- หน้าแรก
- ระบบบอสข้ามโลก จากคนคุ้มภัยต้อยต่ำสู่มหาเทพไร้พ่าย!
- บทที่ 37 อี้หมิงตกใจแทบตาย
บทที่ 37 อี้หมิงตกใจแทบตาย
บทที่ 37 อี้หมิงตกใจแทบตาย
บทที่ 37 อี้หมิงตกใจแทบตาย
หลังจากออกจากเมืองตงจุ้น รถม้าหลายคันก็เร่งความเร็วขึ้น เหยียนเจิ้งเหยียนนั่งอยู่บนรถคันแรกด้วยสีหน้าอมทุกข์
"พี่ใหญ่ อย่าเสียใจไปเลยครับ แค่พี่น้องเราไม่เป็นอะไรก็นับว่าเป็นเรื่องดีที่สุดแล้ว"
"ด้วยฝีมืออย่างพวกเรา ย้ายไปเมืองอื่นเพื่อเริ่มต้นใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก อย่างมากก็แค่เลือกเมืองที่เล็กลงหน่อย" ผู้คุ้มภัยเถียนกล่าวปลอบ
เหยียนเจิ้งเหยียนพยักหน้าพลางส่ายหัวเบาๆ "พวกเราพี่น้องอายุก็มากกันแล้ว ถึงตอนนั้นเราอย่าเปิดสำนักคุ้มภัยเลย"
"เปิดโรงเตี๊ยมสักแห่งก็น่าจะดีนะ หากนึกสนุกขึ้นมาก็ค่อยชวนกันเข้าป่าล่าสัตว์มาทำอาหาร นี่สิถึงจะเป็นธุรกิจที่ไม่ต้องลงทุน"
"ฮ่าๆๆ พี่ใหญ่พูดถูกแล้ว ภรรยาของเจ้าเถียนรองฝีมือทำอาหารยอดเยี่ยมมาก เปิดโรงเตี๊ยมรวยแน่นอน!" ผู้คุ้มภัยหลี่อีกคนหัวเราะร่า
"นั่นก็ต้องดูว่าพวกเจ้าจะมีชีวิตรอดไปเปิดมันรึเปล่านะ..."
น้ำเสียงเรียบเฉยดังขึ้นมาในโสตประสาทของทุกคนอย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่าตบะของผู้พูดนั้นสูงส่งยิ่งนัก
เหยียนเจิ้งเหยียนและคนอื่นๆ สะดุ้งจนตัวโยน ถังจื่อโส่วที่กำลังบังคับรถม้ารีบดึงบังเหียนให้รถหยุดกะทันหัน และมองไปข้างหน้าด้วยความตื่นตระหนก
สิ้นน้ำเสียงที่ดูเหมือนการหยอกล้อนั้น ที่ชายป่าข้างถนนก็ค่อยๆ มีกลุ่มคนเดินออกมา
คนที่เดินนำหน้ามานั้น คนที่บุกค่ายเฟยอิงเมื่อคืนล้วนจำหน้าได้ดี
เขาคือลูกชายของเจ้าค่ายเฟยอิง และคนที่ตามหลังเขามา ก็คือบรรดายอดฝีมือระดับหนึ่งที่เหลือทั้งหมดของค่าย
เหยียนเจิ้งเหยียนยังมองเห็นผู้เฒ่าเฟยเฮ้อเดินตามหลังคนพวกนั้นมาด้วยใบหน้าประจบสอพลอ
ไม่เหลือเค้าลางของยอดฝีมือที่ดูภูมิฐานตอนอยู่ที่สำนักคุ้มภัยเลยแม้แต่น้อย
"เมื่อคืนวานนี้รีบร้อนเกินไปจนยังไม่ได้แนะนำตัว ข้าชื่อ 'หานอีเฉิน'" เด็กหนุ่มเอ่ยพร้อมรอยยิ้มจอมปลอมที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ
"ตอนนี้ข้าเป็นศิษย์สายนอกของ 'หออวี้คง'"
เห็นชัดว่า หออวี้คงย่อมต้องเป็นขุมพลังผู้ฝึกตนแห่งหนึ่ง และอาจารย์ของเขาก็คงมาจากที่แห่งนั้น
