- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 29 แผนโกงล่มไม่เป็นท่า
บทที่ 29 แผนโกงล่มไม่เป็นท่า
บทที่ 29 แผนโกงล่มไม่เป็นท่า
วันอาทิตย์ เวลา 17.00 น.
การสอบวิชาภาษาอังกฤษสิ้นสุดลง เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าการสอบจำลองร่วมครั้งนี้ได้จบลงอย่างสมบูรณ์แล้ว
ฉู่ไป๋เดินออกจากห้องสอบด้วยใบหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด
แม้คืนนี้จะยังมีการเรียนภาคค่ำตามปกติ แต่กว่าจะถึงเวลาก็อีกชั่วโมงกว่า ด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว เขาจึงตัดสินใจว่าจะออกไปเดินเล่นสงบสติอารมณ์ที่ริมแม่น้ำไม่ไกลจากโรงเรียน
ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นประตูโรงเรียน เขาก็บังเอิญเจอกับผู้อำนวยการเข้าพอดี
"พ่อหนุ่ม ทำไมทำหน้าเหมือนคนวิญญาณหลุดออกจากร่างแบบนั้นล่ะ สอบไม่ราบรื่นงั้นรึ?"
"สวัสดีครับผู้อำนวยการ" ฉู่ไป๋ทักทายอย่างนอบน้อม ก่อนจะพยักหน้ายอมรับ
"ก็แค่การสอบจำลองเอง ทำได้ไม่ดีก็ช่างมันเถอะ มันไม่ได้เป็นตัวตัดสินคะแนนสอบจริงในอนาคตสักหน่อย" ผู้อำนวยการพูดปลอบโยนและให้กำลังใจ
"จริงอย่างผู้อำนวยการว่าครับ" ฉู่ไป๋ฝืนยิ้มแห้งๆออกมา
ลำพังแค่สอบจำลองพลาดเรื่องเดียวก็ยังพอทำใจได้ แต่ประเด็นสำคัญคือ พอคะแนนออกมาไม่ดี แผนที่จะให้สวี่มู่เหยียนมาเป็นแฟนก็ต้องพังทลายลงไปด้วยนี่สิ
ความกลัดกลุ้มในใจของฉู่ไป๋จึงมีมากโข แต่เขาจะเอาเรื่องพรรค์นี้ไปบอกผู้อำนวยการได้ยังไงกัน
"เห็นเธอเดินออกมาแบบนี้ ไม่กินข้าวเย็นหรือ?" ผู้อำนวยการเอ่ยถามขึ้นทันที
"ผมกะจะไปเดินเล่นสักหน่อยครับ คงไม่กิน"
"คนหนุ่มสาวไม่กินข้าวให้ตรงเวลา เดี๋ยวก็เป็นโรคกระเพาะเอาหรอก ข้าวมื้อเย็นสำคัญนะ เอาอย่างนี้สิ บ้านฉันอยู่แถวนี้เอง กำลังจะกลับไปกินข้าวพอดี เธอไปกินด้วยกันสิ" ผู้อำนวยการเอ่ยปากชวน
พอได้ยินแบบนั้น ฉู่ไป๋ย่อมไม่ปฏิเสธ
การที่ผู้อำนวยการโรงเรียนเอ่ยปากชวนนักเรียนไปกินข้าวที่บ้าน ถือเป็นการให้เกียรติอย่างสูง ขนาดครูในโรงเรียนบางคนยังไม่ได้รับโอกาสนี้เลยด้วยซ้ำ
