เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45: มากันครบองค์ประชุม

บทที่ 45: มากันครบองค์ประชุม

บทที่ 45: มากันครบองค์ประชุม


พลุไฟชุดใหญ่ถูกจุดต่อเนื่องยาวนานถึงสิบนาทีเต็ม ก่อนจะค่อยๆซาลง

อย่าดูถูกเวลาเพียงสั้นๆนี้เชียว เพราะตลอดแนวฝั่งแม่น้ำถูกประดับประดาด้วยพลุที่จุดเรียงรายกันเป็นทิวแถว

เพียงแค่สิบนาทีนี้ ก็ผลาญเงินไปเหนาะๆแล้วถึงแปดแสนหยวน

แต่หวังฮ่าวหรานไม่ได้ยี่หระ วันนี้วันเดียวเขาฟันกำไรมาตั้งกว่าร้อยยี่สิบล้าน

เงินแปดแสนก็แค่ขนหน้าแข้งเส้นเดียว

"สวยไหม?" หวังฮ่าวหรานส่งสายตาหวานเชื่อม เป็นประกายระยิบระยับยิ่งกว่าพลุใส่สวี่มู่เหยียน

สวี่มู่เหยียนพยักหน้าหงึกหงัก

หวังฮ่าวหรานไม่แปลกใจเลยสักนิด

ความโรแมนติกราคาแปดแสน จะไม่สวยได้ยังไงไหว?

"นาย... นายเป็นคนเตรียมเหรอ?" สวี่มู่เหยียนเริ่มรู้สึกว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

"ชอบไหมล่ะ?"

"ชอบ... แต่... ทำไมต้องทำขนาดนี้ด้วย?" สวี่มู่เหยียนรู้สึกหัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุอก

"เห็นเธอไม่สบายใจ ก็เลยอยากหาอะไรทำให้เธอมีความสุขขึ้นมาบ้าง" หวังฮ่าวหรานจ้องมองสวี่มู่เหยียนอย่างลึกซึ้ง

"แล้วตอนนี้... ดีขึ้นบ้างหรือยัง?"

สวี่มู่เหยียนสบสายตาที่มองมา แล้วพยักหน้าตอบรับอย่างหนักแน่น

[ติ๊ง! หนึ่งในนางเอก 'สวี่มู่เหยียน' เพิ่มค่าความชอบต่อโฮสต์ +10 ปัจจุบันค่าความชอบรวมคือ 60 (ความรักจากใจ)]

[ติ๊ง! โฮสต์ส่งผลกระทบต่อทิศทางของเนื้อเรื่อง ได้รับแต้มวายร้าย 200 แต้ม]

"คุณทุ่มเทขนาดนี้ เพียงแค่... อยากให้ฉันมีความสุขแค่นั้นเองเหรอ?" สวี่มู่เหยียนรวบรวมความกล้าถามออกไป

"ใช่สิ ก็เราเป็นเพื่อนกันนี่นา" หวังฮ่าวหรานตอบพร้อมรอยยิ้ม

"นั่นสินะ... เราเป็นเพื่อนกัน"

สวี่มู่เหยียนยิ้มตอบ แต่ลึกๆในใจกลับรู้สึกวูบโหวงอย่างประหลาด

ไม่ไกลออกไปนัก

ฉู่ไป๋ที่แอบซุ่มอยู่ข้างแปลงดอกไม้ริมแม่น้ำ เห็นภาพหนุ่มหล่อสาวงามยืนจ้องตากันหวานซึ้ง ก็แทบกระอักเลือดด้วยความริษยา

มือไม้พาลดึงทึ้งดอกไม้ใบหญ้าแถวนั้นจนเละเทะไปหมด

ทันใดนั้นเอง

รถยนต์คันหนึ่งก็แล่นมาจอดเทียบข้างทาง

ชายวัยกลางคนผู้มีสีหน้าถมึงทึงก้าวลงมาจากรถ

"คุณอาสวี่!"

ความโกรธของฉู่ไป๋แปรเปลี่ยนเป็นความยินดีทันที เขารีบโบกไม้โบกมือเรียก

"เหยียนเหยียนกับไอ้เด็กหวังฮ่าวหรานนั่นอยู่ที่ไหน?" พ่อสวี่เดินปรี่เข้ามาถามฉู่ไป๋เสียงเครียด

พ่อของสวี่มู่เหยียนรูปร่างกำยำล่ำสัน ท่าทางเต็มไปด้วยพละกำลัง

ฉู่ไป๋สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวของอีกฝ่าย

ถ้าความโกรธนี้ระเบิดออกมาเป็นหมัดล่ะก็ คงน่ากลัวพิลึก

ฉู่ไป๋แทบจะรอชมฉากเด็ดไม่ไหวแล้ว

"อยู่ตรงนั้นครับ!" เขาชี้มือข้ามแปลงดอกไม้ไป

พ่อสวี่เดินย่ำเท้าหนักๆ ตรงดิ่งไปยังทิศทางที่ฉู่ไป๋ชี้

ฉู่ไป๋รีบเดินตามหลังไป พยายามกลั้นขำอย่างสุดความสามารถ

"เหยียนเหยียน!"