เมื่อวานนี้เขาถูกกลิ่นอายพลังของอี้หมิงข่มขวัญจนหนีหัวซุกหัวซุนกลับค่าย และไปพบอาจารย์เข้า
จากนั้นเขากับอาจารย์ก็ได้วนกลับไปยังจุดที่เกิดเรื่องอีกครั้ง
แม้จะตรวจสอบอย่างละเอียดแต่ก็ไม่พบร่องรอยอะไรเลย อาจารย์ของหานอีเฉินจึงคาดเดาไปสองทาง
ทางแรกคือมีสัตว์อสูรที่บังเอิญผ่านมาแถวนั้น แต่เพราะมันอิ่มแล้วจึงไม่ได้สนใจหานอีเฉิน
ทางที่สองคือมีผู้ฝึกตนผ่านมาเห็นเข้า และรู้สึกว่าหานอีเฉินที่เป็นผู้ฝึกตนไปไล่ล่าเหยียนเจิ้งเหยียนนั้นมันดูเสียเกียรติ จึงได้ขับไล่เขาไป
มีความเป็นไปได้เพียงเท่านี้ จะไม่มีทางเป็นอย่างที่สามแน่นอน
เจ้าจะบอกว่าผู้ฝึกตนคนนั้นเป็นกองหนุนของสำนักคุ้มภัยงั้นเหรอ? เหอะๆ ...
ดังนั้นคนทั้งคู่จึงคิดว่าเรื่องเมื่อวานเป็นเพียงอุบัติเหตุ และไม่ได้ใส่ใจอะไรอีก
หลังจากได้รับรู้เรื่องนิสัยของเหยียนเจิ้งเหยียนจากปากของผู้เฒ่าเฟยเฮ้อแล้ว
พวกเขาก็ส่งคนเข้าเมืองมาเฝ้าที่สำนักคุ้มภัยตั้งแต่เช้าตรู่ และก็ได้เห็นคนของโรงรับจ้างปรากฏตัวขึ้นจริงๆ
เหยียนเจิ้งเหยียนจัดการธุระทั้งหมดเสร็จสิ้นภายในครึ่งวัน และเตรียมตัวจากไปในวันนั้นเลย
ดังนั้น หานอีเฉินที่ไม่คิดจะปล่อยสำนักคุ้มภัยเฟยอิงไป จึงพายอดฝีมือในค่ายมาดักปล้นกลางทาง
"ผู้เฒ่าเฟยเฮ้อ เจ้ามันเสียแรงที่เกิดมาเป็นยอดฝีมือรุ่นใหญ่ ช่างไร้ยางอายสิ้นดี!" ผู้คุ้มภัยเถียนคำรามด่าลั่น
การที่หานอีเฉินสามารถมาดักหน้าพวกเขาได้อย่างแม่นยำขนาดนี้ ย่อมมาจากการบอกเล่าของผู้เฒ่าเฟยเฮ้อแน่นอน
ผู้เฒ่าเฟยเฮ้อปรายตามองเขาแวบหนึ่งโดยไม่สนใจ ตอนนี้เขาได้เกาะขาหานอีเฉินไว้แน่นแล้ว
อีกฝ่ายรับปากว่าจะพาเขาไปเป็นพ่อบ้านที่หออวี้คงด้วย
เหยียนเจิ้งเหยียนตบบ่าผู้คุ้มภัยเถียนเบาๆ แล้วก้าวเดินออกมาข้างหน้าเพื่อขวางหน้าทุกคนที่กำลังตื่นตระหนก ใบหน้าของเขาดูเรียบเฉย
"เรื่องในยุทธภพ ก็จบกันในยุทธภพ เหยียนยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว ข้าไม่อาจให้ท่านเซียนหานต้องมาเสียเที่ยวได้"
"ทว่าท่านเซียนหานได้ก้าวเข้าสู่มรรคาผู้ฝึกตนแล้ว ย่อมอยู่กันคนละโลกกับพวกเรา และพวกเราก็ไม่มีทางสร้างความระคายเคืองให้ท่านได้อีก"
"โปรดละเว้นครอบครัวและพี่น้องที่อยู่ข้างหลังข้าไปเถิด จะได้ไหมครับ?"