เขาย่อมต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ เผื่อว่าจะช่วยกระชับความสัมพันธ์กับผู้อำนวยการให้แน่นแฟ้นขึ้น
แต่ถึงจะอยากไปแค่ไหน ฉู่ไป๋ก็ยังแสร้งทำเป็นเกรงใจปฏิเสธตามมารยาทไปทีหนึ่ง ก่อนจะตอบตกลงในที่สุด
เช้าวันรุ่งขึ้น
ผลการสอบจำลองประกาศออกมาแล้ว
ในช่วงพักเบรกหลังคาบที่สอง ครูประจำชั้นแต่ละห้องนำตารางคะแนนมาแจกจ่ายให้นักเรียน
บรรยากาศในห้องเรียนสายศิลป์ของหวังฮ่าวหรานพลันอึกทึกครึกโครมขึ้นมาทันที
อันดับหนึ่งของห้องคือสวี่มู่เหยียนและหวังฮ่าวหราน ทั้งคู่ทำคะแนนได้เท่ากันเป๊ะที่ 682 คะแนน ครองแชมป์ร่วมกัน
สำหรับเพื่อนในห้อง นี่เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายนิดหน่อยแต่ก็เข้าใจได้ เพราะปกติที่หนึ่งและที่สองก็ผลัดกันเป็นของสองคนนี้อยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่ารอบไหนใครจะท็อปฟอร์มกว่ากัน แต่รอบนี้บังเอิญจริงๆที่คะแนนออกมาเท่ากัน
สำหรับสายศิลป์ คะแนน 682 ถือว่าสูงลิบลิ่ว ถ้าทำได้เท่านี้ในการสอบเกาเข่าจริง ก็สามารถเลือกเรียนมหาวิทยาลัยไหนก็ได้ในประเทศ สมแล้วที่ทั้งคู่ได้รับฉายาว่าเป็นเทพเจ้าแห่งการเรียน
ส่วนอันดับรองลงมา ก็ล้วนแต่เป็นหน้าเดิมๆที่วนเวียนอยู่ในท็อปสิบของห้อง
เมื่อกวาดตามองไม่เห็นชื่อของฉู่ไป๋ในสิบอันดับแรก ความกังวลในใจของสวี่มู่เหยียนก็มลายหายไปจนหมดสิ้น
"เธอติดค้างชานมไข่มุกฉันแก้วนึงนะ" หวังฮ่าวหรานเดินเข้ามายืนข้างๆเธอ
"วางใจได้ ไม่เบี้ยวหรอกน่า" สวี่มู่เหยียนยิ้มกว้างอย่างมีความสุข
นี่เป็นสัญญาใจระหว่างพวกเขาก่อนหน้านี้ ถ้าหวังฮ่าวหรานขัดขวางการโกงของฉู่ไป๋ได้ เธอจะเลี้ยงชานมเขา
"แล้วตกลงฉู่ไป๋สอบได้ที่เท่าไหร่เนี่ย?"
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น สวี่มู่เหยียนจึงไล่สายตาหาชื่อฉู่ไป๋บนตารางคะแนน แต่หาจากบนลงล่างอยู่นานก็ไม่เจอ
"ลองหาจากข้างล่างขึ้นมาสิ" หวังฮ่าวหรานเอ่ยเตือน
สวี่มู่เหยียนทำตามแล้วก็เจอทันที
"ที่โหล่ของห้อง!?"
