เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50 ดวงดาว

บทที่ 50 ดวงดาว

บทที่ 50 ดวงดาว


บทที่ 50 ดวงดาว

เด็กสาวย่อมรู้สึกคับข้องใจต่อกฎเกณฑ์เก่าแก่ และตื่นตาตื่นใจกับทุกสิ่งในโลกภายนอก

อารมณ์ของนางนั้นมาเร็วไปเร็ว

เมื่อพลบค่ำมาเยือน นางมองดูสีของท้องฟ้า อารมณ์ก็พลันหม่นหมองลง

“ฟ้าจะมืดแล้ว พวกเราต้องลงจากเขากันแล้ว”

น้ำเสียงของนางแฝงไปด้วยความหดหู่

ถังอวี่กลับยิ้มแล้วกล่าว “หรือว่าวันนี้เที่ยวเล่นไม่สนุก?”

หวังฮุยกล่าวเสียงเบา “สนุกสิคะ แต่...ความสนุกเช่นนี้กำลังจะจบลงแล้ว ข้าต้องกลับไปที่จวนเล็กๆ แห่งนั้นอีกแล้ว”

จวนของนางไม่ได้เล็กเลย แต่เมื่อเทียบกับฟ้าดินแล้ว ก็เล็กจนเทียบมิได้

ถังอวี่กล่าว “ถ้าฟ้ามืดแล้วยังไม่กลับไป จะเป็นอย่างไร?”

หวังฮุยกล่าวอย่างจนใจ “ท่านแม่ต้องตำหนิข้าเป็นแน่...จะต้องดุข้าอีกแล้ว”

ถังอวี่กล่าวต่อไป “เจ้าเคยถูกดุมาก่อนหรือไม่?”

หวังฮุยกล่าว “แน่นอนค่ะ...ข้า...ข้าค่อนข้างจะดื้อรั้น...ดังนั้นบ่อยครั้ง...”

นางรู้สึกเขินอายเล็กน้อย

ถังอวี่กล่าว “เจ้าเคยเห็นป่าเขายามค่ำคืนหรือไม่?”

หวังฮุยส่ายหน้า “ไม่เคยเลยค่ะ”

ถังอวี่กล่าวพลางยิ้ม “การทนรับคำตำหนิที่คุ้นเคย เพื่อแลกกับประสบการณ์ที่ไม่เคยพานพบ เจ้าว่าไม่คุ้มค่าหรอกหรือ?”

หวังฮุยถึงกับตะลึงกับคำพูดเช่นนี้ ดวงตาของนางค่อยๆ สว่างขึ้น แล้วก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้

ถังอวี่คว้ามือของนางไว้ “ไป! พวกเราไปที่ยอดเขากัน! ไปดูแสงสุดท้ายของอาทิตย์ที่สาดส่องเต็มฟ้า! ไปดูทิวเขาเขียวขจีประดุจท้องทะเล! ไปดูจันทร์กระจ่างและหมู่ดาว!”

เขาไม่เปิดโอกาสให้นางได้ปฏิเสธ ฉุดมือนางมุ่งหน้าขึ้นสู่ยอดเขาพลางกล่าวต่อไปว่า “ไม่ว่าอดีตจะเป็นอย่างไร อนาคตจะเป็นเช่นไร อย่างน้อยในยามนี้ก็ไม่มีใครมาควบคุมเจ้า เจ้าไม่ต้องสนใจอะไรทั้งสิ้น เจ้าจะทำอะไรก็ได้”

“เจ้าไม่ต้องใส่ใจกับมารยาทเหล่านั้น ไม่ต้องกังวลกับภาพลักษณ์ของตัวเอง เจ้าจะตะโกนเสียงดังก็ได้ จะร้องเพลงก็ได้ จะคำรามก็ได้ แล้วป่าเขาจะตอบเจ้าเอง”

คำพูดเหล่านี้ทำให้หัวใจของหวังฮุยเต้นระรัว นางยิ้มแล้วกล่าว “ป่าเขาจะตอบว่าอะไรคะ? หรือว่ามันจะพูดได้ด้วย?”

