- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 47: บาดแผลซ่อนเร้นของพ่อสวี่
บทที่ 47: บาดแผลซ่อนเร้นของพ่อสวี่
บทที่ 47: บาดแผลซ่อนเร้นของพ่อสวี่
หวังฮ่าวหรานใช้ตาทิพย์มองทะลุเข้าไปยังจุดที่สวี่เจิ้งรู้สึกเจ็บ และพบว่าภายในช่องท้องส่วนล่างนั้น มีวัตถุโลหะลักษณะคล้ายเข็มฝังอยู่!
วัตถุโลหะชิ้นนั้นฝังเฉียงอยู่ในเนื้อเยื่อ บริเวณผิวหนังภายนอกมีรอยแผลเป็นจางๆที่แทบมองไม่เห็น
แผลเป็นนั้นสมานกันสนิทนานแล้ว
หากไม่สังเกตให้ดี แม้แต่ตัวสวี่เจิ้งเองก็คงไม่รู้ตัว
อาการเจ็บแปลบขึ้นมาเมื่อครู่นี้ ย่อมเกิดจากเจ้าเข็มโลหะชิ้นนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
แต่ที่น่าแปลกคือ เดี๋ยวเจ็บเดี๋ยวหาย
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร
หวังฮ่าวหรานเองก็ไม่เข้าใจกลไกของมัน แต่มั่นใจได้อย่างหนึ่งว่านี่ต้องเป็นพล็อตที่ไอ้คนเขียนนิยายปัญญาอ่อนนั่นสร้างไว้ เพื่อให้ตัวเอกอย่างฉู่ไป๋ได้โชว์เทพรักษาพ่อตา แล้วโกยคะแนนความประทับใจจากบ้านสวี่แน่ๆ
ถึงแม้รอยแผลจะมองไม่เห็นจากภายนอก แต่ฉู่ไป๋ที่มีสกิลมองทะลุเหมือนกัน แค่ปรายตามองแวบเดียวก็ต้องรู้
ส่วนอาการเจ็บของสวี่เจิ้งเมื่อครู่ คงไปกระทบถูกอะไรเข้าสักอย่างเลยกำเริบขึ้นมา
แต่ดูจากนิสัยหัวรั้นของสวี่เจิ้งแล้ว คงไม่ยอมไปหาหมอง่ายๆ
ถ้าเป็นแบบนี้ โอกาสของฉู่ไป๋ก็...
"คุณอาสวี่ครับ ผมว่าคุณอาไปหาหมอที่โรงพยาบาลหน่อยดีกว่านะครับ!"
ในขณะที่หวังฮ่าวหรานกำลังใช้ความคิด เสียงของฉู่ไป๋ก็ดังแทรกขึ้นมาทันที
"ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ไป เจ็บแค่นี้จะไปโรงพยาบาลทำไม" สวี่เจิ้งส่ายหน้าปฏิเสธ
ฉู่ไป๋ไม่ยอมแพ้ รีบรุกต่อ
"คุณอาสวี่ครับ ถึงสุขภาพคุณอาจะแข็งแรงดี แต่ไปตรวจให้ละเอียดหน่อยก็ดีนะครับ เมื่อก่อนผมเคยอยู่ที่..."
"ผมเห็นด้วยนะครับว่าควรไปตรวจ" หวังฮ่าวหรานพูดขัดจังหวะฉู่ไป๋ขึ้นมา แล้วหันไปถามสวี่เจิ้งว่า
"คุณอาสวี่ครับ ตรงจุดที่เจ็บเมื่อกี้ คุณอาเคยได้รับบาดเจ็บอะไรมาก่อนหรือเปล่า?"
