เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 อัครพรหมยุทธุ์ปรากฏตัว

บทที่ 23 อัครพรหมยุทธุ์ปรากฏตัว

บทที่ 23 อัครพรหมยุทธุ์ปรากฏตัว


อ้าวเทียนจู่ๆ ก็สนใจขึ้นมา ชูนิ้วชี้ไปที่เสี่ยวอู่และพูดว่า “มาเลย ให้ข้าได้ดูฝีมือเจ้าเสียหน่อย”

เสี่ยวอู่ยิ้มเจ้าเล่ห์ก้าวเข้ามา พร้อมพูดว่า “ข้าไม่ออมมือแน่ อย่ามาร้องไห้ตอนแพ้ล่ะ”

อ้าวเทียนยืนนิ่ง ไม่ขยับตัว ปล่อยให้เสี่ยวอู่เข้ามาใกล้

ไม่ว่าเสี่ยวอู่จะใช้กลเม็ดอะไร เขาก็ไม่หวั่นเลย

“ข้าเริ่มแล้วนะ!” เสี่ยวอู่วิ้งตาข้างหนึ่งพร้อมกับยิ้ม มีรอยบุ๋มเล็ก ๆ ปรากฏบนใบหน้า ก่อนจะยกมือผลักไปที่ไหล่อ้าวเทียน

จากการสู้กับถังซานในวันนี้ เสี่ยวอู่รู้ดีว่าอ้าวเทียนมีพละกำลังและความเร็วที่ผิดปกติ แข็งแกร่งกว่าถังซานมาก

ดังนั้น นางจึงรู้ว่า หากต้องการเอาชนะอ้าวเทียน จำเป็นต้องอาศัยจังหวะที่เขาประมาทเท่านั้น

เมื่อมือนางผลักไปที่ไหล่อ้าวเทียน หากเขายกมือขึ้นบล็อก มือนางก็จะคว้าโอกาสพันแขนเขาได้ แต่ถ้าเขาไม่บล็อก มือนางก็จะจับไหล่เขาได้เช่นกัน พร้อมกันนั้น นางก็เหวี่ยงหัว ผมเปียแมงป่องยาวของนางโค้งเป็นวง ล้อมรอบคออ้าวเทียน ปิดทางหนีของเขาไว้

อ้าวเทียนยังคงนิ่งเฉย ปล่อยให้การโจมตีของเสี่ยวอู่วางลงบนตัวเขา ทันทีที่เปียพันรอบคอ เขารู้สึกคันเล็กน้อย

เสี่ยวอู่กระโดดด้วยความตื่นเต้น มือทั้งสองคว้าไหล่อ้าวเทียนแน่น ก่อนจะดีดตัวขึ้นกลางอากาศ งอเข่าทั้งสองแล้วฟาดปลายเท้าเข้าใส่หน้าท้องของอ้าวเทียนอย่างเต็มแรง!

"ฮ่าๆ ท่าเตะกระต่ายน้อยไล่นกอินทรี! เจ้าแพ้แล้ว!" เสี่ยวอู่หัวเราะลั่นด้วยความภาคภูมิใจ ด้วยพลังที่พุ่งพล่านในฝ่าเท้าทำให้เตะเข้าที่ท้องอ้าวเทียนอย่างเต็มแรง

ร่างกายท่อนบนของอ้าวเทียนถูกดึงไว้โดยสองมือและเปียยาวของเสี่ยวอู่ ขณะเดียวกัน ท่อนล่างกลับถูกฝ่าเท้าเล็ก ๆ เตะเข้าใส่อย่างแรง

ในจินตนาการของเสี่ยวอู่ภาพที่เห็นควรจะเป็นร่างของอ้าวเทียนลอยละลิ่วขึ้นกลางอากาศ จากนั้นก็หมุนคว้างก่อนจะร่วงลงไปกระแทกพื้นอย่างหมดสภาพ

แต่ทันทีที่เท้าเตะกระแทกเข้าร่างของอ้าวเทียน เสียงหัวเราะอย่างผู้ชนะของเสี่ยวอู่ก็หยุดลงฉับพลัน ร่างของนางแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ในอากาศ

ไม่ใช่เพราะนางไม่อยากขยับ แต่เป็นเพราะร่างกายนางขยับไม่ได้เลยต่างหาก

เท้าของนางรู้สึกเหมือนกำลังเตะภูเขาใหญ่ ที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้เลย

สีหน้าของนางเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว รีบปล่อยมือออก แล้วเตะอีกครั้งด้วยแรงที่มากขึ้นอ้าวเทียนยังคงนิ่งเฉย ไม่ขยับตัวแม้แต่น้อย ทว่าแรงถีบนั้นกลับส่งให้นางกระเด็นถอยหลังไปไกล

