- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 46: กระหน่ำซ้ำเติม
บทที่ 46: กระหน่ำซ้ำเติม
บทที่ 46: กระหน่ำซ้ำเติม
สวี่มู่เหยียนฟังแม่เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยความรู้สึกตื่นเต้นระทึกขวัญ
เธอไม่คิดเลยว่าการที่หวังฮ่าวหรานลาหยุดไปแค่บ่ายเดียว จะไปเจอเรื่องราวใหญ่โตขนาดนี้
"เห็นไหมหนูบอกแล้วว่าพ่อเข้าใจผิด หวังฮ่าวหรานไม่เหมือนพวกทายาทเศรษฐีคนอื่นๆสักหน่อย ทีนี้พ่อเชื่อหนูหรือยัง?" สวี่มู่เหยียนเชิดหน้าถามอย่างผู้ชนะ
"คุณคะ ฉันว่าคุณเข้าใจผิดไปใหญ่แล้วล่ะ เหยียนเหยียนยังใช้โทรศัพท์ของพ่อหนุ่มนี่โทรหาฉันเลย ถ้าเขามีเจตนาร้ายจริงๆคงไม่ยอมให้ทำแบบนั้นหรอก" ทนายอันเสริม
สวี่เจิ้งเหลือบมองไปทางฉู่ไป๋แวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า
"แต่ฉันได้ยินเขาบอกมาว่าหวังฮ่าวหรานตั้งแก๊งอันธพาลในโรงเรียน วันๆเอาแต่รังแกชาวบ้าน แถมยังมีแฟนเป็นโขยงเลยนะ"
ได้ยินดังนั้น สวี่มู่เหยียนก็หันขวับไปมองฉู่ไป๋ด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ แล้วรีบหันมาแก้ต่างกับพ่อทันที
"ไม่มีทางค่ะ จริงอยู่ที่โรงเรียนมีคนคอยเดินตามหวังฮ่าวหรานเยอะแยะ แต่เรื่องตั้งแก๊งอันธพาลนี่ไม่มีมูลความจริงเลย หวังฮ่าวหรานเรียนเก่งมาก ผลการเรียนก็ไม่ด้อยไปกว่าหนู เขาจะเอาเวลาที่ไหนไปทำเรื่องพวกนั้น ส่วนเรื่องมีแฟนเป็นโขยงยิ่งไร้สาระเข้าไปใหญ่"
"จริงเหรอ?" สวี่เจิ้งหันไปคาดคั้นเอากับฉู่ไป๋
ฉู่ไป๋ก้มหน้าหลบสายตาด้วยความรู้สึกผิด
เขาแค่อยากจะใส่ร้ายหวังฮ่าวหราน ไม่นึกว่าสวี่เจิ้งจะเอามาพูดแฉต่อหน้าแบบนี้
"ผม... ผมอาจจะพูดเกินจริงไปหน่อยครับ" ฉู่ไป๋ตอบเสียงอ่อย ยอมรับสภาพอย่างเสียไม่ได้
สวี่เจิ้งขมวดคิ้ว
เขารู้ว่าฉู่ไป๋ชอบลูกสาวเขา แต่การใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นเพื่อให้ตัวเองดูดีแบบนี้ มันออกจะไร้คุณธรรมไปหน่อย
"ฉู่ไป๋ เธอทำแบบนี้ไม่ถูกนะ" สวี่เจิ้งตำหนิเบาๆ
"คุณอาสวี่ครับ ถ้าเทียบกับเรื่องที่เขาเกือบทำคนตาย เรื่องนี้ถือว่าจิ๊บจ๊อยไปเลยครับ" หวังฮ่าวหรานสบโอกาส 'ซ้ำดาบแรก' ทันที
"เกือบทำคนตาย?" สวี่เจิ้งตกใจตาโต
"พวกคุณยังไม่รู้สินะครับ คือเรื่องมันเป็นแบบนี้..." หวังฮ่าวหรานเล่าวีรกรรมสุดบ้าบิ่นของฉู่ไป๋ที่โรงงานหยกให้ฟังอย่างละเอียด
"ฉันเคยได้ยินคุณถังพูดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน เดิมทีคุณถังจะฟ้องร้องดำเนินคดี แต่ผู้อำนวยการขอร้องไว้ คุณถังเลยยอมความ" ทนายอันช่วยยืนยันอีกแรง
