- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 102: ซ้อนแผน
บทที่ 102: ซ้อนแผน
บทที่ 102: ซ้อนแผน
"ได้ๆ จะเปิดเดี๋ยวนี้แหละ"
หวังฮ่าวหรานทำทีเป็นไม่รู้เรื่อง ค่อยๆเลื่อนประตูเปิดออกช้าๆ ในขณะที่ใช้ตาทิพย์จับตาดูความเคลื่อนไหวของเซียวอี้เฟิงอย่างไม่กระพริบตา
เห็นได้ชัดว่าเซียวอี้เฟิงทำนิ้วเตรียมจี้จุด
เหมือนที่ทำกับฉินหยุนหานเด๊ะเลย กะจะจี้ให้สลบสินะ
จะชิงลงมือก่อนฟาดฝ่ามือใส่สักทีก็ไม่เลว แต่เซียวอี้เฟิงระวังตัวแจเลย
วิธีนี้ไม่ชัวร์
หวังฮ่าวหรานตัดสินใจยกเลิกแผนนี้
เซียวอี้เฟิงยื่นมือเข้ามา จิ้มเข้าที่จุดชีพจรของหวังฮ่าวหราน
หวังฮ่าวหรานรีบโคจรลมปราณต้านรับไว้ แต่แกล้งทำเป็นสลบเหมือด ล้มพับลงไปกองกับพื้น
เขารอจังหวะเหมาะๆที่จะสวนกลับให้ทีเดียวจอด
เมื่อเห็นหวังฮ่าวหรานสลบไปแล้ว เซียวอี้เฟิงก็ยืนมองเหยียดๆ พลางแสยะยิ้มพึมพำกับตัวเอง
"หึ คุณหนูเป็นของฉัน ไอ้ลูกเศรษฐีหน้าโง่อย่างแกบังอาจมายุ่งกับคุณหนู เดี๋ยวจะทำให้เป็นขันทีซะ ดูซิว่ายังจะมีหน้ามายุ่งกับคุณหนูอีกไหม แกหาเรื่องใส่ตัวเองนะ!"
เชี่ยเอ๊ย!
ได้ยินที่เซียวอี้เฟิงบ่นพึมพำ หวังฮ่าวหรานถึงกับตะลึง
ตัวเอกคนนี้แม่งจิตใจอำมหิตใช้ได้ เพื่อแย่งผู้หญิง ถึงกับจะใช้วิชาแพทย์มาทำร้ายคน
เอ็งเป็นตัวเอกนะเว้ย เป็นฝ่ายธรรมะ!
วิชาแพทย์มีไว้รักษาคน ไม่ใช่เอามาทำเรื่องต่ำทรามแบบนี้!
แต่ก็นั่นแหละ ในนิยายแนวนี้ ตัวเอกบางคนก็ใจดำอำมหิตกับตัวร้ายอยู่แล้ว คนอ่านก็คงสะใจที่เห็นตัวร้ายโดนจัดการ
แต่ในมุมของหวังฮ่าวหรานที่เป็นตัวร้าย บอกเลยว่า... ไม่ขำด้วยโว้ย!
บัดซบ!
ฆ่าแม่งเลยดีไหม?
ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวทันที
เขาใช้ตาทิพย์มองลอดเปลือกตาที่ปิดสนิท เห็นทุกการกระทำของเซียวอี้เฟิง
แต่พอมองดีๆ หวังฮ่าวหรานก็เริ่มหนักใจ
เซียวอี้เฟิงตั้งการ์ดระวังตัวตลอดเวลา แทบไม่มีช่องว่างให้ลอบโจมตีเลย
ไม่ใช่ว่าเซียวอี้เฟิงรู้ว่าเขาแกล้งสลบ แต่ท่าทางการระวังตัวแบบนี้เป็นสัญชาตญาณของยอดฝีมือที่ผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโชน
แม้จะอยู่ต่อหน้าคนที่ดูไร้พิษสง ร่างกายก็พร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินเสมอ
คิดไปคิดมา หวังฮ่าวหรานตัดสินใจเล่นตามน้ำไปก่อน 'ซ้อนแผน' มันซะเลย
เซียวอี้เฟิงค่อยๆนั่งยองๆ ฝังเข็มเงินเข้าที่ตำแหน่งไตของหวังฮ่าวหราน
ลมปราณสายหนึ่งไหลผ่านเข็มเงินเข้าสู่ร่างกาย
หวังฮ่าวหรานรู้ทันที มันกะจะใช้ลมปราณทำลายสมรรถภาพทางเพศของเขา
แต่หวังฮ่าวหรานไม่กลัวสักนิด
เรื่องกำลังภายใน เขาเหนือกว่าเซียวอี้เฟิงเห็นๆ
ไม่นาน เซียวอี้เฟิงก็เก็บเข็ม
"อยากเห็นหน้าแกตอนรู้ตัวว่า 'นกเขาไม่ขัน' จริงๆ แต่เสียดายที่อยู่ดูไม่ได้"
เซียวอี้เฟิงยิ้มร่าอย่างมีความสุข
โดยหารู้ไม่ว่าลมปราณที่มันเพิ่งส่งเข้าไปถูกหวังฮ่าวหรานขับออกจนเกลี้ยงแล้วตั้งแต่ยังพูดไม่จบประโยค
เซียวอี้เฟิงแง้มประตูดูลาดเลา พอเห็นว่าทางสะดวก ก็ปิดประตูแล้วหายวับไปกับความมืดอย่างรวดเร็ว
เขาจากไปอย่างสบายใจเฉิบ เพราะมั่นใจว่าหวังฮ่าวหรานหมดสภาพไปแล้ว ปล่อยให้อยู่กับฉินหยุนหานสองต่อสองก็ไม่มีปัญหา
หวังฮ่าวหรานอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง
เขาลุกขึ้นจากพื้น เดินไปเขย่าตัวฉินหยุนหานให้ตื่น
"ฉัน... ฉันเป็นอะไรไป?" ฉินหยุนหานงัวเงียถาม
"เมื่อกี้มีคนบุกเข้ามา ทำร้ายฉันสลบไป เธอไม่เป็นไรนะ?" หวังฮ่าวหรานแกล้งทำมึนๆ
"ใช่! นึกออกแล้ว ครูฉีใช่ไหม?!" ฉินหยุนหานได้สติ จำเหตุการณ์ก่อนสลบได้
"ไม่ใช่ครูฉีที่ไหนหรอก เซียวอี้เฟิงต่างหาก ตอนกึ่งหลับกึ่งตื่นฉันเห็นหน้ามัน" หวังฮ่าวหรานฟันธง
"ไอ้บ้านนอกเซียวอี้เฟิงเหรอ? แล้วมันทำร้ายพวกเราให้สลบทำไม?" ฉินหยุนหานโกรธจัด
"มันคงเล็งมาที่ฉันแหละ ดูที่เอวฉันสิ"
ฉินหยุนหานเพ่งมอง เห็นรอยเลือดเล็กๆเหมือนรอยเข็มบนผิวหนังของเขา
"นี่มันอะไร?!" เธอถามอย่างตื่นตระหนก
"ตอนสะลึมสะลือ ฉันรู้สึกเหมือนโดนเข็มทิ่มที่เอว" หวังฮ่าวหรานเริ่มดราม่า ตีหน้าเศร้าสุดชีวิต
"ฉันเคยอ่านเจอในตำราแพทย์ เขาว่าหมอเก่งๆ แค่ใช้เข็มเล่มเดียวก็ทำให้ผู้ชาย... หมดสมรรถภาพได้ เซียวอี้เฟิงคงอิจฉาที่เราสนิทกัน ก็เลย..."
พูดไม่ทันจบ หวังฮ่าวหรานก็แกล้ง "สะอื้น" จนพูดต่อไม่ได้
"ไอ้สารเลวนั่น! กล้าทำเรื่องบัดซบแบบนี้เชียวเหรอ!" ฉินหยุนหานโกรธจนตัวสั่น "ฉันจะฟ้องพ่อ ให้พ่อจัดการมัน!"