"ทำไมถึงถามแบบนั้นล่ะ?" สวี่เจิ้งเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ
"อ๋อ คือแบบนี้ครับ ผมเคยอ่านเจอข่าวทำนองนี้มาก่อน" หวังฮ่าวหรานค่อยๆอธิบาย "มีคนคนหนึ่งตอนเด็กๆเล่นซน แล้วบังเอิญโดนของมีคมชิ้นเล็กๆทิ่มเข้าไปในตัว ตอนนั้นแผลมันเล็กมาก เขาเลยไม่ได้สนใจ ปล่อยให้แผลหายเอง แต่พอเวลาผ่านไปหลายปี ของมีคมชิ้นนั้นมันเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ จนเริ่มไปกระทบอวัยวะภายใน ทำให้เกิดอาการเจ็บเป็นพักๆ พอไปตรวจที่โรงพยาบาลถึงได้เจอสาเหตุ"
"หมอบอกว่า ถ้ามาช้ากว่านี้อีกแค่วันเดียว เขาอาจจะเสียชีวิตได้เลย"
"ผมเลยอยากรู้ว่าตรงที่ปวดเมื่อกี้ คุณอาเคยมีแผลอะไรหรือเปล่าครับ"
พอได้ฟัง สวี่เจิ้งก็นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบเสียงเครียด
"มีอยู่ครั้งหนึ่ง ตอนที่อาไล่จับคนร้าย ระหว่างต่อสู้กัน อาก็เจ็บจี๊ดที่ท้องน้อย ตอนนั้นเจ็บมาก แต่แผลมันเล็กนิดเดียว อาเลยไม่ได้ทายา ปล่อยให้หายเอง หลังจากนั้นตรงนี้ก็เจ็บๆหายๆมาตลอด"
"โดยเฉพาะเมื่อกี้ เจ็บจนแทบหายใจไม่ออกเลย"
"คุณอาสวี่ครับ! ที่ผมบอกให้ไปตรวจเมื่อกี้ ก็เพราะจะพูดเรื่องนี้แหละครับ ข่าวนั้นผมก็เคยอ่านเจอเหมือนกัน!" ฉู่ไป๋รีบโพล่งขึ้นมา กลัวโดนหวังฮ่าวหรานแย่งซีน รีบอ้างมั่วซั่วไปก่อน
"พ่อคะ ไปตรวจเถอะนะคะ ถือว่าทำเพื่อหนูกับแม่"
"นั่นสิคุณ ถึงจะไม่แน่ใจว่าเป็นอย่างที่ว่าไหม แต่ไปตรวจไว้ก่อนก็อุ่นใจกว่านะ"
สวี่มู่เหยียนและแม่ช่วยกันเกลี้ยกล่อมด้วยความเป็นห่วง
สวี่เจิ้งกำลังจะพยักหน้าตกลง แต่หวังฮ่าวหรานกลับทักท้วงขึ้นมา
"ดึกป่านนี้แล้ว ถ้าไปโรงพยาบาลก็ต้องเข้าห้องฉุกเฉิน ซึ่งปกติเขาจะไม่รับตรวจละเอียดหรอกครับ ยิ่งถ้าอาการคุณอาไม่ได้วิกฤตถึงขั้นเป็นตายเท่ากัน หมอห้องฉุกเฉินคงไล่ให้กลับมาตรวจแผนกปกติพรุ่งนี้เช้าอยู่ดี"
"พูดมีเหตุผล อาการของฉันก็ไม่ได้เร่งด่วนอะไร ไว้ไปพรุ่งนี้ดีกว่า หมอเวรดึกเขาก็เหนื่อยกันจะแย่ อย่าไปรบกวนทรัพยากรฉุกเฉินเลย" สวี่เจิ้งเห็นด้วยกับหวังฮ่าวหราน
สวี่มู่เหยียนกับแม่ยังคงกังวลใจ แต่พอสวี่เจิ้งยืนกรานแบบนั้นก็ไม่รู้จะค้านยังไง
"นี่ก็ดึกมากแล้ว กลับกันเถอะครับ พรุ่งนี้ต้องไปเรียนอีก" หวังฮ่าวหรานปรายตามองฉู่ไป๋กับฟ่านเจี้ยน
ฟ่านเจี้ยนกล่าวลา แล้วปั่นจักรยานออกไปก่อน
ฉู่ไป๋ชะงักไปครู่หนึ่ง จ้องมองหวังฮ่าวหรานด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะจำใจปั่นจักรยานบุโรทั่งของตัวเองจากไป หายลับไปจากสายตา
หวังฮ่าวหรานมองตามหลังฉู่ไป๋พลางลอบยิ้ม
การไล่ฉู่ไป๋ไปให้พ้นทาง ไม่ใช่เป้าหมายสุดท้ายของเขาหรอกนะ
"ฮ่าวหราน คนขับรถไม่ได้มารับเหรอจ๊ะ? ให้น้าไปส่งไหม?" ทนายอันถามด้วยความเอื้อเฟื้อ
"ขอบคุณครับน้าอัน คนขับรถผมจอดรออยู่แถวนี้แหละครับ เดี๋ยวผมโทรเรียกก็มาแล้ว แต่ก่อนหน้านั้น ผมอยากจะพาคุณอาสวี่ไปตรวจร่างกายก่อนครับ" หวังฮ่าวหรานตอบยิ้มแย้ม
"อ้าว ไหนบอกว่าห้องฉุกเฉินอาจจะไม่รับตรวจไง?" สวี่มู่เหยียนถามงงๆ
"โรงพยาบาลรัฐน่ะใช่ แต่เราไปคลินิกได้นี่นา"
"คลินิก?"