"พี่ใหญ่!"
"ท่านเจ้าสำนัก!"
"ท่านพ่อ!"
เด็กชายอายุแปดเก้าขวบคนหนึ่งวิ่งออกมาจากรถม้า และเข้ามากอดขาของเหยียนเจิ้งเหยียนไว้แน่น
"ท่านพ่อ! ข้าไม่ยอมให้ท่านตาย! ถ้าจะตายพวกเราก็ตายด้วยกัน!" เขาโตพอที่จะรู้ความจากการคลุกคลีอยู่ในสำนักคุ้มภัยมาตลอด
"เจ้าเด็กบ้า! กลับไปเดี๋ยวนี้!" เหยียนเจิ้งเหยียนตะวาดลั่น เขาคว้าตัวลูกชายขึ้นมาหมายจะโยนกลับไปในรถ
"พอได้แล้ว เจ้าคิดว่าพวกข้าออกมากันเยอะแยะขนาดนี้เพื่อจะมาเอาชีวิตเจ้าแค่คนเดียวงั้นรึ?" หานอีเฉินหัวเราะหึๆ
เขาจ้องมองเหยียนเจิ้งเหยียนด้วยสายตาอำมหิตพลางเอ่ยขัดจังหวะฉากซึ้งกินใจระหว่างพ่อลูก
"วันนี้ พวกเจ้าไม่มีใครรอดไปได้แม้แต่คนเดียว"
ร่างกายของเหยียนเจิ้งเหยียนแข็งค้างขึ้นมาทันที ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความโกรธและสิ้นหวัง
ทว่าลูกชายของเขากลับดิ้นหลุดจากมือพ่อ และตะโกนด่าหานอีเฉินลั่นทันทีที่เท้าแตะพื้น
"ไอ้โจรชั่วคราวซวยเอ๊ย! เจ้าแค่โชคดีไปเจอผู้ฝึกตนที่เป็นโจรเหมือนกันเข้า เลยได้มาทำตัวกร่างอยู่ไม่กี่วันแบบนี้"
"วันนี้ถือว่าตระกูลเหยียนของข้าโชคร้ายที่ต้องมาตายด้วยน้ำมือเจ้า แต่อย่าเพิ่งดีใจไปหน่อยเลย โจรก็คือโจร!"
"โลกของผู้ฝึกตนยังมีผู้ทรงศีลอีกมาก คนอย่างเจ้าที่เป็นแค่ลูกกระจ๊อกโจรป่าในโลกฝึกตนจะไปมีค่าอะไร"
"ไม่ช้าก็เร็วเจ้าคงถูกคนอื่นมาถลกหนังเถือเนื้อ สับเป็นชิ้นๆ ให้สุนัขกินแน่นอน!"
"ไอ้เด็กเหลือขอ เจ้าหาที่ตายเองนะ!"
กล้ามเนื้อบนใบหน้าของหานอีเฉินกระตุกวูบ เขาขบเคี้ยวฟันด้วยความโกรธแค้น แววตาดูสยดสยองยิ่งนัก
"ฆ่ามันให้หมด! อย่าให้เหลือแม้แต่คนเดียว ฆ่าพวกมันให้หมด!"
"เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!"
ฝั่งสำนักคุ้มภัยเฟยอิงต่างพากันชักดาบออกมาเตรียมสู้ตายเป็นครั้งสุดท้าย
"หืม หน่วยก้านดีใช้ได้นี่นา!"
