เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 120: ค่าทำขวัญ

บทที่ 120: ค่าทำขวัญ

บทที่ 120: ค่าทำขวัญ


รอบนี้ไม่เสียเที่ยวจริงๆ

หวังฮ่าวหรานลอบยิ้มเมื่อเห็นข้อความแจ้งเตือนจากระบบ

ค่าความชอบของถังปิงหยุนพุ่งแตะ 75 คะแนนแล้ว ถือว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ถึงเวลาต้องวางแผนรุกฆาตขั้นต่อไปแล้วสินะ

"แกเป็นใคร?!" เสิ่นคังที่กำลังอารมณ์เสียเพราะโดนขัดจังหวะ ตวาดถามเสียงดังลั่น

"บอกไปคุณคงตกใจ พ่อผมชื่อหวังเซียง แม่ผมชื่อเจิ้นหลี่" หวังฮ่าวหรานแนะนำตัวง่ายๆ

เสิ่นคังได้ยินชื่อถึงกับตาโต

ชื่อเสียงเรียงนามของหวังเซียงและเจิ้นหลี่ ใครในวงการธุรกิจจะไม่รู้จัก

เขาเคยเจอหน้าหวังฮ่าวหรานมาก่อน แต่ไม่นึกเลยว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของมหาเศรษฐีระดับนั้น

นี่มันสุดยอดนายน้อยหนุ่มผู้ร่ำรวยชัดๆ

ถ้าจะวัดกันที่สินทรัพย์ ตระกูลเสิ่นเทียบตระกูลหวังไม่ติดฝุ่นเลย

"อ๋อ... ที่แท้ผมก็เข้าใจผิดนี่เอง ประธานถังครับ ผมต้องขอโทษด้วย วันนี้คงต้องขอตัวก่อน"

เสิ่นคังรู้สถานการณ์ดีว่าวันนี้คงกินแห้ว จึงรีบหาทางลง สลายตัวให้ไวที่สุด

พูดจบเขาก็ทำท่าจะเดินออกจากห้อง

ปัง!

เสียงประตูปิดดังสนั่น

หวังฮ่าวหรานใช้เท้าถีบประตูปิดกั้นทางหนี

"ทิ้งคำพูดไว้ประโยคเดียวแล้วจะหนีไปง่ายๆแบบนี้เหรอ? ไม่เห็นหัวผมเลยนี่หว่า" หวังฮ่าวหรานทำหน้ากวนประสาท

เสิ่นคังแม้จะเกรงใจตระกูลหวัง แต่ลึกๆแล้วเขาก็ดูถูกเด็กเมื่อวานซืนอย่างหวังฮ่าวหราน

พอโดนปีนเกลียวซึ่งหน้า ความอดทนก็ขาดผึง

"ไอ้เด็กเวร! แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร กล้ามาชี้นิ้วสั่ง..."

เพียะ!

พูดยังไม่ทันจบ ฝ่ามือฉาดใหญ่ก็ตบเข้าที่ใบหน้าเสิ่นคังเต็มแรง

"ไอ้เด็ก..." เสิ่นคังเงื้อมือจะสวนกลับ

เพียะ!

มือยังไม่ทันถึงครึ่งทางก็โดนตบซ้ำอีกฉาด

เสิ่นคังยืนมึน งงเป็นไก่ตาแตก

หวังฮ่าวหรานลงมือเร็วมากจนเขาตั้งตัวไม่ติด

"ผมให้โอกาสคุณเรียบเรียงคำพูดใหม่" หวังฮ่าวหรานกล่าวเสียงเรียบ

"แกต้องการอะไร?" เสิ่นคังเลิกล้มความคิดที่จะสู้ด้วยกำลัง

"ค่อยพูดรู้เรื่องหน่อย" หวังฮ่าวหรานชม แล้วเริ่มเข้าเรื่อง

"ห้องเพรสซิเดนเชียลสวีทโรงแรมคุณนี่ใช้ได้เลยนะ ผมมาพักบ่อย คืนละเกือบหมื่นหยวน แพงเอาเรื่องอยู่" หวังฮ่าวหรานเปรยขึ้นมาลอยๆ