"ถึงจะเรียกว่าคลินิก แต่เครื่องมือแพทย์และฝีมือหมอที่นั่นเหนือกว่าโรงพยาบาลรัฐชั้นนำในเมืองชิงหลิงเสียอีก เผลอๆอาจจะเทียบชั้นโรงพยาบาลระดับโลกได้เลยด้วยซ้ำ"
สวี่มู่เหยียนตาโต เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าในเมืองชิงหลิงจะมีคลินิกเทพขนาดนั้น
"ฮ่าวหราน ที่เธอพูดถึงนี่... 'คลินิกเทียนฮุย' ใช่ไหม?" ทนายอันผู้กว้างขวาง พอฟังคำบรรยายสรรพคุณปุ๊บก็นึกออกทันที
"ใช่ครับน้าอัน" หวังฮ่าวหรานพยักหน้า
คลินิกเทียนฮุยเป็นสถานพยาบาลระดับท็อปที่มีเครื่องไม้เครื่องมือทันสมัยสุดๆ แต่ค่ารักษาก็แพงหูฉี่ชนิดขูดเลือดขูดเนื้อ แถมต่อให้มีเงินจ่าย ก็ใช่ว่าจะรับรักษาทุกคน
พูดง่ายๆคือเป็นที่รักษาตัวของพวกมหาเศรษฐีและผู้มีอิทธิพลเท่านั้น
คนธรรมดาหมดสิทธิ์
พอเห็นหวังฮ่าวหรานพยักหน้า สีหน้าของทนายอันก็เจื่อนลง
อาชีพทนายความแม้จะมีหน้ามีตา รายได้ดีพอสมควร แต่ถ้าจะให้ไปรักษาที่เทียนฮุยคลินิก... ฐานะอย่างเธอยังถือว่าไม่ถึงขั้น
"แม่คะ ที่นั่นเข้ายากมากเลยเหรอคะ?" สวี่มู่เหยียนสังเกตเห็นสีหน้าแม่ไม่สู้ดี
"คลินิกนี้เขารับแต่พวกไฮโซน่ะสิลูก เราไปเขาก็คงไม่ต้อนรับ ไล่ให้ไปโรงพยาบาลอื่นเปล่าๆ" ทนายอันตอบเสียงเครียด
"ถ้าเขาไม่รับเราก็ไม่ไปง้อ พรุ่งนี้ค่อยไปโรงพยาบาลปกติก็ได้" สวี่เจิ้งพูดอย่างมีทิฐิ
เขาไม่ค่อยชอบใจพวกสถานที่ที่เลือกปฏิบัติกับคนแบบนี้
"คุณอาคุณน้าวางใจเถอะครับ พวกเขาต้องต้อนรับแน่นอน" หวังฮ่าวหรานยิ้มอย่างมั่นใจ
ได้ยินแบบนั้น ครอบครัวสวี่ถึงได้นึกขึ้นได้ถึงเบื้องหลังของหวังฮ่าวหราน
ตระกูลหวังเป็นตระกูลใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลในเมืองชิงหลิง คลินิกเทียนฮุยต่อให้หยิ่งแค่ไหน ก็คงไม่กล้าหักหน้าตระกูลหวังแน่
สวี่มู่เหยียนกับทนายอันที่เป็นห่วงสวี่เจิ้งอยู่แล้วย่อมยินดีปรีดาเป็นที่สุด
ส่วนสวี่เจิ้งเอง ถึงจะไม่ได้รีบร้อนอะไร แต่พอเห็นลูกเมียเป็นห่วงเป็นใยขนาดนี้ ขืนปฏิเสธอีกคงทำลายน้ำใจกันเปล่าๆ
อีกอย่าง เขาไม่อยากปฏิเสธความหวังดีของหวังฮ่าวหรานด้วย
"ฮ่าวหราน ถ้าอย่างนั้นอาต้องรบกวนเธอด้วยนะ" สวี่เจิ้งกล่าวขอบคุณจากใจจริง
[ติ๊ง! โฮสต์ทำการตัดหน้าตัวเอก 'ฉู่ไป๋' สำเร็จ ทำให้ตัวละครสมทบ 'สวี่เจิ้ง' มีความรู้สึกดีต่อโฮสต์เพิ่มขึ้น ได้รับแต้มวายร้าย 200 แต้ม!]
"เรื่องเล็กน้อยครับคุณอา" หวังฮ่าวหรานโบกมืออย่างไม่ถือสา
*****