- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 49: ฉินหยุนหาน
บทที่ 49: ฉินหยุนหาน
บทที่ 49: ฉินหยุนหาน
สวี่มู่เหยียนฟังแล้วก็รู้สึกเปรี้ยวจี๊ดขึ้นมาในใจ
เธอไม่ได้หลงตัวเองหรอกนะ
แต่ถ้าพูดถึงหน้าตา หุ่น หรือบุคลิก เธอก็มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร เผลอๆจะโดดเด่นกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ
ถึงจะสูงไม่เท่าฉินหยุนหาน แต่เธอก็สูง 165 เซนติเมตร สำหรับผู้หญิงแล้วถือว่ากำลังดีเลยทีเดียว
ส่วนเรื่องหุ่น ถึงจะไม่ได้ดูอึ๋มระเบิดระเบ้อเหมือนมู่เจาเจา แต่เธอก็ซ่อนรูปไม่เบา
ถ้าวันไหนเธอสลัดชุดนักเรียนตัวโคร่งทิ้ง แล้วใส่ชุดรัดรูปโชว์สัดส่วนล่ะก็ รับรองว่าหนุ่มๆต้องตาค้างกันเป็นแถว
แต่ทำไมอีตาบ้านี่ถึงมองเห็นแต่ดาวโรงเรียนห้องอื่น ไม่ยอมหันมามองเธอบ้าง?
ฉันก็สวยเหมือนกันนะยะ...
[ติ๊ง! โฮสต์ทำให้หนึ่งในนางเอก 'สวี่มู่เหยียน' เกิดอาการหึงหวง ได้รับแต้มวายร้าย 100 แต้ม!]
หืม... จีบให้หวั่นไหวก็ได้แต้ม ทำให้หึงก็ได้แต้มด้วยเหรอ?
หวังฮ่าวหรานได้รับข้อความแจ้งเตือนจากระบบก็แอบเซอร์ไพรส์เล็กน้อย
สวี่มู่เหยียนพยายามเก็บอาการ ไม่แสดงสีหน้าใดๆออกมา
แต่หารู้ไม่ว่าหวังฮ่าวหรานมองทะลุปรุโปร่งไปถึงตับไตไส้พุงแล้ว
"แล้วถ้าต้องเลือกแค่คนเดียวล่ะ นายจะเลือกใคร?" สวี่มู่เหยียนยังคงถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ถามอะไรสิ้นคิด การเลือกน่ะมันเป็นเรื่องของเด็ก คนโตแล้วอย่างฉัน.. แน่นอนว่าต้องเหมาหมด!
"อืม... ฉินหยุนหานมั้ง" ถึงใจจะคิดอีกอย่าง แต่ปากก็ต้องตอบไปอีกอย่าง
"มู่เจาเจาเขาก็น่ารักจะตาย ทำไมถึงเลือกฉินหยุนหานล่ะ?" สวี่มู่เหยียนซักไซ้ไล่เรียงต่อ
เธออยากรู้รสนิยมและสเปกของหวังฮ่าวหรานให้มากขึ้น
"ก็ถ้าเทียบกับมู่เจาเจาแล้ว ฉันคุ้นเคยกับฉินหยุนหานมากกว่า พ่อฉันก็รู้จักกับพ่อเธอด้วย เลยเลือกเธอน่ะ" หวังฮ่าวหรานตอบปัดๆ
สวี่มู่เหยียนพยักหน้าหงึกหงัก กำลังจะอ้าปากถามต่อ
แต่จู่ๆก็มีเสียงฝีเท้าและเสียงบทสนทนาดังแว่วมาจากด้านนอก
"พ่อคะ กระเบื้องแผ่นนั้นมันหล่นลงข้างๆเท้าหนู ไม่ได้โดนตัวหนูสักหน่อย หนูไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ จะมาโรงพยาบาลทำไมเนี่ย" เสียงหญิงสาวแรกรุ่นบ่นกระปอดกระแปดด้วยความรำคาญ
"ถึงตัวจะไม่เป็นไร แต่ลูกก็ตกใจจนขวัญเสียไม่ใช่เหรอ มาทำจิตบำบัดสักหน่อยก็ดีนะลูก ใช้เวลาไม่นานหรอก เชื่อพ่อนะ นั่งพักตรงนี้สักแป๊ป เดี๋ยวคุณหมอก็มาแล้ว"
เสียงทุ้มนุ่มเจือเสน่ห์ของชายวัยกลางคนตอบกลับอย่างใจเย็น
พูดจบ ทั้งสองคนก็เดินเข้ามาในห้องรับรอง
"ขอโทษด้วยครับ ไม่ทราบว่ามีคนอยู่... เอ๊ะ ฮ่าวหราน?" ชายวัยกลางคนชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นคนที่นั่งอยู่
"สวัสดีครับอาฉิน" หวังฮ่าวหรานยกมือไหว้ทักทายพร้อมรอยยิ้ม "ห้องนี้ออกจะกว้างไปหน่อย ถ้าคุณอาฉินไม่รังเกียจ เชิญนั่งพักด้วยกันก่อนได้เลยครับ"
"งั้นอารบกวนด้วยนะ" ฉินไคไม่ได้ปฏิเสธ เขาทักทายตามมารยาทก่อนจะเอ่ยถาม "แล้วนี่เรามาทำอะไรที่นี่ดึกดื่นป่านนี้ อย่าบอกนะว่าพ่อเรา..."
