- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 103: แขกไม่ได้รับเชิญ
บทที่ 103: แขกไม่ได้รับเชิญ
บทที่ 103: แขกไม่ได้รับเชิญ
[ติ๊ง! โฮสต์ครอบครองนางเอก 'ฉินหยุนหาน' ครั้งแรก ได้รับแต้มวายร้าย 1,000 แต้ม, ออร่าตัวเอกของเซียวอี้เฟิง -50, ออร่านางเอกของฉินหยุนหาน -50, ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +100!]
[ติ๊ง! นางเอก 'ฉินหยุนหาน' ค่าความประทับใจที่มีต่อโฮสต์เพิ่มขึ้น +15 ปัจจุบันค่าความประทับใจรวมคือ 90 (รักชั่วนิรันดร์)]
[ติ๊ง! โฮสต์เปลี่ยนแปลงทิศทางของเนื้อเรื่อง ได้รับแต้มวายร้าย 300 แต้ม!]
หวังฮ่าวหรานได้รับรางวัลก้อนโตตามปรารถนา
เขาก้มลงมองฉินหยุนหานที่กำลังอิงแอบแนบชิดอยู่ในอ้อมอก
ที่หางตาของเธอ มีคราบน้ำตาจางๆหลงเหลืออยู่
มันคือน้ำตาแห่งความสุข
วันรุ่งขึ้น
เซียวอี้เฟิงมาที่ฉินกรุ๊ปตามปกติ
"อี้เฟิง เรื่องเจ้าสัวสามคนนั่นได้ความว่ายังไงบ้าง?" ฉินไคถามเข้าประเด็นทันที
"ตอนนี้ยังไม่พบความผิดปกติอะไรครับ แต่ผมจะตามสืบต่อไป ถ้าพวกเขามีความเคลื่อนไหวเมื่อไหร่ ผมต้องรู้แน่นอน" เซียวอี้เฟิงตอบมั่วซั่วไปเรื่อย
เมื่อคืนเขามัวแต่วุ่นวายกับการจัดการหวังฮ่าวหราน เลยไม่ได้ไปสืบเรื่องสามคนนั้นแม้แต่นิดเดียว
ฉินไคไม่ได้สงสัยอะไร แต่จู่ๆก็เปลี่ยนเรื่อง
"จริงสิ ที่เธอบอกว่าเห็นหยุนหานกับฮ่าวหรานใกล้ชิดกันมาก เรื่องจริงใช่ไหม?"
"จริงครับ ผมเห็นกับตาว่าพวกเขาเดินจับมือกัน ดูสนิทสนมมาก" เซียวอี้เฟิงยืนยัน
ถึงเขาจะรับปากฉินหยุนหานว่าจะไม่พูดเรื่องบาร์ แต่ไม่ได้สัญญาว่าจะไม่พูดเรื่องอื่นนี่นา
"เฮ้อ... สงสัยอาคงต้องหาเวลาคุยกับหยุนหานจริงๆจังๆสักที" ฉินไคถอนหายใจ
เซียวอี้เฟิงได้ยินดังนั้นก็ดีใจจนเนื้อเต้น แต่ก็แสร้งถามด้วยความสงสัย
"คุณอาฉิน ก่อนหน้านี้คุณอาบอกว่าจะปล่อยให้เป็นเรื่องของธรรมชาติไม่ใช่เหรอครับ? ทำไมจู่ๆถึงเปลี่ยนใจล่ะ?"