พ่อสวี่เดินไปหยุดอยู่ด้านหลังลูกสาว แล้วตะโกนเรียกเสียงดังลั่น

สวี่มู่เหยียนที่กำลังตกอยู่ในภวังค์แสนหวานถึงกับสะดุ้งสุดตัว

"พ่อ? พ่อมาได้ยังไงคะ แล้วแม่ล่ะ?" สวี่มู่เหยียนยังจับต้นชนปลายไม่ถูก

เธอนึกว่าแม่วานให้พ่อมารับเธอเสียอีก

"พ่อมาได้ยังไงน่ะเหรอ?!" พ่อสวี่ตวาดลั่น พลางชี้นิ้วไปที่หน้าหวังฮ่าวหราน

"ถ้าพ่อไม่มา ป่านนี้ลูกคงโดนไอ้เด็กนี่หลอกไปเข้าโรงแรมไหนต่อไหนแล้ว!"

หวังฮ่าวหรานใจหายวาบ

เชี่ยเอ๊ย

พ่อสวี่มู่เหยียนนี่หยั่งรู้ฟ้าดินหรือไงวะ?!

ถ้าไม่ใช่เพราะลูกน้องมารายงานเรื่องฉู่ไป๋โทรฟ้องพ่อตาก่อนหน้านี้

ป่านนี้เขาคงหลอกพาสวี่มู่เหยียนไปเช็คอินที่โรงแรมจริงๆนั่นแหละ

ในขณะที่คิดอยู่นั้น หวังฮ่าวหรานก็ยอมจ่าย 100 แต้มวายร้าย เพื่อตรวจสอบค่าสถานะของพ่อสวี่ทันที

ดูท่าทางเกรี้ยวกราดขนาดนี้ ดีไม่ดีอาจจะพุ่งเข้ามาซัดเขาได้ทุกเมื่อ

รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง

[ตัวละครสมทบ: สวี่เจิ้ง (ปัจจุบันสังกัดฝั่งตัวเอก, สามารถแปรพักตร์ได้)]

[พลังต่อสู้: 209]

[เสน่ห์: 103]

[ออร่าตัวละครสมทบ: ไม่มี]

[ทักษะ: ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) ระดับสูง]

พลังต่อสู้ 209 ถือว่าสูงเอาเรื่อง แต่เมื่อเทียบกับ 289 ของหวังฮ่าวหรานแล้ว ก็ยังถือว่าเป็นรองอยู่พอสมควร

ถ้าต้องดวลกันตัวต่อตัวจริงๆ 'มวยหย่งชุนระดับปรมาจารย์' ของหวังฮ่าวหรานน่าจะกินนิ่ม 'MMA ระดับสูง' ของอีกฝ่ายได้ไม่ยาก

สังกัดฝั่งตัวเอกงั้นเหรอ? มิน่าล่ะถึงได้เข้าข้างฉู่ไป๋นัก

สามารถแปรพักตร์ได้?

แสดงว่าถ้าเขาทำตัวดีๆ ก็มีโอกาสทำให้พ่อตาเปลี่ยนใจมายอมรับเขาได้สินะ?

หวังฮ่าวหรานวิเคราะห์ในใจ

"พ่อพูดบ้าอะไรเนี่ย หนูแค่เดินเล่นกับหวังฮ่าวหรานที่ริมแม่น้ำเฉยๆ" สวี่มู่เหยียนเห็นพ่อโกรธจนเลือดขึ้นหน้า กลัวพ่อจะสติหลุดทำร้ายคนอื่น จึงรีบคว้าแขนพ่อไว้แน่น

สวี่เจิ้งอยากจะพุ่งเข้าไปประเคนหมัดใส่หน้าหวังฮ่าวหรานใจจะขาด แต่ก็กลัวลูกสาวจะโดนลูกหลง จึงได้แต่ยืนฮึดฮัด คุมเชิงกันอยู่อย่างนั้น

"คุณอาสวี่ครับ เราเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก คุณอาอาจจะกำลังเข้าใจผมผิดอยู่นะครับ" หวังฮ่าวหรานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"ฉันไม่ได้เข้าใจผิด! นี่มันจะสี่ทุ่มอยู่แล้ว แกไม่กลับบ้านกลับช่อง แต่ชวนลูกสาวฉันมาที่นี่ กล้าพูดไหมว่าไม่ได้คิดมิดีมิร้าย?!"

"ผมกล้าสาบานครับ ถ้าผมชวนสวี่มู่เหยียนมาที่นี่ด้วยเจตนาชั่วร้าย ขอให้ฟ้าผ่าผมตายตอนนี้เลย!" หวังฮ่าวหรานยกมือสาบานฉอดๆ

เป็นตัวร้ายซะอย่าง จะไปกลัวอะไรกับคำสาบาน?

