- หน้าแรก
- ระบบบอสข้ามโลก จากคนคุ้มภัยต้อยต่ำสู่มหาเทพไร้พ่าย!
- บทที่ 25 โจรป่าปล้นงาน
บทที่ 25 โจรป่าปล้นงาน
บทที่ 25 โจรป่าปล้นงาน
บทที่ 25 โจรป่าปล้นงาน
เพิ่งจะพูดจบว่าสำนักคุ้มภัยเฟยอิงนั้นซวยซ้ำซวยซ้อนที่ไปชนกับค่ายเฟยอิง
หลงจู๊หานยังกินข้าวไปได้ไม่ถึงครึ่งมื้อ ด้านนอกก็พลันมีเสียงตะโกนอื้ออึงดังขึ้นมา
"ล้อมพวกมันไว้ อย่าให้หนีรอดไปได้แม้แต่คนเดียว!"
ผู้คุ้มภัยตงแววตาพลันคมกริบ เขาพุ่งตัวออกจากร้านค้าไปในพริบตาเดียว
พร้อมกับแผดเสียงตะโกนกึกก้องว่า "โจรที่ไหนบังอาจนัก คิดจะมาแตะต้องงานของสำนักคุ้มภัยสยบสากลงั้นรึ?"
เอาล่ะสิ พวกเขาก็ต้องมาเผชิญหน้ากับโจรป่าเหมือนกันเสียแล้ว
อี้หมิงมองไปที่ประตู ก็เห็นกลุ่มคนมืดฟ้ามัวดินโผล่ออกมานับสิบคน
พวกมันสวมเสื้อผ้าคละแบบกันไป ในมือถือดาบถือกระบี่พลางส่งเสียงโห่ร้องเซ็งแซ่
แม้ส่วนใหญ่จะเป็นเพียงคนธรรมดา แต่ในนั้นกลับมียอดฝีมือที่มีกำลังภายในอยู่หลายคน
หากวัดกันที่จำนวนคนแล้ว พวกมันย่อมมากกว่าคนของสำนักคุ้มภัยสยบสากลอย่างแน่นอน
หลงจู๊หานร่างกายแข็งทื่อ เขาอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายอึกใหญ่
สองเท้าของเขาเหมือนถูกตรึงไว้กับพื้นจนก้าวขาไม่ออก
อี้หมิงเห็นเพียงเหงื่อเม็ดเป้งผุดพรายขึ้นที่ขมับของเขาและค่อยๆ ไหลลงมา
สายตาของอี้หมิงเบนกลับไปที่นอกประตู ผู้คุ้มภัยตงเริ่มเปิดฉากเจรจากับหัวหน้าโจรป่าแล้ว
ทั้งสองฝ่ายต่างสาดคำพูดโต้ตอบกันอย่างดุเดือดไม่มีใครยอมใคร
อี้หมิงยิ้มบางๆ หันมาปลอบหลงจู๊หานว่า "หลงจู๊วางใจเถอะครับ ในเมื่อเริ่มเจรจากันแล้วปัญหาก็คงไม่ใหญ่โตนัก"
"ผู้คุ้มภัยตงเป็นถึงยอดฝีมือระดับหนึ่ง พวกนั้นย่อมต้องมีความเกรงกลัวอยู่บ้าง"
หลงจู๊หานพยักหน้าพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าว่า "เส้นทางนี้แม้จะไม่ค่อยสงบสุขนัก แต่ส่วนใหญ่ก็มีแค่กลุ่มโจรเล็กๆ"
"ทำไมวันนี้จู่ๆ ถึงมีโจรกลุ่มใหญ่ขนาดนี้โผล่มาได้ล่ะครับ?"
อี้หมิงส่ายหน้า เรื่องแบบนี้เขาจะไปรู้ได้อย่างไร?
เมื่อมองกลับไปที่ประตู อี้หมิงก็สังเกตเห็นโจรป่าสองคนที่มีแววตาเจ้าเล่ห์
คนหนึ่งก้าวมาข้างหน้าทำทีจะรับเงินจากมือผู้คุ้มภัยตง
แต่อีกคนหนึ่งกลับลอบก้าวเท้าขึ้นหน้ามาสองก้าว แม้จะแสร้งทำเป็นมองไปทางป่าข้างทาง
แต่หางตาของมันกลับจ้องเขม็งไปที่ผู้คุ้มภัยตง มือของมันมีเส้นเลือดปูดโปน ดูเหมือนพร้อมจะลงมือได้ทุกเมื่อ
อี้หมิงขมวดคิ้ว เขาตะโกนเตือนออกไปตามความชินชาว่า "ผู้คุ้มภัยตงระวัง!"
