เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 แผนโกงล่มไม่เป็นท่า

บทที่ 29 แผนโกงล่มไม่เป็นท่า

บทที่ 29 แผนโกงล่มไม่เป็นท่า


วันอาทิตย์ เวลา 17.00 น.

การสอบวิชาภาษาอังกฤษสิ้นสุดลง เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าการสอบจำลองร่วมครั้งนี้ได้จบลงอย่างสมบูรณ์แล้ว

ฉู่ไป๋เดินออกจากห้องสอบด้วยใบหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด

แม้คืนนี้จะยังมีการเรียนภาคค่ำตามปกติ แต่กว่าจะถึงเวลาก็อีกชั่วโมงกว่า ด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว เขาจึงตัดสินใจว่าจะออกไปเดินเล่นสงบสติอารมณ์ที่ริมแม่น้ำไม่ไกลจากโรงเรียน

ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นประตูโรงเรียน เขาก็บังเอิญเจอกับผู้อำนวยการเข้าพอดี

"พ่อหนุ่ม ทำไมทำหน้าเหมือนคนวิญญาณหลุดออกจากร่างแบบนั้นล่ะ สอบไม่ราบรื่นงั้นรึ?"

"สวัสดีครับผู้อำนวยการ" ฉู่ไป๋ทักทายอย่างนอบน้อม ก่อนจะพยักหน้ายอมรับ

"ก็แค่การสอบจำลองเอง ทำได้ไม่ดีก็ช่างมันเถอะ มันไม่ได้เป็นตัวตัดสินคะแนนสอบจริงในอนาคตสักหน่อย" ผู้อำนวยการพูดปลอบโยนและให้กำลังใจ

"จริงอย่างผู้อำนวยการว่าครับ" ฉู่ไป๋ฝืนยิ้มแห้งๆออกมา

ลำพังแค่สอบจำลองพลาดเรื่องเดียวก็ยังพอทำใจได้ แต่ประเด็นสำคัญคือ พอคะแนนออกมาไม่ดี แผนที่จะให้สวี่มู่เหยียนมาเป็นแฟนก็ต้องพังทลายลงไปด้วยนี่สิ

ความกลัดกลุ้มในใจของฉู่ไป๋จึงมีมากโข แต่เขาจะเอาเรื่องพรรค์นี้ไปบอกผู้อำนวยการได้ยังไงกัน

"เห็นเธอเดินออกมาแบบนี้ ไม่กินข้าวเย็นหรือ?" ผู้อำนวยการเอ่ยถามขึ้นทันที

"ผมกะจะไปเดินเล่นสักหน่อยครับ คงไม่กิน"

"คนหนุ่มสาวไม่กินข้าวให้ตรงเวลา เดี๋ยวก็เป็นโรคกระเพาะเอาหรอก ข้าวมื้อเย็นสำคัญนะ เอาอย่างนี้สิ บ้านฉันอยู่แถวนี้เอง กำลังจะกลับไปกินข้าวพอดี เธอไปกินด้วยกันสิ" ผู้อำนวยการเอ่ยปากชวน

พอได้ยินแบบนั้น ฉู่ไป๋ย่อมไม่ปฏิเสธ

การที่ผู้อำนวยการโรงเรียนเอ่ยปากชวนนักเรียนไปกินข้าวที่บ้าน ถือเป็นการให้เกียรติอย่างสูง ขนาดครูในโรงเรียนบางคนยังไม่ได้รับโอกาสนี้เลยด้วยซ้ำ

เขาย่อมต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ เผื่อว่าจะช่วยกระชับความสัมพันธ์กับผู้อำนวยการให้แน่นแฟ้นขึ้น

แต่ถึงจะอยากไปแค่ไหน ฉู่ไป๋ก็ยังแสร้งทำเป็นเกรงใจปฏิเสธตามมารยาทไปทีหนึ่ง ก่อนจะตอบตกลงในที่สุด