"ไม่ใช่พ่อแม่ผมหรอกครับ พ่อของเพื่อนผมต้องผ่าตัดน่ะครับ" หวังฮ่าวหรานอธิบาย
ระหว่างพูด เขาก็หันไปส่งยิ้มสุภาพให้ฉินหยุนหาน
ฉินหยุนหานก็ยิ้มตอบตามมารยาท
ฉินไคคือมหาเศรษฐีผู้มีชื่อเสียงแห่งเมืองชิงหลิง รู้จักมักจี่กับหวังเซียงเป็นอย่างดี ความสัมพันธ์ของสองตระกูลถือว่าใช้ได้
หวังฮ่าวหรานกับฉินหยุนหานจึงรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก
แต่ในความทรงจำของหวังฮ่าวหราน...
ทั้งคู่แทบไม่เคยคุยกันเลย ที่โรงเรียนก็ต่างคนต่างอยู่
เพราะ 'หวังฮ่าวหรานคนเดิม' ในเนื้อเรื่องต้นฉบับ ปักใจรักมั่นแต่กับสวี่มู่เหยียน ต่อให้ฉินหยุนหานจะสวยหยาดฟ้ามาดินแค่ไหน เขาก็ไม่ได้สนใจ
และแน่นอน หวังฮ่าวหรานคนที่ทะลุมิติมานี้ ก็ไม่ได้มีความคิดอะไรกับฉินหยุนหานเช่นกัน
ฉินหยุนหานฐานะดี สวยเลือกได้
หวังฮ่าวหรานรู้ดีว่าการจะจีบเธอไม่ใช่เรื่องหมูๆ
ที่พูดกับสวี่มู่เหยียนไปเมื่อกี้ ก็แค่แกล้งแหย่เล่นขำๆ
สำหรับหวังฮ่าวหรานแล้ว นอกจากพวกนางเอกและผู้หญิงอย่างเหวินจิงที่พอจะมีประโยชน์ในการงัดข้อกับตัวเอก เขาไม่คิดจะไปเสียเวลาหว่านเสน่ห์ใส่ใคร
และเท่าที่ดู ฉินหยุนหานไม่น่าจะมีบทบาทอะไรกับฉู่ไป๋ คงไม่ใช่นางเอก
เขาจึงไม่ได้คิดอะไรกับเธอ
รอยยิ้มที่ส่งให้ ก็เป็นเพียงมารยาททางสังคมเท่านั้น
หลังจากทักทายกันพอเป็นพิธี สองพ่อลูกตระกูลฉินก็นั่งเงียบ
ฉินหยุนหานก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์
ส่วนฉินไคก็นั่งขมวดคิ้ว เหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
ทางด้านสวี่มู่เหยียน พอมีคนแปลกหน้าเข้ามา ก็ไม่กล้าซักไซ้เรื่องส่วนตัวกับหวังฮ่าวหรานต่อ
แต่เธอกลับแอบลอบสังเกตฉินหยุนหานอย่างละเอียด
ในมุมมองของผู้หญิงด้วยกัน ยอมรับเลยว่าฉินหยุนหานสวยสะดุดตามาก สูงระหงราวๆ 175 เซนติเมตร หุ่นนางแบบชัดๆ
ส่วนข่าวลือที่ว่า 'จอแบน' นั้น ดูเหมือนจะเกินจริงไปหน่อย ของจริงก็ดูสมส่วนดี แค่ไม่ได้ตูมตามเป็นพิเศษเหมือนบางคนเท่านั้น
สรุปแล้ว ฉินหยุนหานคือสาวสวยระดับท็อปคลาส สมศักดิ์ศรีตำแหน่งดาวโรงเรียนทุกประการ
สวี่มู่เหยียนเผลอเปรียบเทียบตัวเองกับอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว นอกจากเรื่องความสูงแล้ว เธอคิดว่าตัวเองไม่ได้ด้อยกว่าตรงไหนเลย
ทั้งหน้าตา ทั้งผิวพรรณ
แต่ถ้าพูดถึงพื้นเพครอบครัว... สวี่มู่เหยียนยอมรับว่าแพ้ราบคาบ
บ้านฉินหยุนหานฐานะทัดเทียมกับหวังฮ่าวหรานราวกับกิ่งทองใบหยก
มิน่าล่ะเขาถึงเลือกฉินหยุนหาน... พวกเขาดูเหมาะสมกันจริงๆ...
