- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 4 สองมาตรฐานเกินไปหน่อยมั้ง?
บทที่ 4 สองมาตรฐานเกินไปหน่อยมั้ง?
บทที่ 4 สองมาตรฐานเกินไปหน่อยมั้ง?
ขณะที่หวังฮ่าวหรานกำลังสื่อสารกับระบบอยู่นั้น สวี่มู่เหยียนก็เดินเข้ามาในห้องเรียนพอดี
ทันใดนั้น ฉู่ไป๋ก็เลิกจ้องเขม็งใส่หวังฮ่าวหราน เปลี่ยนท่าทีเป็นหัวเราะร่า แล้ววิ่งเหยาะๆเข้าไปหาสวี่มู่เหยียนทันที
ไม่รู้ว่าหมอนี่คิดอะไรอยู่ ถึงได้ไปตัดผมทรงสกินเฮดสั้นเกรียนจนแทบติดหนังหัวมา
ทรงผมแบบนี้ ถ้าหน้าตาไม่ดีจริงเอาไม่อยู่หรอกนะ เพราะมันจะยิ่งขับเน้นจุดบกพร่องบนใบหน้าให้เด่นชัดขึ้น
และสำหรับฉู่ไป๋ที่มีใบหน้าธรรมดาๆแบบคนทั่วไป ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ... หายนะ
ยิ่งตอนที่เขาฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่ มันยิ่งดูน่าเกลียดพิลึก
แต่เจ้าตัวคงไม่รู้ตัว เพราะไม่มีกระจกอยู่ตรงหน้า เลยยิ้มแฉ่งอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม
"คุณสวี่ มาแล้วเหรอ อีกเดี๋ยวถึงจะเริ่มคาบแรก ผมมีโจทย์อยากถามเยอะแยะเลย พอมีเวลาไหม?" ฉู่ไป๋ยิ้มถาม
"ได้สิ"
ในฐานะหัวหน้าห้องและเป็นคนจิตใจดี สวี่มู่เหยียนย่อมไม่ปฏิเสธเพื่อนร่วมชั้นที่ใฝ่รู้
"มาๆ ไปที่โต๊ะคุณกัน ผมช่วยถือกระเป๋านะ" ฉู่ไป๋แสดงความมีน้ำใจจนออกนอกหน้า
"ไม่เป็นไรหรอก" สวี่มู่เหยียนส่ายหน้าปฏิเสธ
"โธ่... ถ้าไม่ได้คุณช่วยติวให้ ผลการเรียนผมคงไม่พุ่งจากสิบอันดับรั้งท้ายขึ้นมาอยู่ระดับกลางๆของห้องแบบนี้หรอก เรื่องแค่นี้ให้ผมช่วยเถอะนะ ถือว่าตอบแทนบุญคุณ"
"จริงๆเป็นเพราะนายหัวไวต่างหาก ที่ฉันอธิบายไปก็เป็นเรื่องที่ครูสอนในห้องทั้งนั้น ถ้านายตั้งใจฟังครู เกรดนายก็ต้องดีอยู่แล้ว"
"ไม่หรอก... ประเด็นหลักคือคุณสวี่สวยเกินไปต่างหาก พอคุณสอน ผมเลยตั้งใจฟังทุกคำเลย"
โดนหยอดคำหวานเข้าจังๆ สวี่มู่เหยียนก็อดเขินไม่ได้
ฉู่ไป๋ถือโอกาสนั้นเอื้อมมือไปคว้ากระเป๋าของเธอ
จังหวะที่ยื่นมือไป เขายังแอบเนียนทำทีเป็นบังเอิญจะแตะมือเธอด้วย
แต่โชคยังดีที่แผนการล้มเหลว ไม่ได้แตะต้องโดนตัว
หวังฮ่าวหรานมองดูฉากนี้แล้วก็ได้แต่ทอดถอนใจ
ต้องยอมรับจริงๆว่าในวัยใสๆแบบนี้ ผู้ชายหน้าด้านมักจะได้เปรียบในการจีบสาวเสมอ
และฉู่ไป๋ก็คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด
หวังฮ่าวหรานรู้ดีว่าที่ผลการเรียนของหมอนี่ดีวันดีคืน ไม่ใช่เพราะสมองดีอะไรหรอก แต่เป็นเพราะพลัง 'ตาทิพย์' ต่างหาก
การสอบครั้งล่าสุด ก็แค่ใช้พลังโกงข้อสอบล้วนๆ
ที่มาตามตื๊อให้สวี่มู่เหยียนติวหนังสือ ก็แค่ข้ออ้างในการจีบสาว
เมื่อมองทะลุปรุโปร่งขนาดนี้ หวังฮ่าวหรานจะยอมนิ่งดูดายได้ยังไง
พอเห็นฉู่ไป๋ทำท่าจะหย่อนก้นลงนั่งที่เก้าอี้เพื่อนร่วมโต๊ะของสวี่มู่เหยียน หวังฮ่าวหรานก็ถือสมุดแบบฝึกหัดเดินเข้าไปแทรกทันที
"สวี่มู่เหยียน โจทย์คณิตที่ครูสั่งเมื่อวาน เธอทำเสร็จแล้วหรือยัง?"
