- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 7 ออร่าตัวเอกแม่งโคตรโกง!
บทที่ 7 ออร่าตัวเอกแม่งโคตรโกง!
บทที่ 7 ออร่าตัวเอกแม่งโคตรโกง!
ทันทีที่ความคิดนั้นผุดขึ้นมา หวังฮ่าวหรานก็รีบปรี่เข้าไปทักทายท่านผู้อำนวยการอย่างนอบน้อม
ผู้อำนวยการยิ้มรับด้วยความเอ็นดู ท่าทางเป็นมิตรอย่างยิ่ง
เพราะหวังฮ่าวหรานเป็นดาวเด่นของโรงเรียน ผู้อำนวยการย่อมรู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดี
"ท่านผู้อำนวยการมาทำอะไรที่ฝ่ายปกครองหรือครับ? ถ้ามีอะไรให้ผมช่วย บอกได้เลยนะครับ" หวังฮ่าวหรานอาสาอย่างกระตือรือร้น
"ไม่มีอะไรหรอก แค่เดินตรวจความเรียบร้อยเฉยๆ" ผู้อำนวยการโบกมือยิ้มๆ ก่อนจะเดินตรงเข้าไปในห้องปกครอง
"ขอให้ไม่มีอะไรจริงๆเถอะ..." หวังฮ่าวหรานภาวนาในใจ
แต่ยังไม่ทันขาดคำ เขาก็ได้ยินเสียงอุทานด้วยความประหลาดใจดังออกมาจากในห้อง
"อ้าว... พ่อหนุ่ม มาทำอะไรที่นี่?"
"เอ๊ะ! คุณปู่? คุณปู่มาทำอะไรที่นี่ครับ?" เสียงของฉู่ไป๋ตอบกลับมา
หวังฮ่าวหรานตบหน้าผากฉาดใหญ่ อยากจะบ้าตายรายวัน
ร้อยวันพันปีผู้อำนวยการไม่เคยโผล่หัวมา วันนี้ดันนึกครึ้มเดินมาฝ่ายปกครอง แถมยังรู้จักกับฉู่ไป๋อีก!
สถานการณ์ที่เขาสู้อุตส่าห์วางหมากบีบให้ฉู่ไป๋จนตรอก กำลังจะโดนพลิกกระดานกลับมาซะอย่างงั้น
ออร่าตัวเอกนี่มันโกงหน้าด้านๆ ไร้เหตุผลสิ้นดี!
หวังฮ่าวหรานจำใจต้องแอบฟังต่อ
บทสนทนาระหว่างผู้อำนวยการกับฉู่ไป๋เปิดเผยที่มาที่ไปว่า ทั้งสองรู้จักกันเพราะฉู่ไป๋เคยทำตัวเป็นพลเมืองดีช่วยไล่จับโจรวิ่งราวที่ขโมยกระเป๋าตังค์ผู้อำนวยการไป
สเต็ปต่อไป... หวังฮ่าวหรานเดาได้เป็นฉากๆ
ผู้อำนวยการผู้เชื่อมั่นในคุณธรรมน้ำมิตรของฉู่ไป๋จะเข้ามาแทรกแซง ทำทีเป็นไกล่เกลี่ยอย่างเป็นธรรม แต่จริงๆคือเข้าข้างฉู่ไป๋เต็มประตู
ใช้คารมคมคายและประสบการณ์อันโชกโชน หว่านล้อมพวกสมองนิ่มอย่างฟ่านเจี้ยน
พวกนั้นหัวอ่อนอยู่แล้ว ยิ่งเจอระดับผู้อำนวยการกล่อม ย่อมต้องเออออห่อหมก ลืมคำสั่งของเขาไปจนสิ้น
อีกนิดเดียวพวกนั้นก็จะใจอ่อน ยอมความ ไม่เอาเรื่องฉู่ไป๋แล้ว
หวังฮ่าวหรานไม่มีทางยอมให้ฉู่ไป๋รอดตัวไปง่ายๆแบบนี้แน่
เขาสมองแล่นเร็วจี๋ รีบพิมพ์ข้อความส่งไลน์ไปหาฟ่านเจี้ยนทันที
เนื้อหาคือสั่งให้เปลี่ยนแผน...
