- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 55: ยอดฝีมือจากหุบเขามาถึงแล้ว
บทที่ 55: ยอดฝีมือจากหุบเขามาถึงแล้ว
บทที่ 55: ยอดฝีมือจากหุบเขามาถึงแล้ว
หลังจากที่คุยกับหวังฮ่าวหรานเสร็จ สวี่มู่เหยียนและเหวินจิงก็พากันกลับเข้าห้องเรียนไปก่อน
ส่วนหวังฮ่าวหรานเดินเล่นอยู่ข้างนอกสักพัก ถึงค่อยเตรียมตัวจะกลับ
แต่ระหว่างทาง เขาก็บังเอิญเจอกับนักเรียนชายคนหนึ่ง
หมอนี่ชื่อ 'เจิ้นเหว่ย' เป็นญาติทางฝั่งแม่ของหวังฮ่าวหราน ถ้านับลำดับญาติกันจริงๆก็ถือเป็นลูกพี่ลูกน้องห่างๆ
สภาพของเจิ้นเหว่ยตอนนี้ดูสกปรกมอมแมม แถมยังมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวชวนคลื่นไส้โชยออกมาจากตัว
หวังฮ่าวหรานรีบยกมือปิดจมูกแล้วถอยห่างทันที
"พี่ใหญ่! พี่ใหญ่ต้องช่วยแก้แค้นให้ผมนะ!" เจิ้นเหว่ยโวยวายด้วยความคับแค้นใจ
ได้ยินดังนั้น หวังฮ่าวหรานก็ขมวดคิ้วมุ่น
ไอ้เจิ้นเหว่ยนี่ชอบอ้างชื่อเขาไปทำกร่างรังแกคนอื่นในโรงเรียนไปทั่ว
พอไปเจอของแข็งเข้า ก็จะวิ่งแจ้นมาฟ้องให้เขาช่วยทุกที
ในความทรงจำ ครั้งล่าสุดที่เจิ้นเหว่ยมาหาก็เมื่อสองเดือนก่อนแล้ว
ปกติถ้าไม่มีเรื่องเดือดร้อน หมอนี่ไม่เคยจะโผล่หัวมาทักทายเขาหรอก
"ไปหาเรื่องใครมาอีกล่ะ?" หวังฮ่าวหรานถามด้วยน้ำเสียงรำคาญเต็มทน
"ผมไม่รู้จักมัน อยู่ดีๆมันก็โผล่มาถีบผม แล้วจับผมยัดลงถังขยะเฉยเลย"
"ไม่รู้จักแล้วเขาจะมาตีแกทำบ้าอะไร ถ้าไม่พูดความจริงก็ไสหัวไป"
"เรื่องจริงนะพี่ใหญ่!"
"แล้วไอ้คนที่ตีแกหน้าตาเป็นยังไง?"
"หน้าตาก็พอไปวัดไปวาได้ แต่เทียบกับพี่ใหญ่ไม่ติดหรอก อายุรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเรานี่แหละ แต่เสื้อผ้านี่อย่างโทรม ใส่เสื้อเก่าๆมีรอยปะ เหมือนพวกกรรมกรเลย" เจิ้นเหว่ยนึกย้อนความหลัง
ฟังถึงตรงนี้ หวังฮ่าวหรานก็เริ่มเอะใจ
แต่งตัวเหมือนกรรมกร แต่กล้าบุกเข้ามาทำร้ายคนในโรงเรียนนี้เนี่ยนะ?
"แล้วมันพูดอะไรกับแกบ้างไหม?" หวังฮ่าวหรานซักต่อ
"มันขู่ผมว่าให้เลิกยุ่งกับฉินหยุนหาน อย่าไปรังควานเธออีก ไม่งั้นเจอหน้าเมื่อไหร่จะกระทืบเมื่อนั้น ผมก็ไม่ยอมสิ บอกให้มันระวังตัวไว้ เดี๋ยวผมจะไปเรียกพี่ใหญ่มาจัดการมัน" เจิ้นเหว่ยเล่าอย่างออกรส น้ำลายกระเด็น
"พี่ใหญ่รู้ไหมมันตอบว่าไง? มันบอกว่าพี่ใหญ่กระจอก ถ้าพี่ใหญ่โผล่หัวมา มันจะอัดพี่ใหญ่ให้เละไปพร้อมกับผมเลย!"
เห็นหวังฮ่าวหรานเงียบไป เจิ้นเหว่ยก็รีบเร่งเร้า
"พี่ใหญ่ รีบโทรเรียกพวกมาเร็ว เราไปสั่งสอนมันกัน!"
