากตรึกตรองดู เขาจึงตัดสินใจใช้ไม้แข็ง พูดจายุแหย่ผสมโรงเข้าไปอีกหน่อย
"งั้นก็ตามใจน้าเถอะ ถ้าไม่มีทางอื่นแล้วจริงๆ น้าก็แต่งงานกับเหยียนกุยซานไปซะก็สิ้นเรื่อง"
ถังปิงหยุนก้มหน้าต่ำ เงียบเสียงลงอีกครั้ง ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
หวังฮ่าวหรานเองก็ไม่พูดอะไรต่อ เพราะสิ่งที่ควรพูดเขาก็พูดไปหมดแล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเธอ
หลังจากแยกย้ายกับถังปิงหยุน หวังฮ่าวหรานก็จัดการส่งคลิปวิดีโอคลิปหนึ่งออกไปแบบไม่ระบุตัวตน
ภายในรถเบนท์ลีย์มูซาน
คนขับรถด้านหน้าทำหน้าที่ขับรถไปอย่างเงียบเชียบ ขณะที่เสิ่นคังและภรรยานั่งอยู่ตรงเบาะหลัง
เวลานี้เสิ่นคังกำลังเดือดดาลถึงขีดสุด ราวกับมีไฟลุกโชนอยู่บนหัว
นอกจากจะไม่ได้แอ้มถังปิงหยุนแม้แต่ปลายเล็บแล้ว ยังโดนตบฉาดใหญ่ไปถึงสองที มิหนำซ้ำยังต้องเสียโรงแรมระดับห้าดาวไปฟรีๆอีกต่างหาก
แต่ที่น่าเจ็บใจที่สุดคือ ถึงจะขาดทุนย่อยยับขนาดนี้ เขาก็ทำได้แค่กล้ำกลืนความแค้นลงคอ
ตระกูลหวังนั้นมีทั้งอำนาจเงินและเส้นสายที่แข็งแกร่ง บวกกับตระกูลเดิมของเจิ้นหลี่ที่ทรงอิทธิพลไม่แพ้กัน เสิ่นคังแม้จะเป็นเจ้าของเครือโรงแรม แต่ถ้าให้ไปงัดข้อกับตระกูลหวังหรือตระกูลเจิ้น ก็ยังถือว่าห่างชั้นกันไกลโข
คุณนายเสิ่นรู้ดีว่าสามีกำลังหัวเสีย จึงนั่งเงียบกริบราวกับจักจั่นในฤดูหนาว ไม่กล้าส่งเสียงแม้แต่แอะเดียว
ทว่าเสิ่นคังที่ไม่มีที่ระบายอารมณ์กลับหันมาตวาดใส่เธอเสียงดังลั่น
"ฉันไม่เคยให้เธอช่วยงานพรรค์นี้มาก่อน ไม่นึกเลยว่าพอให้ทำครั้งแรกก็พังไม่เป็นท่า ซวยชะมัด!"
"จะมาโทษฉันได้ยังไง ฉันไม่ได้เข้าไปขัดจังหวะคุณสักหน่อย" คุณนายเสิ่นเถียงกลับด้วยความน้อยใจ
"ยังจะกล้าเถียงอีก?!" เสิ่นคังบันดาลโทสะ ฟาดฝ่ามือตบหน้าภรรยาฉาดใหญ่ทันทีโดยไม่ได้คิด
คุณนายเสิ่นยกมือกุมแก้ม ร้องไห้น้ำตาคลอออกมา
"ฉันแต่งงานกับคุณมาเกือบแปดปี รักษาจารีตเป็นภรรยาที่ดีมาตลอด คุณนอกจากสองเดือนแรกที่เห่อเมียใหม่ เวลาที่เหลือคุณแทบไม่สนใจไยดีฉันเลย คุณจะออกไปเที่ยวเตร่เสเพลฉันก็ไม่เคยว่า วันนี้ถึงขนาดให้ฉันมาช่วยทำเรื่องเลวๆ ฉันก็ยอมทำ แล้วคุณยังจะมาตบตีฉันอีก... ถ้าคุณเห็นฉันเป็นที่ระบายอารมณ์นัก ก็เอาสิ ตบให้พอใจเลย!"
พอโดนพรั่งพรูความอัดอั้นใส่หน้าแบบนี้ เสิ่นคังก็เริ่มรู้สึกละอายใจขึ้นมาบ้าง มือที่ง้างค้างไว้จึงลดลง ตบไม่ลงอีกต่อไป
"เมื่อกี้ฉันโมโหไปหน่อย ฉันวู่วามเองแหละ" น้ำเสียงของเสิ่นคังอ่อนลงเล็กน้อย แต่จู่ๆเขาก็ถามขึ้นด้วยความระแวงกึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่อ
"เธอไม่ได้แอบไปมีสัมพันธ์นอกบ้านลับหลังฉันจริงๆใช่ไหม?"
"แน่นอนว่าไม่!" คุณนายเสิ่นตอบกลับเสียงหนักแน่น แต่ในใจกลับวูบไหวด้วยความรู้สึกผิด
แต่จะว่าไป เธอก็แค่เผลอใจไปครั้งเดียวเท่านั้น เมื่อเทียบกับความเลวร้ายที่เสิ่นคังทำไว้ เธอถือว่าประพฤติตัวดีกว่าเขาตั้งเยอะ
"งั้นก็ดี" เสิ่นคังคลายความกังวลลงไปเปลาะหนึ่ง
ทันทีที่สิ้นเสียง โทรศัพท์มือถือของเขาก็สั่นครืน
พอกดเปิดหน้าจอ มือถือก็ราวกับโดนไวรัสเล่นงาน จู่ๆคลิปวิดีโอหนึ่งก็เด้งขึ้นมาและเล่นโดยอัตโนมัติ
ตอนแรกเสิ่นคังนึกว่าเป็นโฆษณาขยะ แต่พอดูไปได้เพียงแวบเดียว สายตาของเขาก็ถูกตรึงไว้กับหน้าจอทันที
ภาพในวิดีโอเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดตรงทางเดินโรงแรม มีเวลาบันทึกระบุไว้ชัดเจน เห็นภาพชายหญิงคู่หนึ่งเดินเข้าห้องไปด้วยกัน และไม่ออกมาจนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น
แน่นอนว่านั่นยังไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่สุด... ที่สำคัญคือ ผู้หญิงในคลิปคนนั้นกำลังนั่งอยู่ข้างกายเขาตอนนี้ ส่วนผู้ชายหน้าตาคุ้นๆ เหมือนเพิ่งเจอกันเมื่อไม่กี่วันก่อน
เสิ่นคังรู้สึกราวกับมีอะไรหนักอึ้งกดทับลงบนศีรษะ... รู้สึกเหมือนหัวมันหนักๆชอบกล
"นี่น่ะเหรอที่เธอบอกว่าเป็นภรรยาที่ดี?" เสิ่นคังยื่นหน้าจอมือถือไปจ่อตรงหน้าคุณนายเสิ่น
คุณนายเสิ่นตัวสั่นเทิ้ม ริมฝีปากสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว
"สามี... ฟังฉันอธิบายก่อน..."
"ยังจะมาแก้ตัวอีก!" เสิ่นคังคำรามลั่น ง้างแขนจนสุดแรงแล้วฟาดฝ่ามือตบภรรยาจนหน้าหัน
ถึงเขาจะเบื่อเมียคนนี้แค่ไหน แต่สิ่งที่ผู้ชายอย่างเขาจะไม่มีวันยอมรับได้เด็ดขาด... คือการโดนเมีย 'สวมเขา' ให้คนอื่นหัวเราะเยาะ!
*****