เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 48: นายชอบใครมากกว่ากัน?

บทที่ 48: นายชอบใครมากกว่ากัน?

บทที่ 48: นายชอบใครมากกว่ากัน?


เมื่อทุกคนขึ้นรถแล้ว ก็มุ่งหน้าตรงไปยัง 'คลินิกเทียนฮุย' ทันที

ใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ยี่สิบนาทีก็มาถึงประตูหน้าของคลินิก

ถึงแม้ชื่อจะใช้คำว่า 'คลินิก' แต่พอมองผ่านประตูเข้าไป กลับเห็นอาคารหรูหราโอ่อ่าตั้งตระหง่านอยู่หลายหลัง

ความยิ่งใหญ่อลังการนี้กินขาดโรงพยาบาลใหญ่ๆไปหลายเท่าตัว

เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่คลินิก พยาบาลสาวหน้าตาสะสวยก็รีบตรงเข้ามาต้อนรับอย่างอบอุ่นทันที

หลังจากพยาบาลนำทางเข้าไป แพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็มารอรับช่วงต่อโดยไม่ต้องเสียเวลานั่งรอแม้แต่วินาทีเดียว

เพราะระหว่างทางที่นั่งรถมา หวังฮ่าวหรานได้แจ้งข้อมูลคร่าวๆเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว

ทีมแพทย์ระดับโลกเมื่อได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้นของสวี่เจิ้ง ก็นำตัวเขาเข้าห้องตรวจอย่างเร่งด่วน

สวี่มู่เหยียน ทนายอัน และหวังฮ่าวหรานนั่งรออยู่ในห้องรับรองระดับวีไอพี

ภายในห้องตกแต่งอย่างหรูหรา มีโซฟานุ่มสบาย ทีวี คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ความบันเทิงครบครันเพื่อฆ่าเวลา

พยาบาลสาวยังเข้ามาสอบถามอย่างนอบน้อมว่าจะรับชาหรือเครื่องดื่มอะไรดี

การบริการนั้นเรียกได้ว่าไร้ที่ติ

ทว่าสวี่มู่เหยียนและทนายอันไม่มีกะจิตกะใจจะมาชื่นชมความสะดวกสบายเหล่านี้

ทั้งสองนั่งรอกันอย่างกระวนกระวายใจอยู่ราวสิบนาที แพทย์เจ้าของไข้ก็นำผลการตรวจออกมาพบ

ในมือของแพทย์ถือแผ่นฟิล์มเอกซเรย์คอมพิวเตอร์มาด้วย

ภาพบนฟิล์มแสดงให้เห็นวัตถุโลหะลักษณะคล้ายเข็มฝังอยู่บริเวณช่องท้องส่วนล่างของสวี่เจิ้งอย่างชัดเจน

เจ้านี่เองคือตัวการที่ทำให้สวี่เจิ้งเจ็บปวดทรมาน

สวี่มู่เหยียนและทนายอันเห็นแล้วถึงกับใจหายวาบ

แพทย์เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"วัตถุโลหะชิ้นนี้เริ่มมีการเคลื่อนตัว และกำลังจะสร้างความเสียหายร้ายแรงต่ออวัยวะภายใน โชคดีมากครับที่พาคนไข้มาทันเวลา ถ้ามาช้ากว่านี้แค่วันเดียว ใครก็ตอบไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทางทีมแพทย์ของเราประชุมกันแล้ว เห็นตรงกันว่าควรผ่าตัดด่วนที่สุด จึงขออนุญาตสอบถามความเห็นจากทางญาติครับ"

"ผ่าตัดเลยค่ะ ยิ่งเร็วยิ่งดี!" สวี่มู่เหยียนเป็นห่วงพ่อมาก จึงรีบตอบตกลงทันที

ทนายอันก็มีความคิดเห็นตรงกัน แต่ด้วยความรอบคอบของผู้ใหญ่ เธอจึงอดถามไม่ได้ว่า

"คุณหมอคะ ไม่ทราบว่าค่ารักษาพยาบาลประมาณเท่าไหร่หรอคะ?"