เธออุทานออกมาด้วยความตกใจจนอ้าปากค้าง
ครั้งก่อนฉู่ไป๋ยังสอบได้อันดับกลางค่อนไปทางท้าย ถึงจะไม่พัฒนาขึ้นแต่อย่างน้อยก็น่าจะรักษามาตรฐานเดิมไว้ได้ แต่นี่กลับร่วงกรูดกลับไปสู่จุดเริ่มต้น กลายเป็นเจ้าบ๊วยคนเดิมซะงั้น
"ฉันเดาว่าการสอบรายเดือนรอบก่อน เขาก็คงโกงมาเหมือนกัน คะแนนรอบนี้ต่างหากที่เป็นระดับความรู้จริงๆของเขา" หวังฮ่าวหรานได้ทีซ้ำเติม
"เป็นอย่างนี้นี่เอง ฉันก็นึกว่าที่เขาคะแนนพุ่งพรวดคราวก่อนเป็นเพราะฉันช่วยติวให้บวกกับเขาหัวดีอยู่แล้วซะอีก" สวี่มู่เหยียนพยักหน้าอย่างเข้าใจ
"นี่เธอเรียนหนักจนสมองเพี้ยนไปแล้วหรอ? เขาพูดอะไรเธอก็เชื่อไปหมด?" หวังฮ่าวหรานพูดเหน็บแนม
"นาย... ทำไมต้องด่ากันด้วยเล่า" สวี่มู่เหยียนย่นจมูกทำปากยื่น
เธอเป็นผู้หญิงนะ มาด่าว่าสมองเพี้ยนได้ยังไง
"ฉันไม่ได้ด่า แค่เตือนสติ ให้เธอมองธาตุแท้ของฉู่ไป๋ให้ออก จะได้ไม่โดนคำโกหกหลอกเอาอีก อยู่ห่างๆเขาไว้ดีกว่า"
"ผู้ชายก็ชอบหลอกลวงกันทั้งนั้นแหละ" สวี่มู่เหยียนบ่นพึมพำ ก่อนจะช้อนตาขึ้นมองหวังฮ่าวหรานอย่างไม่ตั้งใจ
"แล้วนายล่ะ... จะหลอกฉันไหม?"
หวังฮ่าวหรานจ้องตอบ
นัยน์ตาคู่สวยของสวี่มู่เหยียนฉายประกายวิบวับ ลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นดูเหมือนจะมีกระแสความรู้สึกบางอย่างไหวระริก
ยัยตัวเล็กนี่... มีใจให้เขาแล้วจริงๆสินะ
แต่หวังฮ่าวหรานคิดว่าแค่นี้ยังไม่พอ
"ผู้ชายหลอกผู้หญิง ปกติก็มีอยู่แค่สองเรื่อง ไม่หลอกเอาเงิน ก็หลอกหวังในเรือนร่าง... เธอคิดว่าคนอย่างฉัน จำเป็นต้องหลอกเธอเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ?"
สวี่มู่เหยียนทำหน้างงๆ ดูเหมือนจะยังไม่ค่อยเข้าใจความหมาย
หวังฮ่าวหรานจึงยิ้มแล้วขยายความต่อ
"เงินฉันมีเยอะแยะ ไม่มีทางหลอกเอาเงินเธอแน่ ส่วนเรื่องเรือนร่าง... หึๆ ฉันเคยบอกเธอไปแล้วนี่นา ลืมแล้วเหรอ? ต้องให้ฉันทวนความจำไหมว่าฉันคิดยังไงกับ..."
คราวนี้สวี่มู่เหยียนเข้าใจทะลุปรุโปร่ง
หน้าสวยๆของเธอแดงก่ำขึ้นมาทันที
ไม่ใช่เพราะเขินอาย... แต่เป็นเพราะความโมโหต่างหาก!
"รู้แล้วน่า ว่านายไม่ได้สนใจฉัน จำได้ขึ้นใจแล้วย่ะ"
สวี่มู่เหยียนชิงพูดประโยคที่หวังฮ่าวหรานยังพูดไม่จบออกมาด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
"จำได้ก็ดี" หวังฮ่าวหรานอมยิ้มแล้วเดินจากไป
สวี่มู่เหยียนมองตามแผ่นหลังของเขาไปพลางกระทืบเท้าด้วยความเจ็บใจ เธออยากจะเลิกสนใจผู้ชายปากร้ายคนนี้ให้รู้แล้วรู้รอด แต่ใบหน้าของเขากลับยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่ยอมจางหาย
[ติ๊ง! โฮสต์หว่านเสน่ห์จนนางเอก 'สวี่มู่เหยียน' หวั่นไหว ได้รับแต้มวายร้ายร้าย 200 แต้ม]
"!!!" หวังฮ่าวหรานถึงกับอึ้ง
พอค่าความประทับใจสูงขึ้น แค่หยอดนิดหยอกหน่อยก็ได้แต้มวายร้ายแล้วเหรอ?