ถังอวี่หยุดเดินแล้วมองมาที่นาง

หวังฮุยยืนนิ่งอยู่กับที่ รู้สึกเหนื่อยล้าเล็กน้อย ทั้งยังสงสัย

จากนั้นถังอวี่ก็หันหน้าเข้าหาหุบเขา ตะโกนสุดเสียง “หวังฮุย! เจ้ามีความสุขหรือไม่!”

ในป่าเขาเริ่มมีหมอกลงแล้ว เมื่อต้องแสงสุดท้ายของอาทิตย์ก็ดูราวกับกลุ่มก้อนไอเซียน งดงามตระการตา

“หวังฮุย...เจ้ามีความสุขหรือไม่...”

“เจ้ามีความสุขหรือไม่...”

เสียงสะท้อนดังก้องกังวานไปทั่วหุบเขา

หวังฮุยเข้าใจความหมายของถังอวี่แล้ว อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา “ใช่แล้ว! ใช่แล้ว! ป่าเขากำลังขานรับ!”

นางอดไม่ได้ที่จะตะโกนเสียงดัง “มีความสุข! มีความสุขตลอดไป!”

ป่าเขาขานรับนาง แม้แต่แสงสุดท้ายของอาทิตย์ก็ดูเหมือนจะขานรับนางเช่นกัน สาดส่องลงบนใบหน้าที่เปี่ยมสุขของนาง

ถังอวี่ตะโกนเสียงดัง “พวกเราจะปีนขึ้นไปบนยอดเขา! พวกเราจะแหงนหน้ามองท้องฟ้า! พวกเราจะมองลงไปดูโลกหล้า!”

ท่ามกลางเสียงสะท้อน หวังฮุยรู้สึกตื่นเต้นในใจ และตะโกนตามไปด้วย

บุรุษหนึ่งสตรีหนึ่งก้าวเดินขึ้นไปอย่างไม่หยุดยั้ง

ในยามที่ม่านราตรีโรยตัวลงมา พวกเขาก็ปีนขึ้นมาถึงยอดเขา

ที่นี่ไม่มีต้นไม้สูงใหญ่แล้ว มีแต่พุ่มไม้เตี้ยๆ และทุ่งหญ้า ทัศนวิสัยพลันเปิดกว้างขึ้นมาทันที

ทิวเขาที่อยู่ไกลออกไปปรากฏเป็นเงาตะคุ่มที่งดงามตระการตาอยู่ภายใต้ม่านราตรี คลื่นของเนินเขาพลิ้วไหวอยู่ท่ามกลางฟ้าดินที่มืดมิด สายลมพัดผ่าน ต้นไม้ไหวเอน ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังเริงระบำ นกตกใจส่งเสียงร้อง กระพือปีกบินผ่านไป ราวกับโลกทั้งใบได้มาอยู่ตรงหน้า

หวังฮุยเหนื่อยล้าจนแทบจะหมดแรงแล้ว บนตัวก็เปรอะเปื้อนไปด้วยดินโคลน แต่กลับไม่มีใครตำหนินาง

นางมองดูทุกสิ่งรอบตัว หัวใจของนางพลันปลอดโปร่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

นางอยากจะตะโกน เพื่อปลดปล่อยความกดดันและความสุขทั้งหมดออกมาในคราเดียว

นางมองไปยังถังอวี่แล้วถามว่า “ข้าตะโกนสักสองสามครั้งได้หรือไม่คะ?”

ถังอวี่กล่าว “อย่าถามข้า จงถามใจเจ้าเอง เจ้าเป็นผู้กุมชะตาชีวิตของตน”

คำตอบนี้ทำให้นางพอใจอย่างยิ่ง!

ดังนั้นหวังฮุยจึงแหงนหน้ามองท้องฟ้า ตะโกนสุดเสียง “ข้าอยากเป็นจอมยุทธ์หญิงผู้ยิ่งใหญ่! ออกท่องยุทธภพช่วยเหลือผู้คน! ลงทัณฑ์คนชั่วกำจัดคนพาล!”

