เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 115: ฟางเสวียนขอความช่วยเหลือ

บทที่ 115: ฟางเสวียนขอความช่วยเหลือ

บทที่ 115: ฟางเสวียนขอความช่วยเหลือ


ช่วงหัวค่ำ

ณ ลานว่างใต้แฟลตเก่าซอมซ่อ กลุ่มมนุษย์ป้ากำลังรวมตัวเต้นแอโรบิกเข้าจังหวะอย่างเมามัน

ฟางเสวียนเลิกงาน ปั่นจักรยานสาธารณะกลับมาถึงบ้าน

ป้าๆแถวนี้เป็นเพื่อนบ้านกันทั้งนั้น รู้จักมักคุ้นกับฟางเสวียนเป็นอย่างดี

ฟางเสวียนยิ้มทักทายป้าๆขาแดนซ์ตามมารยาท

ทันใดนั้น ป้าคนหนึ่งก็ปรี่เข้ามาหา ทำหน้าที่แม่สื่อแม่ชัก พ่นน้ำลายแตกฟองสาธยายสรรพคุณฝ่ายชาย

บอกว่าเป็นผู้บริหารบริษัทใหญ่ เงินเดือนปีละห้าแสนหยวน เคยแต่งงานมาแล้วครั้งหนึ่ง มีลูกติดสองคน

ฟางเสวียนปฏิเสธเสียงแข็งทันที

ต่อให้เธอเสียสติ เธอก็ไม่มีวันแต่งงานกับคนแบบนั้น

แต่ป้าแม่สื่อกลับไม่พอใจ

เพราะฝ่ายชายที่ว่าคือญาติของแกเอง พอเห็นฟางเสวียนปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยก็เริ่มด่าทอ

ขุดเรื่องที่บ้านฟางเสวียนเป็นหนี้ท่วมหัว มีน้องชายวัยยี่สิบเกาะกิน แถมพ่อแม่ยังป่วยเป็นภาระ

สภาพแบบนี้มีคนมาขอก็บุญหัวแล้ว ยังจะมาเลือกมาก รังเกียจคนเคยแต่งงานอีก

ป้าๆปากตลาดพวกนี้ฝีปากกล้า ฟางเสวียนเถียงสู้ไม่ได้จึงเลือกที่จะเดินหนี

แต่ป้าแกไม่ยอมจบ เดินมาดักหน้าไม่ให้ไป

จังหวะนั้นเอง เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องก็ดังขึ้น

ทุกคนหันไปมอง เห็นซูเปอร์คาร์สีทองอร่ามแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าป้าแม่สื่อ

เหล่าป้าๆตาลุกวาว รถหรูระยับแบบนี้เคยเห็นแต่ในทีวี ไม่นึกว่าชีวิตนี้จะได้เห็นคันเป็นๆ

ฟางเสวียนเองก็แปลกใจ

แถวนี้มีแต่แฟลตโทรมๆ คนหาเช้ากินค่ำ รถหรูขนาดนี้มาทำอะไรที่นี่?

ลูกเศรษฐีคนไหนหลงทางมาหรือเปล่า?

ทุกคนสงสัยใคร่รู้

ไม่นาน ประตูปีกนกก็ยกขึ้น คนที่ก้าวลงมาทำเอาทุกคนอ้าปากค้างจนแว่นแทบหลุด

ฟางเหิง!

"อาเหิง... รถคันนี้..." ฟางเสวียนมองด้วยความงุนงง

"แลมโบร์กินีอเวนทาดอร์ เป็นไงพี่ เท่ไหมล่ะ?" ฟางเหิงยืดอกคุยโวอย่างภาคภูมิใจ

"นาย... นายซื้อมาเหรอ?!" ฟางเสวียนตกตะลึง

"ใช่แล้ว" ฟางเหิงพยักหน้า

"เท่าไหร่?"

"ตัวท็อปสุด รวมค่าดำเนินการนู่นนี่นั่นก็เก้าล้านแปดแสนหยวนเอง" ฟางเหิงตอบสบายๆ

โอ้โห!!!