เช้าวันรุ่งขึ้น

ผลการสอบจำลองประกาศออกมาแล้ว

ในช่วงพักเบรกหลังคาบที่สอง ครูประจำชั้นแต่ละห้องนำตารางคะแนนมาแจกจ่ายให้นักเรียน

บรรยากาศในห้องเรียนสายศิลป์ของหวังฮ่าวหรานพลันอึกทึกครึกโครมขึ้นมาทันที

อันดับหนึ่งของห้องคือสวี่มู่เหยียนและหวังฮ่าวหราน ทั้งคู่ทำคะแนนได้เท่ากันเป๊ะที่ 682 คะแนน ครองแชมป์ร่วมกัน

สำหรับเพื่อนในห้อง นี่เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายนิดหน่อยแต่ก็เข้าใจได้ เพราะปกติที่หนึ่งและที่สองก็ผลัดกันเป็นของสองคนนี้อยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่ารอบไหนใครจะท็อปฟอร์มกว่ากัน แต่รอบนี้บังเอิญจริงๆที่คะแนนออกมาเท่ากัน

สำหรับสายศิลป์ คะแนน 682 ถือว่าสูงลิบลิ่ว ถ้าทำได้เท่านี้ในการสอบเกาเข่าจริง ก็สามารถเลือกเรียนมหาวิทยาลัยไหนก็ได้ในประเทศ สมแล้วที่ทั้งคู่ได้รับฉายาว่าเป็นเทพเจ้าแห่งการเรียน

ส่วนอันดับรองลงมา ก็ล้วนแต่เป็นหน้าเดิมๆที่วนเวียนอยู่ในท็อปสิบของห้อง

เมื่อกวาดตามองไม่เห็นชื่อของฉู่ไป๋ในสิบอันดับแรก ความกังวลในใจของสวี่มู่เหยียนก็มลายหายไปจนหมดสิ้น

"เธอติดค้างชานมไข่มุกฉันแก้วนึงนะ" หวังฮ่าวหรานเดินเข้ามายืนข้างๆเธอ

"วางใจได้ ไม่เบี้ยวหรอกน่า" สวี่มู่เหยียนยิ้มกว้างอย่างมีความสุข

นี่เป็นสัญญาใจระหว่างพวกเขาก่อนหน้านี้ ถ้าหวังฮ่าวหรานขัดขวางการโกงของฉู่ไป๋ได้ เธอจะเลี้ยงชานมเขา

"แล้วตกลงฉู่ไป๋สอบได้ที่เท่าไหร่เนี่ย?"

ด้วยความอยากรู้อยากเห็น สวี่มู่เหยียนจึงไล่สายตาหาชื่อฉู่ไป๋บนตารางคะแนน แต่หาจากบนลงล่างอยู่นานก็ไม่เจอ

"ลองหาจากข้างล่างขึ้นมาสิ" หวังฮ่าวหรานเอ่ยเตือน

สวี่มู่เหยียนทำตามแล้วก็เจอทันที

"ที่โหล่ของห้อง!?"

เธออุทานออกมาด้วยความตกใจจนอ้าปากค้าง

ครั้งก่อนฉู่ไป๋ยังสอบได้อันดับกลางค่อนไปทางท้าย ถึงจะไม่พัฒนาขึ้นแต่อย่างน้อยก็น่าจะรักษามาตรฐานเดิมไว้ได้ แต่นี่กลับร่วงกรูดกลับไปสู่จุดเริ่มต้น กลายเป็นเจ้าบ๊วยคนเดิมซะงั้น

"ฉันเดาว่าการสอบรายเดือนรอบก่อน เขาก็คงโกงมาเหมือนกัน คะแนนรอบนี้ต่างหากที่เป็นระดับความรู้จริงๆของเขา" หวังฮ่าวหรานได้ทีซ้ำเติม