สิ้นเสียงเตือน โจรที่ทำท่าจะมารับเงินก็พุ่งตัวเข้าใส่ทันที หมายจะคว้ามือข้างหนึ่งของผู้คุ้มภัยตงไว้
ส่วนอีกคนที่เตรียมลอบโจมตีก็นิ้วกระชับดาบยาว พุ่งร่างเข้าไปหาผู้คุ้มภัยตงในชั่วพริบตา
ดาบยาวฟันขวางออกไปอย่างรุนแรงจนเกิดลมดาบหวีดหวิว
"บังอาจนัก!"
เมื่อได้รับคำเตือน ผู้คุ้มภัยตงก็แผดเสียงคำรามลั่น เขาดีดก้อนเงินในมือออกไป
ก้อนเงินพุ่งเข้าปะทะหน้าของคนที่พุ่งเข้ามาหาเขาอย่างจัง
จากนั้นเขาก็เกร็งมือเป็นดรรชนีดาบ พลางก้าวถอยหลังอย่างต่อเนื่อง
เขาใช้วิชาฝ่ามือเข้าปะทะกับดาบยาวจากทางด้านข้างเพื่อเบี่ยงทิศทาง
ทั้งสองฝ่ายต่างสะท้านถอยหลังไป ผู้คุ้มภัยตงถอยไปสองก้าวเพื่อรักษาระยะ
ก่อนจะชักดาบยาวที่เอวออกมาขวางหน้าอกไว้ ดวงตามองเขม็งไปยังศัตรูทั้งสอง
เขาเองก็นึกไม่ถึงว่า อีกฝ่ายทั้งสองคนจะเป็นยอดฝีมือระดับหนึ่งเหมือนกัน
ในใจเขาเริ่มรู้สึกตระหนก "โจรพวกนี้มาจากไหนกันแน่ ถึงมียอดฝีมือระดับหนึ่งคอยคุมถึงสองคน?"
หัวหน้าโจรทั้งสองคนเองก็แปลกใจเช่นกัน นึกไม่ถึงว่าการลอบโจมตีประสานงานกันจะล้มเหลว
ทว่าแม้เรื่องจะไม่ง่ายอย่างที่คิด แต่การรุมกินโต๊ะสองต่อหนึ่ง พวกเขาก็ยังเป็นฝ่ายได้เปรียบอยู่ดี
หนึ่งในนั้นชำเลืองมองเข้ามาในร้านค้าริมทาง พลางแค่นหัวเราะเย็นชาใส่อี้หมิง
ก่อนจะหันกลับไปจดจ่อที่ตัวผู้คุ้มภัยตงอีกครั้ง
ขอแค่จัดการยอดฝีมือระดับหนึ่งคนนี้ได้ เขาก็มีเวลาเหลือเฟือที่จะมาสั่งสอนเจ้าเด็กหนุ่มนั่น!
"ทั้งสองท่านไม่คิดจะไว้หน้าสำนักคุ้มภัยสยบสากลของข้าเลยงั้นรึ?" ผู้คุ้มภัยตงถามเสียงเข้ม
"เหอะๆ หน้าของเจ้าน่ะมันมีค่ากี่ตังค์กันเชียว? จะมีค่าเท่าสมุนไพรเกรดพรีเมียมเต็มรถนี่รึเปล่าล่ะ?"
โจรที่ถูกก้อนเงินขัดจังหวะเมื่อครู่ บัดนี้ถือเงินแท่งที่รับมาได้ไว้ในมือ
เขาโยนเงินเล่นไปมาพลางกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า "พวกพี่น้องข้าเพิ่งจะมาตั้งค่ายแถวนี้"
"กำลังขัดสนเงินทองและต้องการ 'ป้ายประกาศศักดา' พอดี สำนักคุ้มภัยสยบสากลของพวกเจ้าก็ดันวิ่งมาชนเข้า"
"แบบนี้ไม่เรียกว่าวาสนาหรอกรึ?"