เลิกยืนกรานเรื่องแจ้งตำรวจ แล้วเปลี่ยนเป็นขอ 'ไกล่เกลี่ย' โดยเรียกค่าเสียหายเป็นค่ารักษาพยาบาลแทน
ดูจากท่าทีของผู้อำนวยการ ยังไงก็ต้องกางปีกปกป้องฉู่ไป๋แน่
ขืนฟ่านเจี้ยนยังดื้อแพ่งจะแจ้งความต่อไป ก็รังแต่จะเสียเปล่า
สู้ถอยมาหนึ่งก้าว แล้วสร้างความเดือดร้อนให้ฉู่ไป๋สักหน่อยก็ยังดี
ถึงผู้อำนวยการจะเอียงเอนไปทางฉู่ไป๋ แต่ก็ยังต้องรักษาภาพพจน์ความเป็นกลาง
เมื่อฝ่ายผู้เสียหายยอมถอยไม่แจ้งความ แต่ขอแค่ค่ารักษาพยาบาล ผู้อำนวยการย่อมต้องเห็นด้วย
หลังจากการเจรจาต่อรอง สรุปยอดค่าเสียหายออกมาที่คนละ 10,000 หยวน รวมเป็น 30,000 หยวน
(TL: 1 หยวนจีน ประมาณเกือบ 5 บาทไทย)
นอกจากนี้ ฉู่ไป๋และพวกฟ่านเจี้ยนทั้งสี่คนจะโดนทัณฑ์บน ประกาศประจานหน้าเสาธง และต้องเขียนรายงานสำนึกผิดส่ง
และคาดโทษไว้ว่า ถ้ามีเรื่องชกต่อยกันอีก จะถูกไล่ออกทันที
ทั้งสี่คนทยอยเดินคอตกออกมาจากห้องฝ่ายปกครอง
หวังฮ่าวหรานยืนรออยู่ที่หัวบันได
พอเห็นลูกพี่ สามสมุนก็รีบวิ่งรี่เข้ามาแย่งกันถาม
"ลูกพี่! พวกผมแสดงได้เนียนไหมครับ?"
"เป็นไงบ้างครับลูกพี่?"
หวังฮ่าวหรานไม่หวงคำชม เอ่ยปากชมเชยไปหนึ่งประโยค
สำหรับพวกสมองทึบสามหน่อนี้ แค่ไม่ทำเรื่องพังพินาศก็นับว่าบุญโขแล้ว สมควรได้รับคำชม
และแน่นอน นอกจากคำชม ต้องมีรางวัลปลอบใจ
หวังฮ่าวหรานโอนเงินเข้าบัญชีทั้งสามไปคนละ 50,000 หยวน
สำหรับเด็กมัธยมบ้านๆที่ได้ค่าขนมเดือนละไม่ถึงพัน
เงินห้าหมื่นนี่มันขุมทรัพย์ชัดๆ!
สามคนยิ้มแก้มปริ ประจบสอพลอลูกพี่ไม่หยุด ลืมความเจ็บปวดบนใบหน้าไปจนหมดสิ้น
จังหวะนั้นเอง ฉู่ไป๋ก็เดินผ่านหัวบันไดพอดี
เขาจ้องมองหวังฮ่าวหรานด้วยสายตาเย็นชาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น
เงินชดเชยสามหมื่นหยวน... สำหรับครอบครัวที่ฐานะยากจนของเขา มันคือการซ้ำเติมที่หนักหนาสาหัส
เขาเกลียดหวังฮ่าวหรานยิ่งกว่าไอ้สามตัวนั่นซะอีก
เขาปักใจเชื่อว่าเรื่องทั้งหมด... ตั้งแต่ดักตีหัวยันเรียกค่าเสียหาย เป็นแผนสกปรกของหวังฮ่าวหราน
ถ้าพวกนั้นไม่มาดักตี เขาก็คงไม่ต้องสวนกลับ และไม่ต้องมาเสียเงินสามหมื่นแบบนี้
ทั้งหมดเป็นความผิดของหวังฮ่าวหรานคนเดียว!
ฉู่ไป๋สาบานในใจว่าสักวันเขาจะเอาคืนให้สาสม
แต่ตอนนี้ต้องอดทนไว้ก่อน
เขารู้ตัวดีว่ายังงัดข้อกับหวังฮ่าวหรานซึ่งหน้าไม่ได้
บ้านมันรวยล้นฟ้า... ในสังคมนี้ มีเงินคือนิพพาน มีเงินก็มีเส้นสาย
แต่ฉู่ไป๋เชื่อมั่นว่า วันหนึ่งเขาจะต้องผงาดข้ามหัวหวังฮ่าวหราน และเหยียบตระกูลหวังให้จมดินให้ได้
ก็เขามี 'ตาทิพย์' นี่นา...