งั้นวันหลังต้องขยันหยอดบ่อยๆซะแล้ว!
...
"อย่ามาดูถูกกันนะ ใกล้สอบจำลองแล้ว เดี๋ยวพวกนายก็รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นเด็กท้ายห้อง ไอ้พวกขยะ เตรียมตัวโดนคะแนนสอบของฉันตบหน้าได้เลย!"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังระงมมาจากอีกมุมหนึ่งของห้องเรียน นักเรียนหลายคนพากันพูดประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมาเพื่อล้อเลียนเจ้าของวลี
สีหน้าของฉู่ไป๋ดำทะมึนราวกับก้นหม้อ
ประโยคที่คนรอบข้างกำลังท่องจำกันอย่างสนุกปาก คือคำพูดอวดดีที่ฉู่ไป๋เคยประกาศก้องเอาไว้
เมื่อไม่กี่วันก่อน ฉู่ไป๋แกล้งทำเป็นขยันเรียน ตะโกนอ่านหนังสือเสียงดังรบกวนชาวบ้านในช่วงอ่านหนังสือตอนเช้าจนเพื่อนๆรำคาญ
ตอนนั้นฉู่ไป๋ตอกกลับทุกคนด้วยคำพูดสุดกร่างประโยคนั้นนั่นเอง
[ติ๊ง! โฮสต์บงการอยู่เบื้องหลัง ขัดขวางไม่ให้พระเอก 'ฉู่ไป๋' อวดเบ่งในการสอบจำลองได้สำเร็จ ได้รับแต้มวายร้าย 300 แต้ม]
หวังฮ่าวหรานรับรางวัลจากระบบพลางมองดูความวุ่นวายในห้อง แต่เขาไม่ได้เข้าไปร่วมวงเยาะเย้ยฉู่ไป๋ด้วย
ในฐานะบอสตัวร้าย การลดตัวลงไปเยาะเย้ยพระเอกมันดู 'โลว์คลาส' เกินไป
หวังฮ่าวหรานไม่คิดจะทำเอง
ถ้าจะเยาะเย้ยจริงๆ สั่งลูกน้องไปทำแทนดีกว่า
แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ คงไม่ต้องถึงมือลูกน้องเขาหรอก
หวังฮ่าวหรานเปิดหน้าต่างระบบดูยอดแต้มวายร้าย
[แต้มวายร้าย: 1,800]
โอ้โห... รวยเละขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
หวังฮ่าวหรานไม่รอช้า ใช้ 1,000 แต้มแลก "ทักษะการแสดงระดับจักรพรรดิภาพยนตร์" ทันที
เหลืออีก 800 แต้ม ยังสุ่มรางวัลได้อีกรอบ
[ติ๊ง! โฮสต์ดวงเฮงสุดขีด สุ่มได้ 'ตาทิพย์' มูลค่า 5,000 แต้มวายร้าย ต้องการใช้งานทันทีหรือไม่?]
"ถามมาได้ จะเก็บไว้ชิงโชคปีใหม่หรือไง ใช้เลยสิ!"
หวังฮ่าวหรานดีใจจนแทบกระโดดตัวลอย
นี่มันสกิลโกงประจำตัวของฉู่ไป๋ชัดๆ ตอนนี้เขาก็มีเหมือนกันแล้ว
แถมลงทุนไปแค่ 500 แต้มเอง กำไรเห็นๆ!
ต้องรีบทดสอบประสิทธิภาพหน่อยแล้ว...
จะทดสอบกับอะไรดีนะ?
