เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 54: ไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ

บทที่ 54: ไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ

บทที่ 54: ไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ


ฉู่ไป๋เห็นท่าทีดังกล่าวก็รู้ดีว่าคงยั่วโมโหให้หวังฮ่าวหรานยอมสู้ด้วยไม่ได้ เขาจึงจำใจหันหลังกลับด้วยความเจ็บใจ

"เดี๋ยว" จู่ๆหวังฮ่าวหรานก็เอ่ยขึ้น

ฉู่ไป๋ชะงักฝีเท้าด้วยความประหลาดใจ

"ถึงจะเอาสวี่มู่เหยียนมาเป็นเดิมพันไม่ได้ แต่ที่นายพูดมาก็มีส่วนถูก ถ้าเป็นลูกผู้ชายก็ต้องไม่กลัว นายอยากวัดฝีมือใช่ไหม? ได้สิ มาดวลกันแบบลูกผู้ชาย!"

"ใจถึงดีนี่หว่า!" ฉู่ไป๋ยิ้มกริ่ม

ถึงเขาจะแพ้หวังฮ่าวหรานในหลายๆด้าน แต่ถ้าเป็นเรื่องการต่อสู้ตัวต่อตัว เขามั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่าจะอัดลูกคุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออย่างหวังฮ่าวหรานให้จมดินได้สบายๆ

"หวังฮ่าวหราน นายจำสภาพของฟ่านเจี้ยนกับพรรคพวกคราวก่อนไม่ได้เหรอ? นายสู้เขาไม่ได้หรอกนะ!" สวี่มู่เหยียนร้องเตือนด้วยความเป็นห่วง

"ฉันจะออมมือให้แล้วกัน ไม่เอาให้ถึงกับหน้าแหกหรอก!" ฉู่ไป๋กล่าวอย่างลำพองใจ

"เข้ามา" หวังฮ่าวหรานตั้งท่า ยื่นมือข้างหนึ่งไปข้างหน้า อีกข้างงอเล็กน้อย ตั้งการ์ดเตรียมพร้อม

"นี่... นี่มันมวยหย่งชุน?" ฉู่ไป๋ชะงัก

"มวยหย่งชุน หวังฮ่าวหราน โปรดชี้แนะ"

"ฮ่าๆๆ ดูหนังยิปมันมากไปหรือไง?" ฉู่ไป๋หัวเราะเยาะ ก่อนจะเลียนแบบท่าทาง

"มวยสกุลฉู่ ฉู่ไป๋ โปรดชี้แนะ!"

ฉู่ไป๋พูดล้อเลียนจบ เขาก็พุ่งเข้าใส่หวังฮ่าวหรานด้วยกระบวนท่ามวยวัดที่ฝึกมาจากการตบตีกับพวกจิ๊กโก๋ข้างถนน

ทว่ายังไม่ทันที่ปลายเล็บจะเฉียดถูกเสื้อผ้าของหวังฮ่าวหราน เขาก็ถูกซัดลงไปกองกับพื้นในกระบวนท่าเดียว

ยังไม่ทันที่ฉู่ไป๋จะได้ลุกขึ้น พายุหมัดอันหนักหน่วงก็กระหน่ำซัดลงมาที่หน้าอกและใบหน้าของเขาอย่างบ้าคลั่ง

ฉู่ไป๋ทำได้เพียงยกแขนขึ้นมาป้องหน้า กลายเป็นกระสอบทรายให้ถลุงเล่นโดยไม่อาจโต้ตอบได้เลยแม้แต่น้อย

หลังจากโดนยำตีนอยู่ฝ่ายเดียวจนทนไม่ไหว ฉู่ไป๋ก็ตะโกนลั่น "ฉันยอมแพ้! ยอมแพ้แล้ว!"

หวังฮ่าวหรานยังคงกระทืบซ้ำต่ออีกสิบกว่าวินาที ถึงค่อยหยุดมือ

เขาผ่อนลมหายใจออกยาวๆ ความรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูกแผ่ซ่านไปทั่วร่าง

โครตฟิน!

[ติ๊ง! โฮสต์ต่อสู้ซึ่งหน้าและเอาชนะตัวเอก 'ฉู่ไป๋' ได้อย่างราบคาบ ได้รับแต้มวายร้าย 800 แต้ม, ออร่าตัวเอกของฉู่ไป๋ -37, ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +37!]