"เป็นอย่างนี้นี่เอง ฉันก็นึกว่าที่เขาคะแนนพุ่งพรวดคราวก่อนเป็นเพราะฉันช่วยติวให้บวกกับเขาหัวดีอยู่แล้วซะอีก" สวี่มู่เหยียนพยักหน้าอย่างเข้าใจ

"นี่เธอเรียนหนักจนสมองเพี้ยนไปแล้วหรอ? เขาพูดอะไรเธอก็เชื่อไปหมด?" หวังฮ่าวหรานพูดเหน็บแนม

"นาย... ทำไมต้องด่ากันด้วยเล่า" สวี่มู่เหยียนย่นจมูกทำปากยื่น

เธอเป็นผู้หญิงนะ มาด่าว่าสมองเพี้ยนได้ยังไง

"ฉันไม่ได้ด่า แค่เตือนสติ ให้เธอมองธาตุแท้ของฉู่ไป๋ให้ออก จะได้ไม่โดนคำโกหกหลอกเอาอีก อยู่ห่างๆเขาไว้ดีกว่า"

"ผู้ชายก็ชอบหลอกลวงกันทั้งนั้นแหละ" สวี่มู่เหยียนบ่นพึมพำ ก่อนจะช้อนตาขึ้นมองหวังฮ่าวหรานอย่างไม่ตั้งใจ

"แล้วนายล่ะ... จะหลอกฉันไหม?"

หวังฮ่าวหรานจ้องตอบ

นัยน์ตาคู่สวยของสวี่มู่เหยียนฉายประกายวิบวับ ลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นดูเหมือนจะมีกระแสความรู้สึกบางอย่างไหวระริก

ยัยตัวเล็กนี่... มีใจให้เขาแล้วจริงๆสินะ

แต่หวังฮ่าวหรานคิดว่าแค่นี้ยังไม่พอ

"ผู้ชายหลอกผู้หญิง ปกติก็มีอยู่แค่สองเรื่อง ไม่หลอกเอาเงิน ก็หลอกหวังในเรือนร่าง... เธอคิดว่าคนอย่างฉัน จำเป็นต้องหลอกเธอเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ?"

สวี่มู่เหยียนทำหน้างงๆ ดูเหมือนจะยังไม่ค่อยเข้าใจความหมาย

หวังฮ่าวหรานจึงยิ้มแล้วขยายความต่อ

"เงินฉันมีเยอะแยะ ไม่มีทางหลอกเอาเงินเธอแน่ ส่วนเรื่องเรือนร่าง... หึๆ ฉันเคยบอกเธอไปแล้วนี่นา ลืมแล้วเหรอ? ต้องให้ฉันทวนความจำไหมว่าฉันคิดยังไงกับ..."

คราวนี้สวี่มู่เหยียนเข้าใจทะลุปรุโปร่ง

หน้าสวยๆของเธอแดงก่ำขึ้นมาทันที

ไม่ใช่เพราะเขินอาย... แต่เป็นเพราะความโมโหต่างหาก!

"รู้แล้วน่า ว่านายไม่ได้สนใจฉัน จำได้ขึ้นใจแล้วย่ะ"

สวี่มู่เหยียนชิงพูดประโยคที่หวังฮ่าวหรานยังพูดไม่จบออกมาด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

"จำได้ก็ดี" หวังฮ่าวหรานอมยิ้มแล้วเดินจากไป

สวี่มู่เหยียนมองตามแผ่นหลังของเขาไปพลางกระทืบเท้าด้วยความเจ็บใจ เธออยากจะเลิกสนใจผู้ชายปากร้ายคนนี้ให้รู้แล้วรู้รอด แต่ใบหน้าของเขากลับยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่ยอมจางหาย

[ติ๊ง! โฮสต์หว่านเสน่ห์จนนางเอก 'สวี่มู่เหยียน' หวั่นไหว ได้รับแต้มวายร้ายร้าย 200 แต้ม]

"!!!" หวังฮ่าวหรานถึงกับอึ้ง

พอค่าความประทับใจสูงขึ้น แค่หยอดนิดหยอกหน่อยก็ได้แต้มวายร้ายแล้วเหรอ?