ถ้าคำสาบานศักดิ์สิทธิ์จริง ป่านนี้คนคงโดนฟ้าผ่าตายเกลื่อนเมืองแล้ว

"หวังฮ่าวหราน แกไม่ต้องมาแก้ตัว! แกนัดสวี่มู่เหยียนมาที่เปลี่ยวๆแบบนี้ จะต้องหวังเคลมเธอแน่ๆ เมื่อกี้ฉันเห็นกับตาว่าแกพยายามจะจับมือเธอตั้งหลายครั้ง แถมยังทำท่าจะกอดเธอด้วย!" ฉู่ไป๋ได้ทีรีบใส่ไฟ ใส่สีตีไข่เพิ่มเข้าไปอีก

"นี่นายต้องโกหกหน้าตายขนาดนี้เลยเหรอ?" หวังฮ่าวหรานถึงกับหลุดขำ

ไอ้ตัวเอกนี่ นอกจากจะชอบเบี้ยวพนันแล้ว ยังใส่ร้ายป้ายสีเก่งอีกด้วย!

ตอนที่เขาอยู่กับสวี่มู่เหยียนเมื่อกี้ เขาไม่ได้ทำรุ่มร่ามแบบนั้นเลยสักนิด

"กล้าทำแต่ไม่กล้ารับเหรอไง?" ฉู่ไป๋ยิ้มเยาะ

"ช่างเถอะ ฉันพูดไปก็คงไม่มีใครเชื่อ" หวังฮ่าวหรานคร้านจะอธิบายแล้ว

ดูทรงแล้ว สวี่เจิ้งตั้งป้อมเป็นศัตรูกับเขาเต็มที่ แถมยังเชื่อฉู่ไป๋อย่างกับอะไรดี

ยิ่งฉู่ไป๋ยุส่งแบบนั้น ไฟโทสะยิ่งลุกโชน

ถ้าไม่ใช่เพราะสวี่มู่เหยียนรั้งตัวไว้ ป่านนี้คงได้วางมวยกันไปแล้ว

"เหยียนเหยียน!"

ทันใดนั้น เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้นไม่ไกล

"ที่รัก? คุณ... คุณมาได้ยังไง?" สวี่เจิ้งที่กำลังหัวร้อนถึงกับชะงัก

ผู้มาใหม่คือแม่ของสวี่มู่เหยียน หรือ 'ทนายอัน' ที่หวังฮ่าวหรานเพิ่งเจอเมื่อกลางวันนั่นเอง

"ก็ลูกโทรเรียกให้ฉันมารับน่ะสิ" ทนายอันตอบ พลางกวาดตามองบรรยากาศแปลกๆตรงหน้า "เกิดเรื่องอะไรขึ้น?"

"ก็ไอ้เด็กนี่น่ะสิ ดึกดื่นป่านนี้ยังนัดลูกสาวเราออกมาหวังจะทำมิดีมิร้าย!" สวี่เจิ้งถลึงตาใส่หวังฮ่าวหรานอย่างเคียดแค้น

ทนายอันมองตามสายตาสามีไป แล้วก็ต้องร้องทักด้วยความประหลาดใจ

"พ่อหนุ่ม เป็นเธอนั่นเอง!"

"คุณรู้จักมันด้วยเหรอ?" สวี่เจิ้งอึ้งไป

"เมื่อกลางวันฉันเจอเขาเพราะเรื่องคดีความน่ะ" ทนายอันตอบ

"เห็นไหมล่ะ! กลางวันแสกๆยังไปก่อคดี ฉันบอกแล้วว่าไอ้หมอนี่มันไม่ใช่คนดี!" สวี่เจิ้งแค่นเสียงฮึดฮัด

"คุณพูดอะไรของคุณ พ่อหนุ่มคนนี้เขากล้าหาญมากเลยนะ..."

จากนั้นทนายอันก็เล่าวีรกรรมการจับโจรของหวังฮ่าวหรานให้สามีฟังอย่างละเอียด

เมื่อได้รับรู้ความจริง อารมณ์ของสวี่เจิ้งก็ค่อยๆเย็นลง เขาเริ่มมองสำรวจหวังฮ่าวหรานใหม่อีกครั้ง

ภรรยาของเขาเป็นทนายความ วิจารณญาณย่อมเชื่อถือได้ และไม่มีเหตุผลที่จะต้องโกหก

แสดงว่าภาพลักษณ์ของหวังฮ่าวหรานอาจจะไม่ได้เลวร้ายเหมือนพวกทายาทเศรษฐีเสเพลอย่างที่เขาคิดไว้

กลับกัน ดูเหมือนจะเป็นเด็กหนุ่มน้ำดีเสียด้วยซ้ำ

เพราะสวี่เจิ้งเองก็ยังไม่เคยได้ยินข่าวทายาทเศรษฐีคนไหนยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นมาก่อน

[ติ๊ง! โฮสต์เปลี่ยนแปลงทัศนคติที่ตัวละครสมทบ 'สวี่เจิ้ง' มีต่อตนเอง ได้รับแต้มวายร้าย 100 แต้ม!]

*****

จบบทที่ บทที่ 45: มากันครบองค์ประชุม

คัดลอกลิงก์แล้ว