เปียยาวของเสี่ยวอู่ยังคงพันรอบคออ้าวเทียนอย่างแน่น ขณะที่นางเองกำลังแกว่งตัวไปมาเหมือนชิงช้าสวิงที่ถูกปล่อยให้ไกวอย่างรุนแรง

“เตะกระต่ายน้อยไล่นกอินทรี!” นางใช้แรงโน้มถ่วงของการตกกระแทก เตะไปยังท้องส่วนล่างของอ้าวเทียนอีกครั้ง

แต่กลับมีเพียงเสียงทึบๆ ดังขึ้น ร่างของอ้าวเทียนยังคงนิ่งสงบเหมือนภูเขา ไม่ขยับเขยื้อนใดๆ

เสี่ยวอู่ใช้แรงทั้งหมด ใบหน้าขาวเล็กแดงก่ำด้วยความพยายาม แต่ก็ไม่สามารถทำให้อ้าวเทียนเคลื่อนตัวแม้แต่น้อย

“นวดแรงไปหน่อยสินะ” อ้าวเทียนหัวเราะ ก่อนจะโอบขาเสี่ยวอู่อย่างแนบแน่น

เสี่ยวอู่วิงวอนเสียงหลงเมื่ออ้าวเทียนจับขาที่งอไว้ของนาง ร่างกายของนางพุ่งชนกับตัวอ้าวเทียนทันที

เปียยังคงพันรอบคออ้าวเทียน ขณะที่ขาถูกจับไว้ ทำให้ท่าทางของนางดูหมดสง่าราศีอย่างยิ่ง

ในฐานะสัตว์วิญญาณอายุหนึ่งแสนปีที่ได้รับการดูแลอย่างดีจากแม่มาตั้งแต่เด็ก นางไม่เคยสัมผัสใกล้ชิดกับสิ่งมีชีวิตเพศชายมาก่อนเลย

ตอนนี้ถูกอ้าวเทียนจับตัวไว้ เสี่ยวอู่รู้สึกอายและขุ่นเคืองขึ้นมาในทันที

“เจ้าบ้า! ปล่อยข้านะ เดี๋ยวนี้!”

อ้าวเทียนเชื่อฟังทันทีปล่อยมือออกให้เสี่ยวอู่ เสี่ยวอู่นั่งลงบนพื้นด้วยแรงกระแทกที่เจ็บปวด นางไม่สนใจความเจ็บปวดที่ก้น กระโจนขึ้นแล้วเอาขาพันรอบคออ้าวเทียน

เมื่อพันขาได้สำเร็จ ร่างของนางก็ล้มถอยหลัง มือแตะพื้นในท่าคว่ำ

เปิดใช้ท่า “เอวคันศร” แรงผลักดันส่งผ่านมือไปยังเอว แล้วผ่านไปยังฝ่าเท้า ผลักอ้าวเทียนไปข้างหน้าอย่างแรง ท่านี้นางใช้เคยใช้เพื่อเอาชนะถังซานในช่วงกลางวัน

แต่ไม่ว่าจะพยายามหนักแค่ไหน “เอวคันศร” ก็ไม่สามารถผลักอ้าวเทียนให้หลุดออกไปได้

“ฮ่า ๆ เจ้ายังมีท่าไม้ตายอีกไหม?” อ้าวเทียนถามด้วยรอยยิ้ม

เสี่ยวอู่ถอนตัวจากอ้าวเทียน สีหน้าเต็มไปด้วยความแค้นใจพูดว่า “เจ้าแกล้งข้า”

“แกล้งอย่างไรล่ะ? ข้ายังไม่ได้ขยับตัวเลยนะ”

เสี่ยวอู่สะบัดเท้าอย่างโมโห “ข้าไม่คุยกับเจ้าหรอก เจ้าเป็นอสูรนี่เอง ไม่แปลกที่ถังซานสู้เจ้าไม่ได้”

“ข้าอยากเห็นวิญญาณยุทธ์ของเจ้าได้ไหม?” นางถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

นางสงสัยว่าวิญญาณยุทธ์แบบไหนกันที่มอบพละกำลังผิดปกติให้กับอ้าวเทียนได้ถึงเพียงนี้

แม้วิญญาณยุทธ์สัตว์ป่า จะไม่สามารถครอบครองร่างกายได้จนกว่าจะได้รับวงแหวนวิญญาณและกลายเป็นวิญญาจารย์ แต่ลักษณะบางอย่างของวิญญาณยุทธ์สัตว์ป่าก็สามารถส่งผลต่อร่างกายของผู้ครอบครองได้

นางรู้สึกได้ว่าวิญญาณยุทธ์ของอ้าวเทียนน่าจะเป็นวิญญาณยุทธ์สัตว์ป่าที่ทรงพลัง ซึ่งทำให้อ่าวเทียนมีสมรรถภาพทางกายที่เหนือกว่าคนทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด

นางไปถึงสำนักงานคณบดีช้าไปเพียงเล็กน้อย จึงพลาดโอกาสเห็นช่วงที่อ้าวเทียนปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์พอดี

อ้าวเทียนรู้สึกสะกิดใจเล็กน้อย ก่อนจะพูดว่า “ข้าอยากเข้าห้องน้ำสักหน่อย เจ้ารอก่อนนะ เดี๋ยวข้ากลับมาจะบอกเอง” พูดจบ อ้าวเทียนก็วิ่งออกจากลานฝึกโดยไม่หันกลับมา

“ได้เลย” เสี่ยวอู่กระโดดกลับขึ้นไปบนก้อนหินใหญ่ นอนลงแล้วยกสายตาขึ้นมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว

ในขณะนั้น เสี่ยวอู่ได้ยินเสียงฝีเท้าเบา ๆ ที่ค่อย ๆ ดังขึ้น

นางหันศีรษะและเห็นเงาร่างสูงในชุดดำมิดชิดโผล่ออกมาจากมุมใกล้ ๆ ใจนางเต้นแรงด้วยความหวาดระแวง รีบลุกนั่งอย่างระมัดระวัง แล้วจับจ้องไปยังบุคคลลึกลับที่กำลังเดินเข้ามาอย่างช้า ๆ

โดยไม่รอช้า เสี่ยวอู่กระโดดลงจากก้อนหินใหญ่และเตรียมจะหนีไป

ทันใดนั้นเอง ก็มีร่างคนหนึ่งในชุดขาวสะอาดเดินออกมาจากทางที่เสี่ยวอู่พยายามหนี

เสี่ยวอู่ถูกขวางทางไว้และหยุดนิ่ง จ้องมองชายหนุ่มรูปงามในชุดขาวด้วยความระแวดระวัง

นางรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ชายคนนี้มีรูปลักษณ์และออร่าคล้ายคลึงกับอ้าวเทียน

“อย่าตกใจ ข้าคือพี่ชายของอ้าวเทียน ปล่อยให้ข้าจัดการชายชุดดำคนนั้นเอง” เสียงหนึ่งดังขึ้น ทำให้นางคลายความกลัวลง

เสี่ยวอู่รู้สึกไว้วางใจชายหนุ่มชุดขาวอย่างประหลาด และความวิตกกังวลของนางก็สงบลงทันที

อ้าวเทียนยิ้มพลางเดินผ่านเสี่ยวอู่ไป แล้วเข้าใกล้ถังเฮ่าผู้สวมชุดคลุมสีดำ

“นานทีปีหนสำหรับอัครพรหมยุทธุ์ผู้มีตำแหน่งเช่นเจ้า จะปรากฏตัวในโรงเรียนเล็ก ๆ อย่างนั่วติงนี้” อ้าวเทียนถอนใจ

ถังเฮ่าหยุดนิ่ง สีหน้าที่ถูกซ่อนอยู่ใต้ชุดคลุมสีดำเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย

ชายหนุ่มคนนี้ อายุราวยี่สิบต้น ๆ แต่กลับสามารถมองทะลุพลังอัครพรหมยุทธุ์ของเขาได้!

เป็นไปได้อย่างไร?

เขาไม่ได้ปล่อยพลังอัครพรหมยุทธุ์ออกมาแม้แต่นิดเดียว และปกติแล้วมีเพียงผู้ที่มีระดับพลังใกล้เคียงกันเท่านั้นที่จะรู้ถึงพลังซ่อนเร้นของเขา

แล้วชายหนุ่มคนนี้ค้นพบได้อย่างไร?

เมื่อเสี่ยวอูู่ได้ยินคำพูดของอ้าวเทียน สีหน้าของนางยิ่งหวาดกลัวจนสั่นเทาและถอยหลังออกไป

ในฐานะสัตว์วิญญาณ สิ่งที่นางกลัวที่สุดคือวิญญาจารย์อัครพรหมยุทธุ์มนุษย์

“เจ้าเป็นใคร?” เสียงแหบพร่าดังออกมาจากภายในชุดคลุมสีดำ

“ข้าคือคนที่เจ้าห้ามยุ่งด้วย” อ้าวเทียนตอบพร้อมรอยยิ้ม

ทันทีที่เสียงของเขาดังขึ้น ออร่าที่เปี่ยมด้วยความกลัวเกรงกดทับลงมาจนทำให้ถังเฮ่าหายใจไม่ออก

จิตใจของถังเฮ่าสั่นสะเทือน รีบเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจว่า “เป็นไปได้อย่างไร!”

จบบทที่ บทที่ 23 อัครพรหมยุทธุ์ปรากฏตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว