- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 30 ขอลาหยุด
บทที่ 30 ขอลาหยุด
บทที่ 30 ขอลาหยุด
ฟ่านเจี้ยนกระโจนออกมาจากกลุ่มนักเรียน พุ่งไปยืนขวางหน้าฉู่ไป๋
"ทำอะไรของแกวะ? แกมันก็แค่ไอ้เด็กเรียนห่วย เป็นขยะอย่างที่เขาพูดกันไม่ใช่หรือไง?
ทำท่าแบบนี้คิดจะต่อยคนเหรอ? แน่จริงก็ลองดูสิ ปู่ยืนอยู่ตรงนี้แล้ว หลานชายจะกล้าแตะปู่แม้แต่ปลายก้อยไหม ปู่ขอเดิมพันเลยว่าหลานไม่กล้าหรอก!"
ใบหน้าของฟ่านเจี้ยนยังหลงเหลือรอยฟกช้ำม่วงคล้ำจากการโดนซ้อมคราวก่อนอยู่บ้าง พอมารวมเข้ากับคำพูดอวดดีและท่าทางยียวนกวนประสาท ยิ่งทำให้ดูน่าหมั่นไส้จนอยากประเคนหมัดให้สักทีสองที
ฉู่ไป๋กำหมัดแน่น เส้นเลือดปูดโปน
"ไงล่ะหลานชาย ยืนบื้อทำไม ไม่กล้าต่อยเหรอ? ต่อยสิวะ มาเลยๆ ต่อยสิ! แน่จริงก็ต่อยเลยสิโว้ย... มาๆๆ..."
ฟ่านเจี้ยนยังคงยั่วยุไม่เลิก ยืดคอทำหน้าตายื่นแก้มให้ต่อยอย่างท้าทาย สีหน้านั้นช่างกวนบาทาจนน่าขนลุก
ในที่สุด ความอดทนของฉู่ไป๋ผู้เลือดร้อนก็ขาดผึง เขาตบหน้าฟ่านเจี้ยนฉาดใหญ่
เพียะ!
เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อดังสนั่น สะใจดีนักแล
แต่ทว่า... วินาทีถัดมาฉู่ไป๋ก็เริ่มนึกเสียใจ
ท่าทางของฟ่านเจี้ยนชัดเจนว่าจงใจยั่วโมโหเขา
และก็เป็นไปตามคาด พอโดนตบปุ๊บ ฟ่านเจี้ยนก็หันขวับ เตรียมตัววิ่งแจ้นไปฟ้องครูทันที
แต่ยังไม่ทันก้าวพ้นประตูห้อง ฟ่านเจี้ยนก็ต้องเดินย้อนกลับเข้ามา
เพราะเดินสวนกับชายชราคนหนึ่งที่หน้าประตู
...ท่านผู้อำนวยการนั่นเอง
ฉู่ไป๋เห็นดังนั้น ความกังวลก็เปลี่ยนเป็นความดีใจ รีบเข้าไปทำความเคารพผู้อำนวยการทันที
นักเรียนหลายคนในห้องอาจจะไม่รู้จักผู้อำนวยการ แต่พอเห็นปฏิกิริยาของฉู่ไป๋ ทุกคนก็เดาสถานะของชายชราได้ไม่ยาก
เหล่านักเรียนจึงพากันทำความเคารพตามฉู่ไป๋อย่างพร้อมเพรียง
ผู้อำนวยการพยักหน้ารับไหว้ด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเบนสายตามาหยุดที่ฉู่ไป๋และฟ่านเจี้ยน
"เรื่องเมื่อครู่นี้ ฉันยืนฟังอยู่หน้าห้องได้ยินหมดแล้ว พวกเธอเป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน ได้มาเรียนด้วยกันถือเป็นวาสนา เพื่อนฝูงควรจะรักใคร่ปรองดอง เข้าอกเข้าใจกันสิ..."
ผู้อำนวยการเริ่มเทศนาชุดใหญ่ ร่ายยาวเหยียดราวกับบทสวดมนต์ล้างสมอง
นักเรียนรอบข้างฟังแล้วก็เคลิ้มตาม พยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยกับคำสอนของผู้อำนวยการกันเป็นแถว
แต่สำหรับหวังฮ่าวหราน เขามองทะลุปรุโปร่งดุจกระจกใส
เขารู้ดีว่าผู้อำนวยการกำลังพยายามไกล่เกลี่ยเพื่อช่วยฉู่ไป๋
และก็เป็นไปตามคาด ผู้อำนวยการบ่นฉู่ไป๋ไปตามระเบียบไม่กี่ประโยค แต่กลับไม่มีบทลงโทษใดๆเลย
เท่ากับว่าฟ่านเจี้ยนเจ็บตัวฟรี โดนตบฟรีไปหนึ่งฉาด
ตอนนี้หวังฮ่าวหรานมั่นใจแล้วว่าตาเฒ่าเจ้าเล่ห์คนนี้คือตัวละครสมทบฝั่งพระเอกตัวพ่อ เป็นแบ็กอัพชั้นดีที่คอยหนุนหลังพระเอกอยู่
ในนิยายออนไลน์ส่วนใหญ่ ตัวละครประเภทนี้มักจะเป็นเสี้ยนหนามชิ้นโตสำหรับตัวร้ายอย่างเขา
ชอบโผล่มาพลิกสถานการณ์ ช่วยพระเอกให้รอดตาย แล้วตลบหลังเล่นงานตัวร้ายจนมุม
"สงสัยต้องหาทางจัดการตาแก่จอมเสือกคนนี้ซะหน่อยแล้ว จะปล่อยให้คอยถือหางฉู่ไป๋แบบนี้ตลอดไปไม่ได้" หวังฮ่าวหรานครุ่นคิดหาทางหนีทีไล่
หลังจากไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเสร็จ อาศัยช่วงเวลาพักเบรก ท่านผู้อำนวยการก็เรียกฉู่ไป๋ออกไปคุยเป็นการส่วนตัว
ทั้งสองเดินทอดน่องคุยกันในสนามฟุตบอล
"การสอบจำลองมันผ่านไปแล้ว ทำได้ไม่ดีก็ช่างมันเถอะ อย่าไปคิดมาก สิ่งสำคัญที่สุดคือการสอบเกาเข่าต่างหาก นั่นแหละคือสนามจริงที่วัดฝีมือกัน"
"ผู้อำนวยการพูดถูกเลยครับ" ฉู่ไป๋พยักหน้าหนักแน่น อารมณ์ขุ่นมัวเริ่มจางหายไป
ถึงจะพลาดในการสอบจำลอง แต่เขาก็ยังมีโอกาสแก้ตัว
ขอแค่ตอนสอบเกาเข่า เขาได้ "แสดงฝีมือ" เต็มที่ก็พอ
ยังไงซะ ตอนสอบเกาเข่าก็คงไม่ซวยไปเจออาจารย์คุมสอบอย่างซินเหลียงไฉอีกหรอก
เพราะกรรมการคุมสอบเกาเข่าจะต้องเป็นครูจากโรงเรียนอื่นหรือเจ้าหน้าที่ที่ถูกส่งตัวมาจากเขตอื่น
เพื่อป้องกันการทุจริต ผู้เข้าสอบกับกรรมการคุมสอบจะไม่รู้จักกันมาก่อน
และต่อให้ซวยจริงๆไปเจอคนเข้มงวด ฉู่ไป๋ก็ไม่กลัว
การสอบเกาเข่าเดิมพันด้วยอนาคตทั้งชีวิต ถ้ามีกรรมการคนไหนมานั่งจ้องจับผิดเขาจนเสียสมาธิ
ฉู่ไป๋สามารถร้องเรียนกับผู้ตรวจการสอบได้เลยว่าถูกรบกวนสมาธิ
แบบนี้ทางสะดวกโล่งโจ้งให้เขา "โชว์ของ" ได้เต็มที่แน่นอน
การสอบติดมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับประเทศคงไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม เผลอๆอาจจะติดมหาวิทยาลัยระดับท็อปของประเทศเลยด้วยซ้ำ
"ดูท่าทางเธอคงสบายใจขึ้นแล้ว งั้นก็กลับไปเข้าเรียนเถอะ" ผู้อำนวยการบอกฉู่ไป๋
"ผู้อำนวยการครับ ผมมีเรื่องอยากจะรบกวนสักเรื่อง หวังว่าท่านจะอนุญาต"
"ว่ามาสิ" ท่านผู้อำนวยการยิ้มอย่างใจดี
"เมื่อวานตอนไปทานข้าวที่บ้านท่าน ท่านเปรยๆว่าบ่ายนี้จะไปดู 'หยก' กับเพื่อน"
"เธอเองก็อยากไปงั้นรึ?"
"เห็นผมเด็กๆแบบนี้ แต่ผมเคยเรียนรู้วิชาดูหยกมาจากปรมาจารย์ท่านหนึ่งนะครับ เรียกว่าระดับเซียนเลย เปิดสิบก้อน กำไรเก้าก้อน!"
"นี่..."
"ท่านผู้อำนวยการครับ พาผมไปด้วยเถอะครับ ฐานะทางบ้านผมไม่ค่อยดี พ่อแม่ทำงานหนักมาก ผมอยากจะหาเงินไปช่วยแบ่งเบาภาระพวกท่านบ้าง" ฉู่ไป๋งัดไม้ตาย 'ดราม่ากตัญญู' ออกมาใช้
"ช่างเป็นเด็กที่กตัญญูจริงๆ"
ผู้อำนวยการเห็นฉู่ไป๋พูดจาหนักแน่นดูจริงจัง ไม่เหมือนคนโกหก จึงเอ่ยปากอนุญาต
"งั้นเธอก็ไปขออนุญาตครูประจำชั้นเสียเถอะ"
"ครูประจำชั้นห้องผมคุยยากน่ะครับ เลยอยากรบกวนให้ผู้อำนวยการช่วยพูดให้หน่อย" ฉู่ไป๋ยิ้มแหยๆ
เรื่องของเหวินจิงคราวก่อน ถึงซ่งเจินอวี่จะไม่ได้ป่าวประกาศ แต่เธอก็คงยังโกรธเขาอยู่ไม่น้อย
ขืนฉู่ไป๋ดุ่มๆไปขอลาหยุดเอง มีหวังโดนด่ายับเยินแถมไม่ได้ลาอีกต่างหาก
...
ช่วงบ่าย
หวังฮ่าวหรานปลีกตัวไปหามุมสงบเพื่อโทรศัพท์
เขาโทรหา 'คุณแม่' ของร่างนี้
เพราะในความทรงจำ หวังฮ่าวหรานจำได้ว่าแม่ของร่างนี้เคยพูดไว้ว่า 'บ้านเราเส้นสายใหญ่โต ลูกอยากจะรังแกใครในโรงเรียนก็ทำได้เลย'
ไอ้คำว่า 'เส้นสายใหญ่โต' เนี่ย ถึงหวังฮ่าวหรานจะไม่รู้รายละเอียดแน่ชัดว่าคืออะไร แต่ที่แน่ๆคือแบ็กต้องหนาปึกแน่นอน
เสียงรอสายดังอยู่นาน แต่ไม่มีคนรับ
เขาพยายามโทรอีกหลายครั้ง แต่ผลก็ยังเหมือนเดิม
ดูจากตารางงานของคุณแม่จอมยุ่ง เวลานี้น่าจะกำลังวุ่นอยู่กับการประชุมที่บริษัท
หวังฮ่าวหรานจึงล้มเลิกความตั้งใจที่จะโทร แล้วเปลี่ยนแผนบุกไปหาที่บริษัทแทน
เรื่องแบบนี้คุยทางโทรศัพท์อาจจะไม่กระจ่าง ไปคุยต่อหน้าให้รู้เรื่องกันเลยดีกว่า
หวังฮ่าวหรานเดินไปที่ห้องพักครู
เมื่อคืนซ่งเจินอวี่ตรวจข้อสอบภาษาอังกฤษจนถึงตีสี่ วันนี้เลยดูเพลียๆ เธออาศัยช่วงพักเที่ยงฟุบหลับงีบเอาแรงอยู่ที่โต๊ะทำงาน
ในห้องไม่มีคนอื่น หวังฮ่าวหรานเกิดนึกสนุก จึงค่อยๆยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆหูของซ่งเจินอวี่ แล้วร้องเพลง 'คนที่ผมรัก... คือคุณ' เบาๆข้างหู
"ผมจะกอดคุณไว้แนบอก"
"ประคับประคองคุณไว้ในอุ้งมือ"
"ช่วยไม่ได้จริงๆ ก็เพราะคนที่ผมรัก คือคุณ"
"ในโลกแห่งความรักที่บริสุทธิ์"
"คุณคือหนึ่งเดียวของผม"
"อย่าได้สงสัยในรักนี้... ตลอดไป"
ซ่งเจินอวี่เป็นคนหลับตื้น พอได้ยินเสียงเพลงที่คุ้นเคยข้างหู เธอก็ค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ
ภาพแรกที่ปรากฏในสายตา คือใบหน้าหล่อเหลาของลูกศิษย์หนุ่ม
ซ่งเจินอวี่เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
[ติ๊ง! โฮสต์หว่านเสน่ห์จนนางเอก 'ซ่งเจินอวี่' หวั่นไหว ได้รับแต้มวายร้าย 200 แต้ม]
"รู้แล้วย่ะว่าเธอร้องเพลงเพราะ แต่ไม่ต้องถึงขนาดมาร้องกล่อมข้างหูในห้องพักครูหรอกนะ ครูง่วงจะตายอยู่แล้ว"
ซ่งเจินอวี่ตื่นขึ้นมาแต่ไม่ได้โกรธเคือง กลับพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"พี่สาวเจินอวี่ครับ ผมอยากขอลาช่วงบ่าย เซ็นใบลาให้ผมหน่อยสิครับ" หวังฮ่าวหรานยื่นใบลาพร้อมปากกาให้
"ทำไมวันนี้มีแต่คนมาขอลาหยุดนะ?" ซ่งเจินอวี่บ่นพึมพำ
"มีคนอื่นลาด้วยหรอครับ?"
"ก็ฉู่ไป๋ไง" พอเอ่ยชื่อนี้ น้ำเสียงของซ่งเจินอวี่ก็ดูหงุดหงิดขึ้นมาทันที
เดิมทีเธอไม่อยากจะเซ็นให้หรอก แต่ฉู่ไป๋เล่นเอาผู้อำนวยการมาอ้าง
เธอเลยจำใจต้องเซ็นให้อย่างเสียไม่ได้
ฉู่ไป๋ลาหยุด?
หวังฮ่าวหรานสงสัยตะหงิดๆ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งวิเคราะห์
เขาชี้ไปที่ใบลาอีกครั้ง
"พี่สาวเจินอวี่ ช่วยเซ็นให้หน่อยนะครับ"
ซ่งเจินอวี่ไม่ถามเหตุผลสักคำ จรดปากกาเซ็นให้อย่างรวดเร็ว
ในสายตาเธอ เด็กเรียนดีประพฤติดีอย่างหวังฮ่าวหราน ถ้าจะขอลาหยุด ก็ต้องมีเหตุผลสำคัญและจำเป็นอย่างแน่นอน
อนุญาตไปเถอะ ไม่ต้องซักไซ้ให้มากความ
*****