"แกโดนตีก็ไปฟ้องครูสิวะ มาบอกฉันจะมีประโยชน์อะไร ฉันเป็นนักเรียนดีเด่นนะเว้ย ไม่ทำเรื่องพรรค์นั้นหรอก ไสหัวไปซะ!" หวังฮ่าวหรานตวาดไล่ แล้วเดินหนีโดยไม่หันกลับไปมอง
บ้าเอ๊ย!
ไอ้ออร่าตัวร้ายนี่มันช่างขยันหาตีนให้จริงๆ!
อยู่เฉยๆก็มีคนมาจองกฐินซะงั้น ไอ้หมอนั่นที่เจิ้นเหว่ยพูดถึง เผลอๆจะเป็นตัวเอกคนใหม่
ในเมื่อยังไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของฝ่ายตรงข้าม หวังฮ่าวหรานไม่คิดจะผลีผลาม
ขืนบุ่มบ่ามไป คนที่ซวยอาจจะเป็นตัวเขาเอง
เมื่อเดินพ้นสายตาเจิ้นเหว่ยมาแล้ว หวังฮ่าวหรานก็โทรหาฉินหยุนหานทันที
ผ่านไปราวห้านาที ฉินหยุนหานก็วิ่งหน้าตั้งมาปรากฏตัวตรงหน้า
"ฉัน... ฉันกำลังจะไปหานายพอดี... คือว่า... คือ..." ฉินหยุนหานหอบแฮ่กๆ พูดจาไม่เป็นภาษา
"ใจเย็นๆ หายใจลึกๆแล้วค่อยพูด"
"บอดี้การ์ดที่พ่อหาให้... เขา... เขามาแล้ว!"
"อ้าว ไหนบอกว่าอีกหลายวันกว่าจะมาไง ทำไมถึงโผล่มาปุบปับแบบนี้"
"พ่อก็บอกฉันแบบนั้นเหมือนกัน ฉันก็ไม่รู้ทำไมเขาถึงมาเร็วขนาดนี้"
"แล้วเมื่อกี้เธอเจอเขาแล้วเหรอ รู้ไหมว่าเขาชื่ออะไร?"
"ชื่อเซียวอี้เฟิง แต่งตัวซอมซ่อ เชยระเบิดระเบ้อเหมือนพวกบ้านนอกเข้ากรุง ฉันไม่เอาคนแบบนี้มาเป็นบอดี้การ์ดแน่ นายต้องช่วยฉันนะ"
เซียวอี้เฟิง...
แค่ชื่อก็แผ่รังสีความเป็นตัวเอกออกมาจนแสบตา
หวังฮ่าวหรานลอบถอนหายใจ แล้วพูดว่า
"ช่วยน่ะช่วยได้ แต่ฉันต้องรู้เรื่องราวให้ละเอียดก่อน ฉันถามหน่อย ที่เจิ้นเหว่ยโดนอัดก็ฝีมือหมอนี่ใช่ไหม?"
ฉินหยุนหานพยักหน้าหงึกหงัก
"ไอ้บ้านนอกนั่นนอกจากจะเชยแล้วยังขี้คุยชะมัด บอกว่าถ้ามีเขาคุ้มกัน ต่อให้เป็นเทพก็ทำอะไรฉันไม่ได้"
"ฉันหมั่นไส้เลยท้าไปส่งเดชว่า ถ้าเก่งจริงก็ไล่เจิ้นเหว่ยที่ตามตื๊อฉันไปให้พ้นๆสิ"
"ปรากฏว่าหมอนั่นไม่พูดพร่ำทำเพลง ปีนรั้วกระโดดเข้ามาถีบเจิ้นเหว่ยร่วง แล้วก็จับโยนลงถังขยะเหมือนจับลูกเจี๊ยบเลย"
พูดมาถึงตรงนี้ ฉินหยุนหานก็ทำหน้าสำนึกผิดนิดหน่อย
"ฉันรู้นะว่าเจิ้นเหว่ยเป็นลูกพี่ลูกน้องนาย ตอนนั้นฉันแค่พูดไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ นายคงไม่โกรธนะ?"
"โกรธทำไม เจิ้นเหว่ยมันเป็นพวกคางคกอยากกินเนื้อห่านฟ้า สมควรโดนแล้ว ต่อไปถ้ามันมากวนใจเธออีก บอกฉันได้เลย เดี๋ยวฉันจัดการให้เอง!" หวังฮ่าวหรานตอบอย่างหนักแน่น
คำพูดนี้โดนใจฉินหยุนหานเข้าเต็มเปา
เจิ้นเหว่ยหน้าตาอัปลักษณ์ขนาดนั้น ยังกล้ามาจีบเธอ ช่างไม่เจียมกะลาหัว!