คำว่าขัดสนเงินทองน่ะเข้าใจได้ง่าย แต่คำว่า 'ป้ายประกาศศักดา' นั้น
หมายถึงการสร้างชื่อเสียงจากการต่อสู้เพียงครั้งเดียวเพื่อวางกฎเกณฑ์
ต่อไปเมื่อคนของค่ายโจรออกโรง ต่อให้หัวหน้าไม่ปรากฏตัว พวกเขาก็จะสามารถเก็บค่าผ่านทางได้เพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน
อี้หมิงได้ยินดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า
พูดตามตรง ดวงของสำนักคุ้มภัยสยบสากลนี่ก็ไม่ได้ดีไปกว่าคนอื่นเลยแฮะ
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็คงต้องมาวัดกันด้วยฝีมือแล้วล่ะ" ผู้คุ้มภัยตงแค่นเสียงเย็น
จากการปะทะกันเมื่อครู่ แม้สองคนนี้จะเป็นยอดฝีมือระดับหนึ่ง
แต่กำลังภายในกลับดูธรรมดา ท่าทางจะฝึกสายวิชานอกรีตมา
ขอเพียงเขาระมัดระวังให้มาก ย่อมต้องหาโอกาสเอาชนะได้อย่างแน่นอน
โจรทั้งสองสบตากันแล้วตะโกนว่า "ลุย!"
โจรที่เป็นหัวหน้ายัดเงินเข้าอกเสื้อ ชักดาบยาวจากแผ่นหลังออกมาวาดวงดาบ
เขาบุกเข้าจู่โจมผู้คุ้มภัยตงพร้อมกับเพื่อนโจรอีกคนจากซ้ายและขวา
จากนั้น พวกลูกกระจ๊อกโจรทั้งหลายต่างก็เข้าสู่โหมดผู้ชมทันที
ดาบยาวสามเล่มวาดแสงดาบขาวโพลนราวกับหิมะโปรยปราย คนทั้งสามพัวพันต่อสู้กันอย่างดุเดือด
กลิ่นอายการต่อสู้รุนแรง ปลายดาบเล็งเข้าหาจุดตายของคู่ต่อสู้ทุกลมหายใจ
ต่างฝ่ายต่างเคลื่อนที่วูบไหว ร่างกายไม่หยุดนิ่งอยู่ที่เดิมแม้เพียงวินาทีเดียว
หลินหลงจู๊หานเริ่มจะตาลายแล้ว เขาไม่สามารถมองตามความเร็วของคนทั้งสามได้ทันเลย
พอมองไปนานๆ ก็เริ่มรู้สึกคลื่นไส้ จึงต้องหันกลับมาถามอี้หมิงด้วยความเป็นห่วงว่า
"ผู้คุ้มภัยอี้ครับ ผู้คุ้มภัยตงจะชนะไหมครับ?"
อี้หมิงพยักหน้าแล้วตอบว่า "ผู้คุ้มภัยตงมีกำลังภายในที่หนักแน่นและประสบการณ์โชกโชน"
"หากไม่มีเหตุไม่คาดฝัน เขาไม่มีทางแพ้หรอก อย่างแย่ที่สุดก็แค่เสมอ"
"แต่ถ้าโจรสองคนนั้นเผลอแสดงจุดอ่อนออกมาแม้เพียงนิด ผู้คุ้มภัยตงอาจจะสังหารทิ้งได้คนหนึ่งเลยทีเดียว"
"ค่อยยังชั่ว ค่อยยังชั่ว" หลงจู๊หานถอนหายใจยาวพลางลูบอกตัวเอง
ทว่าอี้หมิงมองออกว่าเขาไม่ได้วางใจทั้งหมด
ถึงแม้จะตาลาย แต่เขาก็ยังคอยชะเง้อมองการต่อสู้ด้านนอกอยู่เป็นระยะด้วยสีหน้าตึงเครียด
...