"อย่า!" หวังฮ่าวหรานทำหน้าน่าสงสาร "เรื่องน่าอายแบบนี้ขืนรู้ถึงหูคนอื่น ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน อีกอย่างเราไม่มีหลักฐาน เซียวอี้เฟิงมันต้องปฏิเสธหัวชนฝาแน่"
"แต่... จะปล่อยมันไปเฉยๆแบบนี้เหรอ?" ฉินหยุนหานทั้งแค้นทั้งสับสน
"ฉันก็ไม่อยากปล่อยมันไปหรอก แต่เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้ เป็นผู้ชายแต่ไร้น้ำยา... ฉัน... ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว" หวังฮ่าวหรานทำหน้า "สิ้นหวัง"
"ไม่นะ! อย่าคิดสั้นนะ!" ฉินหยุนหานตกใจจนน้ำตาไหลพราก
"บ้านนายรวยจะตาย อนาคตก็ยังอีกไกล อย่าเพิ่งยอมแพ้สิ"
"มีเงินล้นฟ้าแต่ไม่ได้อยู่กับผู้หญิงที่รักจะมีประโยชน์อะไร ตายซะยังดีกว่า" หวังฮ่าวหรานถอนหายใจเฮือกใหญ่
คำพูดนั้นบาดลึกเข้าไปในใจฉินหยุนหาน
เพราะเธอทึกทักเอาเองว่า "ผู้หญิงที่รัก" ที่เขาพูดถึงคือตัวเธอเอง
"ไม่! ฉันจะอยู่กับนายเอง ฉันจะแต่งงานเป็นภรรยานาย เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป ไม่แยกจากกัน" ฉินหยุนหานกลัวเขาคิดสั้น จึงทิ้งความเขินอายสารภาพความในใจออกมาจนหมดเปลือก
"จริงเหรอ? แต่เธอ... เธอไม่รังเกียจฉันเหรอ?"
"นายไม่เคยได้ยินเรื่อง 'ความรักแบบเพลโต[1]' เหรอ? คนรักกันไม่จำเป็นต้องมี... เรื่องแบบนั้นก็ได้นี่นา" ฉินหยุนหานหน้าแดงระเรื่อ
"แต่ฉันไม่อยากให้เธอได้รับแค่ความรักทางใจนี่นา" หวังฮ่าวหรานเห็นว่าปูทางมาได้ที่แล้ว ดราม่าได้ระดับ จึงเริ่มเข้าเรื่อง
"ฉันเคยอ่านเจอว่าการฝังเข็มแบบนี้ต้องใช้เวลาสามวันกว่าจะออกฤทธิ์เต็มที่ แปลว่าอีกสามวันฉันถึงจะใช้งานไม่ได้... ถ้าอย่างนั้น..."
ฉินหยุนหานชะงัก หน้าแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม
เธอเข้าใจความหมายที่เขาต้องการสื่อทันที
แต่มันกะทันหันเกินไป เธอไม่ได้เตรียมใจมาเลย
แต่พอคิดอีกที หวังฮ่าวหรานเจอเรื่องร้ายแรงขนาดนี้ ถ้าเธอปฏิเสธ เขาคงเสียใจแย่
เกิดคิดสั้นฆ่าตัวตายขึ้นมาจริงๆจะทำยังไง?
และอีกอย่าง...
ไหนๆเธอก็ตัดสินใจจะแต่งงานกับเขาอยู่แล้ว ในเมื่อเขายัง 'ใช้งานได้' อยู่ ก็ถือซะว่าสร้างความทรงจำดีๆร่วมกันจะเป็นไรไป?
ดีกว่าต้องถือพรหมจรรย์ไปจนแก่ตายไม่ใช่เหรอ?
"ฮ่าวหราน... นาย... นายช่วยพูดว่ารักฉันหน่อยได้ไหม? ฉัน... ฉันอยากได้ยิน"
อย่างน้อยๆเขาก็ยังไม่เคยบอกรักเธออย่างเป็นทางการเลย
สำหรับตัวร้ายอย่างเขา การโกหกเป็นเรื่องพื้นฐานอยู่แล้ว หวังฮ่าวหรานจึงเอ่ยคำรักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนฝันทันที
"หยุนหาน ฉันรักเธอ รักเธอตลอดไป จะรักเธอตราบนานเท่านาน"
ฉินหยุนหานฟังแล้วรู้สึกซาบซึ้งใจจนแทบละลาย
เหมือนหัวใจดวงน้อยๆกำลังหลอมเหลว
"ฮ่าวหราน ฉันก็รักนาย จะรักตลอดไป จนกว่าชั่วฟ้าดินสลาย..."
*****
[1] Platonic Love คือความรักหรือความผูกพันแบบไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องทางเพศหรือความโรแมนติก แต่เป็นความรักที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ ความเข้าใจ ความเคารพ ความจริงใจ และสายสัมพันธ์ทางจิตใจ