- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 58: ตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นจ้องอยู่เบื้องหลัง
บทที่ 58: ตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นจ้องอยู่เบื้องหลัง
บทที่ 58: ตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นจ้องอยู่เบื้องหลัง
ทันทีที่ฉินหยุนหานหิ้วถุงของใช้กลับมาถึงหอพัก เธอก็รีบอวดให้มู่เจาเจาดูด้วยความดีใจ
แต่มู่เจาเจาไม่ได้ตื่นเต้นไปด้วย กลับทำหน้าสงสัยแล้วถามขึ้นว่า
"หยุนหาน ทำไมหวังฮ่าวหรานถึงดีกับพี่ขนาดนี้? เขาหวังอะไรหรือเปล่า?"
"คนอย่างฉันเกิดมาสวยเพียบพร้อมขนาดนี้ ผู้ชายที่รู้จักฉัน มีใครบ้างที่ไม่หวังผล?" ฉินหยุนหานตอบอย่างมั่นหน้า
"แล้วพี่ชอบเขาไหม?"
"เขาก็หล่อดีนะ นิสัยก็โอเค เป็นเพื่อนกันน่ะได้ แต่ถ้าให้ชอบแบบแฟน ยังห่างไกลคำนั้นเยอะ" ฉินหยุนหานส่ายหน้า ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้ แล้วหัวเราะคิกคัก
"เจาเจา เมื่อกี้ฉันเพิ่งบอกหวังฮ่าวหรานไปว่า ถ้าไล่เซียวอี้เฟิงไปได้ ฉันจะยกเธอให้เป็นแฟนเขาเพื่อเป็นการขอบคุณ"
"พี่หยุนหาน! พูดบ้าอะไรเนี่ย พี่ก็รู้ว่าฉันเกลียดพวกผู้ชายหล่อรวยจะตาย" มู่เจาเจาบ่นกระปอดกระแปด
"โอ๋ๆๆ ฉันก็แค่แหย่เขาเล่น จะไปยกเธอให้เขาจริงๆได้ยังไงเล่า สัญญาเลยว่าต่อไปจะไม่ล้อเล่นแบบนี้อีก" ฉินหยุนหานรีบง้อ
มู่เจาเจามีปมในใจ ลูกพี่ลูกน้องของเธอเคยถูกผู้ชายหล่อรวยทิ้งขว้าง จนสุดท้ายต้องจบชีวิตด้วยการกรีดข้อมือ
และมู่เจาเจาในวัยสิบสองปีคือคนแรกที่ไปพบศพ
เหตุการณ์นั้นสร้างบาดแผลลึกในใจให้เธอจนถึงทุกวันนี้
ในฐานะเพื่อนสนิท ฉินหยุนหานย่อมรู้เรื่องนี้ดีที่สุด
ณ บริเวณใกล้ประตูโรงเรียน
รถตู้คันหนึ่งจอดซุ่มอยู่เงียบๆ
ภายในรถมีชายหนุ่มสามคนนั่งอยู่ แต่ละคนแผ่รังสีอำมหิตออกมาอย่างชัดเจน
"คนนี้เหรอเป้าหมายของเรา? ลูกเต้าเหล่าใครวะ?" ชายหน้าสิวถามพลางมองรูปถ่ายในมือ
"ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของฉินไค ประธานฉินกรุ๊ป" ชายร่างสูงตอบ
"สวยสุดๆเลยนี่หว่า เพิ่งเคยเห็นสาวน้อยผิวพรรณดีขนาดนี้ ถ้าจับตัวได้นะ พ่อขอลองชิมรสชาติหน่อยเถอะ" ชายหน้าสิวมองรูปแล้วเลียริมฝีปากด้วยความหื่นกระหาย
"นายจ้างสั่งมาแล้วว่าให้จับตัวมาอย่างเดียว ห้ามแตะต้องแม้แต่ผมสักเส้น ไม่งั้นอดยอดเงินส่วนที่เหลือสองล้านนะเว้ย" ชายร่างสูงตวาด
