- หน้าแรก
- ระบบบอสข้ามโลก จากคนคุ้มภัยต้อยต่ำสู่มหาเทพไร้พ่าย!
- บทที่ 5 การคุ้มภัยที่ปฏิเสธไม่ได้
บทที่ 5 การคุ้มภัยที่ปฏิเสธไม่ได้
บทที่ 5 การคุ้มภัยที่ปฏิเสธไม่ได้
บทที่ 5 การคุ้มภัยที่ปฏิเสธไม่ได้
แสงแรกแห่งอรุณสาดส่อง
อี้หมิงเดินลมปราณทั่วร่างตามแนวทางของ 《คัมภีร์วิญญาณเหิน》 ไปหลายรอบใหญ่
เขารู้สึกได้ว่าค่าประสบการณ์ตัวละครและความชำนาญของวิชาเพิ่มขึ้นมาอย่างน้อยไม่กี่แต้ม จึงค่อยเดินออกจากห้องพักเตรียมตัวไปกินมื้อเช้า
แม้ตอนนี้จะมีตบะถึงขั้นกลั่นลมปราณระดับห้า ซึ่งต่อให้ไม่กินข้าวหลายวันก็ไม่มีปัญหา
ทว่าในเมื่อตั้งใจจะ 'กบดาน' ต่อไป เขาย่อมต้องแสร้งทำตัวให้เหมือนกับคนธรรมดาทั่วไปอย่างแนบเนียนที่สุด
หลังจากกินมื้อเช้า วันเวลาที่แสนธรรมดาก็ผ่านพ้นไปอีกหนึ่งวัน
แม้จะพักผ่อนมาหลายวันแล้ว แต่ทว่าวันนี้สำนักคุ้มภัยยังไม่มีงานเข้ามา อี้หมิงจึงไม่มีอะไรให้ทำเป็นพิเศษ
นอกจากฝึกปราณ รำดาบ เขายังไปประลองฝีมือกับรุ่นพี่ถังจื่อโส่วอีกสองคนที่เคยดูแลเขาเป็นอย่างดี เพื่อชี้แนะท่าร่างและเพลงดาบให้อีกฝ่ายเล็กน้อย
...
กลางดึกคืนนั้น อี้หมิงลืมตาโพลนขึ้นมาทันที
เพราะเขาสัมผัสได้ว่ามีผู้ฝึกตนคนหนึ่งลอบเข้ามาในสำนักคุ้มภัย และกำลังมุ่งหน้าไปยังห้องนอนของเจ้าสำนักหลินถิงหยาง
"เกิดอะไรขึ้น?"
อี้หมิงหรี่ตาลง พลิกตัวลุกขึ้นสวมเสื้อผ้าด้วยความเร็วสูงสุด แล้วค่อยๆ ลอบตามอีกฝ่ายไปอย่างเงียบเชียบ
ในเมื่อยังไม่แน่ใจในเจตนาของอีกฝ่าย อี้หมิงจึงยังไม่ลงมือบุ่มบ่าม
เขาซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดห่างจากอีกฝ่ายราวสามวา ด้วยระดับตบะขั้นกลั่นลมปราณระดับสองของอีกฝ่าย ย่อมไม่มีทางตรวจพบร่องรอยของอี้หมิงได้เลย
"เจ้าสำนักหลิน เชิญออกมาพบกันหน่อย!"
เป็นการส่งสารผ่านลมปราณ อีกฝ่ายส่งเสียงเข้าไปในหูของหลินถิงหยางที่อยู่ในห้องอย่างแผ่วเบา แต่ทว่าอี้หมิงกลับดักฟังได้อย่างชัดเจน
ครู่ใหญ่ต่อมา ประตูห้องนอนหลักก็เปิดออกอย่างไร้เสียง หลินถิงหยางในชุดนอนปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู พลางมองอีกฝ่ายด้วยสายตาระแวดระวัง
"ท่านคือใคร?"
หลินถิงหยางรู้ดีว่าตนเองเป็นยอดฝีมือระดับหนึ่งในวงการนักสู้
คนที่สามารถเข้าใกล้ห้องนอนของเขาได้โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยสักนิด ถ้าไม่ใช่ผู้ฝึกตนขั้นกลั่นลมปราณ ก็ต้องเป็นยอดฝีมือระดับเหนือปุถุชน
ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน คนระดับนี้ย่อมไม่ใช่สิ่งที่เจ้าสำนักคุ้มภัยเล็กๆ อย่างเขาจะต่อกรด้วยได้
หลินถิงหยางมองเห็นชัดเจนว่า ผู้มาเยือนเป็นชายวัยกลางคนในชุดดำ ใบหน้าเหลี่ยมคม มีหนวดเคราสั้นที่ใต้คาง สายตาที่มองมาที่เขานั้นแฝงไปด้วยความเพิกเฉย
ชายวัยกลางคนมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่ตอบคำถามของหลินถิงหยาง แต่กลับเอ่ยออกมานิ่งๆ ว่า
"ข้าต้องการให้เจ้าไปส่งของสักครั้ง"
"..." หลินถิงหยางกัดฟันกรอด แต่ยังคงถามออกไปว่า "ของสิ่งใดหรือ?"