[ติ๊ง! โฮสต์ทำให้หนึ่งในนางเอก 'สวี่มู่เหยียน' เกิดอาการหึงหวงและน้อยใจ ได้รับแต้มวายร้าย 200 แต้ม!]
ฉินไคและฉินหยุนหานนั่งรออยู่ประมาณห้านาที พยาบาลก็เดินมาแจ้งว่าจิตแพทย์รออยู่ที่ห้องตรวจแล้ว
ฉินไคจึงขอตัวลาหวังฮ่าวหราน แล้วพาลูกสาวเดินออกไป
เมื่อพ้นประตูห้องรับรอง ฉินไคก็เริ่มอบรมลูกสาว
"หยุนหาน ต่อไปอย่าเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้อีกนะ ต้องอยู่ใกล้ๆบอดี้การ์ดไว้ อย่าแอบหนีไปไหนคนเดียว โชคดีนะที่ครั้งนี้กระเบื้องมันแค่เฉียด ถ้ามันหล่นใส่ตัวลูก พ่อคง..."
"บอดี้การ์ดบ้าบออะไรกัน พ่อก็เห็นว่ามันไม่ได้เรื่อง รีบไล่ออกไปเถอะค่ะ" ฉินหยุนหานเบะปากอย่างดูแคลน
"ไล่ออกไปแล้ว"
"จริงเหรอคะ? เยี่ยมไปเลย!" ฉินหยุนหานยิ้มร่า
"พ่อคะ หนูโตจนสิบแปดแล้วนะ พ่อยังจะให้ลุงกล้ามโตอายุรุ่นพ่อมาเดินตามต้อยๆ น่ารำคาญจะตาย พ่อน่าจะเลิกจ้างไปตั้งนานแล้ว!"
"ถ้านับรวมคนนี้ ก็เป็นคนที่สิบแล้วสินะที่โดนลูกไล่ตะเพิดไป" ฉินไคถอนหายใจเฮือกใหญ่
ช่วงนี้เขามีปัญหากระทบกระทั่งทางธุรกิจกับผู้มีอิทธิพลบางกลุ่ม กลัวว่าลูกสาวจะโดนลูกหลง จึงต้องจ้างบอดี้การ์ดมาคอยคุ้มกัน
แต่เขาไม่อยากบอกความจริง กลัวลูกจะเครียดจนเสียสมาธิในการเรียน
ยิ่งใกล้สอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วยแล้ว
"ถึงสิบคนแล้วเหรอคะ?" ฉินหยุนหานทำท่าตกใจ ก่อนจะยื่นคำขาดเสียงแข็ง
"เพราะงั้นพ่อน่ะเลิกหาบอดี้การ์ดมาให้หนูได้แล้ว หามาอีกหนูก็จะไล่ออกอีก!"
"เรื่องนี้พ่อตามใจไม่ได้ บอดี้การ์ดจำเป็นต้องมี และพ่อก็หาคนใหม่ได้แล้วด้วย อีกไม่กี่วันคงเดินทางมาถึง" ฉินไคยืนกรานเสียงเข้ม ก่อนจะลดเสียงลงเพื่อปลอบประโลม
"คราวนี้พ่อไม่ได้จ้างตาลุงกล้ามโตแล้วนะ แต่เป็นเด็กหนุ่มจากบ้านนา อายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูก หน้าตาก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ รับรองว่าลูกต้องพอใจแน่ๆ พ่อกะว่าจะฝากให้เขาเข้าไปเรียนห้องเดียวกับลูก จะได้ไปโรงเรียนพร้อมกัน กลับพร้อมกัน"
"อะไรนะ! พ่อคิดอะไรอยู่เนี่ย? ไปขุดเอาบ้านนอกเข้ากรุงมาดูแลหนูเนี่ยนะ? แถมยังจะให้มาเรียนห้องเดียวกันอีก หนูโดนเพื่อนล้อตายเลย!" ฉินหยุนหานแทบกรี๊ด
"พ่อคอยดูนะ ถ้าพ่อยังดันทุรังพามาจริงๆ คราวนี้หนูจะเล่นแรงแน่ จะแกล้งให้เข็ดหลาบจนจิตตก ไม่สิ... เอาให้พิการกลับบ้านเก่าไปเลย!" ฉินหยุนหานขู่ฟ่อ
"ถ้าลูกมีความสามารถขนาดนั้นก็ตามสบาย"
ฉินไคยิ้มมุมปากอย่างผ่อนคลาย
บอดี้การ์ดคนใหม่ที่เขาจ้างมาคราวนี้ไม่ธรรมดา เป็นยอดฝีมือตัวจริงเสียงจริง
มีคนระดับนี้มาดูแล รับรองว่าลูกสาวเขาต้องปลอดภัยล้านเปอร์เซ็นต์
ส่วนเรื่องที่ลูกสาวขู่ว่าจะไล่ตะเพิด... ฝันไปเถอะ ไม่มีทางทำได้หรอก
"คอยดูแล้วกัน!" ฉินหยุนหานสะบัดหน้าอย่างดื้อรั้น
*****