น้ำเสียงที่ดูเหมือนจะประหลาดใจดังขึ้นมา ทันใดนั้นทุกคนก็รู้สึกพร่ามัวไปชั่วขณะ
พลันมีชายชราที่ดูสกปรกและมอซอคนหนึ่งปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคนอย่างกะทันหัน
ชายชราคนนี้มีผมสีเทาสลับขาวพันกันยุ่งเหยิง ดูเหมือนไม่เคยผ่านการหวีมาเลยสักครั้ง
ชุดคลุมสีเทาที่เขาสวมใส่ก็ยับยู่ยี่และดูซอมซ่อ บนใบหน้ามีริ้วรอยเหี่ยวย่นลึกราวกับหุบเขา ดูแล้วช่างแห้งเหี่ยวไร้ชีวิตชีวา
ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับสว่างสดใสและดูลึกล้ำ จนใครที่จ้องมองต่างก็รู้สึกราวกับถูกดึงดูดเข้าไป
ด้วยภาพลักษณ์มาตรฐานเช่นนี้ ถ้าไม่ใช่ขอทาน ก็ต้องเป็นเทพเซียนแน่นอน!
และเมื่อพิจารณาจากวิธีการปรากฏตัวของเขา แน่นอนว่าเขาต้องเป็นเทพเซียน
ชายชราซอมซ่อนั้นยืนอยู่ข้างกายเหยียนเจิ้งเหยียน ทว่าสายตาของเขาไม่ได้อยู่ที่เหยียนเจิ้งเหยียนเลย
เขากลับจ้องมองไปที่ลูกชายของเหยียนเจิ้งเหยียนอย่างไม่วางตา
"พลังชีวิตเปี่ยมล้น กลิ่นอายสว่างไสว จิ๊ๆ โครงสร้างกระดูกดีเยี่ยม พรสวรรค์ล้ำเลิศจริงๆ!" แววตาชายชราเต็มไปด้วยความชื่นชม
"ไอ้หนู เจ้าเต็มใจจะกราบข้าเป็นอาจารย์เพื่อฝึกตนบำเพ็ญเพียรไหมล่ะ?"
เด็กน้อยคนนั้นฉลาดปราดเปรื่องยิ่งนัก เขาจ้องมองชายชราตาปริบๆ ก่อนจะรีบตอบกลับทันทีว่า
"หากท่านสามารถช่วยชีวิตครอบครัวของข้าได้ ข้าจะกราบท่านเป็นอาจารย์ครับ"
ชายชราหัวเราะหึๆ "ช่วยชีวิตครอบครัวเจ้างั้นรึ? เรื่องง่ายนิดเดียว"
สิ้นเสียง ชายชราไม่ได้มองไปทางหานอีเฉินและพรรคพวกเลย
เขากลับปรายตามองไปที่ป่าทางทิศซ้าย แววตาฉายประกายความขี้เล่นออกมา
"ท่านผู้อาวุโสโปรดอย่าเข้าใจผิด ผู้น้อยเพียงแค่ติดตามคุ้มกันสำนักคุ้มภัยเฟยอิงมาตลอดทางเท่านั้นครับ"
สิ้นเสียงกล่าว ชายวัยกลางคนรูปร่างซูบผอมคนหนึ่งก็ค่อยๆ ปรากฏกายออกมา
เขาเดินออกจากป่าและค่อยๆ มาหยุดยืนอยู่ข้างขบวนรถม้าของสำนักคุ้มภัยเฟยอิง
อี้หมิงในตอนนี้ตกใจแทบจะฉี่ราดกางเกง เขาเดิมทีนึกว่าจะต้องปะทะกับอาจารย์ของหานอีเฉินที่มีตบะขั้นกลั่นลมปราณระยะหลัง
ด้วยพลังฝีมือของเขาในตอนนี้ เขามั่นใจว่าพอจะถ่วงเวลาไว้เพื่อให้คนของสำนักคุ้มภัยหนีไปได้
ทว่าเขากลับนึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าจะมาเจอกับ 'มหาบำเพ็ญ' ที่สามารถเหินเวหาได้จริงๆ แบบนี้
แถมอีกฝ่ายยังมาถูกใจลูกชายของเหยียนเจิ้งเหยียนเข้า จนแอบสงสัยว่าอี้หมิงเองก็มีเจตนาร้ายต่อสำนักคุ้มภัย
หากเขาถูกชายชราคนนี้ฆ่าทิ้งอย่างง่ายดายล่ะก็ อี้หมิงรู้สึกว่าความอยุติธรรมของเขาคงจะมากกว่าโต้วเอ๋อในตำนานเสียอีก