งั้นวันหลังต้องขยันหยอดบ่อยๆซะแล้ว!

...

"อย่ามาดูถูกกันนะ ใกล้สอบจำลองแล้ว เดี๋ยวพวกนายก็รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นเด็กท้ายห้อง ไอ้พวกขยะ เตรียมตัวโดนคะแนนสอบของฉันตบหน้าได้เลย!"

เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังระงมมาจากอีกมุมหนึ่งของห้องเรียน นักเรียนหลายคนพากันพูดประโยคนี้ซ้ำไปซ้ำมาเพื่อล้อเลียนเจ้าของวลี

สีหน้าของฉู่ไป๋ดำทะมึนราวกับก้นหม้อ

ประโยคที่คนรอบข้างกำลังท่องจำกันอย่างสนุกปาก คือคำพูดอวดดีที่ฉู่ไป๋เคยประกาศก้องเอาไว้

เมื่อไม่กี่วันก่อน ฉู่ไป๋แกล้งทำเป็นขยันเรียน ตะโกนอ่านหนังสือเสียงดังรบกวนชาวบ้านในช่วงอ่านหนังสือตอนเช้าจนเพื่อนๆรำคาญ

ตอนนั้นฉู่ไป๋ตอกกลับทุกคนด้วยคำพูดสุดกร่างประโยคนั้นนั่นเอง

[ติ๊ง! โฮสต์บงการอยู่เบื้องหลัง ขัดขวางไม่ให้พระเอก 'ฉู่ไป๋' อวดเบ่งในการสอบจำลองได้สำเร็จ ได้รับแต้มวายร้าย 300 แต้ม]

หวังฮ่าวหรานรับรางวัลจากระบบพลางมองดูความวุ่นวายในห้อง แต่เขาไม่ได้เข้าไปร่วมวงเยาะเย้ยฉู่ไป๋ด้วย

ในฐานะบอสตัวร้าย การลดตัวลงไปเยาะเย้ยพระเอกมันดู 'โลว์คลาส' เกินไป

หวังฮ่าวหรานไม่คิดจะทำเอง

ถ้าจะเยาะเย้ยจริงๆ สั่งลูกน้องไปทำแทนดีกว่า

แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ คงไม่ต้องถึงมือลูกน้องเขาหรอก

หวังฮ่าวหรานเปิดหน้าต่างระบบดูยอดแต้มวายร้าย

[แต้มวายร้าย: 1,800]

โอ้โห... รวยเละขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?

หวังฮ่าวหรานไม่รอช้า ใช้ 1,000 แต้มแลก "ทักษะการแสดงระดับจักรพรรดิภาพยนตร์" ทันที

เหลืออีก 800 แต้ม ยังสุ่มรางวัลได้อีกรอบ

[ติ๊ง! โฮสต์ดวงเฮงสุดขีด สุ่มได้ 'ตาทิพย์' มูลค่า 5,000 แต้มวายร้าย ต้องการใช้งานทันทีหรือไม่?]

"ถามมาได้ จะเก็บไว้ชิงโชคปีใหม่หรือไง ใช้เลยสิ!"

หวังฮ่าวหรานดีใจจนแทบกระโดดตัวลอย

นี่มันสกิลโกงประจำตัวของฉู่ไป๋ชัดๆ ตอนนี้เขาก็มีเหมือนกันแล้ว

แถมลงทุนไปแค่ 500 แต้มเอง กำไรเห็นๆ!

ต้องรีบทดสอบประสิทธิภาพหน่อยแล้ว...

จะทดสอบกับอะไรดีนะ?