"เมื่อวานอาคุยกับเพื่อนเก่า เขาบ่นให้ฟังว่าลูกสาวอายุไม่ถึง 20 ท้องกับผู้ชาย อาเลย..." ฉินไคพูดไม่จบประโยค แต่สีหน้าบ่งบอกถึงความกังวลชัดเจน
เขาอดไม่ได้ที่จะเอาเรื่องเพื่อนมาเปรียบเทียบกับตัวเอง
ฉินหยุนหานก็เพิ่งจะ 18 พอดี
เขากลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยลูกสาวตัวเอง
ถึงเขาจะไม่ห้ามเรื่องความรัก แต่ถ้าเกิดเรื่องแบบลูกสาวเพื่อน เขาคงรับไม่ได้
ฉินหยุนหานอายุเท่านี้มีความรักได้ แต่ถ้าถึงขั้นมีลูก มันเร็วเกินไป
อีกอย่าง ฉินไคก็เป็นบุคคลมีชื่อเสียงในเมืองชิงหลิง ถ้าลูกสาวคนเดียวท้องตั้งแต่วัยเรียน ชื่อเสียงของฉินกรุ๊ปคงเสียหายยับเยิน
และที่สำคัญที่สุด เขาเป็นห่วงสภาพจิตใจของลูกสาว
ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาจริงๆ คงได้แต่นั่งเสียใจภายหลัง
เซียวอี้เฟิงฟังแล้วก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดขำออกมาแล้วพูดปลอบ
"คุณอาฉินครับ เรื่องนี้คุณอากังวลเกินไปแล้ว มันไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอนครับ"
เขาใช้เข็มเงินส่งลมปราณเข้าไปทำลายสมรรถภาพของหวังฮ่าวหรานเรียบร้อยแล้ว
ตอนนี้หวังฮ่าวหรานก็เป็นแค่เสือไร้เขี้ยวเล็บ
ต่อให้คุณหนูเสนอตัวให้ หวังฮ่าวหรานก็ไม่มีปัญญาทำอะไรเธอได้หรอก
ฉินไคแค่ตื่นตูมไปเอง
"ทำไมเธอถึงมั่นใจขนาดนั้น?" ฉินไคถามด้วยความแปลกใจ
"ก็คุณอาบอกเองไม่ใช่เหรอครับว่าหวังฮ่าวหรานเป็นเด็กดีมีมารยาท ถึงจะคบหากับคุณหนูก็คงไม่กล้าทำอะไรเกินเลยง่ายๆหรอก อีกอย่างคุณหนูก็เป็นคนรักนวลสงวนตัว ผมถึงกล้าพูดไงครับว่าสิ่งที่คุณอากังวลมันไม่มีทางเกิดขึ้น"
เซียวอี้เฟิงย่อมพูดความจริงไม่ได้ จึงแต่งเรื่องขึ้นมากลบเกลื่อน
"ก็จริงของเธอ ฮ่าวหรานคงไม่ทำเรื่องแบบนั้นหรอก ส่วนหยุนหานถึงจะเอาแต่ใจไปบ้าง แต่ก็รู้จักวางตัวดี" ฉินไคเริ่มคลายกังวล
"ท่านประธานครับ มีผู้หญิงอายุประมาณ 40 มาขอพบ ไม่ได้นัดไว้ ชื่อเธอก็ไม่ยอมบอก บอกแค่ว่ามาจาก 'หุบเขาเฟิ่งซี' ครับ" ผู้ช่วยเดินเข้ามารายงาน
ตอนแรกที่ได้ยินคำว่า "ไม่ได้นัดไว้" ฉินไคกะจะไล่กลับไป แต่พอได้ยินคำว่า "หุบเขาเฟิ่งซี" เขาก็สะดุ้งสุดตัว หน้าถอดสีทันที
"รีบเชิญเธอเข้ามาเดี๋ยวนี้!" ฉินไคสั่งเสียงรัวเร็ว
ผู้ช่วยตกใจกับปฏิกิริยาของเจ้านาย
เขาเพิ่งเคยเห็นฉินไคหลุดมาดขนาดนี้เป็นครั้งแรก แต่ในฐานะผู้ช่วยที่ดี การไม่สอดรู้เรื่องเจ้านายคือกฎเหล็ก
"ครับท่านประธาน" ผู้ช่วยรับคำแล้วรีบวิ่งออกไป
"คุณอาฉิน... เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?" เซียวอี้เฟิงสังเกตเห็นความผิดปกติของฉินไค
ฉินไคเหม่อลอยไปครู่ใหญ่ นานกว่าจะตอบกลับมาสั้นๆว่า "ไม่เป็นไร"
เซียวอี้เฟิงยิ่งสงสัยหนักเข้าไปอีก
ไม่นาน ผู้ช่วยก็นำทางหญิงวัยกลางคนเข้ามา
เธอมีดวงตาเรียวรีดุจตาหงส์ ใบหน้ารูปไข่ และมีไฝแดงเม็ดเล็กๆประดับอยู่ตรงหว่างคิ้ว
แม้จะมีริ้วรอยตามวัย แต่โครงหน้าและเครื่องหน้ายังคงเค้าความงาม บ่งบอกว่าสมัยสาวๆต้องเป็นหญิงงามล่มเมืองแน่ๆ
"มะ... ไม่ใช่เธอ... ใช่สิ เธอจะมาที่นี่ได้ยังไง..."