"น่าเสียดายชิบ" ชายหน้าสิวถอนหายใจเฮือกใหญ่
"จะเสียดายทำซากอะไร ได้เงินมาแล้ว จะหาผู้หญิงสวยๆกี่คนก็หาได้" ชายร่างเตี้ยพูดแทรกขึ้น
"ก็จริงของเอ็งว่ะ จบงานนี้พ่อจะเที่ยวให้หนำใจเลย" ชายหน้าสิวอารมณ์ดีขึ้นทันตา หยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ
"เอามาตัวนึงดิ๊" ชายร่างเตี้ยแบมือ
ทั้งสามคนคุยสัพเพเหระกันไป พลางผลัดกันจ้องมองไปทางประตูโรงเรียน
โดยหารู้ไม่ว่า... พวกเขากำลังตกเป็นเป้าสายตาของใครบางคนเช่นกัน
ในรถโฟล์คสวาเกนลาวิด้าที่จอดอยู่ไม่ไกล มีดวงตาคู่หนึ่งจับจ้องมาที่รถตู้คันนี้อย่างไม่วางตา
เจ้าของสายตานั้นคือ 'เซียวอี้เฟิง'
ถึงฉินไคจะยังฝากเขาเข้าเรียนไม่ได้ แต่เขาก็ไม่ได้อยู่เฉย
เขาขอให้ฉินไคจัดรถพร้อมคนขับให้ แล้วตระเวนดูลาดเลารอบโรงเรียน
และแล้วเขาก็เจอแจ็คพอต พบกลุ่มคนต้องสงสัยสามคนนี้เข้า
ด้วยฝีมือระดับเซียวอี้เฟิง การจะจัดการสามคนนี้ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย
เขาสามารถบุกเข้าไปช่วยฉินหยุนหานให้พ้นภัยได้ทันที
แต่เซียวอี้เฟิงเลือกที่จะไม่ทำ
เมื่อคืนเขาพักที่วิลล่าคนเดียว ถึงจะสบายแต่ก็เหงาจับใจ
ถ้าได้ฉินหยุนหานกับมู่เจาเจามาอยู่ด้วย คงจะดีไม่น้อย
เซียวอี้เฟิงวางแผนไว้ว่า จะรอให้พวกโจรลงมือกับฉินหยุนหานก่อน แล้วเขาค่อยโผล่เข้าไปช่วยในนาทีวิกฤต
เมื่อฉินหยุนหานตระหนักถึงอันตราย เธอจะได้เลิกดื้อรั้น แล้วยอมกลับไปอยู่ที่วิลล่าแต่โดยดี
แค่คิดว่าจะได้อยู่ร่วมชายคากับสองสาวงาม เซียวอี้เฟิงก็เนื้อเต้นจนตัวสั่น
สมัยอยู่บ้านนอก เวลาว่างๆเขาชอบดูละครน้ำเน่า โดยเฉพาะพวกละครย้อนยุค
มีเรื่องหนึ่งที่ตัวเอกเป็นบ่าวรับใช้ แล้วนางเอกเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่
เนื้อเรื่องประมาณว่า บ่าวรับใช้แอบปีนห้องคุณหนู...
พอมาเป็นบอดี้การ์ด เซียวอี้เฟิงเลยเผลอจินตนาการเอาตัวเองไปแทนที่ตัวเอกในละครเรื่องนั้น...
สิบนาทีก่อนเข้าคาบเช้า
หวังฮ่าวหรานสวมหูฟังบลูทูธ นั่งจัดการกับกองจดหมายรักที่เพิ่งถูกยัดใส่ลิ้นชักโต๊ะมาใหม่
หลังจากรวบรวมเสร็จ เขาก็กวาดลงถังขยะหลังห้องไปทั้งหมดโดยไม่แม้แต่จะเปิดอ่าน
"ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติดตั้งไวรัสสำเร็จ กำลังเชื่อมต่อ กรุณารอสักครู่..."
"เชื่อมต่อสำเร็จ!"