“ข้าอยากจะสูงขึ้นอีกสักนิด! จะได้ดูงดงามกว่านี้!”

“ข้าอยากจะรีบโตเป็นผู้ใหญ่! จะได้ช่วยท่านแม่ทำอะไรได้บ้าง!”

“ข้าอยากให้พี่ห้าทำตามความฝันของเขาได้สำเร็จ! เป็นแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่!”

“ข้าอยากให้ร่างกายของท่านแม่แข็งแรงขึ้น! ช่วงนี้ท่านไออยู่บ่อยครั้ง!”

นางตะโกนความในใจทั้งหมดออกมา รู้สึกโล่งสบายอย่างหาที่เปรียบมิได้ เหนื่อยจนทรุดตัวลงนั่งกับพื้น หอบหายใจแรง

นางอดไม่ได้ที่จะยิ้ม “ตัวข้าสกปรกไปหมดแล้ว”

ถังอวี่กล่าว “ใครจะไปสนใจเรื่องพวกนี้เล่า? เจ้าจะนอนลงไปเลยก็ยังได้”

ดังนั้นหวังฮุยจึงนอนลงไปทันที ใช้มือหนุนศีรษะไว้ แล้วมองดูท้องฟ้า

ดวงจันทร์ขึ้นมาแล้ว เป็นจันทร์เต็มดวงที่สาดส่องแสงนวลกระจ่างตา

หวังฮุยกล่าวเสียงดัง “พี่ถัง ทำไมมีแต่ข้าที่ตะโกนอยู่คนเดียวล่ะคะ ท่านก็ตะโกนบ้างสิ!”

ถังอวี่หัวเราะ “ข้าจะตะโกนอะไรดี?”

หวังฮุยกล่าว “ก็ตะโกนสิ่งที่ท่านอยากจะทำสิคะ ท่านบอกให้ข้าไม่ต้องสนใจอะไรทั้งสิ้น เอาแต่ระบายออกมา แล้วท่านล่ะ?”

ถังอวี่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เด็กสาวคนนี้น่ารักและบริสุทธิ์ แต่ก็ฉลาดเฉลียว สามารถมองออกได้ว่าคนอื่นกำลังเก็บกดอยู่หรือ?

ถังอวี่กล่าว “ถ้าเช่นนั้น...ข้าจะลองตะโกนดูบ้าง”

หวังฮุยยิ้ม “ตะโกนหลายๆ ครั้งเลย!”

เมื่อมองดูภาพตรงหน้า สัมผัสสายลมเย็นๆ อาบแสงจันทร์ หัวใจของถังอวี่ก็ผ่อนคลายลงในที่สุด

เขาคิดถึงเรื่องราวมากมาย มีคำพูดมากมายที่อยากจะพูด

ในที่สุดเขาก็ตะโกนออกมา “โลกใบเก่า! ผู้คนในอดีต! หวังว่าพวกเจ้าทุกคนจะสบายดี! แต่ว่า! ลาก่อนชั่วนิรันดร์! ไม่มีวันได้พบกันอีก!”

“โลกใบใหม่! ผู้คนแห่งยุคสมัยนี้! ข้ามาแล้ว! ข้ามาถึงที่นี่แล้ว!”

“และท้ายที่สุด! ข้าจะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้! เปลี่ยนแปลงยุคสมัยอันแสนทุกข์เข็ญนี้!”

“ข้าจะทิ้งร่องรอยของข้าไว้! จะใช้ชีวิตในชาติภพนี้ให้เจิดจรัส!”