"ทำเสร็จแล้ว แต่ไม่รู้ว่าคำตอบจะถูกหรือเปล่านะ" สวี่มู่เหยียนที่เลิกมีอคติกับหวังฮ่าวหรานแล้วย่อมยินดีตอบคำถามเรื่องเรียน
"ฉันก็ลองทำมาเหมือนกัน แต่ไม่ชัวร์ว่าถูกไหม เรามาลองเทียบคำตอบกันหน่อยไหม?"
"เอาสิ!" สวี่มู่เหยียนพยักหน้ารับอย่างกระตือรือร้น
"คุณสวี่... ผมมาก่อนนะ" ฉู่ไป๋รีบขัดขึ้น
"ขอเวลาแป๊บนึงนะ รอเดี๋ยวเดียว" สวี่มู่เหยียนอยากคุยเรื่องโจทย์ข้อนี้กับหวังฮ่าวหรานมากกว่า
โจทย์คณิตข้อนี้ยากมาก เป็นเนื้อหาที่เกินระดับมัธยมปลาย เป็นความท้าทายที่มีไว้สำหรับระดับหัวกะทิเท่านั้น
ทั้งห้องก็น่าจะมีแค่เธอกับหวังฮ่าวหรานที่คิดจะทำโจทย์ข้อนี้เป็นการบ้าน
เมื่อหวังฮ่าวหรานมาชวนถกปัญหา เธอจึงดีใจจนเนื้อเต้น
ฉู่ไป๋ได้แต่ยืนบื้ออยู่ข้างๆ ฟังสิ่งที่ทั้งสองคนคุยกันเหมือนฟังภาษาต่างดาว ไม่รู้เรื่องเลยสักนิด
หวังฮ่าวหรานแอบชำเลืองมองสีหน้าแข็งทื่อของฉู่ไป๋ แล้วลอบยิ้มในใจ
ถ้าพูดถึงเรื่องภาษาเดียวกันและหัวข้อสนทนาที่เข้าขา ยังไงคนระดับหัวกะทิอย่างเขากับสวี่มู่เหยียนก็คลิกกันมากกว่าเห็นๆ
หนุ่มหล่อสาวสวยสบตากันไปมา พูดคุยหยอกล้ออย่างออกรส
คนไกลๆมองมาคงนึกว่ากำลังจีบกันหวานฉ่ำ แต่คนที่อยู่ใกล้ๆจะรู้ว่าพวกเขากำลังถกกันเรื่องสูตรคณิตศาสตร์
หวังฮ่าวหรานจงใจลากบทสนทนาให้ยืดยาว สวี่มู่เหยียนเองก็เพลิดเพลินจนลืมการมีตัวตนของฉู่ไป๋ไปเสียสนิท
อีกไม่กี่นาทีก็จะเริ่มคาบเรียนแล้ว
"หวังฮ่าวหราน! แกจงใจมาคุยเรื่องโจทย์เพื่อกันท่าชัดๆ! ปากบอกว่ามาคุยเรื่องเรียน แต่จริงๆแกแค่อยากใกล้ชิดคุณสวี่ แกมันคิดไม่ซื่อ ไอ้เสแสร้ง!"
ฉู่ไป๋ทนไม่ไหวอีกต่อไป ตะโกนด่าแทรกขึ้นกลางวง
ได้ยินแบบนั้น หวังฮ่าวหรานก็หัวเราะออกมาตรงๆ
ไอ้หมอนี่ใช้ข้ออ้างเรื่องติวหนังสือเพื่อจีบหญิงได้หน้าตาเฉย
พอเขาทำบ้าง ดันมาด่าว่าเขาเสแสร้ง?
เฮ้ย... สองมาตรฐานไปหน่อยมั้ง?
"ฉู่ไป๋ นายเข้าใจหวังฮ่าวหรานผิดแล้วนะ" สวี่มู่เหยียนขมวดคิ้ว
เพราะก่อนหน้านี้หวังฮ่าวหรานเพิ่งประกาศจุดยืนชัดเจนว่าจะโฟกัสเรื่องเรียน ไม่ได้คิดอะไรกับเธอ แถมยังสั่งสอนลูกน้องไม่ให้ลามปามอีก
คนจิตใจดีอย่างสวี่มู่เหยียน ย่อมเลือกที่จะเชื่อคำพูดของหวังฮ่าวหราน
"ผมไม่ได้เข้าใจผิดหรอก ช่วงนี้ที่คุณติวให้ผม มันคงอิจฉาตาร้อน เมื่อวานเย็นเลยส่งลูกน้องมาดักตีกบาลผม แถมยังประกาศปาวๆว่าคุณเป็นสมบัติส่วนตัวของมัน ขู่ให้ผมเลิกยุ่งกับคุณซะ!" ฉู่ไป๋ฟ้องสวี่มู่เหยียน
สวี่มู่เหยียนฟังแล้วก็ตกใจ หันขวับไปมองหวังฮ่าวหราน
"เรื่องนี้ฉันไม่ได้สั่ง พวกฟ่านเจี้ยนมันทำกันเอง" หวังฮ่าวหรานอธิบาย
อย่าว่าแต่เรื่องนี้เขาไม่ได้สั่งจริงๆ ต่อให้สั่ง เขาก็จะตอบแบบนี้อยู่ดี
เขาเป็นตัวร้ายนะ...