อีกฝ่ายแสดงท่าทีข่มขู่ชัดเจน ต่อให้เขาไม่เต็มใจเพียงใด ก็ไม่กล้าปฏิเสธ
หากปฏิเสธไป วินาทีถัดไปเขาอาจจะกลายเป็นศพก็ได้
"เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้" ชายวัยกลางคนเอ่ยเสียงเย็น พลางยื่นมือไปหยิบห่อผ้าที่ยาวราวสามศอกซึ่งถูกหุ้มด้วยหนังสัตว์อย่างมิดชิดออกมาจากแผ่นหลัง
"ของสิ่งนี้ เจ้าต้องส่งให้ถึงตระกูลหลี่ในเมืองหัวหลินด้วยความเร็วที่สุด"
เมื่อพูดจบ เขาก็โยนทองแท่งขนาดใหญ่สองแท่งออกมา มันร่อนลงบนมือของหลินถิงหยางอย่างแผ่วเบา เป็นการแสดงฝีมือการควบคุมวัตถุที่แข็งแกร่ง "นี่คือค่าตอบแทน"
ทองคำหนักถึงหนึ่งร้อยตำลึง! มากพอจะรับงานส่งของไปเมืองหัวหลินได้ถึงสิบครั้ง!
"ตกลง!"
"เหอะๆ" ชายวัยกลางคนหัวเราะขืนๆ ในลำคอ พลางก้าวไปข้างหน้า เมื่อหลินถิงหยางยื่นมือมารับ เขาจึงวางห่อผ้านั้นลงบนมือของหลินถิงหยางอย่างระมัดระวัง
"จำไว้ ต้องส่งให้ถึงตระกูลหลี่ในเมืองหัวหลิน ตระกูลผู้ฝึกตนหลี่นั่นแหละ หากเกิดเรื่องผิดพลาดล่ะก็ เหอะๆ ..."
ชายวัยกลางคนแค่นหัวเราะเย็นชาโดยไม่พูดประโยคหลังออกมา เพราะเขาไม่จำเป็นต้องพูด
เรื่องที่ผู้ฝึกตนสั่งแล้วทำไม่สำเร็จ ปุถุชนธรรมดาจะยังมีทางรอดอยู่อีกหรือ?
"ได้!" หลินถิงหยางพยักหน้าหนักแน่นอีกครั้ง
ดูเหมือนชายวัยกลางคนจะพอใจในท่าทีที่นอบน้อมและเด็ดขาดของหลินถิงหยาง มุมปากของเขาจึงยกขึ้นเล็กน้อย ดูท่าทางอารมณ์จะดีขึ้นมาบ้าง
เมื่อส่งของและสั่งความเสร็จสิ้น ชายวัยกลางคนก็พยักหน้าเบาๆ เท้าสะกิดพื้น ร่างกายพุ่งถอยหลังไปในพริบตา
เขาพลิกตัวข้ามกำแพงขึ้นไปบนหลังคา และหายลับไปในความมืดมิดของยามราตรี
"เฮ้อ..."
เมื่อชายวัยกลางคนหายไป หลินถิงหยางจึงพ่นลมหายใจยาวออกมา เหงื่อเย็นๆ ผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผาก
เขากระชับห่อผ้าในมือแน่น พลางมองสำรวจไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง ก่อนจะค่อยๆ เดินกลับเข้าห้องนอนและปิดประตูอย่างไร้เสียง
ในวินาทีที่เขาเข้าห้องไป อี้หมิงได้ยินเขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ว่า "ตระกูลหลิน"
ตระกูลหลิน... คนที่ปรากฏตัวที่นี่และข่มขู่จนหลินถิงหยางต้องรับงานนี้ ในเมืองหลินลั่วมีอยู่ตระกูลเดียว
แน่นอนว่าต้องเป็นหนึ่งในสองตระกูลผู้ฝึกตนที่ยิ่งใหญ่ในเมืองนี้
"ตระกูลหลินถูกตระกูลต้วนกดดันหนักขนาดนี้แล้วเชียวหรือ ถึงขั้นจะส่งของไปเมืองหัวหลินยังต้องยืมมือสำนักคุ้มภัยต้าหลิน"
อี้หมิงขมวดคิ้วครุ่นคิด "เป็นเพราะถ้าพวกเขาออกจากเมืองเอง จะถูกตระกูลต้วนจับตามองงั้นสินะ?"
"แต่แบบนี้ สำนักคุ้มภัยต้าหลินไม่เท่ากับถูกดึงเข้าไปพัวพันกับการต่อสู้ของสองตระกูลผู้ฝึกตนหรอกหรือ จะมีอันตรายไหมนะ?"