[ติ๊ง! ออร่าตัวเอกของฉู่ไป๋เหลือ 0 สูญเสียสถานะตัวเอก]

เมื่อได้รับข้อความแจ้งเตือนจากระบบ หวังฮ่าวหรานก็ลิงโลดในใจ

ในที่สุดก็ทุบตัวเอกร่วงไปได้หนึ่งราย

แต่สกิลตาทิพย์ของฉู่ไป๋ยังคงอยู่

เขาเล่นงานฉู่ไป๋ไปหลายดอก แถมยังแย่งสวี่มู่เหยียนมาครองได้อีก ฉู่ไป๋คงแค้นเขาเข้ากระดูกดำ

ถ้าฉู่ไป๋ใช้ตาทิพย์หาเงินจนรวย แล้วกลับมาแก้แค้น คงสร้างความรำคาญใจให้เขาไม่น้อย

หวังฮ่าวหรานต้องกำจัดภัยแฝงนี้เสียตั้งแต่เนิ่นๆ

การวางยาพิษก็เป็นวิธีหนึ่ง

แต่หวังฮ่าวหรานดันคิดวิธีที่สนุกกว่านั้นได้

เมื่อฉู่ไป๋หมดออร่าตัวเอก ดวงชะตาก็จะตกต่ำลงกลายเป็นคนธรรมดา

ตาทิพย์ตอนนี้จึงกลายเป็นดาบสองคม

มันหาเงินให้เขาได้ แต่ก็นำหายนะมาสู่เขาได้เช่นกัน

ต้องไม่ลืมว่าโลกนี้ยังมีพวกนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องอยู่

คนพวกนี้ชอบค้นคว้าความลับของร่างกายมนุษย์เป็นชีวิตจิตใจ

ถ้าพวกมันรู้ว่ามีคนตาดีมองทะลุได้ คงเนื้อเต้นกันน่าดู

หวังฮ่าวหรานไม่รังเกียจที่จะเป็นพลเมืองดี ส่งเบาะแสลับๆไปบอกพวกนักวิทย์สติเฟื่องพวกนั้นให้ตื่นเต้นเล่นสักหน่อย

อีกด้านหนึ่ง

ฉู่ไป๋ที่ยังไม่รู้ชะตากรรมของตัวเอง ค่อยๆยันกายลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล

พอนึกถึงคำพูดดูถูกที่พ่นใส่หวังฮ่าวหรานไปเมื่อกี้ ก็รู้สึกอับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี

เขามองสวี่มู่เหยียนด้วยสายตาตัดพ้อ ก่อนจะเดินกะเผลกจากไปพร้อมความแค้นเต็มอก

เหลือเพียงหวังฮ่าวหรานและสวี่มู่เหยียนตามลำพัง

"นาย... นายต่อสู้เป็นด้วยหรอ ไปเรียนมาจากไหนกัน?" สวี่มู่เหยียนถามด้วยความตื่นเต้นระคนสงสัย

"ดูยิปมันแล้วฝึกตามน่ะ เก่งไหมล่ะ?" หวังฮ่าวหรานมั่วไปเรื่อย

"เอ่อ... เก่งสิ!" สวี่มู่เหยียนยกนิ้วโป้งให้ สายตาที่มองเขาเต็มไปด้วยความเลื่อมใสบูชา

"กลับเข้าห้องเรียนกันเถอะ" หวังฮ่าวหรานหลบสายตา

ที่ให้เหวินจิงไปยุสวี่มู่เหยียนให้มาสารภาพรัก ก็เพื่อจะจัดการฉู่ไป๋

ตอนนี้ฉู่ไป๋หมดสภาพตัวเอกไปแล้ว หวังฮ่าวหรานไม่อยากตอบรับความรู้สึกของสวี่มู่เหยียน จึงเลือกที่จะหนีปัญหา

แต่สวี่มู่เหยียนไม่ยอม เธอยืนนิ่งอยู่ที่เดิม แล้ววกกลับมาเรื่องเมื่อกี้ หน้าแดงก่ำถามขึ้นว่า

"เรื่องที่ฉันบอกนายไปเมื่อกี้... นายคิดว่ายังไง?"

"ตอนนี้การเรียนสำคัญที่สุด ฉันยังไม่มีกะจิตกะใจจะมาคิดเรื่องความรักหรอก เอาไว้อีกสักเดือนค่อยคุยกันเรื่องนี้ดีกว่านะ"

คำตอบนี้ไม่ตอบรับ แต่ก็ไม่ปฏิเสธ ฟังดู 'แบดบอย' สุดๆ

แต่หวังฮ่าวหรานจำต้องทำแบบนี้

ถ้ากำจัดฉู่ไป๋แล้วจบเรื่อง เขาคงตอบตกลงคบกับสวี่มู่เหยียนไปแล้ว

แต่ตอนนี้เขายังต้องรับมือกับนางเอกคนอื่นๆ อย่างฉินหยุนหานอีก จึงจำเป็นต้องคงสถานะ 'โสด' เอาไว้ อย่างน้อยก็ในที่แจ้ง

ไม่อย่างนั้นการจะปั่นค่าความชอบหรือเก็บแต้มวายร้ายคงยากลำบาก

ครั้นจะปฏิเสธสวี่มู่เหยียนไปเลยก็ไม่ได้

สวี่มู่เหยียนยังคงสถานะนางเอกและมีออร่านางเอกอยู่

ออร่าตัวร้ายดึงดูดความเกลียดชังจากตัวเอก ส่วนออร่านางเอกดึงดูดความรักจากตัวเอก

ผ่านทางสวี่มู่เหยียน หวังฮ่าวหรานยังสามารถเก็บเกี่ยวรางวัลได้อีกเพียบ

ดังนั้นความสัมพันธ์กับสวี่มู่เหยียนจึงต้องเลี้ยงไข้ไว้ก่อน

สวี่มู่เหยียนไม่ได้คำตอบที่ต้องการ ก็อดรู้สึกผิดหวังและเศร้าใจไม่ได้ แต่เธอก็ไม่ได้เซ้าซี้ต่อ