เขามาใช้บริการที่นี่บ่อย และอนาคตคงต้องมาอีกไม่น้อย

ไหนๆมีโอกาสทองแล้ว ย่อมต้องรีดไถให้คุ้มค่า

"เดี๋ยวฉันสั่งให้ลูกน้องล็อกห้องไว้ให้ห้องนึง ต่อไปนายมาพักที่นี่ กินฟรีอยู่ฟรีตลอดชีพเลยเป็นไง?" เสิ่นคังยื่นข้อเสนอ

"ดูถูกกันหรือไง?! ต่อให้ผมนอนที่นี่ทุกคืน ปีนึงก็แค่ไม่กี่ล้าน เศษเงินแค่นี้คิดจะเอามาฟาดหัวผมเหรอ?" หวังฮ่าวหรานแค่นเสียงเย็น

เงินไม่กี่ล้าน เขาไม่เห็นอยู่ในสายตา

"แล้วแกจะเอายังไง?" เสิ่นคังขมวดคิ้ว

"คุณก็เป็นถึงนักธุรกิจใหญ่ ทำไมหัวช้าจังล่ะ?" หวังฮ่าวหรานทำหน้าเหนื่อยใจ

"แกจะเอาโรงแรมนี้?! ฝันไปเถอะ!" เสิ่นคังตะคอก

"ดูนี่หน่อยสิครับ" หวังฮ่าวหรานหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดคลิปวิดีโอให้ดู

เสิ่นคังชะโงกหน้าไปดู แล้วก็ต้องตกตะลึงจนตัวสั่น

ภาพในคลิปคือภาพเหตุการณ์ในห้องนี้ ชัดเจนแจ่มแจ้งทุกมุมมอง

เขาตัวสั่นเทิ้มด้วยความกลัว

กล้องวงจรปิดที่เขาแอบติดไว้เอง ทำไมภาพไปโผล่ในมือถือของไอ้เด็กนี่ได้?

ผีหลอกชัดๆ!

ถ้าหวังฮ่าวหรานมีคลิปนี้ ก็แปลว่าฉากที่เขาข่มขู่ถังปิงหยุนเมื่อกี้ถูกบันทึกไว้หมดแล้ว

หลักฐานมัดตัวแน่นหนา ดิ้นไม่หลุด

ชั่งน้ำหนักผลดีผลเสียแล้ว เสิ่นคังจำใจต้องยอมจำนน

"ในเมื่อหลานชายชอบโรงแรมนี้ อา... อาจะยกให้"

"ผมไม่ใช่โจรซะหน่อย ฟังให้ดีๆ ผมจะ 'ซื้อ' โรงแรมของคุณ ไม่ได้รับมาฟรีๆ" หวังฮ่าวหรานเน้นเสียง

"งั้น... หลานชายจะซื้อเท่าไหร่?" เสิ่นคังรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย อย่างน้อยขายถูกๆก็ยังดีกว่ายกให้ฟรี

"1 หยวน" หวังฮ่าวหรานชูนิ้วชี้ขึ้นมาหนึ่งนิ้ว

เสิ่นคังหน้ากระตุกไม่หยุด

โรงแรมห้าดาวมูลค่าเกือบสามร้อยล้าน จะขอซื้อในราคา 1 หยวน

ที่เจ็บปวดที่สุดคือ... เขาปฏิเสธไม่ได้!

"เดี๋ยวผมจะให้ทนายรีบร่างสัญญาโอนกิจการให้ครับ" เสิ่นคังก้มหน้าตอบอย่างขมขื่น

"ประธานเสิ่นนี่ใจป้ำจริงๆ" หวังฮ่าวหรานปรบมือชมเปาะ แล้วรินชาส่งให้เสิ่นคังแก้วหนึ่ง

"ดื่มชาดับร้อนหน่อยครับ ถือว่าเรื่องนี้จบกันแค่นี้ เลิกแล้วต่อกัน"

เสิ่นคังรับถ้วยชามาดื่มรวดเดียวหมด

เสียโรงแรมไปทั้งหลัง จะดื่มชาอีกสักแก้วจะเป็นไรไป

หวังฮ่าวหรานมองดูด้วยสายตาเวทนา

ในชาแก้วนั้น... มีส่วนผสมเดียวกับที่เหยียนกุยซานดื่มไปไม่ผิดเพี้ยน...