คำถามนี้ทำเอาสวี่มู่เหยียนชะงักไป

เธอยังเรียนอยู่ จึงไม่ค่อยมีความคิดเรื่องค่าใช้จ่ายเท่าไหร่นัก

แต่พอได้ยินแม่ถาม ใจก็พลอยกังวลไปด้วย

เพราะเธอเคยได้ยินมาว่าค่ารักษาที่นี่แพงหูฉี่ชนิดขูดเลือดขูดเนื้อ

คุณหมอกำลังจะอ้าปากตอบ แต่หวังฮ่าวหรานชิงพูดขึ้นก่อน

"น้าอัน มู่เหยียน เรื่องค่ารักษาไม่ต้องกังวลนะครับ ที่บ้านผมสมัครบัตรสมาชิกรายปีของที่นี่เอาไว้ ภายในระยะเวลาสมาชิก ไม่ว่าจะค่ารักษาหรือค่าตรวจ ทุกอย่างฟรีหมดครับ คุณอาสวี่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสักแดงเดียว"

ค่าสมาชิกรายปีที่ว่านี้ตกปีละหลายล้านหยวน คำว่า 'ฟรี' จึงเป็นเพียงคำพูดสวยหรู เพราะจริงๆก็คือจ่ายล่วงหน้าไปมหาศาลแล้วนั่นแหละ

ถ้าทั้งปีไม่เจ็บไข้ได้ป่วย ก็ถือว่าคลินิกฟันกำไรเละ

แต่เศรษฐีที่ยอมจ่ายก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองขาดทุน เพราะสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญที่สุด และพวกเขาก็ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน

หากเกิดเจ็บป่วยฉุกเฉินขึ้นมา บัตรสมาชิกใบนี้ก็จะแสดงอิทธิฤทธิ์ทันที

แค่โทรศัพท์กริ๊งเดียว พอไปถึงคลินิกก็มีทีมแพทย์มารอรับทันทีโดยไม่ต้องต่อคิว

หรือถ้าฉุกเฉินจนมาเองไม่ไหว บนดาดฟ้าตึกของคลินิกก็มีเฮลิคอปเตอร์สแตนด์บายรอรับถึงที่ถึงสองลำ

บัตรสมาชิกใบนี้ จึงเปรียบเสมือน 'ประกันชีวิต' ชั้นดีที่เหล่าเศรษฐีซื้อความอุ่นใจให้กับตัวเอง

"เป็นแบบนี้นี่เอง... แต่ยังไงน้าก็ควรรู้ยอดค่าใช้จ่ายไว้นะ จะได้คืนเงินให้เธอถูก" ทนายอันยังคงเกรงใจ

"น้าอันครับ บัตรสมาชิกใบนี้ใช้ได้ห้าคน แต่ที่บ้านผมมีกันแค่สามคน เหลือโควตาว่างเปล่าๆมาตลอด ครั้งนี้ถือว่าได้ใช้สิทธิ์ให้คุ้มค่ากับคุณอาสวี่ครับ" หวังฮ่าวหรานอธิบาย

"เพราะฉะนั้น เรื่องเงินไม่ต้องพูดถึงเลยครับ ไม่ต้องคืนจริงๆ"

"ถ้าอย่างนั้น... น้าก็ต้องขอบใจเธอมากนะ ฮ่าวหราน" ทนายอันเลิกเซ้าซี้แล้วตอบรับด้วยความซาบซึ้ง

แต่ในใจเธอกลับจดจำบุญคุณครั้งนี้ไว้อย่างแม่นยำ

"ขอบคุณนะ" สวี่มู่เหยียนจ้องมองเข้าไปในดวงตาของหวังฮ่าวหราน แล้วเอ่ยออกมาด้วยความจริงใจ

"ไม่เอาน่า เราเป็นอะไรกัน ทำไมต้องมาขอบคุณด้วย?" หวังฮ่าวหรานยิ้มให้สวี่มู่เหยียน

รอยยิ้มอันอบอุ่น บวกกับดวงตาเจ้าเสน่ห์และใบหน้าหล่อเหลา น้อยคนนักที่จะต้านทานไหว

คำพูดของเขาหวานเข้าหู ซึมลึกไปถึงหัวใจ สวี่มู่เหยียนสบตากับเขาได้เพียงครู่เดียว ก็ต้องรีบหลบสายตาด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อ

[ติ๊ง! หนึ่งในนางเอก 'สวี่มู่เหยียน' เพิ่มค่าความชอบต่อโฮสต์ +10 ปัจจุบันค่าความชอบรวมคือ 70 (รักที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย)]

[ติ๊ง! โฮสต์ส่งผลกระทบต่อทิศทางของเนื้อเรื่องอย่างรุนแรง ได้รับแต้มวายร้าย 800 แต้ม, ออร่าตัวเอกของฉู่ไป๋ -30, ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +30!]