พูดจบ เขาก็นอนลงบนพื้น หอบหายใจแรงไม่หยุด แล้วก็หัวเราะออกมาดังลั่น

เขาเพียงแค่อยากจะเข้าใกล้หวังฮุย ทำให้นางมีความสุข เพื่อกระชับความสัมพันธ์

เขาไม่คาดคิดว่าในขณะที่เขามอบความสุขให้กับอีกฝ่าย เขาก็ได้ปลดเปลื้องโซ่ตรวนในใจของตัวเองไปด้วย

นี่คือการมอบดอกกุหลาบให้ผู้อื่น แล้วกลิ่นหอมยังคงติดอยู่ที่มือใช่หรือไม่? ฮ่าๆๆๆ!

🎵 🎶 🎼 สิ้นแสงตะวัน ผุดพลันแสงจันทรา

นี่แหละหนา ร่ำสุราและยิ้มเย้ยในที

โลกไม่จีรัง ปล่อยวางเสียชีวี

ดั่งนทีที่ไหลมาแล้วก็ไหลไป

ไม่มีสิ่งไหนยั่งยืน ตราบจน ชั่วกาลนาน

กี่รบ กี่รัก ที่เคยผ่านมาก็ผ่านเลยไป

ท่ามกลางหุบผา หัวใจ ลิ่วลม ดุจดั่งใบไผ่

ปล่อยมันล่องลอยอย่างไร้จุดหมายตามลิขิตฟ้า🎵 🎶 🎼

【Cr.ยิ้มเย้ยยุทธจักร F.HERO】

หัวใจของถังอวี่ปลอดโปร่งโล่งสบายอย่างสมบูรณ์

เขานอนอยู่ รู้สึกราวกับเป็นหนึ่งเดียวกับผืนดินผืนนี้

จนกระทั่งบัดนี้ เขาถึงได้เข้าใจในที่สุดว่า การจะทิ้งอดีต การจะก้าวเข้าสู่โลกใบใหม่อย่างแท้จริงนั้น อาศัยเพียงการบีบคั้นจากวิกฤตความเป็นความตายนั้นไม่เพียงพอ อาศัยเพียงความโกรธแค้นต่อความเป็นจริงก็ไม่เพียงพอ

ต้องอาศัยความหวัง!

อาศัยความรัก!

อาศัยความสุข!

มีเพียงสิ่งที่เป็นด้านบวกเท่านั้น ถึงจะสามารถปลดเปลื้องโซ่ตรวน ทลายพันธนาการได้อย่างแท้จริง

เรื่องนี้เขาคาดไม่ถึง คนฉลาดอย่างเซี่ยชิวถงก็คาดไม่ถึงเช่นกัน

แต่หวังฮุยกลับทำได้โดยบังเอิญ

นางได้ปลดปล่อยถังอวี่อย่างสมบูรณ์ ทำให้เขาได้จุติลงบนผืนดินผืนนี้อย่างแท้จริง

“พระจันทร์กลมโตจังเลย! น่าเสียดายที่ไม่มีดวงดาว!”

หวังฮุยกล่าวออกมาโดยไม่รู้ตัว

ส่วนถังอวี่ก็พยุงตัวลุกขึ้น มองไปยังหวังฮุยแล้วกล่าว “ใครว่าไม่มีดวงดาว? เจ้าหลับตาลงสิ ข้าจะมอบหมู่ดาวเต็มฟ้าให้เจ้าเอง”

หวังฮุยหัวเราะคิกคัก “จะทำได้อย่างไรกันคะ!”

ถังอวี่กล่าว “เจ้าไม่ต้องสนใจ เจ้าหลับตาลง นับในใจถึงสามสิบ แล้วค่อยลืมตาดีหรือไม่?”