เสียงแจ้งเตือนแบบหุ่นยนต์ดังขึ้นในหูฟัง
หวังฮ่าวหรานยิ้มมุมปาก ฉินหยุนหานคงเอาสายชาร์จที่เขาให้ไปเสียบชาร์จแล้ว ไวรัสที่ฝังอยู่ในนั้นจึงเจาะเข้าสู่โทรศัพท์ของเธอได้สำเร็จ
ตอนนี้ไวรัสฝังตัวเรียบร้อย
ไม่ว่าฉินหยุนหานจะทำอะไร หวังฮ่าวหรานจะรู้ความเคลื่อนไหวทันที
ไม่นานนัก เสียงจอแจจากห้องเรียนอีกฝั่งก็ดังลอดเข้ามาในหูฟัง
ท่ามกลางเสียงอื้ออึง เสียงบ่นพึมพำของฉินหยุนหานก็ลอยเด่นขึ้นมา
"หวังฮ่าวหรานนี่รอบคอบชะมัด อุตส่าห์เตรียมที่ชาร์จมาให้ด้วย"
ตามด้วยเสียงนิ้วจิ้มหน้าจอ
ชัดเจนว่าเธอกำลังเล่นโทรศัพท์ไปชาร์จไป
"ฉินหยุนหาน ยังไม่กินข้าวเช้าใช่ไหม นี่ฉันซื้อมาฝาก มีทั้งนม ซาลาเปา ขนมจีบ เกี๊ยว ครบเลย"
หวังฮ่าวหรานจำได้ทันทีว่าเป็นเสียงของเจิ้นเหว่ย
"ฉันลดน้ำหนักอยู่ ไม่กิน เอาออกไปให้พ้น" น้ำเสียงของฉินหยุนหานเต็มไปด้วยความรังเกียจ
"ไม่กินข้าวเช้าเดี๋ยวเสียสุขภาพนะ กินหน่อยเถอะ"
"น่ารำคาญ! บอกให้ไสหัวไปไง!"
แผละ!
เสียงฝ่ามือปัดโดนอะไรบางอย่าง
ตามมาด้วยเสียงของหล่นกระจายเต็มพื้น
หวังฮ่าวหรานเดาว่าฉินหยุนหานคงปัดถุงอาหารเช้าที่เจิ้นเหว่ยซื้อมาทิ้งลงพื้น
จากนั้นก็มีเสียงรองเท้ากระทืบลงบนพลาสติกและของนิ่มๆดังกรอบแกรบ
ดูท่าทางนอกจากจะปัดทิ้งแล้ว ยังจะเอาเท้าขยี้ซ้ำอีก
ยัยคุณหนูคนนี้อาการหนักจริงๆ
ปัดของกินทิ้งยังพอว่า นี่ถึงขั้นเหยียบย่ำซ้ำเติม
เสียของชะมัด
สมควรโดนดัดนิสัยจริงๆ
แต่ก็นะ ไอ้เจิ้นเหว่ยนี่ก็หน้าด้านหน้าทนเหลือเกิน สมควรโดนเหมือนกัน
"ฉินหยุนหาน ฉันหวังดีกับเธอนะ ทำไมทำแบบนี้ล่ะ?" เสียงเจิ้นเหว่ยตัดพ้ออย่างน่าสมเพช
"ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้ ไม่พอใจ?" ฉินหยุนหานถามเสียงแข็ง
"พอใจสิคร้าบ ถึงจะโดนเหยียบย่ำ ฉันก็ไม่โกรธเธอหรอก"
แค่ฟังเสียง หวังฮ่าวหรานก็นึกหน้าตาอันน่าสมเพชของไอ้เจิ้นเหว่ยออกเลย
"ไม่โกรธเหรอ? ดี งั้นฉันมีของขวัญจะให้ รออยู่ตรงนี้นะ ห้ามไปไหน"
"มีของขวัญจะให้เหรอ? ได้ๆๆ ฉันจะรอ!"
หลังจากนั้น เสียงพูดคุยก็เงียบไป
แต่หวังฮ่าวหรานได้รับข้อความเข้า
เป็นข้อความจากฉินหยุนหาน บอกให้เขาไปหาที่ห้องเรียนหน่อย
ใช้คนเก่งจริงนะแม่คุณ
หวังฮ่าวหรานแกล้งทำเมินข้อความ นั่งทำธุระของตัวเองต่อ
ผ่านไปสักพัก หวังฮ่าวหรานก็เห็นร่างของฉินหยุนหานมาด้อมๆมองๆอยู่ที่ประตูห้องเรียน
เธอบุกมาตามตัวถึงที่เลย
ฉินหยุนหานโบกมือเรียกหวังฮ่าวหรานหยอยๆ
หวังฮ่าวหรานแกล้งทำเป็นไม่เห็น หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านหน้าตาเฉย
เนื่องจากในห้องเรียนเริ่มมีการอ่านหนังสือกันแล้ว ฉินหยุนหานจึงไม่กล้าตะโกนเรียก และไม่กล้าบุกเข้ามาดึงตัวหวังฮ่าวหรานถึงข้างใน
*****