เธอลองทบทวนดู ตัวเองก็อาจจะใจร้อนเกินไปจริงๆ อย่างที่หวังฮ่าวหรานว่า ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องรักๆใคร่ๆ

ฉินหยุนหานและเพื่อนซี้มู่เจาเจากำลังนั่งดูการ์ตูนในโทรศัพท์อยู่ที่ห้องเรียน

ทันใดนั้น โทรศัพท์ก็มีสายเรียกเข้า

หน้าจอแสดงชื่อ "ลุงหลี่"

ลุงหลี่คือพ่อบ้านตระกูลฉิน ทำงานรับใช้ตระกูลมากว่ายี่สิบปี นอกจากจะดูแลเรื่องจิปาถะในบ้านแล้ว ยังรับหน้าที่ดูแลความเป็นอยู่และรับส่งฉินหยุนหานด้วย

เรียกได้ว่าเป็นญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งของฉินหยุนหานเลยทีเดียว

ลุงหลี่โทรมาบอกให้ฉินหยุนหานออกไปหาที่หน้าโรงเรียนหน่อย

"เจาเจา ลุงหลี่น่าจะเอาขนมมาส่ง ไปเอาด้วยกันไหม"

"พี่หยุนหาน เดินไปเดินมาเหนื่อยจะตาย พี่ไปคนเดียวเถอะ ฉันรออยู่ที่ห้องนี่แหละ" มู่เจาเจาเอาลูกบอลสองลูกวางพาดขอบโต๊ะ นั่งทำตัวเหลวเป๋ว

ทั้งสองรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก สนิทกันมาก ตอนนี้เรียนห้องเดียวกัน มู่เจาเจาอายุน้อยกว่าฉินหยุนหานหนึ่งปี จึงเรียกอีกฝ่ายว่าพี่

"เชอะ! ก็ใครใช้ให้เธอกินแต่นมมะละกอตอนเด็กๆล่ะ ตอนนี้รู้ซึ้งถึงภาระหรือยัง!" ฉินหยุนหานทำหน้าหมั่นไส้แกมเยาะเย้ย แต่ในใจลึกๆกลับอิจฉาตาร้อน

"ฉันก็เสียใจเหมือนกันแหละ ถ้าแบ่งให้พี่หยุนหานได้สักครึ่งนึงก็คงดี พี่คงเพอร์เฟกต์เลย" มู่เจาเจาแซวกลับเจ็บแสบ

ฉินหยุนหานเจ็บใจจี๊ด ยื่นมือจะไปเขกหัวมู่เจาเจา แต่แม่สาวตัวแสบไหวตัวทันหลบได้

เมื่อพลาดเป้า ฉินหยุนหานก็เลิกเล่น

"ฉินหยุนหาน จะไปไหนเหรอ?"

ฉินหยุนหานเพิ่งก้าวพ้นประตูห้องเรียน ผู้ชายหน้าตาหื่นกามคนหนึ่งก็รีบเดินตามต้อยๆเข้ามาหา

"เจิ้นเหว่ย ไม่ใช่เรื่องของนาย ถอยไปห่างๆเลย" ฉินหยุนหานตอบกลับด้วยความรังเกียจ แล้วเดินลงบันไดไปโดยไม่สนใจ

"ฉันก็อยากจะถอยห่างหรอกนะ แต่หัวใจมันเรียกร้อง สั่งให้ฉันเข้าใกล้เธอ"

คำพูดเลี่ยนๆของเจิ้นเหว่ยทำเอาฉินหยุนหานอยากจะอ้วก

เธอคร้านจะเสวนากับหมอนี่

แต่เจิ้นเหว่ยก็ไม่ละความพยายาม ยังคงเดินตามฉินหยุนหาน เว้นระยะห่างราวห้าเมตรเหมือนสัมภเวสีขอส่วนบุญ

ฉินหยุนหานรำคาญแทบบ้า แต่ก็ทำอะไรไอ้ตุ๊กแกตัวนี้ไม่ได้

จนกระทั่งมาถึงหน้าประตูโรงเรียน

ฉินหยุนหานมองเห็นลุงหลี่ยืนรออยู่

และข้างๆลุงหลี่ มีชายหนุ่มสวมเสื้อผ้าเก่าซอมซ่อยืนอยู่ด้วย

ชายหนุ่มคนนั้นทำท่าทางเหมือนใจลอยไปไหนต่อไหน แต่พอเห็นฉินหยุนหานเดินมา ดวงตาก็เป็นประกายวาววับขึ้นมาทันที

"สาวในเมืองนี่ผิวพรรณดีจริงๆ สวยกว่าแม่ม่ายจางท้ายหมู่บ้านเป็นหมื่นเท่า ตาแก่นั่นไม่ได้หลอกเราแฮะ!"

*****

จบบทที่ บทที่ 54: ไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ

คัดลอกลิงก์แล้ว