ตัวร้ายที่ทำทุกอย่างเพื่อเป้าหมาย การโกหกมันก็ไม่ต่างกับหายใจเข้าออก
"เป็นลูกผู้ชาย กล้าทำก็ต้องกล้ารับสิวะ!" ฉู่ไป๋ใช้มุกยั่วยุ
เขาหวังจะบีบให้หวังฮ่าวหรานยอมรับ เพื่อให้สวี่มู่เหยียนระแวงและตีตัวออกห่าง
"เฮ้ย... นายเล่าไม่จบนี่หว่า ที่บอกว่าฟ่านเจี้ยนสามคนไปดักตีนายน่ะใช่ แต่ไอ้คนที่โดนยำเละมันคือสามคนนั้นต่างหาก ส่วนนายน่ะ ไร้รอยขีดข่วนไม่ใช่เหรอ?" หวังฮ่าวหรานพลิกเกม ย้อนศรกลับไป
"ก็เพราะฉันเก่งไงล่ะ ไอ้อ่อนสามตัวนั่นจะมาสู้อะไรฉันได้" ฉู่ไป๋แค่นเสียงหัวเราะอย่างลำพองใจ
พอพูดเรื่องนี้ เขาก็อดภูมิใจไม่ได้
ฉู่ไป๋เป็นเด็กเกเรที่โดดเรียนไปคลุกคลีกับพวกนักเลงบ่อยๆ เรื่องชกต่อยถือเป็นงานถนัด สั่งสมประสบการณ์จนกลายเป็นยอดนักสู้ แถมเวลาลงมือยังโหดเหี้ยมอำมหิตสุดๆ!
หวังฮ่าวหรานกวักมือเรียกฟ่านเจี้ยนที่นั่งอยู่ในห้องให้เดินมาหา
"ถอดหมวกออก ให้สวี่มู่เหยียนดูหน่อยว่าแกโดนหนักขนาดไหน"
ฟ่านเจี้ยนถึงจะสมองทึบ แต่พอได้ยินคำสั่งก็รู้ทันทีว่าลูกพี่กำลังจะฟ้องครู... เอ้ย ฟ้องหญิง
เขารีบถอดหมวกเผยให้เห็นใบหน้าที่บวมปูดเขียวช้ำไปทั้งแถบ
สวี่มู่เหยียนที่สังเกตเห็นความผิดปกติบนหน้าฟ่านเจี้ยนมาก่อนหน้านี้แล้ว พอได้เห็นชัดๆก็ถึงกับขมวดคิ้วมุ่น
"ทำไม... ทำไมถึงโดนซ้อมหนักขนาดนี้?"
"นี่ของฉันยังน้อยนะ ของไอ้ฟ่านถงกับฉินโซ่วเซิงน่ะหนักกว่านี้อีก พวกเรากราบขอชีวิตแล้วมันก็ไม่ฟัง ไอ้ฉู่ไป๋มันไล่กระทืบพวกเรากะเอาให้ตายเลย"
ฟ่านเจี้ยนลูบแก้มบวมๆ ทำหน้าเศร้าเล่าความเท็จผสมความจริง น้ำตาคลอเบ้าเหมือนเด็กโดนรังแก
"สมน้ำหน้า พวกแกหาเรื่องใส่ตัวเอง" ฉู่ไป๋พูดอย่างไม่ยี่หระ
"ถึงพวกฟ่านเจี้ยนจะเป็นคนเริ่มก่อน นายป้องกันตัวก็ถูกแล้ว แต่ป้องกันตัวมันก็ต้องมีขอบเขตบ้างไหม?" หวังฮ่าวหรานเสริม
"แขนไม่หัก ขาไม่เดี้ยง ก็บุญหัวพวกมันแล้ว ควรจะขอบคุณฉันที่ยั้งมือไว้ด้วยซ้ำ"
ในมุมมองของฉู่ไป๋ เขาคือฝ่ายถูกกระทำ จะกระทืบพวกมันคืนแค่ไหนก็ไม่ผิด
สวี่มู่เหยียนฟังแล้วคิ้วขมวดแน่นขึ้นเรื่อยๆ
ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยไม่มีใครชอบความรุนแรงป่าเถื่อน และเธอก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
แต่ฉู่ไป๋มัวแต่สะใจกับวีรกรรมของตัวเอง จนไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าของเธอที่เปลี่ยนไป
ทว่าหวังฮ่าวหรานกลับเก็บทุกรายละเอียด และแอบยิ้มกริ่มอยู่ในใจ
*****