บรรดาป้าๆฮือฮากันยกใหญ่

ไอ้หนูฟางมันรวยขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? ซื้อรถคันละเกือบสิบล้านได้!

ป้าๆเลิกเต้นแอโรบิกทันที กรูเข้าไปรุมล้อมฟางเหิง เสนอตัวเป็นแม่สื่อหาคู่ให้อย่างกระตือรือร้น

ปกติฟางเหิงมักโดนป้าพวกนี้ค่อนขอดดูถูก วันนี้ได้ทีเอาคืน รู้สึกสะใจพิลึก

มีเงินนี่มันดีจริงๆแฮะ

แต่ความสุขของฟางเหิงอยู่ได้ไม่นาน เมื่อหันไปเห็นพี่สาวทำหน้าบึ้งตึง

ดูท่าทางไม่พอใจอย่างแรง เผลอๆจะโกรธจัดด้วยซ้ำ

ในขณะเดียวกัน

หวังฮ่าวหรานที่อยู่อีกที่หนึ่งก็ได้รับแจ้งเตือนจากระบบ

[ติ๊ง! โฮสต์บงการอยู่เบื้องหลัง ทำให้ตัวเอก 'ฟางเหิง' โชว์พาวล้มเหลวต่อหน้านางเอก 'ฟางเสวียน' ได้รับแต้มวายร้าย 300 แต้ม!]

หวังฮ่าวหรานชะงัก

เขาเพิ่งแยกกับถังปิงหยุน กำลังจะไปหาฉินหยุนหานที่หอพัก

พอเห็นข้อความนี้ เขารีบเปิดระบบดักฟังในโทรศัพท์เพื่อฟังสถานการณ์ฝั่งฟางเสวียนทันที

"พี่ ผมซื้อรถแค่เก้าล้านกว่าเอง อาจจะแพงไปนิด แต่เทียบกับเงินที่ผมหาได้มันจิ๊บจ๊อยน่า" ฟางเหิงเถียงกลับ

คำพูดนั้นยิ่งราดน้ำมันลงบนกองไฟในใจฟางเสวียน

เงินที่เขาหาได้?

ถ้าเธอไม่เอาตัวเข้าแลก ไอ้โง่นี่จะหาเงินได้สักแดงไหม!

ฟางเสวียนตั้งใจจะเก็บเงินสิบล้านนั่นไว้รักษาพ่อแม่

แต่นี่ฟางเหิงดันเอาไปละลายกับซูเปอร์คาร์

แถมยังเลือกรุ่นท็อปอีกต่างหาก

เท่าที่เธอรู้ แลมโบร์กินีอเวนทาดอร์ รุ่นเริ่มต้น หกล้านกว่าก็ซื้อได้แล้ว

แต่นี่เล่นจัดตัวท็อปมาเลย

บ้าไปแล้ว!

"พรุ่งนี้นายเอารถไปคืนซะ" ฟางเสวียนสั่งเสียงเขียว

"พี่ ทำไมต้องคืนล่ะ?" ฟางเหิงไม่เข้าใจ

"วันนี้โรงพยาบาลโทรมาบอกว่าได้ไตที่เข้ากับแม่แล้ว ตอนนี้เตรียมผ่าตัดได้เลย แต่ค่าใช้จ่าย ทั้งค่าผ่าตัด ค่าพักฟื้น รวมๆแล้วต้องใช้เกือบสองล้าน" ฟางเสวียนอธิบาย

"ได้ไตแล้วเหรอ? ดีเลย!" ฟางเหิงยิ้มร่า ก่อนจะพูดต่อ

"พี่ก็มีเงินตั้งเกือบยี่สิบล้านไม่ใช่เหรอ ก็ใช้เงินส่วนของพี่สิ"

"ฉัน..." ฟางเสวียนพูดไม่ออก

เธอไม่มีเงินสักบาท

ของเก่าปลอมๆที่ฟางเหิงเอาไปขายหวังฮ่าวหราน เธอไม่อยากให้หวังฮ่าวหรานเสียเงินฟรี ก็เลยโอนคืนไปให้หมดแล้ว