หวังฮ่าวหรานกวาดสายตาไปรอบห้อง ก่อนจะไปหยุดลงที่... สวี่มู่เหยียน

เขาเริ่มเพ่งสมาธิ จ้องมองไปที่สวี่มู่เหยียน

ไม่นานนัก ลมหายใจของหวังฮ่าวหรานก็เริ่มติดขัด หายใจแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ผ่านไปพักใหญ่ เขาถึงค่อยๆถอนสายตากลับมาอย่างอ้อยอิ่ง

ปกติสวี่มู่เหยียนใส่แต่ชุดนักเรียนตัวโคร่งที่บดบังรูปร่างเอาไว้

ไม่ดูไม่รู้ แต่พอดูแล้วต้องร้องโอ้โห! วัยกำลังโตนี่โภชนาการดีจริงๆ!

แต่ก่อนเขาให้คะแนนรูปร่างเธอ 95 ตอนนี้ขอเพิ่มให้อีก 2 คะแนน เป็น 97 ไปเลย!

หวังฮ่าวหรานรู้สึกเซอร์ไพรส์ระคนยินดี แต่สักพักก็เริ่มรู้สึกตะขิดตะขวงใจขึ้นมา

ไอ้ความลับภายใต้ร่มผ้านี้... เขาคงเป็นคนที่สองที่ได้เห็นสินะ?

"ระบบ! พระเอกฉู่ไป๋เคยใช้พลังนี้ถ้ำมองพวกนางเอกบ้างหรือเปล่า?"

[โฮสต์กำลังขอตรวจสอบข้อมูลของพระเอก ต้องใช้ 100 แต้มวายร้าย ยืนยันที่จะตรวจสอบหรือไม่?]

"ตรวจสอบ!"

[พระเอกฉู่ไป๋ไม่เคยใช้พลังพิเศษนี้กับนางเอกคนใดเลย]

หวังฮ่าวหรานรู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที

แต่คิดไปคิดมาก็สมเหตุสมผล ยกเว้นพวกพระเอกสายหื่นกาม พระเอกส่วนใหญ่มักจะรักษาภาพลักษณ์ผู้ดี ถือตัว และหยิ่งในศักดิ์ศรี

ฉู่ไป๋ไม่ทำเรื่องพรรค์นี้ก็ถือเป็นเรื่องปกติ

ไม่เหมือนตัวร้ายอย่างเขา... อยากรู้อยากเห็นก็จัดเลย ไม่ต้องแอ๊บ

ติดอยู่อย่างเดียว ดูมากไปมันเสียสุขภาพ ต้องรู้จักยับยั้งชั่งใจบ้าง

...

เสียงเยาะเย้ยถากถางจากรอบข้างทำให้ฉู่ไป๋แทบจะแทรกแผ่นดินหนี

ในที่สุด เขาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ความอัดอั้นตันใจระเบิดออกมาตูมใหญ่

ปัง!

"ไอ้เชี่ย! หุบปากกันให้หมด! ใครพล่ามอีกคำเดียวอย่าหาว่ากูไม่เกรงใจ!"

ฉู่ไป๋ตบโต๊ะระบายโทสะ ทำเอาคนรอบข้างสะดุ้งโหยง

เสียงล้อเลียนเงียบกริบลงทันตา

ฉู่ไป๋มักจะมีเรื่องชกต่อยกับพวกนักเลงข้างนอกบ่อยๆ และไม่เคยเสียเปรียบใคร ทำให้เขามีกลิ่นอายความดุดันแบบพวก 'คนจริง' แผ่ออกมา

พอฉู่ไป๋ของขึ้น พวกนักเรียนธรรมดาๆก็พากันขวัญผวา นั่งเงียบเป็นเป่าสาก

หวังฮ่าวหรานไม่ชอบสถานการณ์แบบนี้เลย

เขาจึงสะกิด 'ฟ่านเจี้ยน' ที่นั่งข้างๆ แล้วกระซิบสั่งงานบางอย่างทันที

*****

จบบทที่ บทที่ 29 แผนโกงล่มไม่เป็นท่า

คัดลอกลิงก์แล้ว