หวังฮุยชอบเล่นเกมแบบนี้อยู่แล้ว จึงไม่สนใจอะไรมากนัก ยิ้มแล้วหลับตาลง

นางนับอยู่ในใจ นางได้ยินเสียงฝีเท้า ได้ยินเสียงเสียดสีของพุ่มไม้

ยังมีเสียงลม

นางมองไม่เห็นอะไรเลย สัมผัสไม่ได้อะไรเลย อดทนรอนับจนถึงสามสิบ

นางลืมตาขึ้น

นางเห็นแสงสว่างเต็มท้องฟ้า หิ่งห้อยนับไม่ถ้วนกำลังโบยบิน เริงระบำ ส่องแสงระยิบระยับ ราวกับหมู่ดาวที่สลักเสลาอยู่บนผืนฟ้าสีนิลและเคลื่อนไหวได้ รายล้อมอยู่รอบดวงจันทร์เต็มดวง วาดภาพที่งดงามราวกับฝัน

หวังฮุยค่อยๆ ลุกขึ้นยืน เดินไปข้างหน้า

ในดวงตาที่ใสกระจ่างของนางสะท้อนภาพแสงสว่างที่ไม่สิ้นสุด สะท้อนภาพท้องฟ้าทั้งผืน

นางดื่มด่ำและหลงใหล พึมพำว่า “หิ่งห้อย! หิ่งห้อย!”

นางกระโดดโลดเต้นด้วยความตื่นเต้น ตะโกนสุดเสียง “พี่ถัง! หิ่งห้อยเยอะแยะมากมาย! เหมือนกับดวงดาวจริงๆ ด้วย!”

นางวิ่งไปอยู่ข้างกายถังอวี่ กอดแขนของเขาไว้ กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ พลางโบกมือเล็กๆ ราวกับจะไขว่คว้าหมู่ดาวบนฟากฟ้ามาไว้ในกำมือ

ถังอวี่มองมาที่นาง ยิ้มแล้วกล่าว “เจ้าช่วยข้าให้บรรลุสัจธรรม นี่คือของขวัญที่ข้าตอบแทนเจ้า ชอบหรือไม่?”

“ชอบมากค่ะ!”

หวังฮุยกล่าวเสียงดัง “นี่เป็นของขวัญที่สวยงามและล้ำค่าที่สุดที่ข้าเคยได้รับมา!”

เด็กสาววัยสิบหกสิบเจ็ดปี ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม เปี่ยมไปด้วยความเยาว์วัย เปี่ยมไปด้วยความสดใส

บนตัวนางมีพลังชีวิตและความหวังที่น่าเหลือเชื่อ พลังนี้ทำให้ถังอวี่รู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง

เขาอดไม่ได้ที่จะประคองใบหน้าของเด็กสาวขึ้นมา ลูบไล้อย่างแผ่วเบา สัมผัสความเนียนนุ่มของนาง

บรรยากาศพลันเปลี่ยนไปอย่างละเอียดอ่อน หวังฮุยเองก็รับรู้ได้ ใบหน้าแดงระเรื่อ ยืนนิ่งอย่างสงบเสงี่ยม เงยหน้าขึ้นมองถังอวี่แวบหนึ่ง แล้วก็ก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย

ในชั่วขณะนั้น ถังอวี่กลับลังเลขึ้นมา เขารู้สึกว่าด้วยฐานะของตนแล้วไม่ควรจะทำให้หวังฮุยผู้แสนบริสุทธิ์ต้องมัวหมอง

เขาเกิดความขลาดกลัวขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ

แต่หวังฮุยกลับเงยหน้าขึ้นมาทันที เขย่งปลายเท้าขึ้น แล้วประทับริมฝีปากลงบนริมฝีปากของถังอวี่

จากนั้นนางก็ครางเสียงแผ่วเบา โผเข้าสู่อ้อมกอดของเขา ซุกใบหน้าเข้ากับแผงอกของเขา

บุรุษเมื่อแรกเผชิญหน้ากับความรัก มักจะขลาดเขลา

สตรีเมื่อแรกเผชิญหน้ากับความรัก กลับกล้าหาญยิ่งนัก

หิ่งห้อยโบยบินเริงระบำ ดวงจันทร์เต็มดวงสาดส่อง แสงระยับนับพันนับหมื่น พวกเขาสวมกอดกัน สัมผัสความงดงามของช่วงเวลานี้

จบบทที่ บทที่ 50 ดวงดาว

คัดลอกลิงก์แล้ว