หวังฮ่าวหรานกวาดสายตาไปรอบห้อง ก่อนจะไปหยุดลงที่... สวี่มู่เหยียน
เขาเริ่มเพ่งสมาธิ จ้องมองไปที่สวี่มู่เหยียน
ไม่นานนัก ลมหายใจของหวังฮ่าวหรานก็เริ่มติดขัด หายใจแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ผ่านไปพักใหญ่ เขาถึงค่อยๆถอนสายตากลับมาอย่างอ้อยอิ่ง
ปกติสวี่มู่เหยียนใส่แต่ชุดนักเรียนตัวโคร่งที่บดบังรูปร่างเอาไว้
ไม่ดูไม่รู้ แต่พอดูแล้วต้องร้องโอ้โห! วัยกำลังโตนี่โภชนาการดีจริงๆ!
แต่ก่อนเขาให้คะแนนรูปร่างเธอ 95 ตอนนี้ขอเพิ่มให้อีก 2 คะแนน เป็น 97 ไปเลย!
หวังฮ่าวหรานรู้สึกเซอร์ไพรส์ระคนยินดี แต่สักพักก็เริ่มรู้สึกตะขิดตะขวงใจขึ้นมา
ไอ้ความลับภายใต้ร่มผ้านี้... เขาคงเป็นคนที่สองที่ได้เห็นสินะ?
"ระบบ! พระเอกฉู่ไป๋เคยใช้พลังนี้ถ้ำมองพวกนางเอกบ้างหรือเปล่า?"
[โฮสต์กำลังขอตรวจสอบข้อมูลของพระเอก ต้องใช้ 100 แต้มวายร้าย ยืนยันที่จะตรวจสอบหรือไม่?]
"ตรวจสอบ!"
[พระเอกฉู่ไป๋ไม่เคยใช้พลังพิเศษนี้กับนางเอกคนใดเลย]
หวังฮ่าวหรานรู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที
แต่คิดไปคิดมาก็สมเหตุสมผล ยกเว้นพวกพระเอกสายหื่นกาม พระเอกส่วนใหญ่มักจะรักษาภาพลักษณ์ผู้ดี ถือตัว และหยิ่งในศักดิ์ศรี
ฉู่ไป๋ไม่ทำเรื่องพรรค์นี้ก็ถือเป็นเรื่องปกติ
ไม่เหมือนตัวร้ายอย่างเขา... อยากรู้อยากเห็นก็จัดเลย ไม่ต้องแอ๊บ
ติดอยู่อย่างเดียว ดูมากไปมันเสียสุขภาพ ต้องรู้จักยับยั้งชั่งใจบ้าง
...
เสียงเยาะเย้ยถากถางจากรอบข้างทำให้ฉู่ไป๋แทบจะแทรกแผ่นดินหนี
ในที่สุด เขาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ความอัดอั้นตันใจระเบิดออกมาตูมใหญ่
ปัง!
"ไอ้เชี่ย! หุบปากกันให้หมด! ใครพล่ามอีกคำเดียวอย่าหาว่ากูไม่เกรงใจ!"
ฉู่ไป๋ตบโต๊ะระบายโทสะ ทำเอาคนรอบข้างสะดุ้งโหยง
เสียงล้อเลียนเงียบกริบลงทันตา
ฉู่ไป๋มักจะมีเรื่องชกต่อยกับพวกนักเลงข้างนอกบ่อยๆ และไม่เคยเสียเปรียบใคร ทำให้เขามีกลิ่นอายความดุดันแบบพวก 'คนจริง' แผ่ออกมา
พอฉู่ไป๋ของขึ้น พวกนักเรียนธรรมดาๆก็พากันขวัญผวา นั่งเงียบเป็นเป่าสาก
หวังฮ่าวหรานไม่ชอบสถานการณ์แบบนี้เลย
เขาจึงสะกิด 'ฟ่านเจี้ยน' ที่นั่งข้างๆ แล้วกระซิบสั่งงานบางอย่างทันที
*****