นอกจากจะเห็นด้วยแล้ว เธอยังรู้สึกดีใจ
เจิ้นเหว่ยชอบใช้อิทธิพลของหวังฮ่าวหรานมาเบ่ง ถ้าหวังฮ่าวหรานออกปากเองแบบนี้ ต่อไปเจิ้นเหว่ยคงไม่กล้าหือ
[ติ๊ง! นางเอก 'ฉินหยุนหาน' เพิ่มค่าความประทับใจต่อโฮสต์ +10 ปัจจุบันค่าความประทับใจรวมคือ 20! (เป็นมิตร)]
[ติ๊ง! โฮสต์เปลี่ยนแปลงทิศทางของเนื้อเรื่อง ได้รับแต้มวายร้าย 200 แต้ม!]
"จริงสิ นายบอกว่ามีวิธีขัดขวางไม่ให้เซียวอี้เฟิงเข้าเรียนไม่ใช่เหรอ จัดการไปถึงไหนแล้ว?" พอหายเครียด ฉินหยุนหานก็รีบทวงสัญญา
"ฉันก็ไม่รู้นี่ว่าหมอนั่นจะมาเร็วขนาดนี้ เลยยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ แต่ไม่ต้องห่วง ภายในวันนี้ฉันจัดการให้เรียบร้อยแน่นอน"
"ขอบใจมากนะ นายนี่พึ่งได้จริงๆ" ฉินหยุนหานยิ้มออกมา
"อย่าเพิ่งวางใจ ต่อให้เขาเข้าเรียนไม่ได้ เขาก็ยังตามติดเธอได้อยู่ดี" หวังฮ่าวหรานรีบดับฝัน เตือนสติเธอไม่ให้ประมาท
"จริงด้วย" ฉินหยุนหานพยักหน้าเห็นด้วย แต่ก็จนปัญญา "แล้วฉันต้องทำยังไงดีล่ะ?"
"คืนนี้เธอพักที่ไหน?" หวังฮ่าวหรานไม่ตอบ แต่ถามกลับ
"พ่อซื้อวิลล่าแถวๆโรงเรียนไว้ให้ ปกติฉันก็พักที่นั่นแหละ"
"ถ้าไม่อยากอยู่ชายคาเดียวกับเซียวอี้เฟิง คืนนี้อย่ากลับไปนอนที่วิลล่า"
ตามสูตรนิยายแนวบอดี้การ์ดพิทักษ์คุณหนู เพื่อความสะดวกในการคุ้มกัน ฉินไคต้องสั่งให้เซียวอี้เฟิงย้ายเข้าไปอยู่ในวิลล่าเดียวกับลูกสาวแน่นอน
ถึงแรกๆฉินหยุนหานจะเกลียดขี้หน้าเขา แต่พออยู่ด้วยกันทุกวัน เห็นหน้ากันทุกเช้าเย็น เดี๋ยวเซียวอี้เฟิงก็คงหาเรื่องโชว์เทพช่วยชีวิตเธอสักสองสามครั้ง
สุดท้ายคุณหนูจอมเอาแต่ใจก็จะตกหลุมรักบอดี้การ์ดหนุ่มในที่สุด
หวังฮ่าวหรานต้องรีบตัดไฟแต่ต้นลม ก่อนที่เรื่องราวจะดำเนินไปถึงจุดนั้น
"วิลล่านั้นมีแค่ฉันกับเจาเจาอยู่กันสองคน พ่อไม่มีทางให้ผู้ชายอย่างเซียวอี้เฟิงเข้ามาอยู่ด้วยหรอก" ฉินหยุนหานแย้งด้วยความมั่นใจ
เวรล่ะ!
มู่เจาเจาพักอยู่กับฉินหยุนหานด้วยงั้นเหรอ?
แสดงว่ามู่เจาเจาเองก็น่าจะเป็นหนึ่งในนางเอกด้วย
ยิ่งต้องขัดขวางให้ถึงที่สุด!
"อย่ามองว่าเขาเป็นแค่บอดี้การ์ดสิ ในเมื่อพ่อเธออุตส่าห์ไปตามหาเขามาคุ้มครองเธอด้วยตัวเอง แสดงว่าท่านต้องไว้ใจเขามาก การจะให้เขามาอยู่บ้านเดียวกับเธอเพื่อดูแลความปลอดภัยยี่สิบสี่ชั่วโมงมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้นะ" หวังฮ่าวหรานชี้ให้เห็นความเป็นไปได้
ฉินหยุนหานฟังแล้วก็เริ่มคล้อยตาม คิดดูแล้วก็มีความเป็นไปได้สูงจริงๆ
"งั้นถ้าไม่กลับวิลล่า คืนนี้ฉันจะไปนอนที่ไหนล่ะ?" ฉินหยุนหานเริ่มกังวล
"ไปนอนในที่ที่เซียวอี้เฟิงตามไปไม่ได้ไงล่ะ" หวังฮ่าวหรานตอบอย่างมีเลศนัย
*****