เมื่อเห็นหน้าหญิงสาวตาหงส์ ฉินไคก็พึมพำกับตัวเองด้วยความผิดหวังและอาลัยอาวรณ์
แต่เขาก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
"คุณบอกว่ามาจากหุบเขาเฟิ่งซี คุณเป็นใคร? แล้วเกี่ยวข้องอะไรกับ... เธอ?" ฉินไคถาม
"ข้าชื่อเฟิ่งหรง เป็นน้องสาวของนาง วันนี้ข้ามาเยี่ยมบุตรสาวแทนนาง" หญิงสาวตาหงส์ตอบ
ฉินไคพยักหน้าเข้าใจ
คนจากหุบเขาเฟิ่งซีจะใช้แซ่ 'เฟิ่ง(หงส์)' ภรรยาของเขาหรือก็คือแม่ของฉินหยุนหานชื่อว่า 'เฟิ่งอวิ๋น'
แต่ด้วยเหตุผลบางประการ เฟิ่งอวิ๋นไม่สามารถออกจากหุบเขาเฟิ่งซีได้
นับดูแล้ว ฉินไคกับภรรยาต้องแยกจากกันมานานถึง 18 ปี
"เธอสบายดีไหม?" แววตาของฉินไคเต็มไปด้วยความคิดถึง
"ท่านพี่สบายดี เจ้าไม่ต้องห่วง" เฟิ่งหรงตอบสั้นๆ ก่อนจะถามหาหลานสาว
"แล้วบุตรสาวท่านพี่ล่ะ?"
"คุณเดินทางมาไกล ให้ผมได้ต้อนรับขับสู้บ้างเถอะ เดี๋ยวค่ำๆผมจะพาคุณไปหาหยุนหาน" ฉินไคอยากยื้อเวลาเพื่อสอบถามความเป็นอยู่ของภรรยาให้มากขึ้น
พูดจบ เขาก็สั่งให้ผู้ช่วยไปจองโรงแรมให้เฟิ่งหรงพักผ่อน
"เธอเป็นวรยุทธ์"
เมื่อผู้ช่วยพาเฟิ่งหรงออกไปแล้ว เซียวอี้เฟิงก็เอ่ยขึ้นทันที
เฟิ่งหรงไม่ได้ปิดบังกำลังภายในของตนเอง ทุกย่างก้าวแผ่วเบา ลมหายใจลึกยาวสม่ำเสมอ
นี่คือลักษณะของผู้ฝึกวรยุทธ์
ถ้าเซียวอี้เฟิงดูไม่ออกสิแปลก
"อืม" ฉินไคพยักหน้าเรียบๆ ไม่ได้ดูแปลกใจอะไร
"ผมเคยได้ยินตาเฒ่าเล่าให้ฟังว่าหุบเขาเฟิ่งซีเป็นสำนักยุทธ์สันโดษที่สืบทอดกันมาเป็นร้อยปี แต่กฎระเบียบเคร่งครัดมาก ไม่นึกเลยว่าภรรยาของคุณอาฉินจะเป็นคนของสำนักยุทธ์" เซียวอี้เฟิงรู้สึกทึ่ง
สำนักยุทธ์สันโดษพวกนี้ให้ความสำคัญกับพรสวรรค์ในการฝึกยุทธ์มาก มักจะเข้มงวดเรื่องการเลือกคู่ครองของศิษย์ในสำนัก
เพื่อรักษาพันธุกรรมที่ยอดเยี่ยมเอาไว้
ฉินไคเป็นแค่นักธุรกิจธรรมดา ตามหลักแล้วไม่น่าจะไปข้องเกี่ยวกับคนจากหุบเขาเฟิ่งซีได้เลย
"เรื่องมันยาวน่ะ" ฉินไคถอนหายใจด้วยน้ำเสียงซับซ้อน ไม่ยอมเล่ารายละเอียด
เซียวอี้เฟิงเห็นสีหน้าลำบากใจของฉินไคก็เดาได้ว่าคงมีเบื้องลึกเบื้องหลัง
ในเมื่อฉินไคไม่อยากเล่า เขาก็ไม่กล้าเซ้าซี้
"คุณอาฉินครับ นอกจากเรื่องปกป้องคุณหนูแล้ว ถ้ามีเรื่องอื่นให้ผมช่วย ก็บอกมาได้เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ" เซียวอี้เฟิงรีบเสนอตัวเอาใจว่าที่พ่อตาในอนาคต
*****