คราวนี้สายตาที่สวี่เจิ้งมองฉู่ไป๋เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
[ติ๊ง! โฮสต์ซ้ำดาบสำเร็จ ค่าความรู้สึกดีของตัวละครสมทบ 'สวี่เจิ้ง' ที่มีต่อตัวเอก 'ฉู่ไป๋' ลดลงเหลือศูนย์ สวี่เจิ้งถอนตัวจากฝ่ายตัวเอก เข้าสู่สถานะเป็นกลาง]
[ติ๊ง! โฮสต์ส่งผลกระทบต่อทิศทางของเนื้อเรื่อง ได้รับแต้มวายร้าย 100 แต้ม]
เมื่อได้รับข้อความแจ้งเตือนจากระบบ หวังฮ่าวหรานก็แอบยิ้มในใจ
นี่แค่ดาบแรก ดาบสองกำลังจะตามมาติดๆ
กะเวลาดูแล้ว ฟ่านเจี้ยนน่าจะใกล้ถึงแล้วมั้ง?
หรือว่าหมอนั่นจะปอดแหกกลางทาง?
หวังฮ่าวหรานเริ่มกังวล
โทษไอ้คนเขียนนิยายปัญญาอ่อนนั่นแหละ ดันเขียนบทให้ลูกสมุนของเขาแต่ละคนโง่ได้โล่จริงๆ
ทันใดนั้น เสียงเบรกจักรยานดังเอี๊ยดก็ดังขึ้นจากริมถนน
ในที่สุดฟ่านเจี้ยนก็เสด็จมาถึง
เขาจอดจักรยานแล้วกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะเดินตรงดิ่งมายังริมแม่น้ำ
"เงินที่ฉันทำหล่น นายเป็นคนเอาไปใช่ไหม?" ฟ่านเจี้ยนตรงเข้าไปถามฉู่ไป๋
"พูดบ้าอะไรของแก เงินแกหายแล้วมาเกี่ยวอะไรกับฉัน ตลกน่า" ฉู่ไป๋ใจเต้นตึกตัก แต่พยายามตีหน้าซื่อทำเป็นทองไม่รู้ร้อน
"ฉันปั่นมาทางลัด ตลอดทางไม่เจอใครเลยนอกจากนาย ฉันจำได้แม่นว่าก่อนเจอนายเงินยังอยู่ พอเจอนายแล้วเงินก็หายไป ถ้าไม่ใช่แกเก็บไปแล้วจะเป็นใคร หรือว่าแกซ่อนไว้ในกระเป๋า?" สายตาของฟ่านเจี้ยนจ้องเขม็งไปที่เป้ด้านหลังฉู่ไป๋
"ฉันไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น" ฉู่ไป๋เบะปากอย่างดูถูก แต่มือกลับเผลอกำสายสะพายเป้แน่นโดยไม่รู้ตัว
"งั้นเปิดกระเป๋าให้ดูหน่อยสิ ถ้าไม่มีฉันจะขอโทษนาย"
"ไม่จำเป็น ฉันไม่มีเหตุผลต้องให้แกดู"
"เอามาให้ดูเดี๋ยวนี้นะโว้ย!" ฟ่านเจี้ยนเริ่มโมโห พุ่งเข้าไปยื้อแย่งกระเป๋ากับฉู่ไป๋ทันที
แต่ลำพังแค่แรงของฟ่านเจี้ยน มีหรือจะสู้ฉู่ไป๋ได้
โชคดีที่สวี่เจิ้งรีบเข้ามาแยกทั้งคู่ไว้ ฟ่านเจี้ยนถึงรอดจากการโดนยำตีนหวุดหวิด
หวังฮ่าวหรานก้าวออกมาพูดไกล่เกลี่ย
"ฟ่านเจี้ยน เงินนายทำหล่นกลางทาง ใครเก็บไปก็ไม่รู้ นายจะมาทึกทักเอาว่าเป็นฉู่ไป๋ดื้อๆแบบนี้ มันไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าไหร่นะ"
คำพูดดูเป็นกลางและยุติธรรม ทำให้ฉู่ไป๋แปลกใจและเริ่มวางใจลง
แต่ในวินาทีนั้นเอง หวังฮ่าวหรานก็คว้าหมับเข้าที่กระเป๋าเป้ของฉู่ไป๋!