เรื่องรวยทางลัด ก้าวสู่จุดสูงสุดของชีวิต มันก็แค่เรื่องของเวลาเท่านั้น
จากเหตุการณ์ทะเลาะวิวาท ครูประจำชั้นซ่งเจินอวี่จึงเรียกประชุมด่วนสั้นๆ
นอกจากจะตำหนิฉู่ไป๋และพวกฟ่านเจี้ยนแล้ว เธอยังถือโอกาสอบรมสั่งสอนนักเรียนคนอื่นๆไม่ให้เอาเป็นเยี่ยงอย่าง
ช่วงพักเบรก
หวังฮ่าวหรานไม่มีอะไรทำ เลยคว้าลูกบาสเกตบอลออกมาเดาะเล่นที่ระเบียงทางเดินกับเพื่อนผู้ชาย
ฝีมือบาสของเขาก็แค่พื้นๆ
แต่ด้วยความหล่อระดับเทพ บวกกับอานุภาพทำลายล้างของ 'เนตรดอกท้อ' ที่เพิ่งได้มา
แค่ขยับตัวนิดหน่อย ก็เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากสาวๆได้เกรียวกราว
บางคนใจสั่นจนแทบจะเป็นลม
สาวๆมามุงดูกันตรึม หลายคนหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก มองเขาตาเยิ้มหยดย้อย
ถึงจะสวยสู้สวี่มู่เหยียนไม่ได้ แต่ก็จัดว่าเป็นเกรด A ในหมู่วัยรุ่น
หวังฮ่าวหรานมั่นใจว่า แค่กระดิกนิ้ว เขาก็สอยพวกเธอไปควงได้สบายๆ
เผลอๆคืนนี้จะลากไปทำโฮมรันสักคนก็ยังได้
แหม... ชีวิตมันช่างดี๊ดี จริงไหมล่ะ?
แต่ความฟินก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อสมุนวิ่งมารายงานข่าวซุบซิบว่า
"ลูกพี่ครับ! สวี่มู่เหยียนเรียกไอ้ฉู่ไป๋ไปคุยกันที่บันไดหนีไฟครับ!"
หมดอารมณ์โชว์หล่อทันที
หวังฮ่าวหรานทิ้งลูกบาส เดินดุ่มๆไปทางบันไดหนีไฟ ทิ้งให้สาวๆที่มุงดูต้องค้างเติ่ง
พอเข้าใกล้ก็ได้ยินบทสนทนาแว่วมา
"ฟังจากที่นายพูด... นายไม่คิดจะบอกเรื่องนี้กับพ่อแม่เหรอ?"
"ถ้าพ่อแม่รู้ว่าผมมีเรื่องชกต่อย ท่านคงไม่ว่าอะไรมากหรอก ผมมีเรื่องประจำอยู่แล้ว แต่ถ้ารู้ว่าต้องเสียเงินสามหมื่นค่าหมอ... ผมคงโดนพ่อซ้อมจนตายแน่" ฉู่ไป๋โกหกหน้าตาย สายตาล่อกแล่ก
ด้วยศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย เขาไม่อยากให้สาวที่ชอบรู้ว่าบ้านจนกรอบ จนไม่มีเงินจ่ายค่าปรับแค่สามหมื่น
"สามหมื่นไม่ใช่เงินน้อยๆ... ฉันช่วยนายได้นะ" สวี่มู่เหยียนฉลาดเป็นกรด เธอมองทะลุคำโกหกของเขา แต่เลือกที่จะไม่ฉีกหน้า และยื่นมือเข้าช่วยเหลือแทน
นี่คือเหตุผลที่เธอเรียกเขาออกมาคุย
ในมุมของสวี่มู่เหยียน เธอรู้สึกว่าต้นเหตุที่พวกฟ่านเจี้ยนไปหาเรื่องฉู่ไป๋ ส่วนหนึ่งก็เพราะเธอ
พอรู้ว่าเขาเดือดร้อนเรื่องเงิน ด้วยความใจดีและรู้สึกผิด เธอจึงอยากช่วย
แม้ว่าความรู้สึกที่มีต่อฉู่ไป๋จะเหลือแค่ 'คนแปลกหน้า' ก็ตาม
เธอก็ยังอยากช่วยอยู่ดี
หวังฮ่าวหรานแอบฟังอยู่ถึงกับกุมขมับ
"นี่มันอะไรกันวะเนี่ย? ออร่าตัวเอกมันจะเวอร์วังอลังการไปไหน?"
ขนาดโดนลดความชอบจนเหลือ 0 แล้วนะ! ยัยนี่ยังอุตส่าห์เสนอหน้าไปช่วยมันอีก!
ดูท่า... ถ้าไม่บดขยี้ให้จมดินจริงๆ ฉู่ไป๋คงค่อยๆกู้คะแนนความประทับใจกลับมาจนเต็มหลอดแน่ๆ
และถ้าถึงวันนั้น... จุดจบของเขาก็คงไม่พ้น 'บ้านแตกสาแหรกขาด' ตามพล็อตเดิมชัวร์!
*****