หลังต่อสู้กันไปได้พักใหญ่ ผู้คุ้มภัยตงยังคงรักษาความสุขุมไว้ได้ ท่าดาบไม่เสียกระบวน
กลับกันโจรทั้งสองเริ่มจะหมดความอดทน เมื่อเห็นว่ารุมสองต่อหนึ่งยังจัดการผู้คุ้มภัยตงไม่ได้ พวกมันจึงเริ่มคิดจะเสี่ยงดวง
เห็นโจรคนหนึ่งแสร้งทำเป็นเปิดจุดอ่อน ร่างกายช้าลงครึ่งจังหวะ ยอมเปิดช่องว่างตรงกลางลำตัว
หมายจะล่อให้ผู้คุ้มภัยตงบุกเข้าไป แต่ทว่าผู้คุ้มภัยตงกลับไม่หลงกลเลยสักนิด
เขากลับวาดดาบออกไปอย่างรุนแรง อาศัยจังหวะนั้นฟันเข้าใส่โจรอีกคนหนึ่งถึงสามดาบซ้อน
"มารดามันเถอะ!" โจรอีกคนด่าลั่นพลางรัวดาบป้องกันตัวเองอย่างสุดชีวิต
โจรที่แสร้งเปิดจุดอ่อนเห็นท่าไม่ดีรีบพุ่งเข้ามาช่วย แต่กลับเห็นผู้คุ้มภัยตงชักดาบกลับอย่างกะทันหัน
เขาหมุนตัวกลับมาหาโจรคนแรก ดาบยาวพุ่งออกมาราวกับอสรพิษฉกกัด
แสงเย็นสายหนึ่งวาดผ่าน พุ่งตรงเข้าหาชายโครงซ้ายของมัน
"แย่แล้ว!"
"ฉัวะ!"
ในที่สุดผู้คุ้มภัยตงก็หาโอกาสจากความลนลานของโจรทั้งสองได้สำเร็จ
ดาบเดียวกรีดผ่านซี่โครงซ้ายของโจรคนหนึ่ง เลือดสดๆ ย้อมเสื้อผ้าของมันจนแดงฉาน
โจรคนที่สองรีบรัวดาบอย่างบ้าคลั่งเพื่อขัดขวางการตามล่าของผู้คุ้มภัยตง
จากนั้นคนทั้งสองก็กระโดดถอยหลังหนีออกจากพื้นที่การต่อสู้ทันที
"สมกับเป็นเจ้าสำนักคุ้มภัยสยบสากล ครั้งนี้พวกข้าพ่ายแพ้แล้ว ฝากไว้ก่อนเถอะ พวเราถอย!"
โจรคนที่สองประคองพี่น้องของตนพลางทิ้งคำขู่เย็นชาใส่ผู้คุ้มภัยตง ก่อนจะพาสมุนโจรล่าถอยไป
ผู้คุ้มภัยตงย่อมไม่คิดจะตามไปขัดขวาง เขาต้องรับมือถึงสองต่อหนึ่ง แม้จะชนะมาได้แต่ตอนนี้นิใจและกายก็เหนื่อยล้าเกินกว่าจะสู้ต่อ
การที่สามารถขับไล่โจรพวกนี้ไปได้นับว่าเป็นตอนจบที่ดีที่สุดแล้ว
ทว่าเมื่อนึกถึงว่าต่อไปบนถนนเส้นนี้จะมีกลุ่มโจรที่มียอดฝีมือระดับหนึ่งถึงสองคนคอยคุมอยู่ ผู้คุ้มภัยตงก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที
ทำไมเขาต้องมาเจอค่ายโจรที่เพิ่งสร้างในวันเปิดฤกษ์ศึกแรกแบบนี้ด้วยนะ
ต่อไปหากคิดจะเจรจากับค่ายโจรนี้ คงต้องจ่ายค่าผ่านทางไม่น้อยเลยทีเดียว
เพราะเขาไม่มีทางลงมาคุมงานเองได้ทุกครั้ง สถานการณ์ส่วนใหญ่คือการส่งยอดฝีมือระดับสองสองคนมาคุมงาน
ซึ่งยอดฝีมือระดับสองย่อมไม่มีทางต้านทานยอดฝีมือระดับหนึ่งถึงสองคนได้เลย
ดูท่าว่าต่อไปการส่งของผ่านทางเส้นนี้ คงต้องขอขึ้นราคากันหน่อยแล้วล่ะ...