"แต่ฉันเชื่อว่าฉู่ไป๋ไม่ได้เอาไป ถ้าไม่เชื่อ เดี๋ยวฉันเปิดให้ดูเอง!"
ด้วยทักษะมวยหย่งชุนระดับปรมาจารย์ ความเร็วระดับออกหมัดสิบครั้งในหนึ่งวินาที แย่งกระเป๋าแค่นี้ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วย
ฉู่ไป๋ตั้งตัวไม่ทัน จะห้ามก็สายไปเสียแล้ว
ซิปกระเป๋าถูกรูดเปิดออก เผยให้เห็นปึกธนบัตรสีแดงเด่นหราอยู่ภายใน
"อ้าว นี่มัน..." หวังฮ่าวหรานแกล้งทำเป็นพูดไม่ออก
ฟ่านเจี้ยนรู้ว่าถึงเวลาโชว์สกิลการแสดงแล้ว รีบโวยวายทันที
"นั่นไงเงินของฉัน! ฉันบอกแล้วว่ามันเก็บไป มันยังหน้าด้านโกหกอีก!"
เขาชี้หน้าด่าฉู่ไป๋ น้ำเสียงสั่นเครือเหมือนคนกำลังจะร้องไห้
"เงินก้อนนี้ฉันเพิ่งเบิกมาเป็นค่ารักษาคุณย่า นายยังกล้าอมเงินคนแก่ได้ลงคอ นายมันไม่ใช่คน! รู้ไหมว่าถ้าไม่มีเงินก้อนนี้ ย่าฉันอาจจะตายได้เลยนะเว้ย!"
แน่นอนว่าเรื่องย่าป่วยเป็นเรื่องที่ฟ่านเจี้ยนกุขึ้นมาสดๆร้อนๆ
เวลาจะลามักจะใช้มุกนี้ประจำ ทั้งย่าป่วย ปู่ป่วย พ่อป่วย...
เรียกได้ว่าญาติพี่น้องของฟ่านเจี้ยนผลัดกัน 'ป่วย' ครบทุกคนแล้ว
โกหกจนชิน ปากเลยลื่นไหลไม่มีสะดุด
ยกเว้นหวังฮ่าวหรานที่รู้ไต๋คนเดียว คนอื่นในที่นั้นล้วนเชื่อสนิทใจ
ครอบครัวสวี่ทั้งสามคนมองฉู่ไป๋ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอีกครั้ง... คราวนี้เต็มไปด้วยความรังเกียจ
[ติ๊ง! โฮสต์ชักใยเบื้องหลังสำเร็จ ความรู้สึกของตัวละครสมทบ 'สวี่เจิ้ง' ที่มีต่อตัวเอก 'ฉู่ไป๋' ลดลงจนเข้าสู่สถานะรังเกียจ]
[ติ๊ง! โฮสต์ส่งผลกระทบต่อทิศทางของเนื้อเรื่อง ได้รับแต้มวายร้าย 100 แต้ม!]