"นังตัวดี! ยืนโง่อยู่ทำไม กลับสิวะ!"

วางแก้วเสร็จ เสิ่นคังก็หันไปตวาดใส่ภรรยา แล้วลากตัวเธอออกจากห้องไป

ด้วยวิชาพิษระดับบรรพกาล หวังฮ่าวหรานสามารถฆ่าเสิ่นคังให้ตายแบบไร้ร่องรอยได้สบายๆ

แต่เสิ่นคังยังมีประโยชน์

เขาจะใช้เสิ่นคังเป็นเครื่องมือเล่นงานเหยียนกุยซานต่อ

"เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?" ถังปิงหยุนถามด้วยความแปลกใจ

"ผมปวดเอวน่ะ เลยโดดเรียนมานวด" หวังฮ่าวหรานแถเรื่อยเปื่อย

จริงๆแล้วตั้งแต่กินโอสถมังกรบำรุงพลัง เอวเขาก็ดีเกินมาตรฐานไปไกลโข

ดีขนาดที่ฉินหยุนหาน เหวินจิง และฟางเสวียนต้องร้องขอชีวิตกันเลยทีเดียว

"เป็นอะไรมากไหม? ไปหาหมอหรือยัง?" ถังปิงหยุนเป็นห่วง

"ไม่เป็นไรมากหรอกครับ แค่นั่งเรียนนานไปหน่อย นวดเดี๋ยวก็หาย" หวังฮ่าวหรานรีบเปลี่ยนเรื่อง ไม่อยากให้เธอซักไซ้

"ผมช่วยระบายแค้นให้แล้ว อารมณ์ดีขึ้นบ้างไหม?"

"อื้อ ดีขึ้นเยอะเลย" ถังปิงหยุนยิ้มออก

"เดี๋ยวพอเสิ่นคังส่งสัญญามา น้าช่วยส่งทนายไปเซ็นรับให้หน่อยนะ แล้วโอนเป็นชื่อน้าเลย ถือว่าเป็นค่าทำขวัญ" หวังฮ่าวหรานยกให้ดื้อๆ

"ฉันจะให้ทนายไปจัดการให้ แต่ใส่ชื่อเธอเถอะ ฉันไม่ขาดเงินหรอก" ถังปิงหยุนปฏิเสธ

"โอเค ตามใจครับ" หวังฮ่าวหรานรับไว้แบบไม่ขัดศรัทธา แล้วเริ่มบ่น

"คราวหน้าคราวหลังระวังตัวหน่อยสิครับ ทำไมถึงหลงกลคุณนายเสิ่นง่ายๆแบบนี้?"

"ก็เขาบอกว่าจะซื้อหยกงบ 15 ล้าน ฉันคำนวณดูแล้วกำไรหลายล้าน ก็เลยรีบมาไง"

"น้ารวยจะตาย เงินไม่กี่ล้านยังจะสนอีกเหรอ?" หวังฮ่าวหรานเหน็บ

"หลายล้านก็เงินนะ ใครจะไปรังเกียจเงินล่ะ?" ถังปิงหยุนทำหน้ามุ่ย

"ทีหลังจำไว้เป็นบทเรียนนะครับ ห้ามออกมาพบลูกค้าคนเดียวแบบนี้อีก"

"รู้แล้วน่า ต่อไปฉันจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว"

พูดจบ โทรศัพท์ของถังปิงหยุนก็ดังขึ้น

ผู้เฒ่าถังโทรมา

ช่วงนี้เธอไม่อยากคุยกับปู่เลย เพราะกลัวโดนคะยั้นคะยอเรื่องแต่งงาน

แต่สุดท้ายก็จำใจต้องกดรับ

"ปิงหยุน ผลตรวจร่างกายกว่าจะออกคงอีกนาน ปู่หาฤกษ์งามยามดีได้แล้ว หลานกับกุยซานหมั้นกันไปก่อนเถอะ หาเวลาไปลองชุดเจ้าสาวด้วยล่ะ"

*****

จบบทที่ บทที่ 120: ค่าทำขวัญ

คัดลอกลิงก์แล้ว