เมื่อได้รับข้อความแจ้งเตือน หวังฮ่าวหรานแทบจะกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ

ได้แต้มวายร้าย 800 แต้มกับออร่าตัวร้าย 30 แต้มในคราวเดียว รางวัลรอบนี้ช่างหรูหราอลังการจริงๆ

แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือความรู้สึกของสวี่มู่เหยียนที่ก้าวกระโดดไปอีกขั้น

'รักที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย'

ระดับนี้ ต่อให้เขาทำเรื่องแย่ๆใส่เธอสักหน่อย เธอก็คงไม่เปลี่ยนใจง่ายๆแน่นอน

อีกด้านหนึ่ง

ทนายอันสังเกตเห็นปฏิกิริยาของลูกสาวก็อดตะลึงไม่ได้

สายตาที่ลูกสาวมองชายหนุ่มนั้น... มันไม่ธรรมดาชัดๆ

ไหนจะประโยคที่หวังฮ่าวหรานพูดว่า "ไม่เอาน่า เราเป็นอะไรกัน ทำไมต้องมาขอบคุณด้วย?" นั่นอีก ฟังแล้วชวนให้คิดลึกจริงๆ

ประเด็นคือลูกสาวตัวดีก็ไม่ได้ปฏิเสธหรือโต้แย้งอะไรเลย

หรือว่า......

ทนายอันเริ่มเดาทางออก แต่ก็ปล่อยวางในทันที

ลูกสาวโตแล้ว เรื่องของหนุ่มสาวก็ปล่อยให้พวกเขาจัดการกันเองเถอะ

ที่สำคัญ หวังฮ่าวหรานคนนี้เป็นเด็กดีและเพียบพร้อมจริงๆ

ถ้าลูกสาวได้คบกับผู้ชายดีๆแบบนี้ ก็ถือว่าเป็นวาสนาของเธอแล้ว

เพราะถ้าดูจากฐานะทางบ้าน ต้องยอมรับว่าลูกสาวเธอกำลัง 'ปีนเกลียว' ไปคบคนระดับสูงกว่า

"เดี๋ยวน้าไปดูสามีหน่อยนะ" ทนายอันไม่อยากอยู่เป็นก้างขวางคอ จึงขอตัวเดินตามหมอออกไป

ในห้องรับรองจึงเหลือเพียงหวังฮ่าวหรานกับสวี่มู่เหยียนตามลำพัง

"เมื่อกี้นายพูดอะไรบ้าๆ แม่ฉันเข้าใจผิดหมดแล้วเห็นไหม" สวี่มู่เหยียนค้อนขวับใส่หวังฮ่าวหราน แสร้งทำเป็นงอน

"อ้าว ฉันพูดอะไรผิดเหรอ? ก็ฉันหมายความว่า เราเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันมาตั้งนาน เรื่องแค่นี้ถือว่าช่วยเหลือกัน ไม่เห็นต้องขอบคุณเลย" หวังฮ่าวหรานทำหน้าซื่อตาใส แกล้งไขสือ

ได้ยินคำแก้ตัว สวี่มู่เหยียนก็รู้สึกผิดหวังเล็กๆ

ที่แท้... เขาก็เห็นเราเป็นแค่เพื่อนร่วมชั้นสินะ......

สวี่มู่เหยียนไม่อยากให้เขาจับสังเกตได้ จึงพยายามควบคุมอารมณ์ แล้วฝืนยิ้มออกมา

"นี่... นายเคยบอกว่าชอบดาวโรงเรียนห้องอื่นใช่ไหม ตกลงนายชอบใครกันแน่ ฉินหยุนหานหรือมู่เจาเจา?"

คำถามนี้ดูเหมือนจะถามทีเล่นทีจริง แต่ความจริงเธออยากรู้มานานแล้ว

แค่เพิ่งจะสบโอกาสถาม

ฉินหยุนหานและมู่เจาเจาคือชื่อของดาวโรงเรียนอีกสองคน

สวี่มู่เหยียนแม้จะไม่สนิทกับพวกเธอ แต่ก็รู้จักและเคยเห็นหน้าบ่อยๆ

หวังฮ่าวหรานลองนึกภาพดาวโรงเรียนทั้งสองตามความทรงจำ แล้วเริ่มวิจารณ์

"ฉินหยุนหานน่ะเหรอ สวยหยาดเยิ้ม บุคลิกดี สูงยาวเข่าดี แต่ติดตรงที่ข้างหน้า... แบนราบไปนิด"

"ส่วนมู่เจาเจา หน้าตาจิ้มลิ้มเหมือนตุ๊กตา น่ารักดี หุ่นนี่สิระเบิดระเบ้อ ส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจนจนน่าตกใจ แต่ข้อเสียคือเตี้ยกว่าฉินหยุนหาน"

เขาทำท่าครุ่นคิดอย่างหนักใจ "สองคนนี้กินกันไม่ลงจริงๆ ถ้าจะให้เลือกจีบใครสักคน... เลือกยากแฮะ"

*****

จบบทที่ บทที่ 48: นายชอบใครมากกว่ากัน?

คัดลอกลิงก์แล้ว