หวังฮ่าวหรานได้รับแจ้งเตือนจากระบบ
แต่ได้แต้มเฉพาะส่วนของสวี่เจิ้งเท่านั้น
ไม่มีของสวี่มู่เหยียนและทนายอัน
นั่นเพราะสวี่มู่เหยียนเกลียดฉู่ไป๋อยู่แล้ว หวังฮ่าวหรานเลยเก็บแต้มซ้ำไม่ได้
ส่วนทนายอัน เธอไม่ได้อยู่ฝั่งตัวเอกตั้งแต่แรก และค่อนข้างเอียงมาทางหวังฮ่าวหรานอยู่แล้ว
ดังนั้นต่อให้เธอเกลียดฉู่ไป๋ก็ไม่ได้แต้มเพิ่ม
"ฉันเป็นคนเก็บได้จริง แต่ไม่ได้กะว่าจะไม่คืน แค่อยากแกล้งให้ตกใจเล่นเฉยๆ ใครใช้ให้เมื่อกี้แกทำตัวกร่างใส่ฉันก่อนล่ะ" ฉู่ไป๋พยายามแก้ตัวน้ำขุ่นๆ
แต่คำแก้ตัวนี้ฟังดูอ่อนและฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย
มันไม่อาจลบล้างความรู้สึกด้านลบที่ครอบครัวสวี่มีต่อเขาได้
หวังฮ่าวหรานพอใจกับผลลัพธ์นี้มาก
ตราบใดที่ฉู่ไป๋ไม่มีโอกาสกู้ภาพลักษณ์คืน ความรู้สึกรังเกียจนี้ก็จะฝังแน่นต่อไป
"โอ๊ย..."
จู่ๆสวี่เจิ้งก็เซถลา เอามือกุมท้องน้อยด้านซ้าย สีหน้าดูเจ็บปวด
สวี่มู่เหยียนกับแม่ตกใจรีบเข้าไปดูอาการ
แต่ไม่นานสวี่เจิ้งก็กลับมายืนตรงได้เหมือนเดิม
"เมื่อกี้มันจี๊ดขึ้นมาที่ท้องน้อยข้างซ้าย แต่ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว"
"ไม่เป็นไรจริงเหรอคะ? ไปตรวจที่โรงพยาบาลก่อนดีไหม?" สวี่มู่เหยียนยังไม่วางใจ
"พ่อแข็งแรงจะตาย เรื่องแค่นี้ไม่ต้องถึงมือหมอหรอก" สวี่เจิ้งปฏิเสธทันควัน
"คุณคะ ไปตรวจหน่อยเถอะ กันไว้ดีกว่าแก้นะ" ทนายอันช่วยเกลี้ยกล่อม
"ไม่ไปๆ บอกว่าไม่เป็นไรก็ไม่เป็นไรสิ" สวี่เจิ้งยังยืนกรานคำเดิม
เขาเป็นคนสุขภาพแข็งแรงมาตลอด ปีหนึ่งแทบไม่เคยเป็นหวัด โรงพยาบาลนี่แทบไม่เคยได้ย่างกรายเข้าไป
หวังฮ่าวหรานยืนมองเหตุการณ์อยู่เงียบๆ แต่สมองกำลังประมวลผลอย่างหนัก
ตอนนี้ครอบครัวสวี่เกลียดขี้หน้าฉู่ไป๋เข้าไส้ จู่ๆสวี่เจิ้งก็มาป่วยกะทันหันแบบนี้ หรือว่าจะเป็น 'สกิลตัวเอก' ทำงาน? เปิดโอกาสให้ฉู่ไป๋กู้หน้าคืน?
พล็อตแบบนี้หวังฮ่าวหรานเคยเจอมานักต่อนัก
แต่เดี๋ยวนะ ฉู่ไป๋มีแค่สกิล 'ตาทิพย์' ไม่ใช่พวกตัวเอกสายหมอเทวดา จะไปรักษาใครได้?
เดี๋ยวนะ... ตาทิพย์?!
หวังฮ่าวหรานฉุกคิดขึ้นได้ จึงรีบเพ่งสายตาใช้มองทะลุ ตรวจสอบบริเวณท้องน้อยที่สวี่เจิ้งกุมเมื่อสักครู่ทันที
*****