เมื่อเห็นชายวัยกลางคนจากไปและหลินถิงหยางเข้าห้องไปแล้ว อี้หมิงก็ลอบกลับไปยังห้องพักของตนเองอย่างเงียบเชียบโดยไร้ร่องรอยความง่วงเหงา
ในเมืองหลินลั่ว การต่อสู้ระหว่างตระกูลต้วนและตระกูลหลินเข้าสู่ขั้นแตกหักอย่างชัดเจน
ตระกูลต้วนนั้นแข็งแกร่งกว่าตระกูลหลินอยู่แล้ว เดิมทีเพราะเบื้องหลังพอๆ กันจึงยังอยู่ร่วมกันอย่างสันติได้
แต่ตอนนี้ตระกูลต้วนมีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่เพิ่มเข้ามา ความทะเยอทะยานในใจจึงไม่อาจเก็บซ่อนไว้ได้อีก
เห็นได้ชัดว่าพวกเขารู้ดี ต่อให้พวกเขาทำลายตระกูลหลินไป เบื้องหลังของตระกูลหลินก็คงไม่กล้าลงมือกับพวกเขา!
เป็นการทำตามอำเภอใจโดยไม่มีอะไรต้องกังวล!
ส่วนตระกูลหลินไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องไปร้องขอความช่วยเหลือจากเบื้องหลังของตน นั่นคือตระกูลหลี่ในเมืองหัวหลิน เพื่อขอให้ช่วยปกป้องตระกูลเอาไว้
ตามที่อี้หมิงคาดการณ์ สิ่งที่ตระกูลหลินขอคงเป็นเพียงการให้ตระกูลหลี่ส่งยอดฝีมือมาประจำการที่ตระกูลหลิน เพื่อไม่ให้ตระกูลต้วนกวาดล้างพวกเขาได้ก็พอ
"จิ๊ๆ ความเศร้าโศกของผู้ที่อ่อนแอกว่าสินะ..."
อี้หมิงหัวเราะเย็นชาในใจ "ตระกูลหลี่ในเมืองหัวหลินก็น่าสมเพชพอกัน สถานการณ์ของตระกูลหลินพวกเขาไม่มีทางไม่รู้ แต่ตอนนี้กลับแสร้งทำเป็นไม่รู้ ที่แท้ก็คือสละตระกูลหลินทิ้งไปแล้ว"
"ดูท่าผู้ฝึกตนตระกูลต้วนที่กลับมาเยี่ยมบ้านเมื่อปีที่แล้วคงจะเก่งกาจมากจริงๆ ตบะต้องอยู่เหนือขั้นกลั่นลมปราณขึ้นไปแน่ๆ"
ตระกูลหลินอ่อนแอลง จึงดึงเอาสำนักคุ้มภัยต้าหลินมาเอี่ยวด้วย แต่ถ้าปฏิเสธ ตระกูลหลินย่อมกวาดล้างสำนักคุ้มภัยทิ้งแน่นอน
ถึงตอนนั้น อี้หมิงย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องลงมือ
และเมื่อเขาลงมือ เรื่องที่ว่าถังจื่อโส่วตัวเล็กๆ ในสำนักคุ้มภัย กลายเป็นผู้ฝึกตนขั้นกลั่นลมปราณระดับห้าไปได้อย่างไร เรื่องนี้คงมีประเด็นให้คนพูดถึงกันยาวแน่
ตระกูลต้วนอาจจะทำอะไรเขาไม่ได้ แต่ตระกูลใหญ่ในเมืองหัวหลินต้องพุ่งเป้ามาที่เขาแน่นอน
หากตระกูลต้วนสนใจขึ้นมาจริงๆ ยอดฝีมือคนนั้นกลับมาครั้งหน้า คงไม่รังเกียจที่จะมา 'พูดคุย' กับเขาเป็นการส่วนตัว
ส่วนเขาจะกลับมาเมื่อไหร่?
แล้วเขาจะสามารถเก่งกว่าอีกฝ่ายในช่วงเวลานี้ได้ไหม?
สวรรค์เท่านั้นที่รู้!
"น่ารำคาญจริงๆ เพิ่งจะตัดสินใจว่าจะกบดานเงียบๆ ก็มีเรื่องแบบนี้เข้ามาแทรกจนได้"
อี้หมิงขมวดคิ้วมุ่น "แผนในตอนนี้ มีเพียงต้องช่วยท่านเจ้าสำนักส่งของชิ้นนี้ไปให้ถึงตระกูลหลี่ในเมืองหัวหลินอย่างปลอดภัย"
"ให้ตระกูลต้วนไม่รู้ ให้ตระกูลหลินไม่มาหาเรื่องถึงที่บ้าน... เพอร์เฟกต์!"
"จากนั้น ก็หวังว่าตระกูลต้วนจะลงมือเร็วๆ จะได้กำจัดตระกูลหลินให้พ้นๆ ไปซะ"