แต่เธอจะบอกความจริงอันน่าอับอายนี้กับน้องชายได้ยังไง

"รถมันก็แค่พาหนะ นายจะซื้อแพงๆไปทำไม พรุ่งนี้เอาไปคืนซะ" ฟางเสวียนยื่นคำขาด

"ไม่เอา! คืนตอนนี้ก็ขาดทุนยับสิพี่ อีกอย่างผมชอบคันนี้มาก ผมไม่คืนเด็ดขาด!" ฟางเหิงดื้อแพ่ง

"นี่นายไม่ฟังพี่แล้วใช่ไหม?" ฟางเสวียนเริ่มโมโห

"พี่ เงินนี้ผมหามาเอง ผมจะใช้อะไรมันก็เรื่องของผม"

"นาย!" ฟางเสวียนเงื้อมือจะตบหน้าน้องชาย

แต่สุดท้ายก็ชะงัก ตบไม่ลง

เธอถอนหายใจ เดินเลี่ยงออกมา แล้วกดโทรออก

ฟางเหิงหัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอมขายรถ แล้วจะเอาเงินที่ไหนมารักษาแม่?

คนเดียวที่เธอนึกถึงตอนนี้คือ... หวังฮ่าวหราน

หวังฮ่าวหรานเห็นสายเรียกเข้าจากฟางเสวียน

เมื่อกี้เขาได้ยินบทสนทนาทั้งหมดแล้ว

เขารู้ทันทีว่าฟางเสวียนโทรมาทำไม

แต่เขาจงใจแกล้งไม่รับสาย ปล่อยให้รออีกหน่อย

ฟางเสวียนคิดว่าเขาคงยุ่ง เลยเว้นระยะสักพักแล้วโทรใหม่

หวังฮ่าวหรานก็ยังไม่รับ

ฟางเสวียนร้อนใจเหมือนมดไต่กระทะ ร้อนรนจนทำอะไรไม่ถูก

หวังฮ่าวหรานเห็นว่าแกล้งพอสมควรแล้ว จึงโทรกลับ

"ฉันอยากเจอคุณ... ที่โรงแรมเดิม... ได้ไหม?" ฟางเสวียนรีบเสนอตัวทันทีที่เขารับสาย

"ฉันนัดคนอื่นไว้แล้ว วันหลังแล้วกัน" หวังฮ่าวหรานโกหกหน้าตาย

"ไม่เป็นไร ฉันรอได้ จะนานแค่ไหนก็รอ" ฟางเสวียนอ้อนวอน

"โตๆกันแล้ว ฉันบอกว่านัดคนไว้ ฟังไม่เข้าใจเหรอ?" หวังฮ่าวหรานเริ่มวางหลุมพราง

ฟางเสวียนชะงัก เข้าใจความหมายทันที

ใช่สิ... คนเลวอย่างเขา จะมีผู้หญิงแค่คนเดียวได้ยังไง

"คุณ... คุณเลื่อนนัดไม่ได้เหรอ? ให้ฉัน... ไปแทน..." ฟางเสวียนยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดเพื่อเงินรักษาแม่

"ฉันให้ความสำคัญกับทุกคนเท่าเทียมกัน จะไล่คนอื่นเพื่อเธอคงไม่ได้" หวังฮ่าวหรานเสียงแข็ง ก่อนจะทิ้งบอมบ์ลูกใหญ่

"แต่ถ้าเธอไม่ถือ... จะมาเหมา 'แซนด์วิช' ก็ได้นะ"

ฟางเสวียนอึ้งจนพูดไม่ออก

"งั้นแค่นี้นะ บาย" หวังฮ่าวหรานทำท่าจะวางสาย

"อย่าเพิ่งวาง!" ฟางเสวียนตะโกนห้าม สูดหายใจลึก ก่อนจะกลั้นใจถาม "ที่ไหน?"

"ที่เดิม"

*****

จบบทที่ บทที่ 115: ฟางเสวียนขอความช่วยเหลือ

คัดลอกลิงก์แล้ว